แม้จะดูใจกันต้องคอยคืนวัน...รวบรวมตัวฉันดูจากบทเพลง
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
3 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 

เกิดอยากจะลองเขียนบ้าง (2).......




รักนี้...มีลุ้น(จริงเหรอ?)



@@เรื่องมันมีอยู่ว่า......อ๋ออออ....ยัง!!@@

รฐาลงจากรถแท็กซี่สะพายกระเป๋าใบย่อมล่วงกุญแจไขประตูรั้วเปิดเข้าไป มองเข้าไปในบ้านเห็นทีวีเปิดอยู่ ส่วนที่พื้นหน้าทีวีบิวนอนเอกเขนกอยู่ท่ามกลางกองหมอนสารพันสี...รฐาเดินเข้าไปใกล้จึงเห็นว่าบิวกำลังหลับสบายอยู่...

“นี่...ยัยตัวแสบ!! พี่เดินเข้ามาจนแทบจะเหยียบไฝแตกแล้ว ยังไม่รู้ตัวอีก”...น้ำเสียงนั้นถึงจะแกล้งดุยังไงก็ยังเจือความหวานอยู่...บิวขยับตัวนิดนึงพอลืมตาขึ้นก็สบตากับรฐาที่ยืนชโงกหน้าอยู่ตรงหน้าบิวพอดี...

“พี่ฐา พี่ฐามาเมื่อไรเนี่ย...โหย คิดถึงจัง”...บิวกระโดดลุกขึ้นกระโดดกอดรฐาไว้ทั้งตัวจนรฐาแทบหายใจไม่ออก

“โอ๊ย ๆ พอแล้วจ้า...รู้แล้วว่าคิดถึง พี่ก็คิดถึงเหมือนกันจ้ะ...แต่ตอนนี้ให้พี่วางของก่อน”...เสียงรฐาอู้อี้ด้วยแรงกอดของบิว...บิวลดแขนลงจูงมือรฐาพากันไปนั่งที่โซฟา พอรฐาวางกระเป๋าเรียบร้อยบิวคุยต่อทันที

“พี่ฐาไม่เห็นโทรมาบอกเลยว่าจะมา...แล้ววันนี้ไม่มีงานเหรอ”...

“ช่วงนี้พี่กำลังหาข้อมูลสำหรับเขียนเรื่องใหม่น่ะ...พอดีต้องผ่านทางนี้ก็เลยแวะมาซักหน่อย คุณป้าไม่อยู่เหรอบ้านเงียบเชียว”...

“แม่ไปธุระ เสียดายจังถ้ารู้ว่าพี่ฐาจะมาแม่ต้องรอเจอพี่ฐาแน่เลย วันก่อนยังบ่นถึงเลยอ่ะ”...

“อืม ไม่เป็นไรช่วงนี้พี่ไม่ค่อยยุ่ง ไว้แวะมาบ่อย ๆ ...นี่ไม่ได้เจอกันนานบิวผอมลงป่าวเนี่ย”...รฐาถามพลางลูบแขนของบิวสังเกตว่าดูเรียวเล็กขึ้น

“หู้ยยยย จริงดิพี่ฐา...เนี่ยบิวอุตส่าห์พยายามกินข้าวน้อยลง...ได้ผลด้วย...ดีใจจัง ฮ่า ๆ”...บิวยิ้มแป้นที่รฐาทักว่าผอม...

“แหม...เป็นสาวแล้วซิเนี่ย เดี๋ยวนี้มีห่วงสวยด้วย...เมื่อไม่กี่เดือนก่อนยังวิ่งเล่นซนเป็นเด็กน้อยอยู่เลย”...รฐามองบิวด้วยความเอ็นดู

“ก็นิ้ดส์นึง...เค้าจะต้องทำให้พี่แน็คงงในความสวยของน้องชายคนนี้ให้ได้”...บิวพูดด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจ รฐาชงักไปนิดนึงรอยยิ้มจางลง...บิวหันมาเห็นพอดีก็ชะงักไปเช่นกัน

“เออ...คือ...บิวขอโทษ”...บิวพูดอ่อย ๆ

“หือ...ขอโทษอะไรกัน ว่าแต่ตอนนี้พี่แน็คของบิวเป็นไงบ้างล่ะ สบายดีมั้ย”...รฐากลับมายิ้มปกติชวนบิวคุยต่อ

“ก็...สบายดี...ดีมากเกินไปด้วยพี่ฐา”...เสียงบิวเปลี่ยนเป็นประชดประชัน ทำตาค้อนลมค้อนแล้ง

“อะไรกันอีกล่ะ...ป่านนี้พี่น้องคู่นี้ยังตีกันไม่จบอีกเหรอ”...รฐาพูดน้ำเสียงปนหัวเราะ

“จะจบได้ไงล่ะพี่ฐา...เดี๋ยวนี้พี่แน็คหนีเที่ยวบ่อย ไม่ค่อยจะยอมอยู่ติดบ้าน...แล้วนะเหมือนรู้ว่าจะโดนบิวเล่นงาน...คลาดกับบิวหลายวันแล้วเนี่ย โทรหาก็บอกคุยธุระกับลูกค้าทุกที”...บิวบ่นยาว ก่อนจะฟ้องต่อ... “ที่น่าเจ็บใจ วันก่อนบิวอุตส่าห์ลงทุนรอเจอจนดึก...พี่แน็คก็ไม่กลับซักที บิวรอไม่ไหวกลับบ้านก่อน...โดนแม่ว่าเลยอ่ะ...ดูดิ...แทนที่บิวจะเป็นคนเล่นงานพี่แน็ค บิวูกลับโดนแม่เล่นงาน...จะไม่ให้โมโหได้ไง...เท่านั้นยังไม่พอ...โน้ตมาเล่าให้ฟังอีกนะ ว่าเล่าให้พี่แน็คฟังที่บิวโดนแม่ดุ พี่แน็คขำใหญ่เลย ฝากมาบอกอีกนะว่าสมน้ำหน้า เตือนแล้วว่าไม่ให้กลับดึก...จริง ๆ บิวต้องว่าพี่แน็คซิเรื่องกลับดึก...ทำไมกลายเป็นบิวโดนว่าเรื่องกลับดึกล่ะ”...ยิ่งเล่าบิวยิ่งมีอารมณ์ -*-...

“พี่แน็คของบิวนี่ไม่เปลี่ยนเลยเนอะ”...สีหน้าและแววตาของรฐาเวลาพูดถึงแน็คดูอ่อนโยน บิวมองหน้ารฐาแล้วก็พยักหน้ายิ้มรับ...

“แล้วพี่อิฐสบายดีมั้ยอ่ะ”...บิวถามถึงอิฐเพื่อนสนิทคนรู้ใจของรฐา

“สบายดีจ้ะ...ช่วงนี้พี่กับพี่อิฐกำลังมีโครงการจะเปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ ซักร้านหนึ่ง"...

“โอ้โห ดีจังเลย...เปิดเมื่อไรบิวจะชวนไอ้เหม่งกับไอ้อ้วนไปอุดหนุน...แล้วพวกพี่มีเวลาเหรอ เห็นงานยุ่งตลอดเลย”...บิวอดเป็นห่วงไม่ได้

“ช่วงนี้พี่อิฐก็ยังยุ่งอยู่ เพราะละครกำลังจะเปิดกล้อง ต้องไปหาโลเกชั่นกับทีมงานที่ต่างจังหวัด...แต่พี่พอมีเวลาเพราะช่วงนี้แค่เตรียมข้อมูล...เนี่ย พี่อยากจะให้พี่แน็คของบิวช่วยออกแบบร้านกาแฟให้ ไม่รู้แน็คจะมีเวลาทำให้รึเปล่า”...

“สบายมาก ถ้าพี่แน็ครู้ว่าเป็นงานของพี่ฐากับพี่อิฐ พี่แน็คต้องเต็มที่แน่นอน”...น้ำเสียงบิวมั่นใจมาก

“จริงเหร๊อ...พี่กลัวว่าพอรู้ว่าเป็นร้านพี่ แน็คไม่ใช่แค่หนีเที่ยวอาจถึงขนาดหนีออกจากบ้านไปเลย”...รฐาพูดปนหัวเราะ

“ไม่มีทาง...ถ้าพี่ฐาเอ่ยปาก ยังไงพี่แน็คก็ต้องเต็มใจทำให้...เชื่อบิวดิ”...บิวยังคงยืนยัน“ถึงพี่แน็คจะเคยเหลวไหลกับพี่ฐาไปบ้าง แต่มันก็ผ่านไปนานแล้ว...ยังไงพี่แน็คเขาก็ยังรักทั้งพี่อิฐพี่ฐาเหมือนเดิมแหล่ะ”...บิวพูดในใจก็นึกถึงว่าถ้าแน็ครู้ว่ารฐาจะให้แน็คช่วยงาน แน็คจะมีความรู้สึกยังไง เพราะจะว่าไปเหตุการณ์ในอดีตก็มีผลกระทบกับแน็คมากพอดู...ถึงแม้ว่าแน็คจะดูเป็นคนร่าเริง ช่างเล่น ช่างแหย่เหมือนเดิม แต่แน็คก็จะจริงจังกับงานมากกว่าแต่ก่อน และทุกครั้งที่บิวเล่าถึงความสัมพันธ์ของรฐากับอิฐว่าคืบหน้าไปแค่ไหน ก็จะแอบเห็นแน็คซึมไปพักหนึ่งทุกที...

“อืมมมมม พี่ก็อยากให้เป็นเหมือนเดิมเหมือนกัน อาจจะยังไม่ใช่ตอนนี้แต่ก็คงมีสักวัน...บางทีพี่ก็ยังคิดถึงเรื่องเก่า ๆ ที่พวกพี่สามคนเคยฝันจะทำหนังด้วยกันเลยนะ...พี่เขียนเรื่อง แน็คทำจินตนาการของพี่ให้เห็นเป็นจริง แล้วอิฐก็ทำให้ทุกอย่างมีชีวิต”...รฐารำพึงถึงความฝันที่เคยมีร่วมกันกับอีกสองหนุ่ม

“พี่ฐา...บิวไม่เห็นเข้าใจเลย...ทำไมความฝันของพวกพี่จะทำให้เป็นจริงไม่ได้...ในเมื่อพวกพี่สามคนก็คุยกันเข้าใจดีแล้ว...บิวยังคิดเลยว่าถ้าเป็นบิวนะ บิวคงไม่หายโกรธพี่แน็คง่าย ๆ หรอก...”...บิวคิดถึงเรื่องของพี่ ๆ พอมาเปรียบกับนิสัยตัวเองแล้วทำให้คิดว่าพี่ฐาช่างเป็นผู้หญิงที่แสนดี เข้าอกเข้าใจคนอื่นเสมอ

“ถ้าบิวรักใครจริง ๆ ไม่ว่าจะรักในรูปแบบไหน...บิวจะไม่พูดแบบนี้หรอก อีกอย่างพี่ก็ไม่ใช่คนดีอะไรนักหนา พี่กับพี่อิฐก็ทำให้พี่แน็คของบิวเสียใจเหมือนกัน”...รฐาตอบบิวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน...บิวก็ยังคงทำสีหน้าไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร

“ถึงงั้นก็เถอะ...แต่มันก็เป็นเพราะพี่แน็คแหล่ะที่เป็นต้นเหตุ ถ้าพี่แน็คไม่เหลวไหลทำตัวลอยไปลอยมาจนพี่ฐาต้องเสียใจตั้งกี่ครั้ง ป่านนี้พี่ฐากับพี่แน็คก็คงมีความสุขไปแล้ว...ส่วนพี่อิฐก็ไม่ผิด ถ้าตอนนั้นไม่มีพี่อิฐบิวว่าพี่ฐาก็คงไม่กลับมาเข้มแข็งได้เร็วขนาดนั้น ไม่แปลกที่พี่ฐาจะเลือกพี่อิฐมากกว่าพี่แน็ค...ถ้าเป็นบิว ๆ จะไม่มองหน้าพี่แน็คเลยด้วยซ้ำ”...บิวพูดถึงเรื่องราวครั้งเก่าของพวกพี่ ๆ ด้วยสีหน้าจริงจัง

“มันก็อาจจะไม่เป็นอย่างที่บิวคิดก็ได้...บางครั้งความผูกพันธ์ระหว่างเพื่อนมันก็เป็นสิ่งที่เราไม่อยากจะเสียมันไป...พี่แน็คของบิวคงจะเหมาะเป็นเพื่อนมากกว่าที่จะเป็นคนรัก...เพราะถ้าในฐานะเพื่อนแล้วพี่แน็คของบิวเป็นเพื่อนที่วิเศษที่สุด...พอเราเปลี่ยนมาคบกัน ความคาดหวังที่เรามีต่อกันมันก็เปลี่ยนไปอีกแบบ...เนี่ยถ้าพี่ย้อนกลับไปได้ พี่ก็คงเลือกที่จะคบกับแน็คเขาในฐานะเพื่อนไปตลอดดีกว่า...ถึงตอนนี้พี่ก็ยังอยากให้มันเป็นแบบนั้น แต่ทุกครั้งที่เจอกัน พี่ยังรู้สึกว่าแน็คยังไม่พร้อม พวกพี่ถึงได้ห่าง ๆ ออกไปก่อน...ยังไงพี่กับพี่อิฐยังรอวันที่พี่แน็คของบิวพร้อมที่จะรับเราเป็นเพื่อนสนิทเหมือนเดิม...แต่พี่ว่าเมื่อไรที่แน็คมีคนพิเศษของเขาเอง เขาก็คงไม่รู้สึกแย่กับเรื่องที่ผ่านมาหรอก...ความฝันที่เราเคยมีก็อาจจะมีโอกาสทำให้เป็นจริงได้...พี่ว่ามันต้องมีวันนั้นนะ”...สีหน้าของรฐาเมื่อพูดถึงอนาคตแฝงไปด้วยความเชื่อมั่น...“เอ๊ะ!! แล้วอยู่ ๆ เรามาคุยเรื่องนี้ได้ไงเนี่ย”...รฐาพูดต่อด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ

“หู้ยยยยย พี่ฐาคุยเรื่องเนี่ยซิสนุกดี บิวชอบฟัง...บิวจะเก็บข้อมูลไว้ เวลาเพื่อนบิวมีปัญหาหัวใจ บิวจะได้ช่วยเป็นที่ปรึกษาได้ ฮ่า ๆๆ”...บิวทำหน้าทะเล้น

“จ้า...แม่ศิราณีน้อย ระวังอย่าเป็นคนเจอปัญหาซ่ะเองแล้วกัน...ถึงตอนนั้นระวังยิ่งแก้จะยิ่งยุ่ง”...

“โหะ ๆๆ ไม่มีซ่ะล่ะมือชั้นนี้...พี่ฐาไม่รู้อะไร วันก่อนไอ้จุ้นซอย 4 มันยังมาปรึกษาบิวเรื่องสาวเมินอยู่เลย...บิวแนะนำวิธีมัดใจสาวไปแค่ไม่กี่ข้อ แล้วเป็นไงล่ะ...”...บิวทำหน้าแบบไม่อยากจะคุย

“เป็นยังไงเหรอ...”...รฐาซักด้วยความอยากรู้

“เป็นไง...ก็...ก็แห้วดิ...โธ่พี่ฐา...หน้าอย่างไอ้จุ้นสาวที่ไหนจะมอง มันอ่ะไม่เจียมตัวเลย...จีบใครไม่จีบดันไปจีบรุ่นพี่ที่เป็นดาวมหาลัย...ที่สำคัญพี่เค้าอ่ะมีเจ้าของแล้ว...หนักกว่านั้นคู่แข่งเป็นนักกีฬามหาลัยอีก...ถ้าเป็นบิว ๆ ก็ไม่เอาไอ้จุ้นมันอ่ะ”...บิวทำหน้าทะเล้น

“โธ่เอ๋ย...พี่ก็รอฟังว่าแม่หมอจะเก่งแค่ไหน”...รฐาหัวเราะพร้อมกับส่ายหน้าไปมา

“แหม...พี่ฐา คนเรานะจะรักใครชอบใครมันก็ต้องรู้จักประมาณตัว...ต้องดูนิดนึงว่าเขาพอจะมีทีท่าให้เรารึเปล่า...ไม่ใช่พอชอบเค้าแล้วคิดว่ายังไงเค้าก็ต้องชอบเราตอบ...ถ้าเป็นแบบนั้นกันหมด โลกนี้คงไม่มีคนอกหักหรอกพี่ฐา...จริงป่ะ”...บิวยังคงพูดด้วยความเชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง

“ไม่รู้สิ....พี่ไม่ชำนาญเรื่องนี้ไม่ออกความเห็นดีกว่า...รู้แต่ว่าเรื่องแบบนี้ไม่โดนกับตัวไม่มีทางรู้หรอก บิวก็เหมือนกันอย่าทำเป็นเก่งไปเลย พอเข้ามหาลัยแล้วบิวจะรู้ว่ายังมีอะไรอีกเยอะที่บิวต้องเจอ”...รฐาพูดกับบิวเป็นเชิงเตือน บิวฟังตาแป๋วแล้วก็ขยับเข้ามากอดรฐา

“ไม่รู้ดิ...บิวรู้แค่ว่า ถึงบิวจะต้องเจอกับเรื่องไม่ดียังไงบิวก็ยังมีพวกพี่ ๆ คอยช่วยบิวจริงป่ะ...พี่ฐา พี่อิฐ พี่แน็คคงไม่ทิ้งให้บิวต้องช้ำใจอยู่คนเดียวหรอกเนอะ ฮึมมมมมมม”...บิวกระชับกอดรฐาแน่นขึ้นอย่างหมั่นเขี้ยว แถมด้วยหอมที่แก้มรฐาอีกฟอดใหญ่

“จ้า ๆๆๆ...ขอแค่พอถึงตอนนั้นยอมฟังพวกพี่บ้างก็แล้วกันจ้ะ”...รฐากอดบิวแล้วก็หอมแก้มตอบอย่างหมั่นเขี้ยวเช่นกัน...

“คร้าบบบบบบ ฟังแน่นอนคับผม”...บิวทำเสียงล้อเลียน

“ให้จริงนะบิว...ถึงเราเป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องแต่เราก็มีกันแค่สองคน...พี่อ่ะรักบิวเหมือนน้องแท้ ๆ นะจ้ะ”...รฐามองตาบิวพูดด้วยเสียงจริงจัง

“เค้าก็รักเหมือนกันจ้า”...บิวยิ้มประจบรฐาจนตาหยี่ก่อนทั้งคู่จะกอดกันอีกครั้ง...


*********************update 3/12/52*********************




@@ผิดมากมั้ย....ยังไม่รู้!?!?!@@

.....แต่เรื่องเธอทิ้งกัน เลิกกัน ฉันยอมรับว่าใจหาย...แต่มันไปไกลแค่นั้นเอง ยังมีชีวิตซำบาย....จะผิดมากมั้ยถ้าชั้นไม่ร้องไห้ จะผิดมากมั้ยที่ชั้นไม่แคร์...ที่ไม่ได้ร้องไม่เป็นอะไร ไม่ใช่เพราะชั้นไม่ยอมพ่ายแพ้...แต่เป็นเธอนั่นแหล่ะ เธอนั่นแหล่ะที่ไร้ค่า....นา น่า น่ะ น้า โฮ โห.....

“พี่กิจว่ามะ คุณแน็คเนี่ยเค้าดูดี๊ดูดีเนอะ...ขาว สูง เท่ห์ มีเสน่ห์...ท่าทางสาวคงตรึม”...แอมพูดข้างหูกิจที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ท่ามกลางเสียงเพลงจากวงร็อคประจำร้านที่กำลังเล่นอยู่บนเวทีอย่างเมามัน ตามองไปที่ชายหนุ่ม 2-3 คนที่นั่งโต๊ะด้านหน้าเวที

“เออว่ะ...ตอนแรกก็ว่าแค่ดูดี พอได้คุยด้วยนอกจากดูดีแล้วยังน่าคบจิบเป๋ง”...กิจพยักหน้าเห็นด้วยพลางตอบแอมด้วยเสียงอันดังแข่งกับเสียงเพลง

“นั่นดิ...ว่าแต่เขามาบ่อยเหมือนกันเนอะพี่ หนูเห็นช่วงเดือนสองเดือนนี้มาถี่จัง ขนาดอาทิตย์นึงหนูร้องแค่สามวันเองนะ ยังเห็นประจำเลย”...แอมยังคงสนใจพูดถึงแน็ค

“อืมมมม ไม่รู้เป็นเพราะสาวร็อคของเรารึเปล่า”...กิจพูดพร้อมส่งสายตาไปที่นิกินักร้องหน้าใหม่ของวงร็อคประจำร้าน เพื่อนซี้ตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยที่กิจเป็นคนแนะนำให้มาร้องเพลงที่ร้านนี้

“เฮ้ยจริงดิ...แล้วเจ๊นิรู้ป่ะเนี่ย”...แอมตาโตลดเสียงเป็นกระซิบสายตามองตามกิจไปที่นิกิที่ตอนนี้เปลี่ยนมาร้องเพลงช้า (ค่อยยังชั่ว...นึกว่าจะต้องตะโกนคุยกันอีกนาน -*-)...

“บ้า...พี่ก็เดาไปงั้นแหล่ะ จริงป่าวก็ไม่รู้”...กิจพูดไปหัวเราะไปที่เห็นแอมทำท่าจริงจัง

“เฮ้ย แต่ถ้าจริงนะหนูเชียร์เลยล่ะ...เจ๊นิอ่ะ จะได้เจอคนดี ๆ กับคนอื่นเค้าบ้าง”...แอมยังคงกระซิบกับกิจพร้อมยิ้มกว้างเพราะตื่นเต้นกับข่าวใหม่(ที่ไม่รู้จริงมั้ย -*-)ของกิจอยู่

“เฮ้ยใจเย็นดิ ดูไปก่อน...แหม ตื่นเต้นฟันล้ำหน้าเชียวนะยัยจอบ”...กิจมองหน้าแอมที่ยื่นมากระซิบใกล้ ๆ แล้วอดแซวไม่ได้

“หู้ยยยยย เจ็บอ่ะ...พี่กิจหนูเจ็บจังเลย”...แอมหุบยิ้มหันมาประชดพร้อมส่งค้อนวงใหญ่ให้กิจ เรียกเสียงหัวเราะอย่างถูกใจจากกิจที่เห็นแอมงอน

“แหม...พี่ก็แค่สงสัย หนูจะรีบตื่นเต้นไปทำไมล่ะ แล้วอย่าเพิ่งพูดไปเดี๋ยวไก่กุ๊ก ๆ ก็ตื่นกันพอดี...นั่นไงมาแล้ว ๆ ดูดิ”...กิจส่งสายตาเป็นสัญญานให้แอมดู แอมมองตามก็เห็นนิกิที่ร้องเพลงจบก้มหัวรับเสียงปรบมือกราวใหญ่ แล้วก็เดินลงจากเวทีตรงไปที่โต๊ะของแน็ค...

“เป็นไงข้อสันนิษฐานของพี่ พอเป็นไปได้มั้ย”...กิจกับแอมมองไปที่โต๊ะของแน็ค เห็นแน็คและเพื่อน ๆ กำลังพูดคุยกับนิกิอย่างออกรส

“อืมมม ไม่รู้ดิ หนูว่าเจ๊นิก็คุยเล่นกับแขกเป็นประจำอยู่แล้ว...ถ้าเจ๊นิไม่คุยด้วยดิแปลก ออกจะเป็นตัวฮา”...แอมยังคงพูดกระซิบกับกิจต่อไป

“บ้า...ที่ให้ดูไม่ใช่ไอ้นิ ให้ดูตานั่นต่างหาก...ธรรมดาฮีออกจะนิ่งติดจะเก๊กด้วยซ้ำ แต่ดูดิเวลาคุยกับเจ๊นิของหนูอ่ะ แววตางี้วิ้งเชียว ปากก็ยิ้มจนจะถึงหูอยู่แล้วไม่รู้ถูกคออะไรกันหนักหนา”...ภาพที่เห็นเป็นไปตามที่กิจบรรยาย แถมบางช่วงของการพูดคุยแอมยังเห็นนิกิยื่นหน้าไปใกล้ ๆ กับหน้าแน็ค ก่อนที่จะหัวเราะหน้าหงายไปด้วยกันทั้งคู่

“เออก็จริงของพี่กิจ...หนูไม่ทันสังเกตว่าคุณแน็คเค้าเปลี่ยนไป ดูเฮฮาขึ้นเนอะ...ถึงว่าทำไมหนูเห็นเขาน่าสนใจกว่าเดิม...เมื่อก่อนก็ว่าหล่อเฉย ๆ”...แอมเริ่มคล้อยตาม ก่อนจะสะกิดกิจเมื่อเห็นนิกิเดินตรงมาที่โต๊ะที่ทั้งคู่นั่งพักระหว่างรอขึ้นร้องเพลง กิจขยิบตาให้แอมแบบรู้กัน

“ไงกิจ แอม...มีอะไรกินมั้งเนี่ย”...นิกิส่งเสียงมาก่อนตัว แอมกับกิจส่งยิ้มให้นิกิพลางช่วยกันขยับเก้าอี้ให้นิกินั่ง

“เจ๊นิหิวอีกแล้วเหรอ ก่อนขึ้นก็เพิ่งกินไปนินา...ระวังเหอะตัวจะแตก”...แอมบ่นอุบอิบ

“อะไร ๆ ยัยจอบ...แล้วนี่ยังไม่ออกไปอีกเหรอ เดี๋ยวก็ไปร้องอีกที่ไม่ทันหรอก”...นิกิหันมาล็อกคอแอมเล่นเบา ๆ ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ กิจ

“พรุ่งนี้หนูมีสอบแต่เช้า คืนนี้หนูเลยขอลา...เนี่ยหนูก็ว่าจะกลับไปอ่านหนังสือ พอดีพี่กิจชวนคุย”...แอมโบยไปที่กิจ

“คุยไรกัน ทำอย่างกับไม่ค่อยเจอกัน...น้องมันจะไปอ่านหนังสือ รู้บ้างมั้ยเนี่ยเป็นพี่คณะประสาไรวะ”...นิกิหันมาแหย่กิจ กิจยักไหล่แบบไม่แยแส...“เรื่องของมัน ชั้นไม่ได้ไปสอบด้วยนี่หว่า หรือแกเดือดร้อนเพราะแกก็พี่คณะเหมือนกันนี่ เกียรตินิยมด้วย ไมไม่ติวให้หมวยมันล่ะ”...

นิกิส่ายหน้าทันที... “บ้า...กว่าจะจบมาได้เหนื่อยแทบตาย แล้วชั้นก็คืนวิชาให้อาจารย์ไปหมดแล้วด้วย”...

“หูยยยยยย หนูล่ะซาบซึ้ง...รักน้องกันจังเลยนะเนี่ย...ไม่เอาแหล่ะหนูกลับไปอ่านหนังสือดีกว่า เดี๋ยวเช้าหัวจะกลวงงานจะเข้าเปล่า ๆ ค่าหน่วยกิจยิ่งแพง ๆ อยู่ด้วย...ไปแล้วนะเจ๊นิ พี่กิจ”...

“เออ...ไปเหอะ ๆ ทำข้อสอบให้ได้นะเว้ย”...นิกิพยักหน้ารับขณะที่แอมหยิบกระเป๋ามาถือลุกขึ้นยกมือไหว้ลากิจกับนิกิ แล้วก็เดินออกไป...

“ไง...ไม่คุยกับแขกต่อเหรอ”...กิจหยิบส้อมมาจิ้มหมูยอในจานยำวุ้นเส้นเข้าปาก

“คอแห้งอ่ะเลยเข้ามากินน้ำก่อน เดี๋ยวค่อยไปคุยต่อ”...นิกิหยิบขวดน้ำยกขึ้นดื่ม

“ดูถูกคอกันดีเนอะ”...กิจยังคงจิ้มยำวุ้นเส้นเข้าปากแบบชิล ๆ ถามต่อแบบไม่มองหน้า

“ใคร?”...นิกิชะงักลดขวดน้ำหันมาถามกิจงง ๆ

“ก็คุณแน็คไง”...กิจยังคงทำเป็นไม่สนใจต่อไป

“อ๋อ...ไอ้แน็คอ่ะเหรอ”...นิกิพูดยิ้ม ๆ ก่อนจะยกน้ำขึ้นดื่มต่อ ผิดกับกิจที่วางส้อมหันมาถามแบบเก็บอาการอยากรู้ไว้ไม่อยู่

“ไอ้แน็ค...โอ๊ะโหหหหห เดี๋ยวนี้แกสนิทกับเขาขนาดเรียกไอ้เลยเหรอ”...

“นี่แกนินทาอะไรชั้นกับไอ้หมวยมันล่ะซิท่า”...นิกิพูดแบบรู้ทัน หน้าระบายไปด้วยรอยยิ้ม

“เออ ๆๆ...แหม...ก็คนมันชักผิดสังเกต...มีอะไรจะเล่ามั้ยเนี่ย”...กิจวางส้อม เอามือเท้าคางเตรียมฟังเรื่องราวเต็มที่...

“ไม่มี๊......”...นิกิยังคงยิ้มพลางปฏิเสธสั้น ๆ แล้วก็นิ่งไม่พูดอะไรต่อ ทำเอากิจทิ้งมือลงบนโต๊ะแบบหมดอารมณ์

“อู้ยยยย รมณ์เสีย...นิสัย ยิ่งรู้ว่าเพื่อนอยากรู้ยิ่งทำเฉย”...กิจพูดแบบกระเง้ากระงอดเรียกรอยยิ้มบนใบหน้าของนิกิมากขึ้นที่รู้ทันเพื่อน

“ก็ไม่มีไรจริง ๆ...แค่คุยถูกคอนิดหน่อย เห็นอย่างนั้นแน็คมันขี้เล่นจะตาย...ปากไวใช้ได้ กวนดี”...นิกิพูดยิ้ม ๆ ส่วนกิจก็ทำท่าตั้งใจฟัง นิกิเห็นก็แกล้งนิ่งไปอีก...

“อะไรอีกล่ะ...ลีลาจริงนะ”...กิจทำท่าเซ็งที่นิกิไม่เล่าต่อ

“ก็จะให้มีอะไรล่ะ...แหม...จะรีบไปไหนย่ะ แผลเก่ายังไม่หายดี จะหาเรื่องอีกเหรอ”...รอยยิ้มบนหน้านิกิจางไป ดวงตามีแววเศร้าวูบหนึ่งก่อนจะพูดต่อ... “เฮ้ย...ได้เวลาเราต้องขึ้นแล้วอ่ะ แล้วก็เพลา ๆ หน่อยอย่ากินมากนักไอ้กิจ เดี๋ยวจุกแล้วจะอิมโพรไวซ์ไม่ไหวนะเว้ย...ฮ่าฮ่า”...แววเศร้าในตากลมคู่นั้นหายไป รอยยิ้มกระจ่างกลับมาที่ใบหน้าขาว แก้มเต็ม ปากอิ่มแดง เหมือนเดิม นิกิลุกขึ้นเตรียมขึ้นไปร้องในช่วงต่อไป

“เออ...หยุดกินก็ได้...ส่วนเรื่องที่ค้างไว้ วันนี้ยังไม่เล่าวันต่อไปก็ต้องเล่า...ยังไงแกก็ไม่เคยมีความลับกับชั้นอยู่แล้ว”...กิจรวบช้อนส้อม พูดแบบมั่นใจก่อนจะหยิบน้ำขึ้นดื่ม

“เออ ๆ...พ่อคนรู้ใจ ไว้มีอะไรแล้วจะเหล้าพร้อมโซดาเลย...แต่ตอนนี้มันไม่มีอะไรต่างหากล่ะ ชั้นขึ้นเวทีก่อนนะ”...

“อืมมมมม ส่วนชั้นขอไปส่งแฟ็กซ์ก่อน...เหอ ๆ”...ทั้งคู่ต่างขยับตัวแยกกันไปคนละทางเพื่อปฏิบัติการที่ทำให้ตัวเองมีความสุขทั้งคู่ (ตกลงที่กิจเลิกเซ้าซี้เพราะต้องไปส่งแฟ็กซ์รึเปล่า -*-)...


*********************update 8/12/52*********************







 

Create Date : 03 ธันวาคม 2552
5 comments
Last Update : 25 มิถุนายน 2553 20:33:45 น.
Counter : 317 Pageviews.

 

ตามมาอ่านต่อค่ะ

มีตัวละครใหม่ ๆ เพิ่มมาอีก 2 คน
งั้นก็แสดงว่า .. เรื่องนี้ยังไม่จบง่าย ๆ ใช่ไหมคะ

รอลุ้น รออ่านตอนต่อ ๆ ไปค่ะ

เอ .. สงสัย (อีกแล้ว ) อยู่อย่างหนึ่ง
สงสัยว่า .. น้องบิวนี่เป็นเด็กเส้นหรือเป็นหลานคนเขียนหรือเปล่าคะ
ทำไมมีบทเด่น .. ทู้กกกกตอนเลย

 

โดย: กาลครั้งหนึ่งเมื่อวานนี้ 3 ธันวาคม 2552 19:22:16 น.  

 

โหยยยยย แม่กาลฯ สงสัยแต่ละอย่าง...ชั้นไม่รู้จะตอบยังไงเลยอ่ะ...

แต่ในฐานะที่เป็นผู้ติดตามคนเดียวที่มีอยู่ ชั้นจะตอบแบบตรง ๆ เลยนะ(ตามที่ชั้นเพิ่งวิเคราะห์ตัวเองเมื่อกี้นี่เอง )...

คืออย่างที่บอกว่ามันเป็นการทดลองเขียน ชั้นก็ลองแต่งไปมั่ว ๆ แบบไม่มีพล็อตใด ๆ ทั้งสิ้น...เรียกว่าแล้วแต่ตัวละครพาไป...ตอนแรกชั้นกะจะแต่งให้ได้เยอะ ๆ แล้วค่อยส่งการบ้านทีเดียว...แต่มาคิดอีกทีถ้าทำแบบนั้นชาตินี้คงไม่ได้ส่งการบ้าน เพราะชั้นคงแก้ไปแก้มาอยู่นั่นแหล่ะ...ตามประสาคนมีต่อมเหตุผลโต...

ดังนั้นมันต้องใช้วิธีแต่งไปลงไป เพราะชั้นไม่มีพล็อต ถ้าไอ้ที่แต่งไปแล้วมันทำให้เกิดปมอะไรโดยไ่ม่ตั้งใจ ชั้นก็ใช้วิธีคิดหาเรื่องราวอะไรก็ได้ไปแก้ปมนั้นโดยยึดให้มันสมเหตุสมผล...คือเรื่องจะเป็นยังไงต่อไปก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามที่ควรเป็น...

ตอนที่ลงครั้งแรกไปแล้ว พอจะมาแต่งต่อชั้นอ่ะอยากจะไปแก้ไอ้ที่ลงไปแล้วแทบแย่...แต่ก็บังคับตัวเองไม่ให้แก้แต่ให้หาทางเดินเรื่องต่อ (อาจจะเรียกว่าแถก็คงได้ 555+)...แล้วมันเป็นแบบนี้ทุกตอนเลยอ่ะ จนตัวชั้นเองยังอยากรู้เลยว่าเรื่องมันจะดำเนินต่อไปยังไง(วะ)...

พอน้องกาลฯ ถามชั้นเลยลองไปอ่านทวนดู...เออ...มันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ ด้วย...ชั้นก็นั่งหาเหตุผลว่าทำไมเจ้าบิวมันได้บทเด่นจังวะ...ได้คำตอบว่า...เพราะโดยบุคลิกเจ้าบิวมันเป็นเด็กที่คิดอะไรแล้วพูดออกมาเลยไง...ต่างจากคนอื่นที่มักจะมีมุมที่ชอบเก็บเรื่องไว้กับตัวเองไม่ค่อยพูดตามที่คิด...ชั้นเลยเหมือนถือโอกาสให้เจ้าบิวมันเป็นคนพูดเพื่อให้เรื่องมันเดินต่อไปได้...แบบมันเป็นไปโดยไม่รู้ตัว สงสัยคงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการที่จะอธิบายเรื่องที่มันเกิด...

ไม่อยากจะบอกว่า...ชั้นไม่ได้อ่านนิยายแบบที่มีบทโรแมนติกมาเป็นชาติแล้วมั้ง (เกินไป ๆ ป้า...แต่ก็ไม่ได้อ่านมาหลายปีแล้วอ่ะ -*-)...นี่ชั้นลงทุนไปตั้งใจดูครูกุ๊กกับนู๋อรินตัวแสบเลยนะเนี่ย...เผื่อจะมีอารมณ์วูบวาบช่วยให้เรื่องนี้มันมีสีสันบ้าง...แค่นี้ชั้นก็ว่ามันจืดชืดจะแย่แล้ว -*-...

นี่ถ้าชั้นเชี่ยวชาญการแต่งเรื่อง...จะถามแม่กาลฯ ว่าอยากให้ใครเป็นพระเอก นางเอกหรืออยากให้ใครคู่กับใคร ชั้นจะแต่งเอาใจคนอ่าน(คนเดียว)เต็มที่เลยอ่ะ...แต่นี่ชั้นมันมือใหม่ ชั้นคงไม่สามารถบังคับตัวละครได้...ชั้นก็รอดูอยู่ว่าเรื่องจะเ็ป็นไงต่อ...เหอ ๆ

โอ้...มันช่างเป็นการแต่งเรื่องแบบเรียลลิตี้จริง ๆ...

ปล...ถ้าชั้นแต่งเรื่องด้วย แล้ววิจารณ์เรื่องที่ตัวเองแต่งด้วย มันจะบ้าไปมั้ยเนี่ย...

 

โดย: All bread 3 ธันวาคม 2552 23:24:12 น.  

 

แวะมาตามติด-ติดตามต่อ

โหยยยย พี่หนมปังแนวมากค่ะ .. แต่งแบบเรียลลิตี้
อย่างนี้คนเขียนกับคนอ่านก็ต้องลุ้นไปพร้อม ๆ กันเลยสิคะ

ไม่อยากบอกเหมือนกันค่ะว่า .. ไม่ได้อ่านนิยายไทยมานานมากแล้ว (ไม่นับนิยายในเรือนแม่ชม)
เรื่องสุดท้ายที่ติดตามอ่านในสกุลไทยจนจบครบทุกตอน .. คือเรื่องวสันต์ลีลา ของแก้วเก้า (น่าจะประมาณ 10 ปีได้แล้ว)
คงเป็นเพราะเข้าสู่วัยเรียนหนัก .. ต่อด้วยวัยทำงานเหนื่อย .. ก็เลยห่างเหินการอ่านนิยายให้สนุก .. ไปเลย

แต่ยังจำความรู้สึก .. ตอนที่ต้องรอวันพุธ .. วันที่สกุลไทยวางแผง
แล้วรับอาสา (และรับเงิน) น้าไปซื้อ .. เพราะอยากอ่านเร็ว ๆ

ชอบอารมณ์ตอนที่รอ ๆ ลุ้น ๆ นิยายตอนต่อ ๆ ไป .. หรือเวลาอ่านตอนใหม่แล้วลืมตอนเก่า
ต้องไปนั่งรื้อนั่งเรียงหนังสือเล่มเก่า ๆ เอามาอ่านซ้ำตอนที่แล้ว
อ่านจบก็ต้องรอวันพุธหน้าอีก .. วนเวียนไปเรื่อย ๆ จนนิยายเรื่องนั้นจบ

รู้สึกว่าการอ่านแบบนี้สนุกกว่าการอ่านแบบพิมพ์รวมเล่มรวดเดียวจบ
เพราะนอกจากความสนุกจากนิยายแล้ว .. ยังได้ลุ้น ได้จินตนาการ
ได้ทายใจคนเขียน ได้คิดได้ลองตัดสินใจแทนตัวละคร

ตอนนี้ก็เลยขอสมัครเป็นผู้อ่าน .. และผู้ต้องสงสัย ( คือสงสัยได้ทุกตอน)
สงสัยว่า .. เมื่อไหร่จะเปิดให้โหวตจับคู่ตัวละคร (เลือกได้ 1 คู่แล้ว .. อยากรู้ไหมคะว่าคู่ไหน )


ปล. - พี่หนมปังควบตำแหน่งคนเขียน-อ่าน-วิจารณ์ สามคนในร่างเดียวไปเลยค่ะ .. น้อง ว. อนุญาต

 

โดย: กาลครั้งหนึ่งเมื่อวานนี้ 7 ธันวาคม 2552 23:28:39 น.  

 

หู้ยยยย แม่กาลฯ ไอ้เรื่องลุ้นนิยายรายสัปดาห์อ่ะชั้นถนัดมาก...

ก็อย่างที่รู้กันว่าสมัยก่อน (น้านนนน นานมาแล้ว) บ้านชั้นเป็นร้านหนังสือ...เพราะฉะนั้นชั้นถนัดนักเรื่องอ่านนิยายเป็นตอนๆ...แต่ชั้นไม่ต้องรอนานเพราะชั้นอ่านทุกเล่ม บางกอก สกุลไทย จักรวาล ทานตะวัน...ไปจนถึงพวกรายปักษ์ รายเดือน กุลสตรี ขวัญเรือน สตรีสาร ฯลฯ...ชั้นอ่านหมดเลย (ตกลงชั้นอ่านหนังสือเป็นงานหลัก เฝ้าร้านเป็นงานรองใช่มั้ยเนี่ย -*-)...เรื่องไหนอ่านแล้วประทับใจค่อยไปซื้อแบบรวมเล่ม...แต่ชั้นไม่มีแบบไปรื้อเล่มเก่ามาอ่านนะ...เพราะส่วนใหญ่ขายหมดไม่มีเหลือ หรือถ้าเหลือแม่ชั้นก็คืนสนพ.หมด...เหอ ๆ

ตกลง...แม่กาลฯ ชอบลุ้นเป็นตอน ๆ งั้นชั้นจัดให้...เอาเป็นรายเดือนเลยดีมั้ย (ยิ่งคิดไม่ค่อยออกอยู่ 555+)...แล้วคู่ที่เลือกแล้วนี่มันคู่ไหนอ่ะ ถ้าให้โหวตครั้งละ 12 บาทจะโหวตมั้ย...

ปล...ทุกวันนี้ควบตำแหน่งงานก็มึนตึ้บไปหมด...เอาเป็นแค่เขียนเอง อ่านเองก็พอ...ส่วนวิจารณ์ขอเก็บไว้ในใจ...แค่นี้ก็เอ๋อ ๆ ต๊อง ๆ จะแย่แล้ว...

 

โดย: All bread 9 ธันวาคม 2552 0:09:37 น.  

 

ลืมไปว่าเรื่องนี้ยังเปิดตัวนักแสดงไม่ครบทุกคน
งั้นอย่าเพิ่งให้โหวตเลยค่ะ .. รอตัวละครที่เหลือก่อน

พี่หนมปังจะมาลงตอนต่อ ๆ ไป .. เป็นรายเดือน - รายปักษ์ - รายสัปดาห์ .. ก็ได้ค่ะ
แต่ไม่เอาแบบ 4 ปีมีครั้ง อย่างฟุตบอลโลกนะคะ





 

โดย: กาลครั้งหนึ่งเมื่อวานนี้ 12 ธันวาคม 2552 15:08:19 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


All bread
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ไม่รู้สิ!!ยังไม่เข้าใจตัวเองเลย...สงสัยว่ากำลังอยู่ในช่วงค้นหา ว่าแต่หามาก็หลายปีแล้ว ทำไมมันยังไม่เจอซักทีหว่า 555+
Color Codes ป้ามด
Friends' blogs
[Add All bread's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.