Let me not pray to be sheltered from dangers, but to be fearless in facing them. Let me not beg for the stilling of my pain, but for the heart to conquer it.

เฮลซิงกิ [4]

วันที่ 4
14 June 2007

แผนการวันนี้หลังจากเปิดๆ หนังสือนำเที่ยวและพิพิธภัณฑ์ อยู่หลายตลบตลอดคืน
มาจนถึงตอนเช้า ตัดสินใจว่า Design Museum
Architectural Museum และ Design District เป็นเป้าหมายของวันนี้ ..แต่ตอนเช้ากะแวะไปงาน ALLAND ที่ senate square ก่อน
มันเริ่มวันนี้ จัดการอาหารเช้าให้ตัวเองแล้วก็ออกเดินทางค่า..

ออกจากโรงแรมด้วยรถสาย 4 ไปลง Senate Square วันนี้คึกคักเป็นพิเศษแปลกตาจากวันก่อนๆ
เพราะว่าโครงสร้างบูธเป็นรูปเป็นร่างและมีของด้านในแล้ว ลองเดินรอบๆ งาน เป็นงานออกร้านของ ALLAND
ว่าแต่ว่า ALLAND คืออะไร ???...

บรรยากาศที่ senate square


Alland


อย่าช้าเห็นบูธขายโปสการ์ด เลยรีบแถเข้าไป เพราะว่าต้องซื้อและเขียนส่งกลับบ้านและเพื่อนพี่สาวอีกคน
เข้าไปซื้อก็เลยถามว่าเค้า ALLAND คืออะไร ..
ALLAND คือ เกาะๆ หนึ่งที่อยู่ทางตะวันตกของ helsinki และขึ้นกับประเทศฟินเแลนด์
ได้ดังนั้นก็รีบจรดปากการ่างอักขระขอม ..ส่งถึงบ้านและเพื่อนพี่ ..สั้นๆ เกี่ยวกับ ALLAND และงานที่จัดขึ้น
จากนั้นก็ซื้อ stamp และ โปสการ์ดบางส่วนเก็บกลับบ้าน ก่อนสั่งสแตมป์มาติดกับโปสการ์ดที่เขียนเสร็จและฝากส่งๆ
เจ้าหน้าที่ จะนำส่งไป "Japan?" ...
"no no no... Thailand ka" เกือบไม่ถึงที่แล้วเชียว ...


ตู้ไปรษณีย์ alland สู่ ไทยแลนด์


บรรยากาศในงานมีร้านของทีระลึก อาหาร โรงแรม ทัวร์ ของพื้นเมืองมาออกร้านกันหมด ..
ฮิตสุดเห็นจะเป็นเหรียญที่ระลึกค่ะ ...
อุปกรณ์ทำเหรียญที่ระลึก

แต่ว่าไม่ได้ทำมา มันต้องออกแรงทุบ ..ตุ้บๆ ...
แล้วไม่ได้สะสมเหรียญ เลยเดินผ่านมา

มีร้านขาย sculpture ด้วย



ภายในงานการจราจรติดขัดอย่างแรงงงงงงงง...หุหุหุ





รูปข้างบนเหมือนเป็นร้านของเล่นเด็ก

สรุปในงานนี้ อารมณ์ประมาณงานกาชาดบ้านเรา แต่เบาบางด้านประชากรและร้านค้า
เดินพอหอมปากหอมคอ แล้ว กะว่าจะออกไปเตรียมไป เป้าหมายต่อไป คือ Design Museo
แต่ว่าข้ามถนนมายังไม่ทันคล้อยหลัง มองไปเห็นอะไรแว้บๆ ที่ต้นถนน
โอ้โห บุญตา .... มีพาเหรด ..
อยู่ดูซะหน่อย ...




มีเงือกสาว(เสียง) เจ้าเสน่ห์ด้วย ...


บรรยากาศชื่นมื่นดี แท้ ...


จบพาเหรดเดินพ้นขบวนผ่านหน้าเราไปก็ .. ก้มลงดูแผนที่ในมือ ..มันมีพิพิธภัณฑ์แถวนี้อีกที่นี่นา ..
ลองเดินหาก่อน ..(เผื่อฟลุก เก็บตกรายทาง)



เจอแล้ว แต่ ปิด....(เซ็งเป็ด)
ป้ายว่าเข้าฟรีด้วย ..(สงสัยจะเมื่อวาน)

แต่เดินผ่านบ้านหลังนี้ เค้าบอกว่าเป็นหลังที่เก่าแก่ที่สุดที่ก่อสร้างด้วยหินทั้งหมด
ถ้าพิกัดไม่ผิดนะคะ



ทางเดินกลับ ..ขบวนพาเหรดก็กลับด้วย ...


เดินทะลุถนนมาตั้งต้นหน้าจตุรัส Kauppatori
กำลังก้มๆเงยๆ ..ตั้งทิศของตัวเองกับแผนที่เพื่อที่จะไป ...Design Museo อยู่
ก็มีชาย(คาดว่าน่าจะเป็น)ชาวฟินด์ เดินเข้ามาหา ..พร้อมส่งภาษา ที่เราไม่เข้าใจ ...
เราได้แต่ยิ้มแหยๆ ..แล้วบอกตัวเองว่า "ไม่เป็นไร คงมาดี"
ก็ตอบไปว่า .."can u speak english?"
ได้คำตอบมาเป็น " +#@%(#@$#@ $#@$ (*> "

มึนส์ฮะ .. - -' เอาไงกะหนูละพี่ ...
สักพัก ..พี่ชายเริ่มเปลี่ยนแผน ทำภาษามือ ..ด้วยการทำท่า นิ้วชี้สลับกับนิ้วกลางคล้ายท่าเดิน พร้อม sound ประกอบ
"อู้ๆ ติ้ด ติ้ด ติ้ด .. แอ่วๆๆ ติ้ด ติ้ดๆ ติ้ด"


.สลับกับหักข้อมือไปทางซ้ายทางขวา ประกอบ
หลังจากใช้เวลาอยู่นานในการพยายามทำความเข้าใจ ...
เลยคิดว่า พี่เค้านึกว่าเราหาทางไปวิหารเฮลซิงกิ เลยพยายามบอกทางเลย
ให้เดินเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา กลับไปทางที่เราเพิ่งจากมา

ไม่มีอะไรดีไปกว่า แสดงท่าทีว่าเข้าใจ ยิ้มกลับไป พร้อมคำขอบคุณ .. "kiitos"


หลังจากนั้นก็อมยิ้มตลอดวันเมื่อถึงท่าทางที่พี่คนเมื่อกี้ทำ ...
คนฟินน์ใจดี ..^^

มุ่งหน้า design museo ค่ะ
หน้าตึก design museo


เข้าไปละน้า ..ถามที่เคาน์เตอร์ เค้าบอกว่า วันนี้มีเปิด gallery เดียว ถ้าดูคิด 3.5 ยูโร แต่ถ้ามาพรุ่งนี้จะเปิดทุก gallery คิด 7 ยูโร
คำนวณแล้ว มาใหม่พรุ่งนี้ก็ได้ฟระ ..แงแงแง .. (emo)
แต่ขอเข้าห้องน้ำไปที ...ฮิอิฮิ
ห้องน้ำเจ๋งค่า....
กราฟฟิก บอกหน้าตาน่ารัก กลมป้อม


ด้านใน ประตูเป็นบานไม้ แบบจริงๆ (เค้าไม้เยอะ)
พอผลักประตูไฟเปิดเองค่า ..อเมซิ่ง..มาก ..(หรือเค้ามีมานานแล้วหว่า)


เก้าอี้ในห้องน้ำยังมีกราฟฟิก จุ๊บจิ๊บให้ตื่นตา


ออกจาก design museo ก็เลยว่าไป architectural museo ก็ได้ฟระ ..
เดินหา architectural museum อยู่ใกล้กันห่างกันไปแค่สองบล๊อค



เข้าไปจะซื้อตั๋วดูเค้าบอกว่า ตอนนี้ไม่มี นิทรรศการค่า..

โอวววววววมายบุดดาข้าน้อย นี่มันอะไรกัน แห้วล้วนๆ ...

สรุปว่า นอกจากตารางนำเที่ยวที่ระบุแล้วควรเช็คอีกที เพราะว่าไม่ใช่ว่าทุกพิพิธภัณฑ์ จะเปิดตลอด

เอาฟระ ...เดิน design district ก็ได้
design district เป็นโซนๆ ที่ร้านค้าที่ได้รับการรับรองว่าเข้าร่วมกับโครงการ
(อย่างที่เคยบอก คล้ายๆ OTOP บ้านเราแต่เค้ามารวมๆ กันโซนใกล้ๆกัน)

ร้านค้าก็ขายของส่วนมากเป็น เสื้อผ้า ของขวัญและของแต่งบ้าน
ประมาณว่ายกงาน BIG มากันทั้งถนน อะไรแบบนั้น
(หรือคงประมาณ ถนน นิมมานฯ เชียงใหม่บ้านเรา แต่ร้านเยอะกว่านั้นนา)

ได้แต่ วินโดว์ช้อปปิ้งค่ะ ..ราคาไม่น่ารัก เหมือนหน้าตา ...ฮา (เงินมีน้อยใช้สอยประหยัด)
ตรงโซนของdesign district มีส่วนที่เป็น Design Forum จัดแสดงผลงานดีไซน์ แบบเลื่องชื่อไว้ ด้วยนะคะ
เช่น จานแก้วฟรีฟอร์ม ของฝากสุดเจ๋งฝีมือดีไซน์ของ Alvar Alto* ได้แต่ดูค่ะ ซื้อมะไหว
ระหว่างนี้ก็เลย แวะกินกาแฟกะขนมที่นี่ ไป เป็นการพักขาในตัว

ระหว่างพักตา พักขา แล้วก็เริ่มวางแผนว่าจะยังไงต่อดี เพิ่งบ่ายๆ เอง
ก็เลย เล็งแผนที่ design district แล้วก็เทียบกับแผนที่กลาง กะว่าจะไปดูโบสถ์อีกที่ สลับกับเดินดูของ ใน design district
ก่อนเดินกลับ ไปเดินแสกนของฝาก ในเมือง ..เพราะว่ามาหลายวันแล้ว ยังได้ของฝากไม่ครบเลย

ระหว่างนี้ก็ถ่ายเก็บพวก โปสเตอร์ ตึก
งานกราฟฟิกอะไรก็ตามแต่ ..








ออกจาก design forum กำลังเล็งทิศกะถนนเพื่อจะไปโบสถ์ Johannekse kirkko
กำลังยืนเอ๋ออยู่หัวมุมถนนเพราะว่างง ว่าตัวเองตัดออกมาจากเส้นไหน ..
ก็มีเสียงสววรค์ดังมาจาก .. พี่ชายมาดนักธุรกิจที่กำลังข้ามถนนมา ..
"Need some help?"
ก็เลย ตอบไปพร้อมจิ้มนิ้วลงแผนที่ ...พี่ชายก็ชี้มือไปยังทิศที่ถูกต้อง ยิ้มขอบคุณแล้วจากมา
บอกแล้ว คนฟินน์ใจดี

Johannekse kirkko






ถ่ายรูปหน้าโบสถ์ชื่นชม ..อยู่พักใหญ่ก็
วางแผนกลับไปห้าง ..เพื่อจะดูรายการซื้อของฝากไปนำเสนอท่านพี่
ขากลับเดินผ่าน scandinavian theatre ด้วย ...
หน้าตาแบบนี้ ..แต่ก็ดูแค่ข้างนอก ฝนโปรยๆ



ฝนตกพรำๆ ตลอด ..ขณะที่อากาศเย็น รู้สึกเหมือนจะป่วยเลยคิดว่า กลับเร็วหน่อยดีกว่า
เพราะว่าพรุ่งนี้มีโปรแกรมต้องไปอีกที่ (แล้วต้องกลับมา design museo ด้วย ..ฝากไว้ก่อนเต๊อะ..)

ฝนตก แต่ดีไซน์ยังอยู่ ..
มาริเมกโกะ สุดฮิต ...
ลายเสื้อกันฝน ...อยากได้มั่ง ..แพงหลาย ...


ขากลับแวะซื้อแมคโดนัลด์ด้วย ... มื้อเย็นสำหรับวันนี้
ดูหน้าตาเมนูแบบที่บ้านเราไม่มี ...เอาเมนูที่มันโปรโมชั่นแหละ .
ไปนั่งกินลมชมวิว ..ที่ระเบียงแทน ...จะได้นอนไว ..




มันรสแบบเครื่องเทศๆ เม็กซิกันนะ อันนี้ จำชื่อไม่ได้แล้วไม่ได้จดไว้
มีแบบสเน็คที่เป็นเหมือนคอนเน่ แต่เป็นเผือกทอด โรยๆ ด้วยอ่ะ ...ชอบ...อิอิอิ..
(ที่เห็น เอาท์ๆ อยู่ขอบภาพ)

สรุปวันนี้ ภารกิจไม่บรรลุ นอกจาก design district แต่ว่าไม่ได้มีรูปมาเลย ..

เสร็จแล้วอาบน้ำแปรงฟัน ซัดยาไปหนึ่งเม็ด นอนโลดค่า พบกันใหม่ วันพรุ่ง


 

Create Date : 22 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2551 16:22:32 น.  

เฮลซิงกิ [3]

13 June 2007

เป็นวันที่ต้องเที่ยวคนเดียวแล้ว เพราะว่าคุณพี่ไปประชุมแล้ว
ก็กะว่าจะออกสายเล็กน้อย เพราะว่าจะรอดูว่างานมีปัญหาหรือเปล่า เป้าหมายของวันนี้เป็นสองพิพิธภัณฑ์หลักค่ะ คือ
ATENEUM และ KIASMA

แต่จากหนังสือที่หยิบมาจากสนามบินและโรงแรม อยากจะบอกว่า Helsinki เป็นเมืองที่มีพิพิธภัณฑ์มากมายมหาศาล
ตั้งกะแสตมป์ ยันรถราง มีสมุดเฉพาะนำเที่ยวพิพิทธภัณฑ์เลยด้วยค่ะ จะบอกรายละเอียดว่าเปิดวันไหนบ้าง กี่โมงถึงกี่โมงและเสียค่าเข้าชมหรือไม่ค่ะ
(รูปหนังสือพิพิธภัณฑ์ - หาไม่เจอ ..ต้องรื้อขนานใหญ่ แหะแหะแหะ ติดไว้ก่อน)

แต่ไปแบบไม่เร่งรีบเพราะว่า มีกำหนดแค่สองที่เลยเดินเอื้อยเจื้อย เล็กน้อย แวะโน่นดูตึกข้างทาง

คนส้ม :



facade ตึก ..



ร้าน kappali ในหนังสือนำเที่ยวที่ติดไปเค้าว่าเป็นแหล่งพบปะสุดฮิต ของที่โน่น


ดอกไม้ไม๊คะ
(อันนี้ชอบเป็นการส่วนตัว แพคกิ้ง น่ารักดี )



ฟ้าอึมครึม .. (ยามเช้า ที่นี่ ฟ้าดูกลับตาลปัตร ไงไม่รู้ เช้าๆ ฟ้าไม่ค่อยใส ต้องบ่ายๆเย็นๆ หน่อยจะแจ่ม)


พิพิธภัณฑ์แรกที่แวะ จะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟเมื่อวานค่ะ ...
ATENEUM





ATENEUM (อันนี้ห้ามถ่ายภาพ)
เสียเงินแล้วก็ได้เป็น สติ๊กเกอร์มาค่ะ ติดเสื้อ
(ติดเสร็จงัดกลับมาติดสมุดไว้เป็นที่ระลึก)


ATENEUM เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติด้วยนะคะ
เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงงานศิลปะตั้งแต่ยุคก่อน และรวมถึงศิลปะร่วมสมัยอย่างมัลติมีเดียค่ะ ..
ห้องจัดแสดงแยกตามศิลปิน เป็นห้องๆไป และห้องบนสุดจะเป็นห้องจัดแสดง ที่เปลี่ยนไปตาม event
อันศิลปะแบบโบราณร่วมสมัยส่วนมากจะเป็นภาพคน พอร์ทเทรต อื่นๆ ...
แต่ที่ดูนานก็จะเป็นพวก งานกึ่งๆ experimental ของมัลติมีเดีย เพราะว่ามีหลายเรื่อง นั่งดูอยู่นาน จนจบ 3 เรื่อง
ส่วนมากเป็นงานผสานระหว่างงานกราฟฟิก โดยการเล่นเรื่องของภาพและพื้นภาพ มีสี ลวดลายเข้ามาเกี่ยวข้อง
สรุปว่า ก็ดีค่ะ ...
แต่อธิบายไม่ถูก (ความรู้เชิงศิลปะ บริสุทธิ์มีน้อย ได้แต่ดู แหะแหะแหะ)

อีกรูป




เสร็จจาก อันนี้ ไปต่อที่ KIASMA เลยค่ะ


พิพิธภัณฑ์ที่ 2 KIASMA (สร้างในปี 1933-1998) เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย
ตั้งอยู่บนถนน Mannaheimintie ในเฮลซิงกิ (อยู่ติดกับที่ทำการไปรษณีย์ และอนุสาวรีย์ของท่านนายพล Mannerheim)


ออกแบบโดยสถาปนิก นามว่า Stenven Holl



อาจจะดูมึนส์ๆ หน่อยที่ ทำไมฟินแลนด์มีชื่อมากมายเรื่องการออกแบบ
แต่พิพิธภัณฑ์ เป็นฝีมือของ สถาปนิกอเมริกัน นามว่า Steven Holl

ตัวตึกของพิพิธภัณฑ์ได้มีการจัดแข่งขันประกวดแบบ ในปี 1992
โดยแบบที่มุ่งหวังให้เป็นการประกวดของสถาปนิกประเทศในกลุ่ม Nordic* และ Baltic **
โดยการประกวดแบบมี 5 ชาติส่งเข้าร่วม ในกลุ่มนี้มี 1 รายที่เป็นชาวสหรัฐฯ
ในปี 1993 ผลงานของ Steven Holl ได้รับการคัดเลือกให้จัดสร้าง
การก่อสร้างเต็มไปด้วยเรื่องราวของความขัดแย้ง และไม่เห็นด้วย
kiasma เริ่มสร้างในปี 1996 และเปิดดำเนินการในปี 1998

ก่อนและระหว่างการก่อสร้าง ก็ยังคงมีการถกเถียงกันในหลายกรณี เรื่องที่เป็นข้อถกเถียงกันมากที่สุดคือที่ตั้งของ kiasma
ที่จะตั้งอยู่หลัง รูปปั้น equestrian (รูปปั้นม้าขี่ รูปปั้นอัศวินบนหลังม้า) ของนายพล Mannerheim
และติดกับที่ทำการไปรษณีย์กลาง โดยตำแหน่งที่ตั้งนี้ถูกวิจารณ์ว่าแคบเกิน และไม่เหมาะสม
และตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ทีจะสร้างขึ้น ก็ถูกร้องเรียนว่าจะเป็นตัวทำให้สภาพแวดล้อมนั้นเสียหาย และเป็นฉากหลังที่ไม่ค่อยเหมาะนัก
สำหรับรูปปั้นของท่านนายพลผู้ที่เป็นวีรบุรุษของชาวฟินแลนด์
(ท่านนายพลเป็นเชื้อสายชนชั้นสูงของฟินแลนด์ เคยเป็นผู้สำเร็จราชการของฟินแลนด์ปี 1918–1919
และดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี คนที่ 6 ของฟินแลนด์ ปี 1944–1946 - จากวิพิกีเดีย)




ภาพที่ทำการไปรษณีย์ตรงหัวมุมถนนพอ เลยมาปั๊บตรงนี้เป็นลานเล็กๆ ขั้นระหว่างที่ทำการไปรษณีย์กับ kiasma ค่ะ





และการเลือกแบบของสถาปนิกชาวอเมริกันแทนที่จะเป็นแบบของนักออกแบบสมัยใหม่ของชาวฟินแลนด์ก็ยิ่งก่อให้เกิดปฎิกิริยาต่อต้านมากขึ้น
มีกลุ่มการเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านการก่อสร้าง kiasma ขึ้น โดยหยิบยกเรื่องของโครงสร้างวัสดุที่ใช้สำหรับทำหลังคาไม่เหมาะต่อสภาวะอากาศในแถบเหนือ
เรื่องรอยต่อของแผ่นโลหะที่ใช้ในการก่อสร้าง มีการล่ารายชื่อถึง 20000 ชื่อเพื่อคัดค้านการสร้าง kiasma ครั้งนี้
แต่อย่างไรก็ดีท้ายที่สุด kiasma ก็ได้ถูกสร้างขึ้น และเสียงต่อต้านก็ได้ลดลงตามลำดับ
Kiasma ยังกลายเป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับการยอมในกลุ่มสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ อีกด้วย

จากประวัติของ kiasma เราก็เข้าไปดูกัน ...
ประตูทางเข้าค่ะ


ด้านล่างเข้าประตูไปก็มี counter ขายบัตรค่ะ ถ้าแสดงบัตรว่าเป็นนักเรียนอยู่ได้ลดนะคะ แต่ว่าไม่ได้เป็นแล้ว อดไปซะ .
ได้มาเป็นสติ๊กเกอร์ วงกลม มีรูปตัว K



ต้องฝากเสื้อกันหนาวและข้าวของนะคะ ทางด้านซ้ายประตูมีห้องฝากของค่ะ
ส่วนด้านขวา เป็นร้านขายของที่ระลึกค่ะ ...
ด้านในพิพิธภัณฑ์ เป็น slop แบบให้เดินดูเพื่อความต่อเนื่องค่ะ แต่เราดันเดินย้อนศร ฮิฮิฮิ...

space ภายในพิพิธภัณฑ์ ...งามงดน่าดู
(แต่ไม่อยากจะคิดถ้าเป็นยุคก่อนๆ ที่เขียนแบบด้วยมือ ไม่มีคอม แล้วตัดรูปด้านรูปตัด คงมันส์พิลึก..)









งานที่จัดแสดง มีหลายงานที่น่าสนใจค่ะ
ห้องนี้เป็นงานจัดแสดงงานออกแบบผลิตภัณฑ์สมัยใหม่หน่อยค่ะ คือ เค้าจะไปทำวิจัยว่ามีธุรกิจหรือการผลิตอะไรที่เป็นของชาวฟินแลนด์แท้ๆ
แล้วก็มาพัฒนาให้ธุรกิจนั้นผลิตของรูปแบบใหม่ๆ ค่ะ
(ไม่ได้ถ่ายของมา ติดมาแต่ผนัง เสก็ตช์น่ารักดี ยกตัวอย่าง เช่น มีโรงงานผลิตกระเป๋าเด็ก (เป้สะพายหลัง)
เค้าก็มาคิดประยุกต์เป็นแบบแบบมี hood ด้วย อะไรแบบนี้เป็นต้น



ห้องนี้เป็นการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาดัดแปลง ..นี่เหมือนเอาปล่องอะไรสักอย่างจากรถไถ ..
มาแปลงเป็นกล่องไฟ ให้ แสงและเงาสวยดี



มีอยู่ห้องนึงเจ๋งมาก ไม่ได้ถ่ายแสงไม่พอ มือสั่น .. เค้าถ่ายภาพลมค่ะ
ปกติ เรามองไม่เห็นลมกันใช่หรือเปล่า แต่ว่า เค้าพยายามที่จะสื่อว่า ลม เป็นสิ่งที่จับต้องได้ ด้วยการทดลองหลายๆ แบบเพื่อที่จะให้เห็นตัวตนของลม
เช่น เอาไฟไปจุดกับยอดไม้ เอาปากกาไปผูกกับกิ่งไม้ พอลมพัด มันจะร่างเป็นรูป อะไรแบบนี้ ...ไอเดียคิดดีนา เราว่า

อันนี้งานอื่นๆ บางอันหาที่บรรยายไม่เจอ แต่สวยดีก็ถ่ายรูปมาค่ะ








ในตึกจะแยกเป็นห้องๆ โซนๆ ไป ประตูแยกหน้าตาแบบนี้ ดีไซน์แบ่งช่องน่ารักดี ..คิดถึงงานของ Piet Mondrian




แสงและเงา ที่เกิดจาก furniture ภายใน กับโครงสร้างอาคาร




ดูถ้วนทั่วแล้วก็แวะซื้อของในพิพิธภัณฑ์
ออกมาก็ถ่ายรูปโดยรอบของ kiasma มาให้ชมค่ะ
ด้านนอก ออกประตูมา ..สักแช๊ะ


รูปปั้นท่านนายพล ด้านหน้าค่ะ


ภาพอาคารด้านนอก ...โมเดิร์น หลาย ...








แวะเข้าไปกดภาพในสถานีรถไฟอีกรอบด้วยวันนี้ ..






เสร็จสิ้นภาระกิจของวันนี้
ก็เตรียมกลับห้องค่ะ .... เดินผ่านเค้ามีรณรงค์กันน่ารักดี (อ่านไม่ออก)
เก็บภาพมาฝาก ...


ขึ้นรถรางกลับ ...
KIASMA จากหน้าต่างรถ ค่ะ


ขาเดินกลับโรงแรม ทะเลสาปหน้าโรงแรม ..สวยดี



หมดวัน หมดพลัง นอนค่ะ ..^^

 

Create Date : 15 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2551 1:48:44 น.  

Helsinki [2]

12 June 07

ตื่นแต่เช้าเพราะว่าวันนี้เป็นวันที่จะได้เที่ยวก่อนที่คุณพี่สาวจะต้องเข้าประชุม ประเดิมมื้อแรกกะอาหารเช้าของโรงแรม ..." ครัวซองคต์ อร่อยมากกกก"
มัฟฟินอร่อยดี เบเกอรี่อร่อยทุกอย่าง ..เต็มสตรีม ...คุกกี้ ...แอบเห็นแซลมอน ชีส..(แต่ไม่กิน ^^') ซัดแต่เบเกอรี่ กะซีเรียล แถมโยเกิร์ตนิดหน่อย
อร่อยมา เลยแอบแฮป...มัฟฟินไปกินข้างนอกด้วย .
อาหารเช้าค่ะ



วันนี้เป็นวันชาติฟินแลนด์ค่ะ .. ตามแผนที่วางไว้ และได้รับการแนะนำจากเพื่อนของเพื่อนชาวฟินแลนด์ บอกว่าวันนี้มีงานหลายจุด แต่ตั้งใจจะไปที่ Cathedal of Helsinki
ก่อน ขอแผนที่จากรีเซฟชั่นโรงแรมแล้วก็ไปรอที่ป้ายรถราง ที่ไปสำรวจเมื่อวานค่ะ ... ซึ้อตั๋วกะพี่คนขับปั๊บก็นั่งพร้อมสำรวจเส้นทางกะแผนที่คู่กันไป
อันนี้ไม่ต้องกังวลเลย รถรางสาย 4 มุ่งตรงใจกลางเมืองเลยค่ะ 2 Euro เท่านั้น (แพงจัง T - T)

รถรางฮ่ะ


บรรยากาศชาติฟินแลนด์




พอรถเลี้ยวเข้าถนน "Alexsanterinkatu" ซึ่งเป็นถนนแยกจากถนนสายหลัก (ถนน Mannerheimintie) ของเมือง ก็ลงป้ายที่ 3 ป้ายรถอยู่ข้างๆ วิหารพอดี
ถนน Alexsanterinkatu นี่เป็นถนน Shopping มีร้านค้า โรงแรม ห้าง เปิดเกาะๆ กันไป ..แบรนด์ที่เห็นชินตา ก็ zara หัวถนน ก็มีห้างที่ใหญ่ที่สุดคือ
Stockmann อยู่หัวถนนเลยทีเดียว




หัวมุมห้างมี sculpture รูป..(อะไรน่ะ ดูเอง)


วิหารเฮลซิงกิ Tuomiokirkko - lutheran catheral
(สะกดถูกป่าวไม่แน่ใจ จะค้นให้อีกที เพราะว่าตอนนี้แกะลายมือตัวเองไม่ออกเหมือนกัน)
หรือ สั้นๆ ง่ายๆ แบบเราเข้าใจว่า Cathedral of helsinki เป็นวิหารโดมห้าหลัง
ด้าหน้าวิหาร เป็นจตุรัส Senate Square มีรูปปั้นของ อเล็กซานเดอร์มหาราชยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ ...ตอนที่ไปถึง จตุรัส วุ่นวายพอประมาณเพราะว่ามีการเตรียมพื้นที่จัดงาน
จากบ้าน เห็นว่า ชื่อ "ALLAND" กำลังสร้างบูธกันขมีขมัน เลยเข้าไปสำรวจวิหารและถ่ายรูปตามมุมต่างๆ

มุมโบสถ์จากคนตัวจ้อยๆ ที่บันไดล่างสุด



อีกมุม



โบสถ์แห่งนี้ถือเป็นความภูมิใจของชาวฟินแลนด์ ด้านความงาม ..เป็นโบสถ์สีขาว โดมห้าหลัง
(me// คาดว่าน่าจะมีส่วนของสถาปัตยกรรมยุคคลาสสสิค พวกกรีก อยู่ เห็นจากเสาคอรินเชียส (มั่วได้อีกแก๊))
ภายในวิหารทาสีโทนสว่าง (น่าจะขาว หรือ ออฟไวท์) เดินดูรอบๆ เลยซื้อโปสการ์ดกลับมาสองใบ
ปล. ที่โบสถ์เข้าห้องน้ำฟรีค่ะ ใช้บริการก่อนออกอากาศข้างนอกเย็น และบางที่เสียตังค์ 555
ภายในวิหาร ค่ะ


อีกรูป










รูปปั้นอเลกซานเดอร์ตรงซีเนทสแควร์ค่ะ
(เอารูปมาจากวันอื่นนะคะ วันแรกมีคุณพี่อยู่ในภาพด้วย)
แถมฝนฟ้าก็อึมครึมซะ




รายละเอียดประติมากรรมรอบๆ รูปปั้น ท่านอเลกซานเดอร์


ออกจากโบสถ์เราเดินไปตามถนน Sofiank ถนนนี้ เป็นถนนที่ตรงกับวิหารเฮลซิงกิและซีเนทสแควร์ สามารถมองเห็นวิหารจากปลายถนนอีกทางได้
ในซอยจะมีร้านขายของที่ระลึกและร้านค้าเป็นระยะๆ ไปค่ะ ในซอยมีประวัติเรื่องราวของถนนเส้นนี้ เค้ามีอนุรักษ์ตู้โทรศัพท์โบราณ และบ่อน้ำบาดาลเและเครื่องสูบเก่าไว้
(ตอนหลังมาอ่านหนังสือ ถึงรู้ว่า ถนนเส้นนี้ถือเป็นพิพิธภัฑณ์กลางแจ้งพิพิธภัณฑ์นึงค่ะ)

น้องกวางหน้าร้านของที่ระลึก


ตู้โทรศํพท์ และ มองย้อนกลับไปที่วิหารเฮลซิงกิ




ถ้าเดินจากซีเนทสแควร์ไปตามถนนเส้นนี้ จะไปโผล่ที่ปลายอีกด้านนึง คือ แถบท่าเรือค่า
เป็นจตุรัสแถบท่าเรือง เรียกชื่อว่า "Kauppatori" เป็นตลาดนัด มีคนมากมายมาขายของที่ระลึก อาหาร และ ผลไม้ ..มีคาเฟ่กลางแจ้งน่ารักๆ ..
(ร้านค้าแผงลอยข้างทางบ้านเราถ้าเป็นแบบนี้กิ๊บเก๋น่าดู น่านั่งด้วย แต่ก็นะบ้านเค้าไม่ร้อนนี่หว่า ^^')



กลางจตุรัสมีอนุสาวรีย์รูปนกอินทรีย์ เป็น landmark บรรยากาศดีมากๆ (ส่วนนึงมาจากอากาศดี) อาหารสีสันล่อตาล่อใจ เลยซื้อสตอเบอร์รี่มากกินกันค่ะ 3-5 Euro ต่อลิตร
แต่ลูกเป้งๆ มาก หวานๆ (แอบเปรี้ยวนิดหน่อย) ปากแตกกันอยู่ กินเข้าไปแสบจี๊ดขึ้นสมองเลยทีเดียว

ประดาร้านค้า ทั้งหลาย




กินกันค่ะ


เดินกินสตอเบอร์รี่เรียบถนน Pahjoisesplanadi ไปเรื่อย เพราะว่า ถนนเส้นนี้ตัดกับจตุรัสหลายแห่ง
และเนื่องจากวันนี้เป็นวันชาติ จตุรัสกลางเมืองเหล่านี้จึงเต็มไปด้วยงาน และกิจกรรมต่างๆ ... ออกร้านกันเป็นหย่อมๆ

เดินมาไล่มาเรื่อยๆ จนเจอน้ำพุ "ฮาวิส อามันดา" สร้างในปี 1908 เป็นสิงโตทะเลพ่นน้ำรอบๆ "อ่านจากหนังสือท่องเที่ยว"
เค้าว่ากันว่ารูปปั้นที่อยู่กลางน้ำ เปรียบเสมือนเมืองเฮลซิงกิ ที่ผุดจากทะเล "บริสุทธิ์ และ เปล่าเปลือย"


เดินข้ามแยกไปเรื่อยๆ จะเจอรูปปั้น กวีเอกแห่งฟินแลนด์ ชื่อ โจแอล รูเจอเบิร์ก
รูปปั้นที่นี่มีนกเกาะหัว และอึรดเละเทะ เป็นปกติ ..- -'



ตรงบริเวณจตุรัสและสวนหย่อมที่เป็นที่ตั้งของรูปปั้นกวีเอกฟินแลนด์ทั่นนี้ ..มีงานแสดง sculture ของศิลปินสเปน ชื่อ Molnolo Valde's
เป็นรูปปั้นหญิงสาวทำจากบรอนซ เรียกว่า "Las Meninas" ฤดูร้อนของ เฮลซิงกิปีนี้ (2007) หญิงสาวผู้นี้จะยืนต้อนรับอยู่ที่สวนกลางเมือง
ระหว่างถนน esplanade รูปปั้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของงาน helsinki festival และจะแสดงถึงเดือนสิงหาคมเท่านั้น
(โอ้ เป็นบุญตาอย่างแรง) ...

เค้าจัดวางเป็นจังหวะ ทอดไปจนถึงกลางจตุรัส
(หมายเหตุ ศิลปินท่านนี้ เกิดที่ Valencia, Spain ปัจจุบันทำงานอยู่ที่นิวยอร์ค และ แมดริด)






ถนน esplanade เป็นที่ตั้งของร้าน "Marimekko" ดีไซน์ชื่อดังของ ฟินแลนด์ ลายยอดฮิตคือ ลายดอกป๊อปปี้ แนวกราฟฟิกที่เห็นกันบ่อยๆ
ตอนนี้ด้านหน้าตึกเข้าใจว่ามีการซ่อมแซมหน้าตึก ..(แต่ว่า ส่วนปิดล้อมการก่อสร้าง ก็ไม่ธรรมดา ..งามงดซะ ..เชื่อแระว่าดีไซน์จริงๆ)
เดิยเข้าไปด้านใน อยากได้ใจจะขาด ...สำรวจราคาแล้วหมดรมณ์ 555 แพงบ้าเลือด เมื่อคูณเป็นเงินไทย ...



แต่ดูแล้วอดใจไม่ได้ ..ว่าจะซื้อแมกเนท ลายกราฟฟิก 5 Euro ( 250 บาท ประมาณ ...โฮก แมกเนทอะไรวะเนี่ยแพงบ้า แต่อยากได้ T T)
หลังจากเดิน สำรวจแบบ window shopping อยู่พักใหญ่ พบว่าหลายๆ แบรนด์ที่นี่ ที่เรารู้จักในแวดวงออกแบบ อยู่ในโครงการ design district ของฟินแลนด์
กันเป็นส่วนใหญ่ ร้านไหนร่วมโครงการสังเกตุ ว่าจะมีสติ๊กเกอร์แบบในรูปแปะอยู่



หลังจากสำรวจราคาสินค้ากันแล้ว เราไปดูตึกรามบ้านช่อง สถาปัตยกรรมอีกแห่ง ค่ะ คือ โบสถ์อุสเพนสกี (Uspenski Kirkko)
เป็นสถาปัตยกรรมคนละแบบเลยกะวิหารเฮสซิงกิ ...อันนี้เป็นโบสถ์แบบหลังคายอดแหลม (ยุคไหนฟระ เรียนมาแล้วลืม โกธิค??? เอ่อ จำไม่ได้ค่ะ .ดูรูปเอาแล้วกัน)
ด้านในเน้นตกแต่งอลังการ ..วิหารนี้อยู่บนเขา(หน่อยๆ ) ต้องต้านแรงโน้มถ่วงเล็กน้อย เพื่อขึ้นไปชม



ด้านใน



อุสเปนสกิน กาเทเดรอาลี สร้างปี 1868 เป็นโดมรูปหัวหอม (ยอดแหลม) ของนิกายออร์โธดอกซ์
ด้านล่างมีร้านอาหารรัสเซียแห่งแรกในเฮลซิงกิ อยู่ที่ฐานของวิหาร ชื่อ เบลเลอวู
(น่าจะเป็นร้านนี้ค่า ถ่ายมาจากโบสถ์)



ระหว่างทาง นกเข้าแถว


เมืองที่นี่ส่วนใหญ่ถนนเป็นแบบหินๆ ก้อนๆ เรียงกันนะคะ
ถ้าไป หารองเท้าใส่สบายเท้าไปเดินนะคะ ไม่งั้น ปวดแน่ๆ ..

เดินกลับมาดูพวกร้านทีออกตามข้างทาง .คุณพี่สาว เลยกะซื้อของไปฝากที่ทำงานเลยทีเดียว
ของที่นี่ส่วนใหญ่เป็นงาน แฮนด์เมดที่ทำจากไม้ค่อนข้างเยอะ เห็นร้านนี้น่ารักดี เลยกวาดมาค่ะ

(ตรงจตุรัส ที่เค้า มีงานวันชาติกัน ..บรรยากาศสีสัน )




เดินกลับไปถึง stockmann แล้วก็เลยเข้าเยี่ยมชมกิจการเล็กน้อย 555
แต่ห้างที่นี่เดินแล้วหลงค่ะ ..ของบอก ...หาทางออกเกือบไม่เจอ หรือ ตูโง่ฟระ ... ง่ะ
ผ่าน shopping window เค้าจัด display รับ summer ค่ะ ..สีสัน ..สุดยอดดดดดดด



ถัดจาก stockmann เลยพาพี่ไปดูหัวลำโพงฟินแลนด์กันค่ะ จากหนังสือ เค้าบอกว่านี่เป็นสถาปัตยกรรมแบบ ยูเก็นสติล แบบจ๋าๆ เลยทีเดียว
"เราตาเฮียอาธามา" Rautatientori ออกแบบโดย เอลิเอล ซาริเนน เน้นเรื่อง function กันสุดๆ
พี่ยักษ์ใหญ่สองคนที่คุมสถานี ยืนถือโคมนีเป็นแลนด์มาร์คที่ใครๆ ก็ต้องมาขอร่วมเฟรมด้วย


หมายเหตุ: เค้าว่าว่า ยูเก็นสติล แบบที่บอกคือ อาร์ตนูโว (ง่า .... ดูแล้วไม่แน่ใจว่าจะแบบเดียวกะที่เรียนมาแฮะ คืนครูไปหมด กรำ - -')



โคลสใกล้ๆ หน่อย


ประตูทางเข้าสถานที่ต่างๆ ของที่นี่ขอบอกว่า หนักโคตรรรรรรรรรรรรร....เพื่อกันลม แต่กระเปี๊ยกสองตัวนี่ผลักแทบไม่ไหว

ใกล้บ่ายแล้วหิวกันมากเลย ตอนแรกกะพึ่งพี่แมคโดนัลด์ ฟินแลนด์ แต่ ...โอ้ว..เมนูอ่านไม่ออก 555
เลยเดินไปหาอะไรกินแถวฟู้ดคอร์ทแทน เอาร้านที่มีคำว่า fish /pasta เป็นสรณะ ...ราคาเหรอ.. 10 Euro - -'

หลังท้องอิ่ม ..มุ่งหน้าสู่ "Rock church"
แต่งมหาทางนานเหมือนกันค่ะ เพราะว่า งงๆ ทิศนิดหน่อย แต่อย่างที่บอกไม่ต้องห่วงแผนที่ละเอียดยิบ
จับทิศได้ ไปโลด ...ไม่หลง

Rock church ทางไป ..มีการเดินต้านแรงโน้มถ่วงนิดๆ เป็นทางลาดขึ้น... ด้านนอกเห็นเป็นภูเขาหินๆ ..มีทางเข้า..เป็นเหมือนโรงรถ หรือ โกดัง
แต่จะบอกว่าที่นี่เจ๋ง ... ความรู้สึก เมื่อมองข้างนอกกะข้างในต่างกันลิบลับ
ขอรายละเอียดดีไซน์ด้านนอกนิดนึงนะฮะ ..ดูไม้กางเขน ที่อยู่หน้าโบสถ์ก่อน ดีไซน์ซะ ...โหยเห็นแล้ว ..อึ้ง.ชอบมาก
เอาองค์ประกอบของ เส้นกับระนาบ ทั้งแบบสองมิติ และสามมิติ มาใช้ ..(คิดได้ไง ..ชอบมาก)
หาภาพไม่เจอ .(ไม่ได้ย่อไว้มั้ง เจอแต่ sketch ไว้จะหามาฝาก)
ดูรูปข้างในเลยละกัน





พอเข้าไปด้านใน ..เห็น space แล้ว ..."โอ๊ะ โอ" เลยทีเดียว .. แสงเงา องค์ประกอบของอาคารมีรายละเอียดมากมาย ..
การเชื่อมของวัสุด โดยการใช้องค์ประกอบให้เกิดเส้นสายแนวตั้ง ตามรัศมีโดม หรือแม้กระทั่งรายละเอียดของสีเก้าอี้ ...
ความขัดแย้งระหว่างวัสดุแต่ละประเภท ..และการนำไปใช้ ..ทำให้เกิดความกลมกลืนอย่างประหลาด ..
ชอบสุดๆ ...

ปล. ห้องน้ำที่นี่ ค่าเข้า 1 Euro คุยกะพี่สาวว่าอะไรเอ่ย เข้า 2 euro ออก 1 euro
คำตอบ คือ น้ำ .. น้ำเปล่าซื้อข้างทางอาจจะเจอขวดละ 2 euro ..ตอนน้ำจะออกจากตัว ..ต้องเสียค่าเข้า 1 euro - -'
(ถ้าจะซื้อให้ถูกควรซื้อจาก super ค่ะ แต่เราประหยัด เพราะว่าน้ำก๊อกที่โน่นกินได้ แต่เพื่อความชัวร์เราต้มก่อนค่ะโรงแรมมีกาให้
ต้มแล้วทิ้งให้เย็น กรอกใส่ขวด ..ประหยัด ^^ )

จากโบสถ์ก็เดินเรื่อยๆ ตอนแรกว่าจะกลับบ้านค่ะ ..แต่ผ่าน paliament เลย แวะกดชัตเตอร์เล็กน้อย ... ที่นี่สร้างด้วยหินกันเป็นส่วนใหญ่
เพราะว่ากันเรื่องอากาศ ถัดจากรัฐสภา ไปจะมีรูปปั้นใครสักคนอยู่ในสวนหย่อมกลางเมืองเป็นระยะๆ ... เดินผ่านสวนไปจะพบกับ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติค่ะ
สร้างด้วยหินล้วนๆ ... มีหมีขั้วโลก ..อยู่ด้านบน ...





และเนื่องจากวันนี้เป็นวันชาติ ..เข้าฟรี ค่า...(วิ่งโลด )
"KAnsauis museo" คือ ชื่อของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่นี่ค่ะ ภายในมีการจัดแสดงทั้งจิตรกรรม ปฎิมากรรม รวมถึงแสดงสภาพความเป็นอยู่ เศรษฐกิน สังคม ในยุคต่างๆ
ตั้งแต่กษัตริย์ จนสามัญชน เช่นเก้าอี้แบบต่างๆ นาฬิกา ของเล่น (มุนมิน รู้จักกันไม๊เอ่ย)

เดินได้สักพักก็กลับค่ะ เพราะว่า พี่สาวขาลากแล้ว ... แล้วเราก็โดนโทรตามงานด้วย เลยเริ่มเที่ยวไม่หนุกแล้ว
กลับไปทำงานส่งดีกว่า ซื้อชั่วโมงเน็ท มาส่งงาน แพงโคตร ...15euro ใช้ได้ 24 ชม.
ก่อนกลับแวะ บันทึกภาพหน้า finlandia hall เล็กน้อย ..
(finlandia hall เป็น hall สำหรับการแสดงต่าง) ถ่ายแต่ข้างหน้าไม่ได้เข้าไป

(หารูปไม่เจออีกแล้วฟุ้ย)

วันนี้แค่นี้ก่อนนะ
ที่ฟินแลนด์นี่ สามารถเที่ยวได้ถึง ห้าทุ่มกว่าๆ เพราะว่า ห้าทุ่มเค้า ฟ้ายังสีเดียวกะ ห้าหกโมงเย็นบ้านเราเลยค่ะ ...

ให้ดูฟ้าตอนห้าทุ่ม


ปล. จะพยายามรีบจบ ..เฮลซิงกิ ..ก่อนจะจำอะไรไม่ได้เลย ..

 

Create Date : 08 มิถุนายน 2551
Last Update : 8 มิถุนายน 2551 14:16:31 น.  

เฮลซิงกิ [1]

เว้นจาก ทริปเวียดนาม ที่เพิ่งผ่านไปอย่างเชื่องช้า (มากๆ)
เพิ่งเล่าไปได้ 4 วันเอง ..คนเล่ามันขี้เกียจง่ะ ..
(ตอนนี้ ลืมไปเกือบหมดแล้วด้วย อีกอย่างย่อภาพไว้แค่ที่ฮอยอัน)
ส่วนเว้ กะ ฮานอย ยังกองอยู่เลย -__-'a


.....................................................................................
เปลี่ยนบรรยากาศ มา Helsinki กันดีกว่า ค่ะ
เริ่มตั้งกะออกจากสุวรรณภูมิ เลยดีมะ ..555
เว่อร์ไปมะเนี่ย
แต่เจ๊เรา ..เว่อร์กว่า อยากถ่ายรูปกะ ..พระนารายณ์กวนเกษียณสมุทร
เลย เอาซะหน่อย ......



จริงๆไปถึงสุวรรณภูมิก่อนเวลานานมาก - -'a
เพื่อนบอกว่า ..เด๋วเช็คอินคิวยาว เลยไปก่อน
นี่เดินเล่นแทบจะหมด แล้วในดิวตี้ฟรี
แต่ไม่เสียทรัพย์เลยค่ะ ...
รอด

สายการบินที่บินตรงไปลง helsinki แบบทุกวัน คือ finair ค่ะ ^^'
นี่เลย ...ไปฟินแอร์กัน ...



ใช้เวลาบิน 10 ชม. ค่า .....
นั่งทรมานร่างกาย อยู่บนเครื่อง ...--___--'
พี่ฝรั่งข้างๆ แกหลับมาราธอนมาก ...ไม่ลุกไปเข้าห้องน้ำเลย ..
บอกพี่ว่า หนหน้า จอง ที่ริมทางเดินเหอะ เข้าห้องน้ำลำบากมาก ..
คุณพี่อยากนั่งริมหน้าต่าง ^^'

บินๆๆๆ ค่ะ



ถึงสนามบินวันตา ..แล้วค่า...


ผ่าน ตม. มาด้วยความสะดวก เพราะว่าคุณพี่ไปเป็นด่านหน้า
และหน้าผากประทับตราคำว่า "โง่" ไว้เต็มๆ ตม. เลยไม่ถามให้เซ็งหัวใจ
หุหุหุ ...ปล่อยมาง่ายๆ

ไปเอากระเป๋า .ส้มมัมมี่กัน

ใส่ของรวมกันค่า..กระเป๋าใบบิ๊กมาก .

ทางออกอยู่ไส


นั่งแท๊กซี่ไปโรงแรมกันค่า...
ที่พักคือ Hilton Helsinki Kalastajatorppa hotel
ที่พักสวยค่ะ ติดทะเลสาป ...


ตึกที่พัก


สำรวจรอบๆ ที่พักค่ะ ..
ตอนไปถึงประมาณหกโมงเย็น ..
สำรวจเส้นทางเดินหน่อย พรุ่งนี้กะว่าจะเข้าเมืองกันค่า
เพื่อนของเพื่อนที่ฟินแลนด์บอกว่าสบายมาก เดินจากโรงแรมยูมานิดหน่อย
มีป้ายรถรางค่ะ สายนี้ วิ่งตรงเข้ากลางเมืองเลย ..
สาย 4



ตารางเวลาเดินรถ ..ถ่ายเก็บไว้ดูกันค่ะ ...


ทะเลสาปหน้าโรงแรม ..เต็มไปด้วยทิวสน


กลับที่พักหลังจากเดินสำรวจ ..
ขอแผนที่เมืองกับทางโรงแรมได้นะคะ
แผนที่ที่นี่ละเอียดมาก ..และก็ตรงเป๊ะๆ เรื่องหลง ลืมไปได้เลย ...
ซอกซอยจำนวนเท่ากันเดี๊ยะๆ ..
................................................................................................
ระเบียงห้องโรงแรมค่ะ


ตึกของโรงแรมที่นี่ออกแบบให้เป็นแบบปีกสามเหลี่ยมค่ะ
จะช่วยเพิ่มห้องที่สามารถชมวิวได้ ...

นอนนะคะ ..พรุ่งนี้จะพาไปเที่ยวในเมือง ..
------------------------------------------------------
ข้อมูลเบื้องต้นค่ะ
+ เฮลซิงกิ เป็นเมืองหลวงของฟินแลนด์ค่ะ
+ ช่วง มิถุนายน ถือเป็นหน้าร้อนเค้า ..อากาศที่ไปประมาณ 15-18 องศา
แต่ว่าถ้าลมแรงๆ กะฝน (พอดีไปเจอฝนตกปรอยๆทั้งวัน)
อากาศจะค่อนข้างเย็นค่ะ (บางวันกดชัตเตอร์ไม่ได้เลย)
และถ้าลมแรงขาตั้งกล้องประเภทดิจิตอล (แบบเล็กๆ เบาๆ ลืมไปได้เลย ) ปลิวค่ะ ..เราทำเจ๊งไปอันที่โน่น ..คอหักเลย
+ TAKSI ที่นี่สตาร์ทที่ 6 Euro ค่ะ
+ 12 มิถุนายน เป็นวันชาติของฟินแลนด์ค่ะ
หลายๆ ที่เปิดให้เข้าฟรีและก็จะมีงานตามจุดต่างๆ ของเมือง .. (พวกพิพิธภัณฑ์ เปิดฟรีบางแห่ง)
+ ฟินแลนด์มีพิพิธภัณฑ์ เยอะมากกกกกกกกกก ..... แต่ควรเช็ควันและเวลาเปิดให้ดีก่อน (จะมีเอกสารเป็นเล่มๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยว) เพราะว่าบางที่เปิดเฉพาะช่วงเวลา และ ช่วงที่มีนิทรรศการเท่านั้น

แค่นี้ก่อน ..ไงจะมาต่อเมื่อขยัน ^^ (หวังว่าน่าจะเป็นเร็วๆนี้)


ขอบคุณที่มาเยี่ยมชมบล๊อก

 

Create Date : 28 สิงหาคม 2550
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2550 12:00:00 น.  

ฮอยอัน โตยเอียวเอ็ม (วันสิ้นปี 2549)

กลับมาต่อให้จบ ฮอยอัน ...
(ทิ้งไว้นานเกินไปแล้ว
ยังมี เว้ และ ฮานอย คอยอยู่ ไม่นับเมืองโบราณ และเฮลซิงกิ)

จำเป็นต้องรีบมาปิดบัญชีในทันใด

จริงๆ ไม่ใช่ไร ..วันนี้เซ็งอย่างที่สุด
งานการเข้าขั้นวิปโยก มาสองวันแระ เหนื่อยจัง
อยากทำอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่งาน เลยมาปั่นบล๊อก ดีกว่า ..
...................................................................................

เช้านี้เป็นเช้าแรกของที่โรงแรมใหม่ค่ะ ...
ชื่อ Thien Thanh เป็นโรงแรมสไตล์ hip hotel ค่ะ (เค้าบอกอย่างนั้น)
โรงแรมที่นี่เท่าที่สังเกต คือ เค้าเอาตึกแถว ทาวน์เฮาส์ มาโม ค่ะ
ด้านในแบ่งห้อง ..ดูด้านหน้าตึกกะข้างในจะให้อารมณ์ต่างกัน

เช้านี้ ฝนตกปรอยๆ ค่ะ
เปิดระเบียงออกไป..เจอทุ่งนา (หรือทุ่งอะไรสักอย่างค่ะ)
ในข้อมูลโรงแรม เค้าบอกว่าเป็นจุดขายของเค้าเลยค่ะ เพราะว่าเห็นวิวแบบนี้.



แล้วก็แบบนี้



อาบน้ำเตรียมตัวเรียบร้อย ก็ลงไปสำรวจอาหารเช้าของโรงแรมค่ะ
ที่นี่ อาหารเช้าไม่มี บุฟเฟท์ค่ะ ได้รับเป็นชุด มีให้เลือก
เครื่องดื่มว่าเป็น ชา กาแฟ น้ำมะนาว
อาหาร ก็จะมีบาแก็ท ครึ่งก้อน .. และไข่แบบต่างๆ
หรือจะเลือกกินบะหมื่ก็ได้ค่ะ
(แต่ลองเล็งโต๊ะข้างๆ แล้ว บะหมี่ เห็นหน้าตาละม้ายคล้าย พี่ 2ม่า บ้านเรามากเลย ผ่านดีกว่า 555)

สรุปเลือกไข่เจียว กะ บาแก็ท
แล้วก็ที่อยากกินมาก ..หันไปถามเพื่อนที่ลงมาก่อน
คือ ..กาแฟ เวียดนาม แบบนี้ ....(ตามหามาตั้งแต่อ่านหนังสือนำเที่ยว)
เพิ่งเจอ กรี๊ดมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ



มีให้เลือก 2 แบบคือแบบ black coffee และ white coffee
ถามเค้าว่าต่างกันยังไง ..สรุป คือ ต่างกันตรงมีนม ตรงก้นแก้วกะไม่มี..
งั้นก็ต้องเลือก white ซิฮะ ..

สั่งมาแล้วต้องถ่ายทุกมุม ...



เค้าเอากาแฟคั่วบดใส่ในถ้วยด้านบน แล้วเทน้ำร้อน
ให้น้ำร้อนผ่านกาแฟ ลงมาที่แก้วด้านล่างคค่ะ ...กิ๊บกิ๋วมากกกกกกก..
เลยกะว่าต้องถอยถ้วย ข้างบนนี้ เป็นของกลับบ้านหนึ่งอย่าง

พร้อมซด


อาหารที่สั่งไปค่ะ



พอท้องอิ่ม ก็เตรียมออกเดินทางค่ะ
จุดหมาย ก็คือ เมืองฮอยอันค่ะ ...(เหมือนเดิม เดินมาสามวันแระ)

วันนี้อย่างที่บอกเป็นไกด์และเครื่องคิดเลขให้เพื่อนค่ะ..
พาเดิน กะต่อของ
วันนี้ฟ้าฝนไม่เป็นใจ ฝนตกตลอดทั้งวันค่ะ ...ต้องซื้อเสื้อกันฝน แบบเนื้อถุงก๊อบแก๊บ ไป สามสิบบาท ...เดินกันทั่วเมือง ..ได้บรรยากาศอีกแบบค่ะ

พอดีไปกันเป็นกลุ่มใหญ่ กลัวเดินก้นไม่เสร็จ
เลยบอกเพื่อนๆให้แยกกันไป
เพราะว่าอยากดูไม่เหมือนกันเดี๋ยวเสียเวลา
ตกเย็น ค่อยนัดเจอกันกินข้าวพร้อมกัน

เดินไปหนักไปทางตระเวนช้อปค่ะ
ครึ่งเที่ยง ก็พักทานอาหาร..
ไม่แน่ใจว่าเคยเล่าไว้ในตอนก่อนๆ หรือเปล่าว่า
ฮอยอัน เป็นเมืองท่องเที่ยว แบบที่ คนในเมืองหันมาทำธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว โดยยังคงใช้วิถีชีวิตแบบเดิมๆ

อย่างร้านอาหารที่เห็นส่วนมาก ..
คือ บ้านแบบธรรมดา ที่มาเปิดเป็นร้านอาหารเพื่อรองรับการท่องเที่ยว
อาหารเป็นแนว ทำกินในบ้าน ถ้าคนเยอะๆ ก็รอนาน เพราะว่าเป็นครัวแบบบ้านๆ
ครัวเล็กๆ ...

วันนี้เลยแวะกะเพื่อนทานที่ร้านนึง ..เป็นตึกแถวที่หันหน้าออกแม่น้ำ ...
แต่ทานด้านในเพราะว่าฝนตก เปียกันมะล่อกมะแล่ก แม้ว่าจะมีเสื้อกันฝนก็ตาม

สั่งอาหารกัน ..วันนี้ เห็นฝนตกอากาศออกเย็นเลยอยากทานอะไรร้อนๆ ..
ดันสั่ง noodle with soup ไป ค่ะ ...

หน้าตาออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ



อ่ะจ๊ากกกกกกกกกกก

นี่มัน 2 ม่า นี่นา ...แงๆๆๆๆ ..........มากินมาม่าที่นี่ทำไมฟระ ..
แต่ว่าสั่งมาแล้ว ต้องกินไป ...งึ...

เพื่อนๆ ก็สั่งอื่นๆ ไป..สั่งจานกลางมาทานรวมกัน
สั่ง stir fried spinach ไป ...
ได้มาเป็นแบบนี้...



เจี๊ยกกกกกกกกกกกก.....มันคือ ผัดผักบุ้งค่ะ ..ทั่นผู้โชมมมมมมมม...

งึดๆๆๆ ....กระซิก กระซิก....
ก้มหน้าก้มตาทานไปค่ะ

ฝนตกเรื่อยๆ ทั้งวันชวนป่วยมาก แต่ว่า ..ต้องทำอึด เพราะว่าถ้าป่วยก็อดเที่ยว
ตกจนแผนที่เน่าคามือ




ลองแงะออกมา ...หน้าตา ..ดูไม่ได้เลย ฮิฮิฮิ




ทานเสร็จ อากาศเย็นมาก ต้องขอเข้าห้องน้ำ ...
เพื่อนไปเข้ามา ก็ถามเพื่อนว่า สะอาดไม๊
เพื่อนว่าโอเค ..........

อ่ะนะ ..คงโอเค กว่าสาธารณะข้างนอก
เยือนซะหน่อยดีกว่า ...
เปิดประตูเข้าไป ...
โอ๊ะ โอ ..
คอห่าน รุ่นไหนเนี่ยยยยยยยยยย....

ไม่ได้ต้องเก็บไว้เป็นบันทึกลับ ...
ขอลงหน่อยนะคะ ...



ไม่แน่ใจว่าเห็นหรือเปล่า ว่าเป็นยังไง
บรรยายนิดค่ะ ...คือ ที่วางเท้า มันอยู่ด้านในเหมือนกันอ่ะค่ะ ..แบบว่าลอยๆ ..
ถ่ายเสร็จเอามาให้เพื่อนดู...เพื่อนด่า ค่ะ
ว่าจะถ่ายไปทำอะไร ...(ง่า ก็ไม่เคยเห็นนี่นา )

บอกเพื่อนไปว่า นี่ อ่ะ ..ก็ถ่ายไกลๆ ไง ..
ไม่กล้าถ่าย top view
เพื่อนบอกว่า ถ้าถ่าย top view มาจะเลิกคบ ..หาว่าเพี้ยน ..
(กระซิก กระซิก กระซิก)

หันมาเจอตะขอประตู...อ๊ะ อ๋ะ ...มีดีไซน์นะขอบอก ..
เข้าข่าย less is more 5555



ออกจากร้านก็เดินไปเรื่อยค่ะ ..
บรรยากาศในเมืองเป็นแบบนี้อ่ะค่ะ อึมครึมมากกกกกกกก



ฝนตกจนน้ำในแม่น้ำ เอ่อ ขึ้นมาถึงพื้นถนน ..


เดินช้อปปิ้งกันรอเวลานัด..
เราตัดรองเท้า มาคู่นึงค่ะ
เห็นเพื่อนบอกว่า มาที่นี่ ต้องตัดชุดอ๋าวใหญ่ (แต่ไม่ได้ใส่)
เห็นเพื่อนตัดรองเท้ากันเลยเอามั่ง
เค้าบอกว่าจะไปส่งที่โรงแรม พรุ่งนี้เช้าก่อนออกรถไปเว้ ค่ะ


ตกค่ำวันส่งท้ายปีเก่า ที่นี่มีงานฉลองเหมือนที่อื่นๆ แต่ช่วงยิ่งดึก
จะเห็นทหารอยู่ทั่วไปตามสี่แยกของเมือง
นัยว่าคงมารักษาความสงบเรียบร้อยค่ะ ..

ขณะรอเพื่อนกลับมารวมตัวกันนั่นเองก็ได้รับข่าวผ่านมือถือของเพื่อนในกลุ่ม
ว่าบ้านเราก็เกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายเหมือนกัน...
ได้แต่ภาวนา จากดินแดนอื่น ..เพื่อให้เหตุการณ์คลี่คลายไปในทางดีค่ะ

มีเพื่อนโทรกลับไปคุยกับที่บ้าน ..
พอรู้สถานการณ์บ้าง ก็เลย ..ไม่ตื่นตกใจเท่าใด..

มือเย็นนี้ เราตกลงกันในหมู่คณะ สิบกว่าชีวิตว่าจะกินมื้อใหญ่
คู่มือนักท่องเที่ยวอย่าง หนังสือโลกเดียวดาย (lonely planet)
ก็ต้องกลายเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ ที่เราต้องยึดเป็นสรณะ

เอาหนังสือไปถามทหาร ที่ยืนตามสี่แยก..ว่าร้านอยู่ไหน
ง่ะ ...
ทหารไม่รู้จักค่ะ ...เดินนับบ้านเลขที่กันเลย หนนี้ ในที่สุดก็เจอค่ะ
เจอแล้วยังไม่เชื่อ ..พนักงานในร้านต้องชี้ให้ดูป้ายเทียบค่ะ
(ชื่อร้าน ที่นี่ใกล้กันมากค่ะ ...บางอันก็เหมือนกันเลย..ต้องดูดีดีค่ะ)

นี่ป้ายอยู่นี่


อารามรีบร้อนและอภิมหาโคตรหิว ...
มื้อนี้ เต็มที่ ไม่มีฟรี เพราะว่าต้องจ่าย...
กะสั่งที่ขึ้นชื่อเลย hot pot ...(เค้าแนะนำมาต้องสั่ง)
สั่งไปสามชุด ..แต่ปรากฎว่าเตาสำหรับหม้อ hot pot มีแค่สองชุด
(บอกแล้ว ว่า เป็นครัวแบบบ้านๆจริงๆ) ...สองก็สอง..ที่เหลือก็สั่งอย่างละสามชุด

สั่งมาจนฝรั่งที่นั่งโต๊ะข้างๆ มองด้วยความทึ่ง..
ว่าไอ้พวกนี้ ..มันกินจริงเหรอนี่ ...

โต๊ะข้างๆ เริ่มเคาน์ดาวน์ ล่วงหน้า กันไปบ้างแล้ว ...
โต๊ะที่นั่งกันเป็นโต๊ะบนชั้นสอง
กะกันว่า เด๋วกินเสร็จจะค่อยๆ เขยิบไปนั่งโต๊ะ ริมระเบียงฝั่งแม่น้ำ
เพื่อรอเวลา เคาน์ดาวน์ เผื่อจะเห็นพลุ สวยๆ

อาหารมา ..มัวแต่คุยกันกินกันไป ...
เลย เก็บภาพตอนโดนทำลายล้างไปแล้วมาแทน

มือนี้ ..เหยียบล้านค่ะ (ล้าน vnd) ค่ะ


นี่..ฮอทพ้อท


แล้วก็นี่ สภาพ


อันนี้อร่อยค่ะ เปาะเปี้ยะ


ส่งวิญญาณ ค่ะ


ต้องเยาะพริกน้ำปลา หน่อยค่ะ (พริกเค้าเผ็ดจริงๆ นะคะ)


กุ้งจานที่เท่าไหร่ จำไม่ได้ ...(แต่สั่งไปเยอะมาก)
หมายเหตุ กุ้งเหมือนถูกวางเพลิงมากมาย ..ไหม้ซะ แต่อร่อยค่ะ



รับประทานยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพกุ้ง


กินกันเสร็จ ก็มีเพื่อนส่วนนึงแยกย้ายไปเดินดูงาน ...
ผู้ชายก็ตั้งรกราก ..กะ ..333 (เบียร์เมืองเวียด)

แต่เรากะเพื่อนบางส่วน ต่อของหวานค่ะ ...555 ได้อีก

เพื่อนสั่งค๊อกเทล ...หนึ่งแก้ว และ ฮอยอันเค้ก...
ค๊อกเทล หน้าตาแบบนี้
ชื่อเกี่ยวกับเมืองเวียดนามค่ะ แต่จำไม่ได้


แต่ที่สร้างความประหลาดใจให้สุดๆ ..ยกให้อันนี้ค่ะ
ฮอยอันเค้ก ....



รูปไม่ค่อยชัด บรรยายเอาละกันนะคะ..
หน้าตา ภายนอก ของ packaging คือ ขนมเทียน บ้านเราค่ะแบบที่ห่อๆ เป็นสามเหลี่ยม ..ด้านในก็ไม่ผิดกันค่ะ ..แต่ขอบอกว่า หนมเทียนบ้านเรา แจ่ม กว่าค่ะ ^^'


อิ่มทั้งคาวหวานแล้วก็ไปเดินชม งานค่ะ ..
เค้ามีเวที การแสดงอยู่แต่การแสดง มีร้องเพลงช่วงแรกๆ หลังๆ กลายเป็นดิสโก้เธค กลางแจ้งซะงั้น ...5555



วัยรุ่นหนุ่มสาวฮอยอันมากันเพียบบบบบบบบ
แดนซ์กระจายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ขอบอก...แต่อยู่ไกลเวทีเหมือนกัน
ไม่กล้าเข้าไปวงใน ...555 กลัวอดใจไม่ไหว ...

บรรยากาศเมืองในคืนข้ามปี


มีงานนิทรรศการภาพถ่ายเมืองฮอยอัน
อยู่ถัดจากเวทีการแสดงค่ะ



เดินกันสักพัก..ก็ใกล้เวลาแล้ว..
5
4
3
2
1

สวัสดีปีใหม่ ...
หันไปสวัสดีปีใหม่ เพื่อนร่วมทาง....แล้วก็เดินไปดูดนตรีกันต่อ
ดนตรีเล่นต่อไปอีกครึ่งชม. หลังเที่ยงคืน...
แล้วพอเลิกเท่านั้นแหละค่ะ...

คนไทยต๊กใจหมดเลยค่ะ ...
พอเค้าเลิก...เค้ากรูกันออกจากลานที่มีการแสดงเลยค่ะ
ตอนแรกนึกว่า เค้าตีกัน
ตกใจ..มากกกกกกกกก
กำลังดูนิทรรศการอยู่ คนแบบไหลพุ่งออกมาหมดเลย ...^^'
ตกใจโคตรๆ .........


สักพักเพื่อนโทรมาตามค่ะให้กลับไปเจอที่ร้านข้าว..
แล้วเตรียมตัวกลับโรงแรมกัน ...



กลับไปโรงแรม สงสารพนักงานมากกกกกกกกกกก
เพราะว่าเรากลับมาเป็นกลุ่มสุดท้าย
พนักงานต้องนอนรอเปิดประตูให้ค่ะ
(อย่างที่บอกตอนแรก โรงแรมดัดแปลงมาจากตึกแถว
อีกอย่างที่นี่ ไม่มีที่เที่ยวตอนดึก ฉะนั้น โรงแรมเค้าปิดประตูได้ตอนกลางคืนค่ะ)

กลับเข้าห้องเจอ surprise จากโรงแรมค่ะ
น่ารักจัง



สวัสดีปีใหม่จ้ะ ...(ย้อนหลังไปนิดส์)
..............................................................................
อาบน้ำนอน ..หมดฮอยอันวันนี้...
พรุ่งนี้ destination - Hue เว้ ค่ะ

 

Create Date : 15 สิงหาคม 2550
Last Update : 15 สิงหาคม 2550 22:11:26 น.  

1  2  3  4  

 

greenmania

Location :

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]

อยากจะทำอะไรตามใจฉันหน่อยแค่นั้น
แค่ต้องการทำตามใจสั่งสักครั้ง



[Add greenmania's blog to your weblog]