Group Blog
 
All blogs
 
Where the truth lies? in เกาะช้าง



สวัสดีครับ หายหน้าจากบล็อกไปนาน จริงก็เปิดอยู่ทุกวันแหละ แต่ก็ไม่ได้เขียนอะไร ไม่ได้อู้นะ เรื่องที่เขียนก็มีวัตถุดิบอยู่ แต่ก็เป็นบางอารมณ์ที่อยากให้บล็อกว่างเปล่า...

...ไม่รู้สิครับ ยังไงผมก็กลับมาแล้วล่ะ

ก่อนหน้าจะเข้าช่วงสงกรานต์ ถ้ามีคนถามผมว่า "สงกรานต์นี้จะไปไหนเหรอ" คำตอบที่พวกเขาจะได้ยินคือ "กลับบ้าน" เพราะผมอยากกลับบ้าน ถึงหลายๆ คนจะนึกว่าผมรักอิสระ และไม่ค่้อยกลับบ้านนักก็ตาม

หลายปีก่อน ผมอาจจะคิดอย่างนั้น แต่ช่วงปีสองปีหลังมานี้ บ้านคือสถานที่ที่ผมอยากแวะเวียนไป ในสถานที่อื่นอีกนับสิบที่ผมผ่านเข้าไป บ้านคืออันดับหนึ่ง ที่ผมอยากไปให้บ่อยที่สุด แต่ก็มักจะมีเหตุการณ์ให้ไม่ได้ไปหลายครั้ง

นั่นแหละคือข้ออ้าง แต่ผมก็อยากกลับบ้านจริงๆ นะ

สงกรานต์นี้ก็เหมือนกัน ว่าจะกลับบ้าน แต่ก็ไม่ได้กลับ

พี่คนหนึ่งบอกกับผมไว้ว่า จะไปเกาะช้างในช่วงสงกรานต์ ผมก็ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ก็คิดว่า หยุดยาว จะไปสักสามวันคงไม่เป็นไร

แต่ตอนเช้าของวันออกเดินทาง เขาโทรมาบอกว่า ไปไม่ได้แล้ว เพราะมีคนมาดูหอที่เขาประกาศขายอยู่

ผมไม่ได้เสียดายมากหรอกครับ ก็ได้กลับบ้านเร็วขึ้นคงไม่เป็นไร

เขาถามว่า ผมจะติดรถไป กทม. ไหม ผมก็ตอบตกลง เพราะอยากไปเคลียร์งานที่ค้างอยู่ก่อนกลับบ้าน

ระหว่างทางแวะซื้อกาแฟ ด้วยบางอารมณ์ผมโทรไปถามแฟนว่า อยากไปดูหนังไหม เรื่อง Broken flower ที่เคยเห็นบอกอยากดู แฟนผมก็อิดออดนิดหน่อย เพราะเขาอยากไปเกาะช้างมาก แต่แล้วก็ติดสอยห้อยตามมาด้วย พร้อมอาจารย์ที่ปรึกษาของโครงการหนังขาย(ปัญ)ญา ซึ่งเป็นทั้งพี่ ทั้งอาจารย์ ทั้งคู่กัดของพวกเรา ก็ติดรถไปด้วย เพราะแกจะเอาวิทยุไปซ่อม

ดังนั้น สัมภาระของผม จึงมีแต่หนังสือ ที่อยากเอาไปเคลียร์งาน ของแฟนผม ก็มีชุดว่ายน้ำ 3 ชุด (รวมของผมด้วย) เพราะเธออยากจะลงน้ำ จึงได้เตรียมชุดไว้ก่อนที่จะได้ข่าวว่าจะยกเลิดทริป แต่ก็ไม่มีเสื้อผ้าชุดอื่น

ส่วนของอาจารย์ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะแกมีวิทยุ(เสียๆ) เครื่องเดียวเท่านั้น!

รถตู้ nissan ปี 95 สีฟ้าคันนั้น แล่นออกจากนครปฐมอย่างช้าๆ พร้อมเหยื่อที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวทั้งสาม สู่กรุงเทพมหานคร...

จากนั้นเราก็มาถึงลิโด เราได้รับการเลี้ยงหนัง 1 เรื่อง คือเรื่อง Ultra Violet

"เอาเรื่องเดียวนะ เดี๋ยวจะรีบกลับบ้าน" เสียงของอาจารย์ดังแว่วมา รุ่นพี่ยิ้มนิดๆ "ผมไปธุระก่อนนะ เดี๋ยวมารับ"

หนังจบแล้ว "ดูหนังต่ออีกเรื่องหนึ่งสิ เดี๋ยวจะไปรับเพื่อนน่ะ แล้วจะกลับมารับนะ"

บังเอิญเพื่อนของแก ก็คือรุ่นพี่อีกคนของเรา ซึ่งพวกเราก็อยากเจอ เลยดูหนังอีกเรื่องคือ Where the truth lies ซึ่งก็เป็นหนังที่ดีมาก แต่เสียใจด้วยนะครับ เพราะนี่ไม่ใช่บล็อกรีวิวหนัง

หลังหนังจบ พี่ขับรถตู้มารับเช่นเคยโดยปราศจากรุ่นพี่อีกคน "อ้าว แล้ว ... ล่ะ" เงียบไม่มีเสียงตอบ "สงสัยดึกแล้วเลยไม่เจอกันแล้วมั้ง"

จากนั้นผมก็มาเจอตัวเองยืนอย่างงงๆ อยู่หน้าฟู้ดแลนด์ ที่ไหนสักแห่ง แล้ว พี่ ... ก็เดินเข้ามา พร้อมพี่อีกคนชื่อพี่เปิ้ล ทั้งสองคนมีกระเป๋าเป้มาด้วย!

ผมรีบวิ่งไปซื้อแปรงสีฟัน นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ผมทำได้ในวินาทีนี้!

อีกสี่ชั่วโมงต่อมา ผมมายืนงงๆ อยู่ที่ร้านต้นไทร ที่หาดทรายขาว เกาะช้าง!

หลังจา่กนั้นอีก 3 วัน 2 คืน ผมก็ได้แต่ นั่ง นอน กิน เล่นน้ำ นอนฟังเสียงกรน อย่างงงๆ ในโลกที่ปราศจากอินเทอร์เน็ต และการติดต่อสื่อสารทุกประเภท (โทรศัพท์ผม แบตฯ หมดด้วย)

อย่าเถียงนะว่าบนเกาะก็มีโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตให้ใช้ ชม. ละ 60 ไม่ไหวละครับ ส่วนเรื่องโทรศัพท์ ผมก็ตัดสินใจว่า ขอ cast away อย่างสบา่ยๆ ดีกว่า

แต่ความสบายนั่น ไม่นับความกังวลนะว่า จะได้กลับเมื่อไหร่!

ปล. รูปไม่ได้ถ่ายเองนะครับ











Create Date : 22 เมษายน 2549
Last Update : 22 เมษายน 2549 14:00:36 น. 7 comments
Counter : 367 Pageviews.

 
อยากไปม้าง


โดย: ปลาทูน่าในบ่อปลาพยูน วันที่: 22 เมษายน 2549 เวลา:14:31:13 น.  

 
เป็นการพักผ่อนที่สุขีจริงๆ อยากหนีจากดาวดวงนี้ไปเที่ยวแบบนั้นบ้าง 555+


โดย: นายเบียร์ วันที่: 24 เมษายน 2549 เวลา:5:14:01 น.  

 
ชอบหนังเรื่องนี้เหมือนกัน (เสียดายที่ไม่รีวิวนะ) แม้จะติดใจในบางเรื่องที่ยังงงอยู่ก็ตาม



กลับมาที่ประเด็นต่อ

คืองี้ เรื่องโลกกลมโลกแบนเนี่ยมันเป็นเรื่องของความเชื่อ - ใช่แหละ คือจริงๆ เราแค่ยกมาเป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นชัดอะนะ

เราว่าสื่อทุกวันนี้ก็มีหลายเรื่องที่ยืนข้าง "ความเชื่อ" ที่ "คิดว่า" ถูกต้องน่ะ

เพราะหลายเรื่องมันไม่ได้รับการพิสูจน์อันประจักษ์แก่ตัวตนน่ะ มันคือการได้ข้อมูล (ซึ่งจริงหรือเปล่าบางทีก็พิสูจน์ไม่ได้ไง) แล้วก็ "เชื่อ" ว่ามันถูกต้อง

คราวนี้ถ้าอย่างที่คุยกันมาแล้วสรุปว่า "ความถูกต้อง" มีสถานที่และเวลา เพราะฉะนั้นเมื่อสถานที่ และ/หรือ เวลาเปลี่ยน ก็อาจทำให้ความถูกต้องเปลี่ยนไปได้

อย่างนั้นเรียกได้จริงๆ หรือว่า สื่อสามารถเลือกข้าง "ความถูกต้อง" ได้น่ะ



อย่างกรณีปัจจุบัน

ถ้าวันนี้สมมติว่าฝ่ายไล่ทักษิณคือฝ่ายถูกต้อง

แต่อนาคตฝ่ายไล่ทักษิณจริงๆ แล้วไม่ถูกต้อง

สื่อก็ควรกลับข้าง (ราวกับกลืนน้ำลายตัวเอง) อย่างนั้นเหรอ?



เราว่ามันแปลกๆ อยู่น่ะ




ไม่รู้สิ อาจเป็นเพราะถูกสอนมาว่าสื่อควรเป็นกลางแล้วมันฝังหัวกระมัง ก็เลยค่อนข้างยึดติดกับความคิดนี้พอสมควร
(จำได้ว่าตอนคลาสนั้น ก็คุยและถกกับเพื่อนและอาจารย์ได้สนุกมากๆ เช่นกัน)


ยินดีที่ได้คุยเช่นกันค่ะ มีเพื่อนน้อยคนจะคุยแบบนี้ด้วยได้

ถ้าจะนัดทานกาแฟแล้วคุยกันก็ยินดีค่ะ แต่คงต้องรอพ้นช่วงๆ นี้ไปก่อน (เพราะช่วงนี้งานเราสุมหัวมากๆ) ซักประมาณมิถุนาเป็นต้นไปค่ะ ถ้ายังอยากคุยก็นัดได้เลยค่ะ ยินดี ^_^


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 24 เมษายน 2549 เวลา:9:04:11 น.  

 
สวัสดีครับ ขอบคุณที่แวะไปที่บล็อกครับ

อยากไปเที่ยวแบบกะทันหันแบบนี้บ้างจังเลย คงจะได้อารมณ์ดีพิลึก คล้ายๆ กับนึกอยากจะกินเหล้าก็ไปกันทันที ไม่ต้องวางแผนล่วงหน้า


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 26 เมษายน 2549 เวลา:20:00:46 น.  

 
แวะมาอ่าน
แหละพบว่า...ช่วงนี้ผมอิจฉาหลายๆคนที่ได้หลบไปพัก
ไปเที่ยว หรือตัดสินใจไปเที่ยวแบบกระทันหัน โดยที่ไม่ต้องสนใจ คนหรืองานที่กองข้างหลัง

......ความรู้สึกเหมือนตอนเรียนมหา'ลัย...



โดย: tongdigy วันที่: 27 เมษายน 2549 เวลา:0:21:37 น.  

 
เอ่อ..คือมันยกมาเป็นตัวอย่างน่ะค่ะ เฮ้อ..ไงดีเนี่ย

แต่ถ้าเป็นเรื่องของข้อเท็จจริง การพิสูจน์ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ ความจริงก็คือความจริงที่เรารู้ในขณะนั้นครับ

คือมันจะกลับไปที่เรื่องโลกกลม โลกแบนไงคะ

เพราะ ณ วันที่เรารู้ว่าโลกแบน นั่นคือความจริงที่เรารู้ในขณะนั้น ดังนั้นสื่อจึงมีสิทธิ์จะยืนอยู่ข้างความถูกต้องในขณะนั้นคือ โลกแบน ถูกมั้ยคะ

แต่เมื่อวันหนึ่งที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าโลกกลม (ถึงจะไม่ใช่การพิสูจน์เชิงประจักษ์ที่ตัวคนอื่นๆ หรือกระทั่งสื่อเองได้เห็นกับตาก็ตาม) สื่อก็ต้องเปลี่ยนมายืนอยู่ข้างความถูกต้อง คือ โลกกลม แล้วอย่างนั้นหรือเปล่า


แล้วตอนที่สื่อยืนอยู่ข้างความถูกต้องในตอนแรก คือ โลกแบน แล้วไม่ยืนข้างคนที่เค้าเชื่อและรู้ว่าโลกกลม - - มันคืออะไรคะ คือสิ่งที่สื่อควรทำอย่างนั้นหรือ


คือถ้าเอาตามความคิดเรา เราก็คิดว่ายังไงสื่อก็ควรเป็นกลางค่ะ เพราะสื่อก็เป็นเพียง "สื่อกลาง" ที่นำเอา "ความจริง" ขณะนั้นมาให้ประชาชนรับรู้ แต่ไม่ใช่การแสดง "ข้าง" ว่าตัวเองอยู่ข้างไหน หรือบอกว่าอันไหนที่เป็นฝ่ายถูก


เราคิดอย่างนี้นะคะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 28 เมษายน 2549 เวลา:8:27:25 น.  

 
อืมม์...ก็เราก็เรียนสื่อสารมวลชนมาค่ะ

ก็อยากเห็นสื่อเป็นสื่อที่ดีแน่อยู่แล้ว

เพียงแต่นับวันสำหรับเรานะ สื่อเริ่มมีอาการหลงในอำนาจตัวเองมากขึ้นน่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 29 เมษายน 2549 เวลา:9:03:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
Unregistered user
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ตอนแรกก็มีกันอยู่ 2 คน

แต่ทำไม

กลายเป็น 3 คน

และรู้สึกว่ามีความสุขมากขึ้นเมื่อมี 3 คน
Friends' blogs
[Add Unregistered user's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.