Group Blog
 
All blogs
 

ซามูไรพเนจรตอนพิเศษ "ซากุระในฤดูใบไม้ผลิ"

แปลลงเพราะคิดว่าชาตินี้ SIC คงไม่มีทางพิมพ์ให้เราอ่านแน่นอน ถ้าฮึดๆ จะแปลตอน "ดาบสลับคมของยาฮิโกะ" อีกครับ
















 

Create Date : 25 เมษายน 2551    
Last Update : 25 เมษายน 2551 15:57:20 น.
Counter : 1614 Pageviews.  

ขอมอบเพลง Mister Cellophane ให้กับตัวละครหนึ่งใน 20th century boys



If someone stood up in a crowd
And raised his voice up way out loud
And waved his arm
And shook his leg
You'd notice him

If someone in a movie show
Yelled "fired in the second row,
This whole place is a powder keg!"
You'd notice him

And even without clucking like a hen
Everyone gets noticed, now and then,
Unless, of course, that personage should be
Invisible, inconsequential me!

Cellophane
Mister cellophane
Should have been my name !!!!
Mister cellophane
'cause you can look right through me
Walk right by me
And never know I'm there!

I tell ya
Cellophane
Mister cellophane
Should have been my name
Mister cellophane
'cause you can look right through me walk right by me
And never know I'm there. . .

Suppose you was a little cat
Residin' in a person's flat
Who fed you fish and scratched your ears?
You'd notice him

Suppose you was a woman wed
And sleepin' in a double bed beside one man for seven years
You'd notice him

A human being's made of more than air
With all that bulk, you're bound to see him there

Unless that human bein' next to you
Is unimpressive, undistinguished
You know who. . .

Should have been my name
Mister cellophane
'cause you can look right through me
Walk right by me
And never know I'm there
I tell ya
Cellophane
Mister cellophane
Should have been my name
Mister cellophane
'cause you can look right through me
Walk right by me
And never know I'm there
Never even know I'm there

จากเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Chicago

ขอมอบให้คัตสึมาตะคุง และบักจืดจางทุกคนครับ

ปล. ตอนดูหนังสงสารหมอนี่จริงๆ




 

Create Date : 07 มีนาคม 2551    
Last Update : 7 มีนาคม 2551 10:00:55 น.
Counter : 286 Pageviews.  

การ์ตูนที่ผมอ่านในช่วงนี้



Hells Angels
ออกแนวทิม เบอร์ตัน แนวสุดๆ ถึงจะรู้ว่าได้แรงบันดาลใจมาแต่ก็ยังมีเอกลักษณ์ของตัวเอง กลิ่นญี่ปุ่นมาคลุกเคล้าใช้ได้เลย คาแรกเตอร์ก็เท่มากๆ ภาพดิบสะใจ


ผู้ผนึกมาร มีเพื่อนเน็ตคนหนึ่งแนะนำ เช่ามาแล้วติดงอมแงม เป็นเรื่องปราบปิศาจที่มีหักมุม และคาแรกเตอร์ูบางตัวก็เท่พอควรเลยทำให้ชอบ


wild life
ที่จริงกะว่าจะแนะนำนานแล้วครับ เป็นการ์ตูนสัตวแพทย์ที่สอดแทรกความรู้ได้ดีเลย ภาพก็โอเค ข้อสังเกตคือตัวละครหญิงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนเล่มที่ผ่านไป จนมีบางคนแซวว่าเป็นการ์ตูนฮาเร็ม

นอกนั้นก็อ่านตามกระแสนิยมทั่วไปน่ะนะ ส่วนอนิเมะคราวหน้าล่ะกัน




 

Create Date : 21 กันยายน 2550    
Last Update : 21 กันยายน 2550 12:50:54 น.
Counter : 1123 Pageviews.  

พัฒนาการและทิศทางของการ์ตูนไทย

ข้างบนคือสิ่งที่ผมคิดว่าจะเป็นหัวข้อวิทยานิพนธ์ปริญญาโทเมื่อปี พ.ศ. 2547 แต่แล้วก็ไม่ได้ทำ เพราะเปลีั่ยนไปเป็นหัวข้อ "การใช้อินเทอร์เน็ตกับกิจกรรมนักศึกษา" แทนครับ (มันไปคนละทางเลยนะหัวข้อน่ะ)

มาวันนี้ผมจะเขียนถึงความคิดที่มีต่อหัวข้อนี้อย่างสั้นๆ ครับ

เป็นเวลาหลายปีที่ผมได้อ่านการ์ตูนอย่างจริงจัง จนสามารถเรียกได้ว่าการ์ตูนคือส่วนหนึ่งของชีวิต เป็นกิจวัตรที่ติดตามผมไปตั้งแต่ตื่นนอนเข้าห้องน้ำ จนถึงก่อนจะนอนหลับเลยทีเดียว ส่วนมากที่ผมอ่านจะเป็นการ์ตูนญี่ปุ่น รองลงมาคือการ์ตูนไทย ส่วนการ์ตูนฮ่องกงและอเมริกาก็มีบ้างแต่ไม่บ่อยครั้งนัก เนื่องจากเรียงช่องแล้วอ่านยาก และมีความยาวมากเกินไปสำหรับผม

ผมคงไม่พูดถึงการ์ตูนไทยในแบบเล่มละบาท สามบาท หรือห้าบาท และการ์ตูนการเมือง ถึงแม้ว่าจะเป็นการ์ตูนที่ผมอ่านอยู่ประจำเช่นกัน แต่ก็รู้สึกว่า "พัฒนาการและทิศทาง" ของการ์ตูนทั้งสองประเภทนี้ ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในความสนใจ เพราะการ์ตูน "เล่มละบาท" ถูกสตาฟฟ์ไว้อยู่กับเรื่องแบบชู้สาว ผีสางนางไม้และจักรๆ วงศ์ๆ ส่วนการ์ตูนการเมืองนั้นผมมีประสบการณ์น้อยเกินกว่าที่จะวิพากษ์วิจารณ์ได้

ในบทความนี้เราจะมาว่ากันถึง "การ์ตูนไทยสากล" ครับ

แน่นอนว่าผมเกิดไม่ทันยุคที่มีการ์ตูนเรื่องของไทยที่มีลายเส้นคล้ายๆ ป๊อบอายหรือแฟลชกอร์ดอน แต่ผมก็เคยอ่านในสมัยที่ค้นคว้าข้่อมูลจะทำวิทยานิพนธ์ดังกล่าวไว้ข้างต้น รวมทั้งการ์ตูน "ไดโรมอน" หรือซุเปอร์ฮีโร่ชาวไทย ในสมัยเมื่อประมาณ 15-20 ปีก่อน ประเภทมนุษย์มังกร หรือฮีโร่ทีี่หน้าตาคล้ายๆ อุลตราแมน ผมก็ไม่เคยอ่าน หากแต่เคยเห็นภาพในอินเทอร์เน็ตมาบ้าง แต่นั่นก็แสดงถึงจุดกำเนิดของการ์ตูนไทยที่มักจะได้รับ "แรงบันดาลใจ" มาจากการ์ตูนที่เป็นที่นิยมของต่างชาติ ในระยะแรกๆ ก็คงเป็นอเมริกา ต่อมาจึงได้เป็นญี่ปุ่น และปัจจุบันลายเส้นแบบญี่ปุ่น ก็ได้ครอบครองการ์ตูนเรื่องของไทย มาจนถึงทุกวันนี้


ภาพ "อัศวินสยาม" ฮีโร่ไทยเมื่อ 30 ปีก่อน โดย ทวีพัฒน์ คงคะสุทธิ (ฉบับปรับปรุงใหม่)

ที่กล่าวมาไม่ได้หมายความว่า การ์ตูนไทยที่ลายเส้นเหมือนญี่ปุ่น เป็นการ์ตูนที่ไม่ดี หรือทำไมไม่มีความเป็นไทย ผมมักพูดอยู่เสมอว่า ผู้วาดการ์ตูนนั้นส่วนมากวาดด้วยความรัก (ในสังคมไทยที่ไม่ค่อยมีใครสนับสนุนสื่อแบบนี้สักเท่าไหร่) เมื่อวาดด้วยความรักก็ต้องได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งที่ตัวเองรักเป็นธรรมดา และก็คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากการ์ตูนญี่ปุ่นที่ตัวเองอ่านมาจนชอบและอยากจะสร้างงานของตัวเองบ้าง ไม่ต่างอะไรกับที่นักเขียนวรรณกรรมหลายคนได้รับแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมตะวันตก

ปรากฏการณ์ "การ์ตูนลายเส้นญี่ปุ่น" นี้ไม่ได้มีเฉพาะในเมืองไทยเท่านั้น หลายประเทศก็ใช้ลายเส้นแบบนี้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเกาหลี ซึ่งมีหลายเรื่องได้ร่วมทุนกับทางญี่ปุ่นตีพิมพ์ทั่วโลกไปแล้วเช่นเรื่องตุลากาฬทมิฬ ซอมบี้ฮันเตอร์ หรือที่เป็นอนิเมชั่นเช่นเรื่อง Wonderful day ก็ได้เป็นอนิเมในชั้นเรียนอนิเมชั่นของญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ หรือแม้แต่การ์ตูนค่ายยักษ์ใหญ่ของอเมริกาอย่าง Marvel Comic เองก็ยังมีการ์ตูนลายเส้นญี่ปุ่นด้วย


ภาพจาก Marvel Mangaverse


ดังนั้นผมจึงไม่คิดว่าจะเป็นการเสียหาย หากการ์ตูนไทยจะใช้ลายเส้นของญี่ปุ่นเป็นต้นแบบ และผมเชื่อว่า หากเรามองข้ามขอบเขตของชาติไปได้ เราจะได้ "ลายเส้นแบบเอเชีย" มาแทน ซึ่งคาดว่า คงจะดีกว่าการไปตามหาลายเส้นแบบไทย ซึ่งช่วง 10 กว่าปีที่ผมอ่านการ์ตูนมา ทำให้ผมเชืิ่อว่าคงไม่มีวันพบ และถึงแม้ว่าลายเส้นของการ์ตูนไทยจะไปเหมือนลายเส้นของญี่ปุ่น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านักเขียนแต่ละคน จะไม่มี "ลายเซ็น" หรือเอกลักษณ์ของตัวเอง เช่น ภานุวัฒน์ วัฒนนุกูล เจ้าของเรื่อง Angel Delivery และ EXEcutional (คาดว่าจะได้เขียนวิจารณ์เรื่องนี้ในครั้งต่อไป) เอกสิทธิ์ ไทยรัฐ เจ้าของเรื่องสั้นจิตหลุด ที่หนึ่งในนั้นได้รับการทำเป็นภาพยนตร์เรื่อง 13 เกมสยอง โตโต้ เดอะฮีโร่ ผู้เขียน "เมื่อหัวข้าพเจ้ากลายเป็นแตงโม" ตาโปน เจ้าของ ไกรทอง และ หาญสู้ผีนรก และนักเขียนคนอื่นๆ อีกหลายคน ต่างก็มีลายเส้นแบบที่เห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บว่าใครเป็นคนเขียน ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยาก แม้ในการ์ตูนญี่ปุ่นเองก็มีนักเขียนไม่กี่คนที่ทำได้เช่นนี้


ภาพจาก EXEcutional


ภาพปก เรื่องสั้นจิตหลุด

นอกจากนี้ความสวยงามของลายเส้นก็นับว่าอยู่ในขั้นมืออาชีพ และเนื้อเรื่องก็ไม่ได้จำกัดอยู่ที่นิทานไทย หรือเรื่องประเภทสอนคุณธรรมให้เด็กๆ และเริ่มมีการวางแผน การวางพล็อตล่วงหน้า มีการให้รายละเอียดของเรื่องได้ดี จึงนับว่าการ์ตูนไทยแนวนี้พัฒนาไปมาก มีบางเรื่องเกิดจากการประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์เช่น องค์บาก แฟนฉัน Season Change 7 ประจันบาญ ซึ่งผมคิดว่าก็เป็นการดี เสียแต่ว่าการ์ตูนจากภาพยนตร์เหล่านี้มักจะัอ่านไม่ค่อยสนุกเท่าตัวภาพยนตร์เอง หรือถ้าตัวภาพยนตร์นั้นไม่สนุกอยู่แล้วการ์ตูนยิ่งไม่สนุกเข้าไปใหญ่ เพราะดำเนินเรื่องช้า และบางครั้งลายเส้นก็มีความประณีตต่ำเหมือนรีบเขียน

การ์ตูนไทยแบบมีเนื้อเรื่องอีกประเภทที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้คือการ์ตูนประเภทเพื่อการศึกษา ส่วนมากเป็นแนวประวัติศาสตร์ ก็ถือว่าเป็นทางเลือกใหม่ของเด็กๆ ในการเรียนรู้ และก็เป็นทางเลือกของนักเขียนการ์ตูนที่จะได้มีโอกาสรับทรัพย์มากขึ้่น เพราะพ่อแม่มักจะัยอมจ่ายกับเรื่องแบบนี้ ที่ผมมีโอกาสได้อ่านมาพบว่ามีคุณภาพดีพอสมควร แต่ควรตรวจสอบเรื่องของความถูกต้องด้วย


ภาพปก การ์ตูนอิงประวัติศาสตร์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช : มหากาพย์กู้แผ่นดิน บทที่ 1 องค์ดำแห่งหงสาวดี สนพ. EQ-Plus

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการ์ตูนไทยจะดีไปเสียทั้งหมด ยังมีอีกหลายเรื่องที่ลายเส้นก็ไม่ได้ความ เนื้อเรืิ่องก็ไม่ได้เรื่อง และผู้เขียนก็ยังไม่ยอมรับคำวิจารณ์จากผู้อ่าน เช่นเรื่องป่าผีที่ดูเหมือนจะสนุกในระยะแรกๆ แต่ก็ยืดจนไม่ได้ความ ผีไม่ได้เจอกับคนเสียที วาดผู้หญิงไม่เหมือนผู้หญิง เรื่องมีดที่ 13 ที่ตอนแรกดูเหมือนจะเป็นหัวหอกของการ์ตูนไทย มีโอกาสได้ไปแสดงงานถึงต่างประเทศ แต่แล้วก็เป็นเนื้อเรื่องของการล้างแค้นซ้ำๆ ซากๆ มีความไม่น่าเชื่อถือในเนื้อเรื่องสูง คือไม่อยากเชื่อว่าตัวละครในเรื่องจะมีเหตุผลเพียงพอในการกระทำสิ่งต่างๆ ของตัวเอง ลายเส้นในพัฒนาการเหมือนระฆัง คือไม่ได้เรื่องในระยะแรกสุด ต่อมาพัฒนาจนถึงขั้นสวยงามมาก และเริ่มขี้เกียจ ใช้หน้าคู่ ภาพใหญ่ๆ เพื่อยืดเนื้อเรื่องและประหยัดเวลาในการวาด จนปัจจุบันใช้เพียงภาพร่างในการตีพิมพ์ในนิตยสารรายสัปดาห์ และไม่ยอมรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ โดยบอกว่า "มันเป็นแค่การ์ตูน" นอกจากนี้ยังก่นด่าผู้วิจารณ์ในหนังสือรวมเล่มของตนเองอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การ์ตูนไทยยังถือว่ามีพัฒนาการที่ก้าวหน้าไปมาก ถึงแม้ว่าจะยังมีที่ติดขัดอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่ามีจำนวนมากขึ้นและมีคุณภาพมากกว่ายุคก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด จึงสมควรให้มีการสนับสนุนการ์ตูนไทย โดยมองข้ามอคติเรื่องลายเส้นที่เหมือนญี่ปุ่น หรือการ์ตูนเป็นเรื่องของเด็กๆ ไปเสีย ถ้าทำได้แบบนี้ผมเชื่อว่าการ์ตูนไทยจะไปได้อีกไกลมาก




 

Create Date : 11 เมษายน 2550    
Last Update : 11 เมษายน 2550 15:04:52 น.
Counter : 2845 Pageviews.  

ขอระลึกถึงการ์ตูนที่ผมชอบมากที่สุด



เนื่องด้วย วันก่อน มีคนมาตั้งกระทู้ "ขอคำพูดจากการ์ตูนที่ประทับใจ"

ของผมคือ "ทั้งหมดคือการช่วยโลก แต่เพราะโลกมันเกินเยียวยา"

จากเรื่อง "ซามูไรพเนจร"

ไม่ใช่ตัวพระเอก ฮิมุระ เคนชินหรอกนะครับ แต่เป็นตัวละครหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในเรื่อง ในอดีตเคยเป็นพระ แต่ถูกรัฐบาลญี่ปุ่นกระทำอย่างโหดเหี้ยม

เขาจึงต้องกลายมาเป็น "เมียวโอ" ผู้กวาดล้าง

"หากโลกใหม่มันยังเลวร้าย ข้าก็จะทำลายมันอีกครั้ง"

จี๊ดได้ใจสุดๆ

อยู่ในเล่ม 13 นะครับ

ส่วนตัวการ์ตูนทั้งหมด ก็ยังประทับใจผมจนถึงทุกวันนี้ เป็นหนึ่งในการ์ตูนเรื่องแรกๆ ที่ผมอ่าน (ถ้าไม่นับโดราเอม่อนน่ะนะ) ที่ไม่ว่ายังไงก็ยังชอบครับ

ทุกวันนี้ผมก็ยังนึกถึง "ชายร่างสันทัด ผมแดง มีรอยแผลเป็นรูปกากบาทที่แก้มซ้าย" และผองเพื่อนของเขาอยู่เลยครับ

แต่ตอนพระนี้น่ะ เป็นที่สุดของที่สุด จำได้เลยครับว่าเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผมอ่านการ์ตูนจนต้องร้องไห้

แล้วพบกันครับ




 

Create Date : 04 สิงหาคม 2549    
Last Update : 4 สิงหาคม 2549 16:23:29 น.
Counter : 749 Pageviews.  

1  2  3  

Unregistered user
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ตอนแรกก็มีกันอยู่ 2 คน

แต่ทำไม

กลายเป็น 3 คน

และรู้สึกว่ามีความสุขมากขึ้นเมื่อมี 3 คน
Friends' blogs
[Add Unregistered user's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.