update [ 28*07*2014 ] ในกรุ๊ปบล็อก talkative เรื่อง "facebook งานภาพประกอบของเรา"
Group Blog
 
All blogs
 
หลวงพระบางที่กลางใจ (3)

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////



** ต่อเนื่องจากสองวันแรก มาอัพให้อ่านกันแบบทันใจ ไม่อยากทิ้งไว้นาน
เพราะเราจะไปทริปใหม่ในเดือนหน้า อย่าลืมมาติดตามกันในอนาคตอันใกล้
การเที่ยวประเทศลาวสองวันสุดท้ายเริ่มขึ้นแล้ว ณ บัดนี้



วันที่สามเริ่มต้นด้วยอาหารเช้าที่โรงแรมในหลวงพระบาง
ตามมาด้วยเค้กแคร็อตรสชาติดีที่ร้านโจมา กินทิ้งทวนก่อนจะเดินทางไปวังเวียง
กินไป รอรถไป ท้องอิ่ม กองทัพทัวร์พร้อม



รถทัวร์พาคณะทัวร์ของเรามาถึงที่หมาย แต่ตาไปสะดุดอยู่กับป้ายๆนี้เข้า
ดูเจ้าบ้านใส่ใจ และทำป้ายออกมาได้น่ารักดี







ไปไหว้พระกันก่อนเดินทางไปวังเวียง ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร
วัดใหม่สุวรรณพูมาราม หรือเรียกสั้นๆว่าวัดใหม่
เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จสังฆราชองค์สุดท้ายของลาว
เป็นวัดที่มีจิตรกรรมฝาผนังงดงาม แต่เราดันลืมถ่ายรูปมาด้วย
แถมไม่ได้ถ่ายรูปวัดในมุมกว้างที่มองเห็นวัดในมุมแบบชัดๆเต็มตา
ทริปหน้าจะไม่ให้พลาดแบบนี้อีก (ถ้ายังจำว่าพลาดหนนี้ได้นะ 555)



ถ่ายรูปร้านขายของที่ระลึกมาให้ดู ถ่ายระหว่างรอรถมารับเพื่อเคลื่อนทัพ



รวมรูปเด็กๆที่เจอระหว่างทาง บางคนนิ่ง บางคนเขิน บางคนขี้เล่นและสู้กล้องมาก





รถพาลูกทัวร์มาถึงร้านอาหารวิวสวย อากาศที่ร้านอาหารเย็นมาก
เย็นกว่าหลวงพระบาง ลูกทัวร์ต่างวิ่งลงจากรถไปหาเสื้อมาใส่กันเพิ่ม
พูดไป ควันออกปากไป ขยับตัวกันไปมาด้วยความหนาวแบบฉับพลัน
แล้วกระจายหายกันไปในร้านอาหาร
เรารีบกินเพื่อรีบออกไปถ่ายรูป บรรยากาศดีขนาดนี้ ไม่อยากเสียเวลา
เลยไม่ได้ใส่ใจที่จะถ่ายรูปอาหารมื้อนี้ (ที่อร่อยอีกเช่นเคย)







ดอกไม้ ดอกหญ้า ต้นเล็ก ต้นน้อย กระจายอยู่ทั่วบริเวณ อวดตัวกันเต็มที่
ลูกหมาขวัญใจคนแถวๆนั้น วิ่งซนไปมาอยู่ใกล้ๆแม่ของมัน







ระหว่างทางไปสู่วังเวียง ลูกทัวร์ช่างชิมของเรา อ้อนวอนไกด์
ให้ช่วยจอดรถ เพื่อลงไปซื้อส้ม ที่เรียงรายอยู่ข้างทาง
พอรถจอด ลูกทัวร์ต่างแยกย้ายหายไปสุมกันอยู่ตามร้านส้ม
บางคนซื้อครึ่งโล บางคนหนึ่งโล และบางคนโอ้โห สามโลเลย
ส้มที่นี่ลูกใหญ่ อร่อย ขอบคุณลูกทัวร์ที่อ้อนวอนไกด์ให้จอดรถมา ณ ที่นี้ อิอิ





กว่ารถจะพาลูกทัวร์ผ่านเส้นทางภูเขาที่มีเส้นทางคดโค้งไปถึงวังเวียง
เวลาก็ล่วงเลยไปเกือบๆห้าโมงเย็นแล้ว กว่าจะเก็บของและนับคนที่จะล่องเรือเสร็จ
ฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีฟ้าๆ เทาๆแล้ว







เมื่อลูกทัวร์ที่อยากล่องเรือทยอยมาลงเรือแล้ว การล่องแม่น้ำซองก็เริ่มขึ้น
สองฝั่งน้ำอุดมไปด้วยต้นไม้มากมาย อากาศรอบตัวเย็นสบายสุดๆ
บรรยากาศสองฝั่งน้ำเป็นทิวเขา ต้นไม้ บ้าน รีสอร์ท สะพานข้ามแม่น้ำ
เห็นนักเรียนขี่จักรยานกลับบ้านด้วยบรรยากาศแบบนี้แล้ว อิจฉาจริงๆ
บางช่วงเห็นฝรั่งลอยห่วงยางมากับน้ำ บ้างก็พายเรือคายัคกัน
บ้างก็ทำบาร์บีคิว ปิ้งย่าง นั่งปาร์ตี้กันริมฝั่ง









ฝรั่งบางคนมาใช้ชีวิตแบบสโลว์ๆ ช้าๆ เดินบ้าง ขี่จักรยานบ้าง ขี่มอเตอร์ไซค์บ้าง
ที่นี่เหมือนเป็นคนละขั้วกับชีวิตในเมือง แสงสีเสียงเกิดขึ้นจากธรรมชาติรอบตัว
บรรยากาศแบบนี้สร้างความสุขใจ เบิกบานใจให้เราได้ไม่ยากเลย
แต่ระหว่างที่เพลิดเพลิน อิ่มกับบรรยากาศรอบข้าง ขอแนะนำว่า
ถ้าท่านได้มาล่องเรือที่นี่ ควรใส่แว่นตา หรือมีผ้าคลุมหน้าติดมาด้วยจะดีมาก
เพราะแมลงเยอะ เรือวิ่งความเร็วปานกลาง แต่จะมีแมลงบินลอยมาเข้าหน้าเป็นระยะ
เราโชคดีใส่แว่นเป็นปกติอยู่แล้ว บางคนหมดสนุก เพราะแมลงเข้าตา เข้าปาก
ส่วนเราไม่มีปัญหาดังว่ามากนัก เลยกินบรรยากาศเข้าไปเต็มที่
กว่าเรือหางยาวลำเล็กจะพาเรากลับขึ้นฝั่งที่โรงแรมท้องฟ้าก็เกือบจะมืดแล้ว



ตอนหัวค่ำไกด์พาลูกทัวร์ไปกินข้าวในเมือง
กินเสร็จไกด์ปล่อยให้ลูกทัวร์เดินท่องเมืองวังเวียงยามราตรีกันตามอัธยาศัย
เราไม่ค่อยชอบแถวนี้เท่าไหร่ เหมือนอยู่เมืองฝรั่ง ไม่ได้รังเกียจฝรั่ง
แต่ฝรั่งบางส่วนเมากันแบบไม่สนใจโลก เดินเป๋ไปมากันกลางถนน ไม่หลบรถ
ลูกทัวร์กินอะไรกันอีกเล็กน้อยพองาม แล้วต่างก็ทยอยกลับโรงแรมอย่างพร้อมเพรียง

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





วันที่สี่ และเป็นวันสุดท้ายของทริปประเทศลาวเริ่มขึ้นในยามเช้าเช่นเคย
ลูกทัวร์ทยอยมากินมื้อแรกในบรรยากาศริมแม่น้ำซองที่สวยงาม
เรากินนู่นนี่นั่นไปเรื่อย และท้ายที่สุดได้กินเฝอซะที เกือบไม่ได้ชิมฝีมือต้นตำรับซะแล้ว





ระหว่างรอรถทัวร์มารับ เก็บภาพบรรยากาศรอบตัวไปเรื่อยๆ











รถทัวร์พาเรามาถึงเวียงจันทน์ เมืองหลวงของประเทศลาวในช่วงสายๆ
และตรงไปเที่ยวชมหอพระแก้ว ซึ่งในอดีตเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต
ปัจจุบันเหลือเพียงพระแท่นประดิษฐาน
เพราะองค์พระแก้วมรกตได้ถูกอัญเชิญมาประดิษฐานที่กรุงเทพนี่เอง





จากนั้นคณะของเราเดินทางต่อไปยังวัดศรีเมือง วัดนี้เป็นที่ตั้งของศาลหลักเมือง
ภาพที่เห็นเป็นพระอุโบสถของวัด ชาวลาวนิยมมากราบไหว้สักการะบูชา
เพราะเชื่อว่ามีความศักสิทธิ์ ขออะไรก็ได้สมดังใจหวัง



หมดเวลาเที่ยวช่วงเช้า ได้เวลากินมื้อเที่ยง ชอบอีกแล้ว เพราะมื้อนี้มีลาบ
อาหารจานโปรดตลอดกาลของเรา





อิ่มท้องดีแล้ว รถทัวร์เคลื่อนตัวไปสู่วัดพระธาตุหลวง
วัดแห่งนี้เป็นที่บรรจุอัฐิของพระเจ้าชีวิตศรีสว่างวัฒนา
องค์พระธาตุเป็นสีทองเหลืองอร่าม สะท้อนแดดตัดกับสีของท้องฟ้าสวยงาม
วัดพระธาตุหลวงแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศลาว
เพราะปรากฏอยู่ในตราแผ่นดินที่ใช้ในปัจจุบัน



ระหว่างเดินถ่ายรูปเพลินๆในวัดพระธาตุหลวง คณะทัวร์เราพุ่งความสนใจไปสู่
หนุ่มสาวที่แต่งกายเต็มยศ เพื่อถ่ายรูปเว็ดดิ้งสำหรับงานแต่งงาน
คู่บ่าวสาวในอนาคตคงเขินเอาการ ก็พี่ไทยเรายืนถ่ายรูปกันอย่างสนอกสนใจ







จุดเที่ยวรองสุดท้าย อนุสาวรีย์ประตูชัย สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงข้าราชการ
และพลเรือนที่เสียชีวิตในสงครามอินโดจีน เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่าง
ศิลปะล้านช้างกับศิลปะของฝรั่งเศส ตั้งเด่นเป็นสง่า แลดูตระการตาอยู่กลางเมืองเวียงจันทน์
ท้ายสุดเป็นการเที่ยวตลาดเช้าเวียงจันทน์ สำหรับเราตลาดมีของทั่วไปที่ไม่ต่างจากที่อื่น
เลยไม่ได้แปะรูปอะไร แต่อย่างใดเอาไว้



จบทริปด้วยการเดินทางสู่สนามบินวัดไต เพื่อขึ้นเครื่องของสายการบินลาวกลับสู่ไทย
นับเป็นทริปที่เรียบร้อย ราบรื่น ส่วนใหญ่เราจะชอบและประทับใจสถานที่ๆเป็นธรรมชาติ
ส่วนเมืองทั้งสาม หลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์ เราชอบหลวงพระบางมากที่สุด
หลวงพระบางมีความเป็นเมืองที่ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป ผู้คน อัธยาศัย บรรยากาศ
ทุกสิ่งทุกอย่าง ให้ความรู้สึก เป็นมิตร อบอุ่น น่ารัก และเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ไม่น่าแปลกใจที่ชื่อทริปนี้จะออกมาเป็น “หลวงพระบางที่กลางใจ”
เมืองที่มีมนต์เสน่ห์เฉพาะตัวมากมาย มากพอที่จะทำให้เราอยากกลับมาอีก
เมืองที่มีตัวตนอยู่ที่กลางใจของเราไปเรียบร้อยแล้ว :-)

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////



Create Date : 25 กันยายน 2555
Last Update : 14 ตุลาคม 2555 23:17:55 น. 4 comments
Counter : 3645 Pageviews.

 


โดย: Pichsud วันที่: 25 กันยายน 2555 เวลา:13:50:09 น.  

 
มาทัทายครับ รูปสวยดีครับ แต่หยุดที่รูปแรกอยู่นาน...ดูรูปเค้กตอนกลางคืนนี่ชวนหิวดีจัง:-)


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 1 ตุลาคม 2555 เวลา:23:49:01 น.  

 
โอ๊ย อยากไปอีกจังเล้ยยย
นอกจากวัด วัง แล้ว จำได้ว่าประทับใจกับตลาดเช้ามากๆ
โดยเฉพาะค้างคาวแห้ง (กองพะเนิน) ขาควาย (ตัดมาสดๆ ไม่มีการแปรรูปใดๆ) ตัวอ้นและตุ่นตัวกลมๆ (เป็นๆ) ลืมถามว่าเอาไปทำอะไรกิน ^^'


โดย: กอล์ฟ IP: 58.8.35.181 วันที่: 11 ตุลาคม 2555 เวลา:17:21:45 น.  

 
คุณpichsud
สบายดีนะครับ
ไม่ได้ทักทายกันนานมากกกกกก
----------
คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา
555 ระวังกรดไหลย้อนนะครับ
----------
กอล์ฟ
เสียดายพี่ไม่ได้เห็นอย่างที่กอล์ฟว่ามา
ไม่งั้นได้เห็นรูปแน่ๆ
อยากกลับไปเที่ยวอีกซักหลายๆครั้ง


โดย: ถ่านหินจำศีล วันที่: 14 ตุลาคม 2555 เวลา:23:03:56 น.  

ถ่านหินจำศีล
Location :
สมุทรสงคราม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




///////////////////////////////////////////////

© ถ่านหินจำศีล
ผันตัวจากอาชีพอาร์ตไดเร็คเตอร์
มาเป็นนักเขียนและนักวาดภาพประกอบนิทาน
เมื่อราวๆเดือนมีนาคม 2545
ทำงานและใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่แม่กลอง

บล็อกแห่งนี้ถือกำเนิดเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2550
มี 11 กรุ๊ปบล็อก รวมบล็อกได้ 354 บล็อก
มีอายุบล็อกนับถึง 16 ก.พ. 2557 ครบ 7 ปีแล้ว
-------------------------------------------------------
https://www.trytobeillustrator.bloggang.com
ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายลิขสิทธิ์ปี 2537
© ถ่านหินจำศีล
-------------------------------------------------------

Find more artworks/photos like this on PORTFOLIOS*NET
Friends' blogs
[Add ถ่านหินจำศีล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.