update [ 28*07*2014 ] ในกรุ๊ปบล็อก talkative เรื่อง "facebook งานภาพประกอบของเรา"
Group Blog
 
All blogs
 
myDear India :: day2

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





** อินเดียวันที่สองเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ ทางโรงแรมโทรปลุกตรงเวลาเป๊ะ
อาหารมื้อแรกของวันเป็นบุฟเฟต์แบบฝรั่ง รสชาติเหมือนๆกับโรงแรมทั่วๆไป
ระหว่างรอคนครบ รอรถ เราเดินออกไปดูผู้คนบนถนนหน้าโรงแรม
พร้อมกับเก็บภาพไปด้วย นายแบบจำเป็นทั้งหลายต่างพากันยิ้มและแอบยิ้ม
ด้วยรู้ตัวว่ากำลังถูกนักท่องเที่ยวถ่ายรูปอยู่









ตลอดทางบนรถบัส เพื่อมุ่งหน้าไปสู่สนามบินนานาชาติอินทิราคานธีร์
เพื่อบินจากเมืองเดลี ไปสู่สนามบินศรีนาคา ณ เมืองศรีนาคา (Srinagar)
เราเก็บภาพบรรยากาศหนึ่งข้างทางไปด้วย (สองข้างทางไม่ได้ เพราะนั่งฝั่งเดียว)
มีอะไรน่าสนใจเต็มไปหมด แม้จะถ่ายรูปลำบาก แต่ก็ต้องลุ้นดู
มีสวนสนุก เพราะเห็นมีชิงช้าสวรรค์ เครื่องเล่นหลายแบบ รถวิ่งไปได้ไม่ไกล
เราเห็นมีงานคล้ายๆผีตาโขน แต่ไม่รู้ว่าเป็นงาน เทศกาล หรือประเพณีอะไร





ระหว่างรอพิธีการทั้งหลายในสนามบิน เราแวะไปดูร้านหนังสือ
มีนิตยสารอินเดียหัวฝรั่งเยอะเหมือนกัน พยายามหานิทาน แต่ไม่มีที่ถูกใจ
เลยไปดูข้าวของในร้านขายของจิปาถะ พร้อมถ่ายรูปไปด้วย ถ่ายไปได้แค่นิดหน่อย
น้องพนักงานเดินตรงมาหา บอกว่า ห้ามถ่ายรูป เลยสำรวจของได้แต่ตา
เอาเป็นว่ารูปที่ถ่ายไปแล้ว ขออนุญาตเอามาลงไว้หน่อยนะ 555
และไม่ลืมสำรวจงานศิลปะทั้งหลายแหล่ ที่อยู่รอบสนามบิน



สายการบินแอร์อินเดีย พาคณะของเราออกบินตอน 12.10 น
ลงจอดที่สนามบินศรีนาคา เมืองศรีนาคา เวลา 13.30 น
ยังไม่ทันได้หลับก็ถึงจุดหมายซะแล้ว เมืองศรีนาคาตั้งอยู่ในหุบเขาแคชเมียร์
อยู่ที่ระดับความสูง 1,730 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
ศรีนาคาได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งทะเลสาบ สายน้ำ สวนดอกไม้และงานศิลปะ
คราวนี้เปลี่ยนพาหนะจากรถบัสมาเป็นรถจิ๊บ นั่งได้คันละสี่ห้าคน
มิใช่รถแบบรูปด้านบนแต่อย่างใด เห็นว่ารถน่ารักดีเลยลงเอาไว้
รถจิ๊บที่นั่งจริงๆเป็นรถหน้าตาแบบยุคนี้ ไม่มีอะไรพิเศษ











อากาศที่ศรีนาคาตอนที่ไปถึง เริ่มเย็นสบาย เข้าสู่ช่วงหน้าหนาวเรียบร้อยแล้ว
บรรยากาศข้างทาง มีเรื่องราวน่าสนใจตลอดทาง ทั้งสถาปัตยกรรม บ้านเรือน
ผู้คน การแต่งตัว ร้านรวง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในสายตาดูน่าตื่นเต้นไปหมด







ในที่สุดเราก็มาถึงทะเลสาบดาล (Dahl lake) อันเป็นจุดที่ตั้งของโรงแรมเรือ
ซึ่งเราต้องพักอยู่ที่นี่สามวันสามคืน บรรยากาศตอนนั้นเย็นสบาย
คณะทัวร์ส่งเสียงสดชื่น ดีใจ ให้กับภาพทิวทัศน์บรรยากาศอันสวยงามตรงหน้า
ที่นี่กว้างใหญ่ ผู้คนขวักไขว่ โรงแรมเรือตั้งอยู่เป็นแถว เป็นแนวยาว เต็มไปหมด
เรือพายรับจ้างจอดรอ ลอยอวดสีกันเป็นที่สนุกสนาน พายเข้าพายออกกันตลอดเวลา
รอบตัวเต็มไปด้วยสีสัน เหมือนเป็นวิธีต้อนรับให้ผู้มาเยือนรู้สึกครึกครื้นได้ดียิ่งนัก







เมื่อคณะทัวร์จากไทยแล็นด์ของเราลงเรือและทยอยลอยลำไปสู่โรงแรมเรือ
นามว่า Deluxe House Boat เรือพายแบบมีหลังคาคลุม (ไม่รู้เรียกว่าเรืออะไร)
นั่งได้ลำละสี่คน พาเราสู่ฝั่งน้ำตรงกันข้าม พาลัดเลาะไปตามเส้นทาง
ได้เห็นบรรยากาศรอบด้าน เต็มตา จุใจ ได้เห็นบ้านเรือ ร้านของชำริมน้ำ
ผู้คนท้องถิ่นที่สัญจรกันทางน้ำ ชีวิตที่ต้องพึ่งพิงอาศัยน้ำ น้องแพะตามบ้าน
ทุ่งต้นบัวที่ไม่ค่อยเห็นดอกบัว บรรยากาศโดยมวลรวม
นำความสุขแรกในการเดินทางมาให้เราได้สำเร็จไปขั้นนึงแล้ว



ไม่นานนัก เรือพายทรงแคบสีสวย พาคณะทัวร์ของเรามาสู่โรงแรมเรือ
ประสบการณ์แปลกใหม่เริ่มทยอยเข้ามาหาเราเรื่อยๆอย่างไม่หยุดยั้ง







บรรยากาศภายในห้องโถงโรงแรมเรือดูหรูหราอลังการมากๆ
วัสดุส่วนใหญ่ทำมาจากไม้ แกะลวดลายประดับทั่วไปหมด
ภายในห้องพักเป็นเตียงไม้ มีม่านขนาดใหญ่เป็นตัวตกแต่งเพิ่มเติม
มีห้องน้ำและอ่างอาบน้ำอยู่ในตัว การตกแต่งแบบนี้
เป็นอิทธิพลจากอังกฤษหรือเปล่าหนา เป็นอังกฤษแบบย้อนยุค
ย้อนไปถึงยุคล่าอาณานิคมนั่นเลยทีเดียว



ไกด์ของเราสั่งแม่ครัวบนเรือ ซึ่งเป็นเมียและลูกของเจ้าของเรือนั่นเอง
จัดอาหารบนเรือไว้รอคณะทัวร์ของเรา กินให้อิ่มก่อนเดินทางไปเที่ยวต่อ





รถจิ๊บประจำคณะของเราสตาร์ทเครื่อง พาเราออกเดินทางอีกครั้ง
ทิวทัศน์ของทะเลสาบดาลยามบ่ายช่างงดงามเสียจริง













หลังจากเคลิ้บเคลิ้มด้วยบรรยากาศ และเพราะความอิ่มก่อนหน้า
รถจิ๊บก็พาเรามาอยู่หน้า สวนชาลิมาร์ (Shalimar Garden)
สวนดอกไม้ที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์โมกุล โดยจักรพรรดิ Jehangir
เป็นที่ประทับพักผ่อนของกษัตริย์ราชวงศ์โมกุลในอดีต
ภายในมีดอกไม้เมืองหนาวให้เดินชมเพลินๆ รวมทั้งต้นเมเปิลอายุกว่า 400 ปี
มีเด็กวัยรุ่นอินเดียสองคนมาขอเราถ่ายรูปด้วย งงเล็กน้อย ได้คุยกันเล็กๆ
ถูกถามไถ่ว่ามาจากไหน ไปเที่ยวบนภูเขาหรือยัง ชอบอินเดียไหม
แน่นอน แค่วันที่สอง เราตอบได้เลยว่าชอบ





เก็บภาพครอบครัวชาวอินเดียในสวนชาลิมาร์ขณะกำลังถ่ายรูปหมู่
เราเลยแจมขอยืนถ่ายรูปอยู่ข้างๆ พอออกมาด้านหน้าของสวน
เจอเด็กเลี้ยงแพะคนนี้กำลังเดินผ่าน เก็บภาพเกือบไม่ทัน
แต่งตัวได้เท่ห์โดยไม่ต้องพยายามมากๆ อิอิ











ปิดท้ายที่เที่ยวสุดท้ายที่สวนนิชาท สวนสไตล์โมกุลเช่นกัน
ไปถึงแสงสุดท้ายกำลังจะโบกมือลา เลยต้องรีบเดินรีบถ่ายรูป
แสงน้อยเริ่มถ่ายรูปลำบาก ทะเลสาบดาลหน้าสวนกำลังสวยมากๆ





กว่าจะถึงโรงแรมเรือก็มืดไปแล้ว อากาศก็เย็นลงกว่าเดิมอีก
ห้องโถงโรงแรมเรือในยามกลางคืนสวยไปอีกแบบ
หลังจากแยกย้ายไปอาบน้ำ ห่อตัวให้หนากว่าเดิม กินข้าวกันอิ่มดี
การช็อปปิ้งแรกโดยพ่อค้าพายเรือนำสินค้ามาขายก็เริ่มขึ้น
คืนแรกเป็นผ้าพาสมีน่า ต่อราคาผ่านภาษาปะกิตกันอยู่นาน
พี่ไทยเราใช้เทคนิคไม่ซื้อเดินออก พ่อค้าจึงยอมให้ราคาตามที่ขอไว้
ช็อปปิ้งของฝากแรกของทุกคนจึงเริ่มขึ้นคนละหนุบคนละหนับ
มากบ้างน้อยบ้างตามอัธยาศัย
อินเดียวันที่สองจบลงพร้อมห้องนอนอันหรูหราแบบย้อนยุค
อินเดียอีกสี่วันที่เหลือจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


Create Date : 05 สิงหาคม 2556
Last Update : 12 ตุลาคม 2556 22:17:40 น. 0 comments
Counter : 2067 Pageviews.

ถ่านหินจำศีล
Location :
สมุทรสงคราม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




///////////////////////////////////////////////

© ถ่านหินจำศีล
ผันตัวจากอาชีพอาร์ตไดเร็คเตอร์
มาเป็นนักเขียนและนักวาดภาพประกอบนิทาน
เมื่อราวๆเดือนมีนาคม 2545
ทำงานและใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่แม่กลอง

บล็อกแห่งนี้ถือกำเนิดเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2550
มี 11 กรุ๊ปบล็อก รวมบล็อกได้ 354 บล็อก
มีอายุบล็อกนับถึง 16 ก.พ. 2557 ครบ 7 ปีแล้ว
-------------------------------------------------------
https://www.trytobeillustrator.bloggang.com
ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายลิขสิทธิ์ปี 2537
© ถ่านหินจำศีล
-------------------------------------------------------

Find more artworks/photos like this on PORTFOLIOS*NET
Friends' blogs
[Add ถ่านหินจำศีล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.