update [ 28*07*2014 ] ในกรุ๊ปบล็อก talkative เรื่อง "facebook งานภาพประกอบของเรา"
Group Blog
 
All blogs
 
หลวงพระบางที่กลางใจ (2)

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////



** หลังจากวันแรกกินอิ่ม นอนหลับ นอนตุนชั่วโมงกันเต็มที่ดีแล้ว
เช้าตรู่วันที่สองของทริปนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง อาบน้ำ แต่งตัว
และไปรวมตัวกันที่ล็อบบี้โรงแรม เพื่อเดินทางไปตักบาตรข้าวเหนียว
กลุ่มทัวร์ของเราจับจองฟุตบาธเพื่อตั้งแถวและเตรียมตัวตักบาตร



ท้องฟ้าเริ่มมีแสงแรกให้เห็นแล้ว อากาศเย็นสบาย ไกด์แจกผ้าขาวม้า
เพื่อให้ลูกทัวร์ใช้พาดบ่า พาดตัว ให้เหมือนกับที่ชาวลาวปฎิบัติกัน





พระภิกษุออกบิณฑบาตรเป็นร้อยรูป เป็นแถวสั้นบ้าง แถวยาวบ้าง
แถวไหนยาว ลูกทัวร์ปั้นข้าวเหนียวเพื่อใส่บาตรกันมือเป็นระวิง
ปั้นกันแทบไม่ทัน เราตักบาตรข้าวเหนียวพระได้แถวเดียว
แล้วออกเดินถ่ายรูปบรรยากาศ จากนั้นก็ไม่ได้ใส่บาตรอีก
เพราะห่วงว่าจะไม่ได้ภาพสวยๆให้สมกับที่มาเที่ยว





เก็บภาพแม่ค้าหลายๆแบบมาให้ดู
แม่ค้ากระเตงกระติ๊บ ตระกร้า กระจาด ถาด กระบุง ใส่ของขายนักท่องเที่ยว
เป็นของขายสำหรับใส่บาตร ใครเดินผ่านไปมาก็นำเสนอของขายในมือ
เราสงสัยว่าเขาขายอะไรบ้าง เลยเดินเรียบๆเคียงๆไปดูและถ่ายรูปใกล้ๆ
ผลที่ได้คือ แม่ค้าขายข้าวเหนียว ขนม ข้าวต้มมัด
และอื่นๆอีกหรือเปล่า เราก็ไม่แน่ใจ เพราะเห็นเท่านี้แล





บรรยากาศที่หลวงพระบางย้อนยุคประเทศไทยเราไปหลายสิบปี
จริงอย่างที่เคยฟัง และอ่านผ่านๆตามา ดูจากมอเตอร์ไซค์เก่าๆ
ที่ยังมีให้เห็น ส่วนรถแท็กซี่หรือรถตุ๊กๆก็มีขนาดใหญ่กว่าบ้านเรา
คันนึงนั่งได้ราวๆ 8 คน ถ้ารวมยืนด้วย อาจนับได้ถึง 12 คน







หลังจากตักบาตรเสร็จ ไกด์ปล่อยลูกทัวร์ให้เดินชมตลาดเช้าหลวงพระบาง
คึกคักดีทีเดียว ทั้งคนท้องที่และนักท่องเที่ยว มีของขายเต็มสองข้างทาง
ส่วนใหญ่คล้ายๆตลาดไทยเรา ที่สังเกตเห็นคือ ตลาดที่ลาว
นอกจากอาหารสด อาหารคาว ขนมหวานแล้ว ยังมีดอกไม้
ที่แทรกอยู่กับอาหารทั่วไป วางขายรวมกัน หรือเป็นร้านดอกไม้โดยเฉพาะ
มีให้เห็นแบบนี้ตลอดทาง





บรรยากาศรอบๆตลาดอวลไปด้วยรอยยิ้ม แม้จะไกลบ้าน
แต่ให้รู้สึกเหมือนเดินอยู่ใกล้ๆบ้านนี่เอง มื้อแรกยังไม่ถึงท้อง
ระหว่างทางเลยกิน ชิม ขนมที่ไม่เหมือนในไทยแก้หิวไปในตัว
พร้อมกับเก็บภาพของในตลาดที่น่าสนใจไปเรื่อยๆ







ระหว่างทางกลับโรงแรม มีวัดและรายละเอียดอื่นๆ
รวมทั้งร้านกาแฟโบราณประชานิยม ที่ไกด์บอกลูกทัวร์ว่า
อร่อยที่สุดในหลวงพระบาง คำพูดมันเชิญชวนขนาดนั้น
มีหรือที่เราจะไม่อยากชิม แต่พอเดินไปถึงหน้าร้าน
ทั้งคนนั่งในร้าน คนยืนรอหน้าร้าน แน่นและเต็ม ดูท่าทีแล้ว
คงต้องรอนาน เลยล้มเลิกความตั้งใจไปเสียก่อน





ชอบต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ระหว่างทางกลับโรงแรม ต้นใหญ่โต สูง ตระหง่าน
เขียวสดชื่น สบายตา น่าชื่นชมคนที่นั่น
ที่ช่วยกันเก็บรักษาต้นไม้และสิ่งแวดล้อมดีๆเอาไว้











หลังจากอิ่มมื้อแรกที่โรงแรม คณะทัวร์ของเราออกเดินทางอีกครั้ง
มุ่งไปสู่พระราชวังหลวง ซึ่งเป็นที่ประทับของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์
ภายในมีความสวยงาม ทั้งสถาปัตยกรรม ของประดับตกแต่ง
ที่ประทับใจสุดคือ ภาพจิตรกรรมสีน้ำมันในกรอบไม้ขนาดใหญ่สวยงามหลายชิ้น
แต่น่าเสียดายที่ถ่ายรูปไม่ได้ เลยเอาภาพบรรยากาศภายนอกมาให้ดูกัน



ออกมาภายนอกมีร้านขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวได้คึกคักกันเล็กๆ
อดเอารูปเด็กคนนี้มาให้ดูไม่ได้จริงๆ น่ารัก น่าชังเหลือเกิน
แม่กระเตงพามาขายของด้วย ไม่รู้ว่าช่วยฉุดยอดขายได้หรือเปล่า







เมื่อลูกทัวร์พร้อม คณะของเราเคลื่อนพาหนะไปสู่บ้านช่างไห
เพื่อชมวิถีชีวิตของชาวบ้านริมแม่น้ำโขง ซึ่งมีอาชีพหมักสาโทและต้มเหล้าขาว
รวมทั้งผลิตผ้าทอลวดลาย แต่เวลามีไม่มาก ได้แต่ดูแว้บๆแล้วไปขึ้นเรือต่อ











ที่ต้องรีบเพราะต้องไปกินข้าวเที่ยง และทำเวลาเพื่อไปเที่ยวที่อื่นๆต่อ
นั่งเรือชมวิวสองฝั่งแม่น้ำโขงพักใหญ่ๆ เรือพาลูกทัวร์มาถึงร้านอาหาร
เราชอบบรรยากาศตรงนี้มากๆ มีแปลงผัก แปลงข้าวโพด เรือนไม้ที่เป็นร้านอาหาร
มองออกไปเห็นแม่น้ำ เห็นทิวเขา เรือของชาวบ้านจอดเรียงรายอยู่ริมฝั่ง
อากาศเย็นสบาย สดชื่น สูดอ็อกซิเจนได้เต็มปอดแบบไร้มลพิษ
ถ้ามีเวลาอยากนั่งอยู่แถวนี้อีกซักสามชั่วโมง อยากซับบรรยากาศไว้ให้เต็มที่









เมื่อได้เวลา เราพาท้องหนักๆไปขึ้นเรือ เพื่อลอยลำไปสู่ถ้ำติ่ง
ซึ่งอยู่ไกลจากร้านอาหารไม่มากนัก ถ้ำติ่ง เป็นถ้ำที่อยู่บนหน้าผาริมแม่น้ำโขง
เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทอง เงิน นาก จำนวนมาก
นอกจากนั้นยังมีพระพุทธรูปไม้จำนวนนับพันองค์อยู่ภายในถ้ำแห่งนี้ด้วย







ขึ้นจากเรือไปต่อรถ เคลื่อนคณะไปสู่วัดเชียงทอง
วัดที่คุ้นตาที่สุดจากสารพัดสื่อและหนังสือนำเที่ยวทั้งหลาย
วัดเชียงทองเป็นวัดหลวงคู่เมืองหลวงพระบาง
พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชโปรดให้สร้างเพื่อเป็นตัวแทนศิลปะสกุลล้านช้าง
“อุโบสถ” หรือที่คนลาวเรียกว่า “สิม” ด้านหลังอุโบสถประดับลวดลายด้วยกระจกสี
เรียงประดับเป็นรูปต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ ด้านข้างเป็นรูปสัตว์ในวรรณคดี
เป็นอุโบสถที่งดงามมากๆตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมสกุลล้านช้าง









ด้านข้างและด้านหลังของอุโบสถเป็นที่ตั้งของวิหารเล็กๆ 2 หลัง
จุดเด่นของวิหารด้านหน้าคือ ตกแต่งด้วยกระจกสี
เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้าน ไปยืนดูใกล้ๆเพื่อถ่ายรูป
มีรายละเอียดให้คนช่างสังเกตได้ดูมากมาย





นอกจากนี้ในบริเวณวัดเชียงทองยังมีโรงเมี้ยนโกศ หรือ
เป็นโรงเก็บพระโกศ พระราชรถ ราชยานของเจ้าศรีสว่างวัฒนา
ตัวสถาปัตยกรรมแกะสลักลวดลายและทาสีทองอร่าม สวยงามมากๆ



ตามมาด้วยการเดินทางไปวัดวิชุนราช เพื่อนมัสการพระองค์หลวง
ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่ใหญ่ที่สุดในลาว และชม
พระธาตุหมากโม พระธาตุที่มีรูปทรงคล้ายกับลูกแตงโมผ่าครึ่ง



วันนี้คิวเที่ยวหมดแล้ว เหลือแค่คิวอาหารค่ำ มีเวลาเหลือก่อนไปหม่ำๆ
เราเลยออกเที่ยวต่อเองด้วยจักรยานเช่า อากาศเย็นสบายแบบนี้
ขี่จักรยานชมเมืองหลวงพระบาง น่าจะได้เห็นอะไรมากจุใจขึ้นไปอีก









สมใจเรา ได้เห็นเมือง เห็นแมวตัวกลม วิวทิวทัศน์ที่ลูกทัวร์คนอื่นไม่ได้เห็น
ได้แวะร้านหนังสือที่ขายงานศิลปะด้วย เจอร้านขายของที่ระลึกสวยๆ
เจอนิทานเด็กภาษาลาว ภาพประกอบสร้างสรรค์โดยฝรั่ง
ระหว่างที่ปั่นจักรยานชมเมือง และรับลมเย็นสดชื่นพร้อมสมองที่ปลอดโปร่ง
เรารู้สึกรักและหลงเสน่ห์หลวงพระบางอย่างแรง มนต์เสน่ห์ของเมือง
คงลอยอยู่ในบรรยากาศและลอยมาปะทะเราเข้าอย่างจัง
เป็นเมืองที่อยากกลับมาเที่ยวอีก อยากมาเที่ยวเอง มาอยู่ซักสิบวัน
มาหลงรักเมืองนี้ให้มากขึ้นไปอีก



ก่อนส่งจักรยานคืนร้านเช่า เราแวะไปร้านที่หมายมั่นไว้อีกร้าน
ร้าน เลเลฟัง เป็นร้านอาหารดัง ออกสื่อในไทยหลายครั้ง
ขายอาหารฝรั่ง แบบฝรั๊ง ฝรั่งกันเลย ลองสั่งมากินจานนึง
เอาแบบราคาย่อมๆ รสชาติดีสมราคา สมใจ ได้มากินอย่างที่ตั้งใจ



เอาจักรยานไปคืนเรียบร้อยดีแล้ว รีบตามไปสมทบกับคณะทัวร์
ทุกท่านกำลังทานอาหารกันอยู่ บ้างก็ทานเสร็จแล้ว
เรามาถึงช้า แต่แจ้งไกด์ไว้แล้วว่าจะตามมาสมทบช้าหน่อย
รูปอาหารด้านบนซ้าย เป็นสลัดที่สั่งกินที่ร้าน เลเลฟัง
ส่วนที่เหลือเป็นอาหารที่ร้านอาหารจากทัวร์ ทริปนี้อาหารถูกปาก
รสชาติถูกใจ ไม่ได้ยินใครบ่นเรื่องรสชาติอาหารเลย
วันที่สองของทริปนี้ จบลงด้วยความชื่นมื่นในใจเรา
บล็อกหน้าอย่าลืมพบกับ วังเวียง ในเร็ววันนี้ แน่นอน :-)

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


Create Date : 24 กันยายน 2555
Last Update : 14 ตุลาคม 2555 23:00:01 น. 2 comments
Counter : 4312 Pageviews.

 
ชอบจังบรรยากาศแบบนี้..


โดย: เบียร์หมัก วันที่: 24 กันยายน 2555 เวลา:2:58:01 น.  

 
คุณเบียร์หมัก
ลาวให้อารมณ์เหมือนต่างจังหวัดบ้านเรา
น่าไปเที่ยวมากๆ


โดย: ถ่านหินจำศีล วันที่: 25 กันยายน 2555 เวลา:2:20:36 น.  

ถ่านหินจำศีล
Location :
สมุทรสงคราม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




///////////////////////////////////////////////

© ถ่านหินจำศีล
ผันตัวจากอาชีพอาร์ตไดเร็คเตอร์
มาเป็นนักเขียนและนักวาดภาพประกอบนิทาน
เมื่อราวๆเดือนมีนาคม 2545
ทำงานและใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่แม่กลอง

บล็อกแห่งนี้ถือกำเนิดเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2550
มี 11 กรุ๊ปบล็อก รวมบล็อกได้ 354 บล็อก
มีอายุบล็อกนับถึง 16 ก.พ. 2557 ครบ 7 ปีแล้ว
-------------------------------------------------------
https://www.trytobeillustrator.bloggang.com
ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายลิขสิทธิ์ปี 2537
© ถ่านหินจำศีล
-------------------------------------------------------

Find more artworks/photos like this on PORTFOLIOS*NET
Friends' blogs
[Add ถ่านหินจำศีล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.