Group Blog
 
All blogs
 

Happy Birthday to L and Happy Halloween day

โอกาสพิเศษ กลับมา upblog Bloggang

ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ Bloggang นา แต่ทนความเงียบไม่ไหว แถมพักหลังๆ อ่าน blog Exteen เยอะ แล้ว Exteen เค้ามีระบบบอกว่าเมื่อไหร่ blog ที่เรา add favourite ไว้ update ด้วย ชีวิตสะดวกขึ้นเยอะเลยนะ

วันนี้เป็นวัน Halloween แต่ทุกปีไม่เคยสนใจ แต่มาปีนี้

if you could have told me everything
you would have found what love is
if you could have told me what was on your mind
I would have shown you the way
someday I'm gonna be older than you
I've never thought beyond that time
I've never imagined the pictures of that life
for now I will try to live for you and for me
I will try to live with love, with dreams
and forever with Tears



by : Yoshiki (X Japan)


เพื่อเป็นที่ระลึกถึง L ตัวละครตัวแรกที่เห็นจากไปแล้ว ร้องไห้เลย ทำใจยาก

แต่เรื่องเศร้าๆ อย่าไปจำมันมาก

มาสนุกกับ Halloween ที่เป็นวันเกิด L กันดีกว่า




อย่าสนใจคุณภาพของภาพเลยค่ะ เผอิญจัด Quality ผิดพลาดเล็กน้อย เกรงชาวบ้านเขา Load ยาก เลยลดคุณภาพ วาดอย่างทุยเมื่อปีก่อน แต่กว่าจะได้เอามาลงสี ปีนี้.....

ความจริงร่างไว้อีกภาพ อย่างหรู แต่ประมาณดูแล้ว เสร็จไม่ทันวันที่ 31 ต.ค. แน่นอน เลยพับไป ไปเลือกรูปใน stock มาใช้แทน แต่เอาเข้าจริง ตัวละครเยอะ ลงสียาก หมดเวลาไปเยอะพอกัน

ยังไงก็

Happy Birthday to L




 

Create Date : 31 ตุลาคม 2550    
Last Update : 31 ตุลาคม 2550 13:02:34 น.
Counter : 6114 Pageviews.  

Pirates of the Caribbean : At the World’s End review


ไปดูมาแล้ว 2 รอบ ! ได้กลับมาดูที่เชียงใหม่ด้วย ค่าดูถูกดี แอร์ที่กาดสวนแก้วร้อนไปหน่อย เออ....ก็เข้าใจล่ะนะว่าประหยัดค่าใช้จ่าย ดีกว่าไม่มีโรงหนัง Soundtrack ให้ดู แล้วต้องไปพึ่ง Major ที่แอร์เย็นดี แต่ค่าดูแพง.....อ๊ากกกกก.....

ก่อนไปดู ก็ทำใจไว้แล้วค่ะ ว่าหนังอาจจะไม่สนุก เพราะมีทั้งคนบ่นว่าเบื่อ ยาวไปบ้าง จะหลับ Jack ออกมานิดเดียว มีแต่ Elizabeth บ้าง

แต่พอไปดูแล้ว 3 ชม. เหมือนแป๊บเดียวเอง แต่โชคร้ายนิดหน่อย ตรงรอบแรกที่ไปดู ดันติดกะผีแม่ลูกอ่อน ไม่ใช่แค่แม่ลูกอ่อนธรรมดา แต่เป็นผีแม่ลูกอ่อน 2 !! เราก็ว่าเราใจกว้างแล้วนะ แต่เด็กมันโยเยมากเลย ดีที่มันเป็นเด็กฝรั่ง พอรำคาญ เด็กมันไม่ผิดหรอกค่ะ เพราะมันยังเด็ก ไม่รู้เรื่อง ยังไม่ถึง 5 ขวบด้วยซ้ำไป อีกคนยังแบเบาะ เออ! แบเบาะไม่ใช่สำนวน แต่หิ้วเบาะมาแบกันในโรงหนังเลยค่ะ ! นั่งดูไป ก็พยายามทำสมาธิให้อยู่กับหนัง แต่เด็กมันเดินวุ่นเลยค่ะ เกือบค่ะ เกือบจะได้โชว์ความสามารถด่าภาษาปะกิตกลายโรงหนังใส่แม่มันซะแล้ว ดูรอบแรกก็เลยรู้สึกไม่เต็มอิ่มเลย ต้องไปดูรอบ 2 อีกวันถัดมาในวันหยุด

เอาล่ะ มาเริ่มเรื่องกันเลยดีกว่า


รูปที่ไม่เคยได้เห็นในหนัง สงสัยตัดออก


ในโลกแห่งจินตนาการ ทุกอย่างเป็นไปได้ แม้ว่าในโลกแห่งความเป็นจริง พวกโจรสลัดทำคือ ปล้น จี้ ฆ่า ใช้ชีวิตผิดแบบไร้ศีลธรรมและจริยธรรม แต่ในหนัง พวกเขาคือเสรีชน ผู้ท่องไปทั่วน่านน้ำ ต่อสู้กับอำนาจรัฐที่กดขี่ข่มเหงผู้ด้อยโอกาส ไม่ว่าหนังเรื่องไหน รัฐคือผู้ร้ายทุกที



ตอนหนังเปิดฉากมานึกว่าดูผิดเรื่อง เป็นฉากการประหารหมู่ชาวบ้านที่เป็นพวกโจรสลัด (หรือโดนยัดข้อหาก็ไม่รู้) ของทางการ บริษัทอีสอินเดีย เทรดดิ้ง กอมปานี โดยลอร์ดเบตแก๊ต ผู้กุมอำนาจ ทั้งจากอำนาจจากรัฐและท้องทะเล ฉากเริ่มเรื่องนี้เล่นเอาฉันหดหู่ไปเลยค่ะ มองดูชาวบ้านตาดำๆมอมๆโทรมถูกฆ่าเป็นใบไม้ร่วง จนถึงคิวเด็กชายคนหนึ่ง แล้วเศร้าใจ ดีที่หนังตบเราเข้ามาในโลกแห่งจินตนาการก่อนความจริงอันโหดร้าย ประชาชนผู้เลือกคนเลวที่เอื้อเฟื้อแบ่งปันมากกว่าจริยธรรมต้องที่มากับใจคอคับแคบและโหดเหี้ยม

ไปสู่สิงคโปร์ที่เห็นพูดพร่ำกันมานาน สิงคโปร์ในหนังเป็นสิงคโปร์แนวแฟนตาซีค่ะ เหมือนสลัมท่าเรือมากกว่าเรือท่าอันยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน ไม่มีเค้าสิ่งปลูกสร้างถาวร แต่กระนั้น สมัยปี 1500 สิงคโปร์อาจจะเป็นแค่ทางผ่าน แหล่งหลบคลื่นและแหล่งซ่องสุมโจรสลัดก็ได้

หนังเปิดตัวเฮียโจวที่เป็น เซาเฟย เหมือนจักรพรรดิแห่งทะเลจีนใต้เถื่อน อยู่ในที่แช่น้ำร้อน เอิ่ม.... สิงคโปร์ร้อนตับแตกพอๆกับไทยและมาเลเซีย ไม่รู้จะแช่น้ำร้อนจนควันฉ่าไปทำไม มองกวาดตาไป ก็เห็นว่า ลูกน้องเซาเฟยบางคน เห็ดขึ้น! หรือว่าจะเป็นแหล่งเพาะเห็ดมนุษย์ยาอายุวัฒนะพันปี ?! o.k. ค่ะ อย่าไปยุ่งกับจินตนาการเอเชียในความคิดของฝรั่งเลย

จะว่าไปแล้ว เรือแบล็คเพริ์ลนี่มันคงเป็นเรือมหัศจรรย์ด้วยนะคะ เพราะดูหลายหนแล้ว พบว่า ไม่ว่าจะสู้กันกี่ครั้ง จำนวนสมาชิกก็หาได้พร่องไปไม่ ตัวหลักอยู่ครบ ถ้าไม่เก่งจัด ก็คงมีคำสาปเหลือมาจากภาคแรก ที่สาปให้เป็นอมตะไงคะ เออ.... ค่ะ มันหนังแฟนตาซี หนังของ Disney เลิกคิดดีกว่า



มาดูตัวละครกันดีกว่า

อลิซาเบธ : ต้องพูดถึงเธอก่อนเลย แม้ไม่อยากพูดก็เถอะ ปกติแล้ว ผู้หญิงมักไม่ค่อยเชื่อชมผู้หญิงด้วยกันเอง ยกเว้นแต่ เธอคนนั้นจะมีอะไรที่เหนือกว่าหญิงทั่วไป และเป็นไอดอลในฝัน

อลิซาเบธในภาคนี้ หวิดเป็น Mary Sue แหม๊.... ไม่นึกว่าตัวเองจะหลุดศัพท์คำนี้ออกมา อะไรคือ Marry Sue น่ะเหรอ ? ก็คือ หญิงสาวที่เก่งกล้าสามารถ งดงามดีเริ่ด เพียบพร้อม เป็นที่หมายปอง โดดเด่น เอ่อ.... กลับเข้าเรื่อง เมื่อแม่นางอลิซาเบธเธอ up level ขึ้นได้ผิดหูผิดตาทุกครั้งที่ได้เจอกัน ไม่ว่าจะเป็น skill ในการใช้อาวุธ เจรจา หรือฟันดาบ พูดจาเถียงไม่ตกฟาก แววตาดุดัน เรียกว่า ไม่เหลือคราบคุณหนูลูกสาวผู้สำเร็จราชการเลยล่ะ น้ำหนักบทเทไปที่เธอหมด โชคชะตา(โดยคนเขียนบท)กระหน่ำซ้ำเติม ไม่ว่าจะเป็นช่วยคู่หมั้น ช่วย Jack แก้แค้นให้พ่อ โดนตู่ว่าเป็นเทพธิดาคาลิปโซ่ เป็นกัปตันส้มหล่น แล้วยังมาเป็น Pirates King นำทัพเข้าสู้กองกำลังอีสต์ อินเดียแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวอีก โอ.... หนักเกินไปสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ ผอมๆ คนนี้หรือเปล่า ?

บทเธอเยอะไปหรือเปล่า ? คิดว่าไม่นะ มันคงเป็นความตั้งใจมาแต่แรกของคนเขียนบท ไม่อย่างนั้น หนังคงไม่เปิดตัวด้วยอลิซาเบธวัยเยาว์ยืนร้องเพลงนำเรื่องที่หัวเรือตอนภาค 1 และเธอนี่เองเป็นคน(สั่งให้)ช่วยวิลขึ้นมา คนเขียนบทน่าจะเอ็นดูเธอมากมาแต่แรก แต่หนังมันตัวละครเยอะเกินกว่าจะเจาะให้เห็นตัวเธอมากกว่า และคนดูส่วนใหญ่ (คิดว่านะ) คงไม่ได้ตั้งใจมาดูจอมโจรสาว Elizabeth หรอกนะ เพราะเธอหรือเปล่าที่ทำให้หนังยืดยาว ?

แต่คนดูติดใจกับเรื่องรักสามเส้าของเธอกับ 2 หนุ่มหล่อแนวต่างหาก ว่าเธอรักใครกันแน่ ถ้าเธอเป็นจะเด็ดแห่งผู้ชนะสิบทิศ เธอคงรำพึงว่า “คนหนึ่งรักด้วยใจภักดิ์ อีกคนนั้นไซร้รักด้วยใจปอง” (แต่เดิมเป็นชื่อ ตะละเม่จันทรากับกุสุมาค่ะ ^^”) ตามประสาหญิงสาววัยรุ่นแหละค่ะ ย่อมวูบๆ ไปกับชายที่ดูเร้าใจน่าท้าทายมากกว่า แต่สุดท้ายแล้ว เธอฉลาดและย่อมเลือกคนที่เขารักเราดีกว่า และวิลก็เป็นคนว่าง่าย ท่าทางเป็นพ่อที่ดีและเป็นสามีในโอวาท ถ้าเลือกแจ็ค ป่านนี้คงถือสากวิ่งไล่ตามตีหัวพ่อเจ้าประคุณ (ไม่ใช่การ์ตูนขายหัวเราะนะยะ!) ประเด็นรักสามเส้าเรียกแฟนๆ รักโรแมนติกได้มากโขเชียวค่ะ

ฉากที่ฉันประทับใจตัวเธอมากที่สุด คงเป็นฉากที่เธอยืนพูดปลุกใจลูกเรือแบล็คเพริ์ลก่อนเข้าสู้ล่ะค่ะ Speech เรียบง่าย แต่ลึกซึ้งกินใจ และทรงพลังดุดัน ทำให้นึกถึงฉากอรากอร์นใน Lord of the Rings ภาค 3 เลย อิๆๆ



Will Turner : พระเอกผู้อาภัพ อ่ะ.... นี่ฉันยังคิดว่าเขาเป็นพระเอกอีกหรือ ? อ่ะนะ ก็คงเป็น เพราะเค้าคู่กับอลิซาเบธนิ แม้จะหวิดๆ เกือบจะโดนทิ้งอยู่บ้าง มาคราวนี้ ด้วยตำแหน่งลูกกตัญญูชวนป๋วยปี่แปกอ ทำได้ทุกอย่างแม้จะเลวแค่ไหน ทรยศ คิดคด เจ้าเล่ห์ หักหลังเพื่อน หรือแม้แต่ต้องพลัดพรากจากคนรักชั่วนิรันดร์ ลูกกตัญญูวิลทำได้โหมด แลดูเป็นเหตุเป็นผลดี ??!! เผอิญว่า เราไม่รู้ปูมหลังของวิลมากเท่าที่เห็นว่า แกลอยตุ๊บป่องอยู่กลางทะเลตอนยังเด็ก แล้วอลิซาเบธไปจ้วงมาให้คนตีเหล็กเลี้ยง เราจึงไม่เห็นปูมหลังว่าวิลกับพ่อซาบซึ้งกันขนาดไหนก่อนจะมาพบกันบนเรือฟลายอิ้งดัชแมน เอาน่า....ยังไงตัวละครอย่างวิลก็มีพัฒนาการ คมเข้ม ดุดัน ฉลาดแกมโกงขึ้น โดยเฉพาะพยายาม “คิดอย่างแจ๊ค” Orlando Bloom พัฒนาจากหนุ่มน่อมแน้มขึ้นมาเป็นชายชาตรีเต็มตัว แต่.......(ความเห็นส่วนตัวนะคะ) เธอยังเอาตัวไม่รอดจากบรรดาดารารังสีแรงๆ ที่เปล่งแสงเจิดจ้ารอบตัวเธอในหนังเรื่องเต็มไปหมดไม่ได้ เมื่อไหร่ที่เป็นฉากเธออยู่เดี่ยว ก็ค่อยยังชั่ว ค่อยมองเห็นขึ้นมาหน่อย แค่ประกบกับอลิซาเบธ แม่ Keira Knightly ก็เล่นเธอซะเป๋ไปหลายฉาก น้องวิลได้แค่ทำหน้ากลุ้มใจ หรือพยักหน้าเห็นด้วย เอาเถอะ! สู้เขา Orli !!!

ภาค 4 ตกลงสร้างแน่นอนแล้วค่ะ แล้วคิดว่า เราจะได้เจอ Will กับ Elizabeth อีกไหม ในใจคิดว่า ปล่อย 2 คนเค้าไปเถอะค่ะ รักเค้าลงตัวและมีชีวิตสงบสุขไปแล้ว



Jack Sparrow : หลายคนไม่ประทับใจ บ้างก็ว่าออกน้อย บ้างก็ว่า fake ไปเยอะ เป็นเพราะเราจับตาดูเขามากไปหรือเปล่าคะ ? Jack ก็ยังเป็น Jack และ Depp ก็ยังทำให้ Jack มีเสน่ห์อย่างคาดไม่ถึงทุกครั้ง ในฐานะแฟน Jack และพี่ Depp ฉันคงสรรหาอะไรมาวิจารณ์พี่เขาไม่ได้ เสียแต่ว่า พี่เขามีบทน้อยไป ออกมานิดเดียวเหมือนตัวประกอบ (จริงๆก็เป็นนิ) มาว่า ฉากประทับใจพี่ Jack กันดีกว่า

- ฉากแจ๊คหลายร่างช่วยกันทำงานบทเรือ เราเลยได้เห็นแจ๊คถอดเสื้อโชว์กล้ามล่ำๆ (มันเต้นระริก)ของพี่ Depp กัน แอบตกใจว่า .... พี่ Depp ล่ำ (มันเยอะ) ขนาดนี้เชียว ?!

- ฉากกัปตันแจ๊คยืนเด่นเป็นสง่างามอยู่บนกระโดงเรือแบล็คเพริ์ลที่โผล่มาจากทะเลทราย ช่างสง่างามจนนึกไม่ถึงว่า ความจริงแล้ว ติ๊งต๊องและซกมก

- ฉากแจ๊คโหนเชือกยิงปืนใส่เดวี่ โจนส์ โอ..... ฉากแจ๊คเล็งปืนพร้อมยิ้มน้อยๆ ก่อนเหนี่ยวไกปืนนั้น กระชากหัวใจฉันแทบหยุดไป 3 วิ แต่ฉากนี้สั้นมาก ถ้ากระพริบตาอาจจะมองไม่เห็น เอ่อ...ต้องสาวกพี่แจ๊คค่ะ (^^)” เท่มาก เท่มากมาย

นอกนั้นอดคิดไม่ได้ว่า เกือกบูทของแจ๊ค ถ้าไม่เป็นปุ่มดูดแบบปลาหมึก แจ๊คก็คงมีลีลาการทรงตัวเป็นเยี่ยม เพราะสามารถขึ้นไปดวลดาบบนเสากระโดงเรืองที่กว้างไม่น่าถึงฟุตแถมเรือยังอยู่ระหว่างวังน้ำวน พายุฝนอีก โอว....แกยังไม่ตกลงมาเลย

ฉันคิดว่า แจ๊คเป็นพวกคนดีหลบใน ฉลาดซ่อนลึก เพราะมีหลายครั้งที่แววตาแจ๊คมันสะท้อนความดีงาม หรือความเฉลียวฉลาดไหวพริบพร้อมคำพูดเท่ๆ ออกมาได้ ยังไงเสีย ยามคับขัน แจ๊คก็ไม่สามารถนิ่งดูดายปล่อยวิลตายไปไม่ใช่หรือคะ ? (^^)

Jack รัก Elizabeth หรือเปล่า ? ฉันคิดว่าไม่นะ ไม่เคยเลยด้วยซ้ำ แม้จะมีคนลุ้นเยอะมาก แต่ถ้าหลี จีบเล่นๆ มีแน่นอน ที่คิดแบบนี้เพราะ ฉากที่ Elizabeth จะจูบลาแจ๊ค แจ๊ครีบห้ามแบบไม่อาลัยอาวรณ์เลย แววตาแจ๊คสดใสไม่ใช่โหยหา แล้วรอยยิ้มรื่นเริงยั่วเย้าอีก ไม่ใช่ท่าทางของคนตัดใจจากคนรักเลยนะคะ ถ้าแจ๊คจะรักใครสักคน มีคนบอกว่า ต้องเป็น Elizabeth ฉันก็ไม่คิดว่าเป็นเธอหรอกนะคะ คงเพราะคิดว่า Elizabeth ดูเคร่งครัดและเคร่งเครียดเกินไปสำหรับแจ๊คมากกว่า

ตัวละครอื่นๆ ก็โดดเด่นค่ะ แต่เนื่องจากจะเป็น blog ที่ยาวเกินไป เต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งของแฟนพี่แจ๊ค ขอแค่ตัวละครอื่นแค่พอรู้ว่าไม่ได้ไปจ้องแต่พี่แจ๊คเกินไปนะคะ

- เซาเฟย : เฮียโจวเหวินฟะของพวกเรา ที่หลังๆ รับเล่นหนังฟอร์มใหญ่ในฐานะดารารุ่นใหญ่ทั้งนั้น เปิดตัวอย่างสง่างามเฉกเช่นจักรพรรดิแห่งทะเลใต้ พลังการแสดงยอดเยี่ยม เหมือนแกจะบทเยอะ พอแกมาจากไปดื้อๆ เล่นเอาคนดูขัดใจกันเยอะเชียวค่ะ ทำให้นึกถึงอนาคตดาราเอเชียที่ฝันจะไปฮอลลีวู้ด สุดท้ายแล้ว จะได้เล่นแค่บทว๊อบแว่บหรือจีนๆ แบบนี้เท่านั้นหรือเปล่า ?

- บาร์บอสซ่า และน้องลิงแจ๊ค : ได้บทเยอะขึ้น ฉลาดเฉือดเชือนทันแจ๊ค สแปร์โร่ว ก็คงจะมีแต่บอสบาซ่าเท่านั้นแหละ ลุงแกดูเป็นที่พึ่งพาของคนอื่นได้มากกว่าแจ๊คนะนี่ ชอบเวลาที่แกพูด บางทีน้ำลายกระเด็น ดูซกมกสมเป็นโจรสลัดดี หรือตอนที่แกยียวนกวนโอ๊ยก็ดี ดูเป็นคนแก่น่ารักค่ะ (^^) น้องลิงก็น่ารัก ฉลาดพอๆกับเจมส์เลย

- เจมส์ นอริงตัน : ชายผู้พ่ายรัก และเลือกที่จะตายเพื่อคนรัก บทน้อยไปมาก..... น่าผิดหวัง จำแทบไม่ได้โทษคนเขียนบท ความจริงอุตส่าห์ฟ่าฟันจนได้มาถึงภาค 3 น่าจะมีอะไรมากกว่านี้ แต่....มาคิดดูอีกที แค่นี้หนังก็เกือบจะล้นอยู่แล้ว

- เดวี่ โจนส์ และคาลิปโซ่: ผู้ถูกรักทรยศ และทรยศรัก นี่เช่นกัน ปมหลังท่าทางจะเยอะมาก แถมพัวพันอีรุงตุนังไม่รู้ไข่เกิดก่อนไก่หรือไข่เกิดก่อนไก่ แต่ขืนมานั่งเล่าเรื่อง หนังคงสัก 4 ชั่วโมงเช่นกัน

โดยรวมแล้ว ฉันให้หนังว่าสนุกมากค่ะ 3 ชม. ฉันไม่เบื่อ เรื่องนี้ถ้าจะมีคนผิด ก็ต้องคนเขียนบทกับผู้กำกับแหละค่ะ จัดเรื่องไม่ลงตัว น่าจะเขียนนิยายขายควบไปด้วยเลย ไม่ต้องเสียเวลามาแจงเรื่องมาก จะได้เป็นข้ออ้างเดียวกับพวกหนังที่สร้างมาจากหนังสือทั้งหลาย (^^”) และที่น่าเสียดายเป็นที่สุด น่าจะมีฉากกองทัพโจนสลัดเปิดฉากลุยกับกองทัพของอีสต์อินเดียนะคะ อารัย ให้แค่แบล็คเพริ์ลกับฟลายอิ้งดัชแทนโชว์กันแค่ 2 ลำ ขี้เกียจทำ CG เหรอคะ ?

ยังอยากดูอีกสักรอบเลย




 

Create Date : 03 มิถุนายน 2550    
Last Update : 4 มิถุนายน 2550 8:25:07 น.
Counter : 2461 Pageviews.  

[Death Note Doujinshi : Matt/Mello] GuyLove

Yaoi Warning

คำเตือน : Entry นี้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ Boy's Love





นับวัน Matt/Mello fandom ยิ่งจะขยายตัวใหญ่ขึ้นจนเบียดคู่หลัก Mello/Near ตกกระป๋อง

เพราะอะไร ? ทำไม ?

....ไม่รู้.....

แม้จะคนมีค่อนแคะว่า เหมือน Marilyn Manson ออกเดทกับ Justin Timberlake

แต่ไม่อาจจะหยุดยั้งกระแสความแรงของ Matt/Mello ได้

มี Background story อันใดหรือ ที่ทำให้แฟนๆ เป๋ไปหา Matt/Mello ได้ ?!

เนื่องจากว่าไม่ใช่แฟน Matt/Mello เลยตอบไม่ได้ .... แต่จะลองตอบดู

Mello’s back ground story : ทายาทอันดับ 2 ของ L แห่งบ้าน Wammy ทำอะไรไม่เคยได้ที่หนึ่งกับเขาสักที เลยกลายมาเป็นเด็กมีปมด้อยก้าวร้าว แต่งตัวเซ็กซี่ (สไตล์ pimp ^^; ….. เกี่ยวเหรอ ?) เชื่อว่ามีตัวเองมีแฟชั่นเซนส์เยี่ยม เอาแต่ใจตัวเอง ชอบจิกใช้งานคนอื่น พูดจากระโชกโฮกฮา ใจร้อน ทำอะไรผลีผลาม แต่ความจริงแล้วเป็นเด็กจิตใจดี มีน้ำใจ อ่อนไหวง่าย ขี้น้อยใจ (มุมมองในฐานแฟนคลับ Mello จริงๆ -__-“)

Matt : ทายาทอันดับ 3 ของ L แห่งบ้าน Wammy แม้ดูความเฟอะฟะของมันแล้ว ไม่ค่อยเข้าเค้าก็เหอะ (ก็คู่ต่อสู้เป็นไลท์นี่นะ) เด็กติดเกมส์ ไม่ชอบออกไปข้างนอก อายุรุ่นราวคราวเดียวกับ Mello ดูท่าทางเป็นลูกไล่ของ Mello เค้าสั่งอะไรทำหมด แม้ว่าเรื่องนั้นจะต้องเสี่ยงถึงชีวิตมากขนาดไหน

แค่นี้พอเป็น Background story ให้ 2 หนุ่มนี้ได้หรือยังคะ ?

(อย่าตะโกนบอกว่า ไม่พอนะคะ เพราะไม่มีอะไรขัดขวางจินตนาการของชาว Y ไปได้ ^^)

เอาค่ะ โหมโรงด้วย AMV Flash ฝีมือแฟนๆ กับ

Guy Love

(^^):::: ถ้าฟังเนื้อร้องออก จะว่ามันซึ้งก็ซึ้ง จะว่ามันฮาออกแนวเสียดสีตลกๆ ก็ว่าได้ งาน Flash เจ๋งมากค่ะ

o.k ค่ะ คราวนี้มาอ่าน Doujinshi กันดีกว่า

จาก Shootingstar community ค่ะ

เนื่องจากเป็น Doujinshis เรท R15 ก็หมายความว่า ไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปี คนอื่นอาจจะแจกกันโครมๆ แต่ ยังไงฉันก็ขอ lock password link ไว้ก่อนนะคะ ส่วน Password เข้าห้องนั้น ฉันไม่เคยเปลี่ยน ยังไงก็หาได้ที่หน้า Welcom นะคะ

Matt/Mello Doujinshis by H-eichi

ลืมบอกว่าเป็น raw ใครอ่านออกบอกมั่งนะ :-p




Death Note Anime

Madhouse หั่นแหลกกับภาค 2 สำหรับคนไม่ใช่แฟนภาค 2 อาจจะคิดว่า “ดี” จบๆไปซะ Death Note ที่ไม่มี L ไม่ใช่ Death Note หรอก

นอกจากกระหน่ำฉากที่ Load สัญลักษณ์จิปาถะ (ที่ไม่จำเป็นเล้ย) แล้ว มีแววว่า จะตัด Matt ด้วย เฮ้อ..... แบบนี้แฟน Matt/Mello อดดู Matt colourful with animation น่ะสิ!

มีคนบ่นว่า Madhouse ทำ Paradise Kiss การ์ตูนของอ.ไอ ยาซาว่าด้วย ใกล้ๆ ตอนจบ หั่นแหลกเช่นกัน เป็นโรคอะไรของเค้าฟ่ะ ? ทำไมถึงชอบ edit การ์ตูนชาวบ้านเขานัก ทำเพิ่มไม่ว่า แต่ทำหดนี่น่าเคือง ..... ผู้กำกับท่าทางไอเดียเริ่ด น่าจะทำการ์ตูน Original ไปเลยดีกว่า

แต่อย่างน้อย ดูไปดูมา ก็ฮาๆ บ้างล่ะค่ะ
ภาพจาก Flamika Livejournal

เค้าล้อว่า พวก Light มันเขียนหนังสือกันเว่อร์มาก


เช่น Mikami ^^;

แล้วไลท์ล่ะ ?





เมื่อไหร่จะเลิกซวย ??

คอมพ์เจ๊งค่ะ เจ๊งสนิท นิ่ง มืด เงียบ คงเป็นผลมาจากการโดนต้มหมูคราวนั้น ซึ่งหลังจากยกกลับมา มันก็ออกอาการบ๊องๆ บวมๆ แต่คราวนี้ Boot ไม่ขึ้นซะแล้ว

ไม่มีวี่แววมาก่อน แค่ load personal setting นานมาก เลยปิด shut down จาก cage ไปซะ แต่เปิดอีกที บูธได้แค่ OS แล้วพอจะเข้า Window ไฟ HDD นิ่งสนิท จอมืด เสีย cage พัดลมเงียบเชียะ

เปิดฝา cage ขับ HDD สายไฟ และ RAM ทุกอย่าง เปิดอีกที ก็ยังนิ่ง มืด เงียบ....

ภาวนาว่า แค่ไวรัสกิน หรือ Window เสีย ข้อมูลคงยังอยู่ครบ .... (T_T)

เครียดจนเซ็ง แต่คราวนี้ HDD ข้า ใครอย่าแตะ !! คงต้องยกไปร้าน หาที่ Back up ข้อมูลโดยนั่งเฝ้าไม่ให้คลาดสายตา เสียแต่ยังแกะ HDD ไม่ได้นี่แหละ ไม่มีไขควงสำหรับถอดฝา cage อีกด้าน !

ซวยซ้ำ ซวยซ้อน ซวยไม่รู้จบ

อาถรรพ์มังกรหยกหรือเปล่าฟ่ะ ? วาด Fanart มังกรหยก เอี้ยก้วยเซียวเหล่งนึ่งไว้ ลงสีได้ 60% ไปซะแล้ว (T_T)

ระยะเวลาในการซ่อมและเคลม HDD (ในกรณี HDD เสีย) คงมากกว่า 2 อาทิตย์ ไม่มีคอมพ์ PC ใช้เลย ฮือ.....สงสัยต้อง Handmade ทั้งนั้น

ยิ่งคิดยิ่งเครียด พอดีกว่า




 

Create Date : 18 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 18 พฤษภาคม 2550 8:52:02 น.
Counter : 1843 Pageviews.  

Me and Manga : Review การ์ตูนที่ได้อ่านมา

กระเสือกกระสน up blog ไม่พูดพร่ำทำเพลง review เลย

คำเตือน : เป็นการ review แบบเอามันส์เข้าว่า ดีก็ว่าดี รำคาญก็จะบ่น!




บทเรียนลับเกมหัวใจ (After School Nightmare)
โดย Setona Mizushiro
สถานะเล่มปัจจุบัน เล่ม 11


มาชิโร่ในวัย 16 ปี ได้ค้นพบว่าตนเองไม่สามารถคงสภาพเป็นชายอย่างที่แล้วมาได้ ด้วยธรรมชาติได้ทำหน้าที่ของมัน ถึงเวลาที่มาชิโร่ต้องตัดสินใจเลือกแล้วว่าจะเลือกเป็นหญิงหรือชาย แต่เพราะเด็กสาวนามคุเรฮะและชายหนุ่มโซเข้ามาพัวพัน ทำให้การตัดสินใจเลือกเพศของมาชิโร่ กลายเป็นปัญหาที่พัวพันยากที่จะตัดสินใจให้เด็ดขาด

เพราะติดใจการ์ตูน Y ของอาจารย์ที่มีความลุมลึกเรื่องจิตใจ เลยสนใจมาอ่านเรื่องนี้ด้วย ไม่ว่าใครเห็นหน้าปก ชื่อเรื่อง และคำเปรยหวานแหววติดยี่ห้อสำนักพิมพ์บงกช คงนึกว่ามันเป็นการ์ตูนรักหวานซึ้งชิงรักหักสวาท อย่างน้อยก็ฉันล่ะ แต่กลับกลายเป็นว่า ...... เอ่อ...มันเป็นการ์ตูนแนวจิตวิทยา ลึกลับ ดำมืด จะเรียกเป็นแนว Horror ได้ไหมนะ ?! น่าจะเรทสัก R15 ด้วยซ้ำไป เรื่องจริงๆ มันกลับเป็น เรื่องของเด็กสาว (น่าจะ) นามมาชิโร่ที่เกิดมามี 2 เพศ ท่อนบนเป็นชาย ท่อนล่างเป็นหญิง ต้องเข้าคอร์สเรียนรู้เกี่ยวกับการค้นหาตัวเองในความฝัน ในฝันนั้นก็จะพบกับนักเรียนที่มีปัญหาแตกต่างกันไป มีตัวตนแตกต่างกันไปตามจิตใต้สำนึกของแต่ละคน ใครที่ค้นพบกุญแจที่ไขออกจากความฝันนี้ ก็จะออกไปจากความฝันนี้ได้ เรียนจบจากไป โดยหายไปเหมือนไร้ตัวตน ไม่มีใครจำได้อีกต่อไป

การ์ตูนเรื่องนี้ให้ความรู้สึกถึงความลึกลับดำมืดของจิตใจ มี Y นิดๆ หน่อยๆ แฝงความลึกลับที่น่าสยดสยอง หลักสูตรนี้มันคืออะไรกันแน่ ? ทำไมคนที่เรียนจบถึงหายไปอย่างไร้ร่องรอยและไร้คนจดจำ ? ด้านหลังประตูที่กุญแจไขไป คืออะไรกันแน่ ? พวกที่เรียนจบ จบไปจริงหรือ ? ทำไมคนที่ไม่ไปเข้าคอร์สเรียนจนจบถึงหายไปอย่างไร้ร่องรอย ไร้คนจดจำเช่นกัน ? โรงเรียนนี้ที่แท้คืออะไรกันแน่ ? ออกแนวไซ-ไฟซะอย่างงั้นซะแล้ว ?
ไม่เหมาะสำหรับผู้ชอบแนวรักหวานซึ้ง แต่เหมาะสำหรับผู้ชอบแนวลึกลับดำมืด สนุกมากค่ะ ถ้าไม่ติดว่า อ.Setona ไม่ค่อยเก่งวาดฉาก action

***



Vampire Knight
โดย MATSURI HINO
สถานะปัจจุบัน เล่ม 2


ยูกิจำเรื่องราวของเธอในวัยก่อน 10 ขวบไม่ได้ รู้แต่เพียงว่าเธอได้รับการช่วยเหลือจากแวมไพร์หนุ่มคนหนึ่งซึ่งนำเธอเข้ามาสู่โรงเรียนที่พวกแวมไพร์และมนุษย์เรียนร่วมกัน แต่แบ่งคอร์สกันเป็นเดย์คลาสสำหรับนักเรียนกลางวันปกติธรรมดา และไนท์คลาสสำหรับพวกแวมไพร์ ณ ที่นี้ เธอทำหน้าที่เป็นการ์เดี้ยนร่วมกับเพื่อนนักเรียนชายนามเซโร่รักษาความลับและความสงบเรียบร้อย ของโรงเรียน เธอค้นพบภายหลังว่า เพื่อนคู่หูของเธอแม้มาจากตระกูลแวมไพร์ฮันเตอร์ มีความแค้นกับแวมไพร์อย่างลึกซึ้ง แต่เขากลับกลายเป็นแวมไพร์ด้วยอีกตน เธอจึงตั้งใจว่า จะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป เมื่อเขาต้องการเลือด เธอก็พร้อมที่ทำปาบที่ไม่สามารถให้อภัยได้ คือเธอจะสละเลือดของเธอให้ (เหรอ ?.... ไม่น่าให้อภัยตรงไหนฟ่ะ ?!)

จากชุด Cosplay งาน Comic Party เป็นชุดนักเรียนไนท์คลาสและเดย์คลาสสุดเท่ เลยคิดว่า เรื่องนี้น่าจะสนุกดี แต่เฮ้อ.... อ่านดูแล้ว เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นรักที่หวานซึ้ง ลายเส้นสวยงาม เต็มไปด้วยตัวละครสวยๆ หล่อๆ ไปหมด แต่.....ทำไมนางเอกถึงได้วาดคุณเธอได้ไม่ต่างจากตัวประกอบเลยอ่ะ ? Simple and plain อะไรเช่นนี้ ไร้จุดเด่น ไม่ว่าเสื้อผ้า ทรงผม จืดชืด เวลาอยู่กับตัวละครตัวอื่นในเรื่อง เธอโดนขโมยซีนอุตลุด นี่ฉันกลุ้มใจกับการ์ตูนที่นิยมวาดหนุ่มสวยหล่อเด้ง แต่พอกับนางเอกวาดแบบขอไปทีเหลือเกิน character design นางเอกไม่ผ่านอย่างแรง จริงอยู่ว่าเรื่องนี้เน้นหนุ่มๆ และชาวแวมไพร์ต้องสวยหยด นางเอกเป็นตัวแทนเด็กสาวแสนจะ simple เหมือนเราๆท่านๆ (เหรอ ?) แต่อย่างน้อยนางเอกเชียวนะนั่น และเธอก็เป็นตัวเดินเรื่อง อย่างน้อยเธอต้องมีอะไรโดดเด่นติดตาคนอ่านบ้างซิเฟร้ย! เขียนการ์ตูน Y ก็ว่าไปอย่าง ออกมาแค่เล่ม 2 แต่ก็หวังว่าคงจะมีพัฒนาการมากกว่านี้
เรื่องนี้ no recommended รอให้ออกสัก 6 – 7 เล่มแล้วค่อยมาว่ากันใหม่ นอกจากภาพสวยแล้ว ไม่ค่อยสนุกเลยอ่ะ เหมือนการ์ตูนขายไอดอลมากกว่า

***



3 ตาปาฎิหาริย์
โดย เทตสึเกะ โอซามุ
สถานะปัจจุบัน เล่ม 13

ซาราคุ เคียวสุเกะเด็กน้อย 3 ตาที่ถูกเลี้ยงดูมาโดยมนุษย์ ปกปิดอำนาจพลังจิตเอาไว้ด้วยพลาสเตอร์ เมื่อใดที่พลาสเตอร์นี้หลุดออก ความวุ่นวายปั่นป่วนด้วยอำนาจของ 3 ตาก็จะตามมา ภายใต้การประคับประคองของพ่อบุญธรรมและเพื่อนสาวจอมบู๊จิโยโกะยังไม่สามารถทดแทนความอบอุ่นจากแม่และความเปล่าเปลี่ยวในฐานะเผ่าพันธุ์ 3 ตาคนสุดท้าย ความหายนะและปริศนาอารยธรรมโบราณจากเผ่า 3 ตา กำลังรอการค้นพบจากซาราคุ

งานเก่าเก็บ อ่านมาตั้งแต่สมัยสำนักพิมพ์มิตรไมตรี กว่าจะได้มาอ่านเต็มซีรีส์ ก็ปาเข้าไปเกือบแก่ตาย แต่ยังไงก็ตาม อ.เท๊ตสึเกะ โอซามุก็ไม่ได้เขียนจบนะคะ เหมือนหยุดเขียนไปเฉยๆ เจ้าหนู 3 ตาน่ารักน่าหยิกของเราเลยหยุดอยู่แค่นั้น ไม่มี hint ตอนจบเลยสักกะนิด และป่านนี้อ.โอซามุคงสุขสบายอยู่ภพโน้นแล้ว เลิกหวังเรื่องเขียนต่อ และคงไม่มีใครเอามา revised ใหม่เหมือน Pluto หรอกนะคะ (ถ้ามีขอลายเส้นน่ารักๆ หน่อยก็แล้วกัน) แต่แม้จะเขียนไม่จบ แต่เสน่ห์ของเจ้าหนู 3 ตาและเรื่องลึกลับทั้งหลายในโลกผ่านมุมมองของอ.โอซามุและเจ้าหนู 3 ตายังมีอยู่เต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะผ่านไปกี่สิบปี

ความประทับใจเรื่องนี้นอกจากเรื่องลึกลับของอารยธรรมโบราณและความน่ารักน่าหยิกของซาราคุ เคียวสุเกะเจ้าหนู 3 ตาแล้ว จิโยโกะนางเอกของเรื่องก็มาแนวนางเอกสวย เผ็ด ดุ บู๊สนั่น ยังโดนพระเอกตัวจิ๋วของเรื่องใช้เป็นเบ๊และจิกกัด สมบุกสมบันชนิดคงหานางเอกเรื่องไหนลำบากเท่าเธอคงจะยาก (^^)” แต่ฉันก็ชอบนางเอกแนวนี้อ่ะ คือ เป็นหญิงแกร่ง แรงเกินร้อยดี การ์ตูนขึ้นหิ้งอีกเรื่อง

***



ล่าอสุรกาย
โดย ฟูจิตะ คาซุฮิโระ
33 เล่มจบ


วันหนึ่งอุชิโอะบุตรชายเจ้าของวัดเก่าแก่พบทางลับใต้ดินลงใต้โรงเก็บของของวัด ณ ที่นั้น เขาพบบ่อน้ำเชื่อมมิติ เฮ้ย... ไม่ใช่ ผิดเรื่อง ! คือ พบสัตว์สมิงตัวหนึ่งถูกตรึงไว้ด้วยหอก เมื่อเขาดึงหอกออกและปลดปล่อยสัตว์สมิงตัวนั้นเป็นอิสระ เรื่องราวทั้งหลายก็เริ่มต้นขึ้น(อีกครั้ง) กับการต่อสู้ระหว่างอภิมหาปีศาจ จิ้งจอกเก้าหาง “ฮะกุเม็ง” กับปีศาจและมนุษย์ทั้งปวง

เอาค่ะ เรื่องดัง ไม่ต้องเกริ่นมาก แต่ฉันเพิ่งได้อ่านเล่มจบ นับว่าเป็นบุญเหลือเกินที่ได้อ่านเล่มจบ VBK ไม่ดองจนลืมหรือถอดใจเลิกพิมพ์ให้อ่าน ทั้งๆที่ฉบับญี่ปุ่นจบไปไม่รู้กี่ปีแล้ว หุ่นเชิดสังหารของ SIC ก็แทบจะจบน็อครอบกันไปอยู่แล้ว ! เรียกว่า จบได้ยิ่งใหญ่อลังการณ์สมค่าการรอคอยจริงๆค่ะ จบแบบ reunion ขนตัวละครทั้งหมด (ย้ำ! หมดจริงๆ) ตลอดทั้งซีรียส์มาถมที่กันทีเดียว และเดินเรื่องได้มันส์มาก ไม่เว่อร์ ไม่รันทดเกินเหตุ ไม่บ้าชะตากรรม หรือพร่ำน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง หรือแก่คุณธรรมเสียจนอ่านแล้วอยากไปบวช นับว่าเป็นเรื่องที่จบดีที่สุดเรื่องหนึ่ง แม้จะมีคนบ่นนิดๆว่าไม่น่าให้ตัวเอกตายเยอะขนาดนั้นเลย แต่ก็....นะคะ.... ตัวละครทุกตัวก็ล้วนมีชะตากรรมสาหัสสากรรจ์ ได้ตายตอนจบ ถึงว่าได้พักผ่อนสงบจิตใจไป (ฉันก็เสียดาย) แต่แอบผิดหวังนิดๆว่าอาซาโกะนางเอกของเรื่องเธอโดนเพื่อนรักมายูโกะขโมยซีนเกลี้ยงเลย ไหงบทมายูโกะถึงสำคัญและเยอะกว่าอาซาโกะนางเอกของเรื่อง(เหรอ ?) อย่างนั้นเล่า ?! เออ.... ฉันก็ชอบคู่โทร่ากับมายูโกะนะ น่ารักดีออก สาวน้อยอ่อนหวานมองโลกในแง่ดี กับสัตว์สมิงเจ้าอารมณ์ ขี้งอน บ๊องๆบวมๆ แม้จะไม่น่าจะคิดได้ว่าสมัยเป็นคนจะมีชะตากรรมรันทดและเป็นคนซีเรียสจัดอย่างนั้น (^^)

***



ด้วยความชอบส่วนตัว ของคู่หมอมุรากิ/สึซึกิ
มนต์มัจจุราช (Yami no Matsuei)
Yoko Matsushita
สถานะปัจจุบัน : เล่ม 11


เรื่องราวของเหล่ายมทูตยุคใหม่ ที่ใส่สูทใช้คอมพิวเตอร์ทำงาน เหล่าวิญญาณที่ยังอาลัยอาวรณ์กับโลกมนุษย์ ย่อมไม่สามารถละทิ้งโลกไปได้ จึงได้มาทำหน้าที่เป็นยมฑูต สึซึกิ ซาตาโอะยมทูตหนุ่มรูปงามพร้อมคู่หู อิโซกะ คุโรซากิ ทำหน้าที่รับวิญญาณสูปรโลก ในกรณีของเขา คือกรณีที่ไม่สามารถมาสู่ยมโลกด้วยวิธีปกติ หรือเพราะด้วยสาเหตุใดก็ตามที่วิญญาณไม่สามารถมาสู่ยมโลกได้ ให้สรุปเรื่องยังไงดีฟ่ะ ? คือ สรุปไม่ค่อยได้ อ่านแล้วรู้สึกเหมือนไม่ค่อยมีพล็อต เหมือนเขียนไปไม่ได้วางพล๊อต เขียนไปเรื่อยๆ บางตอนก็เหมือนเป็นการ์ตูนสืบสวนสอบสวน บางตอนก็เหมือนเป็นปมรักสังหารหรือผจญภัยต่างมิติ ตั้งแต่เล่ม 9 ออกทะเลไปโลกมายา ป่านนี้ยังไม่กลับเลย แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามจะตบกลับมาเนื้อเรื่องหลัก คือเล่าเรื่องของอิโซกะ คุโรซากิ หนุ่มน้อยรูปงามที่ถูกข่มขืนแล้วฆ่าโดยหมอวิปลาส เพราะไปแอบการฆาตกรรมของหมอ เลยโดนหมอใช้คุณไสยเล่นงานจนตาย (เนื้อเรื่องคุ้นๆ นะเนี่ย)

เนื้อเรื่องและลายเส้นค่อนข้าง Y แต่ Y แบบเกรงใจมาก แต่ยังไงก็ Y แน่นอนโดยไม่ปิดปัง พ่อพระเอกของเราสึซึกิ ตอนแรกนึกว่าเสะเพราะจับคู่กับอิโซกะหนุ่มน้อยสุดสวย แต่ยิ่งเขียนพระเอกเสะของเรายิ่งงามขึ้นเรื่อยๆ โดนจับกดบ่อยขึ้นเรื่อยๆ และเป็นเป้าหมายของหนุ่มๆ ยิ่งกว่านายเอกหนุ่มน้อยของเราเสียอีก โห..... ตรงลงพระเอกของเราเป็นซุปเปอร์เคะนี่เอง !? เสะขึ้นกับอิโซกะได้คนเดียว นอกนั้นเธอเคะให้เค้าหมด (>_<) เออ.... แต่ยังไงฉันก็เชียร์หมอมุรากิมากกว่าทัตสึมิเลขาหนุ่มกระทรวงวิญญาณล่ะ

แม้จะเนื้อเรื่องจะออกแนวไม่ค่อยมี plot แต่ด้วยลายเส้นสวย ยิ่งเล่ม 8 เป็นต้นไป ลายเส้นงามมาก character design เจ๋ง สกรีนโทนงาม เลยให้อภัยได้ แม้จะนั่งอ่านรอมาตั้งนานว่าเมื่อไหร่เปิดเผยอดีตอันมืดมนของสึซึกิเสียที ?! (แค่ว๊อบแว่บแบบนั้น ไม่พอย่ะ!) ไม่รู้จะเขียนต่อหรือเปล่านะคะ เพราะเรื่องนี้มันก็ฮิตมานานแล้ว ยังเคย load เพลงมาฟังเล่นตั้งหลายเพลง ได้ไม่รู้กี่ปีมาแล้ว แต่..... มันถึงแค่เล่ม 11 เองเหรอ ? ค้นใน google ก็เห็นทุกที่นิ่งอยู่ที่เล่ม 11 อ๊ากกกกกกกก....... เล่ม 11 กำลัง SM ได้ที่ได้เฟร้ย!!!! แถมตัวละครใหม่น่าโฮกสุดๆ อย่าบอกนะว่าเลิกเขียนไปแร้ววววววว์....... ก่อนเลิกเขียน ช่วยเขียนให้สึซึกิสวีทกับหมอมุรากิอีกทีสิ!! (>_<)

***



ชอบวาตานุกิค่ะ มีไรมั้ย ?
xxxHolic
โดย Clamp
สถานะปัจจุบัน : เล่ม 6


วันหนึ่งหนุ่มน้อยวาตานุกิได้ค้นพบร้านเวทย์มนต์ของแม่มดยูโกะ มีเพียงผู้มีความปรารถนาเท่านั้น จะค้นพบร้านนี้ ความปรารถนาของวาตานุกิ คือ เขาไม่ต้องการเห็นหรือถูกรังควานโดยสิ่งเหนือธรรมชาติต่อไป แม่มดยูโกะเรียกค่าตอบแทน คือ การต้องทำงานที่ร้านนี้จนกว่าจะได้ค่าจ้างครบ ความปรารถนาของวาตานุกิจึงจะเป็นจริง

Clamp ยุคใหม่ ลายเส้นง่ายๆสะอาดตา คมชัด ไม่ง้อสกรีน ตัวละครยืดยาวเป็นถั่วงอก แถมมุมกล้องแปลกๆ (ทำให้เป็นที่น่าสงสัยว่า Clamp น่าจะแอบไป take course เรียนเขียนการ์ตูน studio มา) แฝงปรัญชาสไตล์ Clamp
“ไม่มีความบังเอิญ มีแต่พรหมลิลิต” การมีอยู่ของร้านเวทย์มนต์และการค้นพบร้านของวาตานุกิคือปริศนาที่ต้องรอการเฉลยจาก Clamp แต่..... ฉันคงไม่ต้องไปอ่านต่อในการ์ตูน series อื่นของ Clamp เอาเองแบบ Tokyo Babylon นะยะ! เรื่องนี้คงเขียนคู่ไปกับ Tsubasa Reservoir Chronicle จึงเห็นพวกเชาลัน ซากุระ เฟย์และคุโรงาเนะโผล่มาเป็นระยะๆ แผนการตลาดสูงจริงเลย Clamp เนียะ มันทำให้อยากอ่านเรื่องนั้นไปด้วยใช่หรือเปล่า ?!

แต่ฉันโฮกเรื่องนี้มากกว่า TRC อีกน่ะ เพราะเรื่องไม่เครียดมาก ลายเส้นสบายตา จบเป็นตอน และไม่เฟื่องจนเกินไป นอกจากวาตานุกิ และแม่มดยูโกะแล้ว ยังมีสาวน้อยฮิมาวาริที่วาตานุกิหมายปอง และหนุ่มขรึมโดเมกิ ที่มาพัวพันกับฮิมาวาริ เลยกลายเป็นว่า พัวพันกับวาตานุกิไปด้วย ?!

โหมด Y โปรดระวัง
ขึ้นชื่อว่า Clamp ยังไงมันก็แอบ Y จนได้ล่ะว้า........ โดเมกิกับวาตานุกิอะดี๊!!!! ดูยังไงฉันว่าที่โดเมกิมันสนใจ มันวาตานุกิมากกว่าสาวน้อยฮิมาวาริ ประมาณมาเกาะแกะกินข้าวกล่องของวาตานุกิบ่อยมาก เมื่อไหร่ที่ห่างวาตานุกิไป เมื่อนั้นวาตานุกิลำบากทุกที แน่นอน เมื่อไหร่ที่วาตานุกิลำบาก โดเมกิก็พร้อมที่จะมาช่วยเสมอ แม้ว่าจะทำให้ถูกวาตานุกิเกลียดขี้หน้าก็ตาม โดเมกิดูเหมือนจะรับรู้ถึงความแปลกประหลาดของร้านของแม่มดยูโกะ แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อวาตานุกิ โดเมกิทำได้ทั้งน้าน....... สไตล์พระเอกหน้าขรึมหน้าตายของ Clamp เนี่ยเดาไม่ยากหรอกค่ะ เห็นเป็นพิเศษกับวาตานุกิอยู่คนเดียว แหม..... เพื่อนบ้าอะไรที่ไหนจะมานั่งขุดดินเองเพื่อตามหาเพื่อนได้ท่ามกลางสายฝนได้ถึง 10 ชม. พอถึงเวลาก็ตัดสินใจฉับไวว่า ชีวิตของวาตานุกิสำคัญที่สุด ต้องเลือกเอาไว้ก่อน แถมยังได้อุ้มวาตานุกิตั้งหลายครั้ง จิ๊! Clamp ไม่ยอมวาด เลยไม่รู้ว่าที่อุ้มน่ะ “แบก” หรือ “อุ้มแบบเจ้าสาวกัน” ฮิ้ว....... แต่ยังไงก็รู้แหละอุ้มจนวัดอุณหภูมิร่างกายได้ ก็ไม่ธรรมดาแล้ว (^_^)

O.K. จะตามเรื่องนี้ของ Clamp อีกเรื่อง เพื่อ โดเมกิ/วาตานุกิ (^^) หลวมตัวกับ Clamp อีกจนได้





ฝากขอโทษคุณ Es ที่ยังไม่ได้ upload Doujinshi MattxMello ของ Circle H-eichi นะคะ จะให้ link ไปเลยก็ได้ แต่ด้วยเรารับผิดชอบสังคม เพราะ Doujinshi มัน rate R15 เราขอ lock password link แต่ยังไม่ได้ทำ ขอผลัดไป Entry หน้านะคะ

ปล. รับผิดชงผิดชอบสังคมอะไรกัน กลัวโดนดวงตาพญามารต่างหาก




 

Create Date : 15 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 15 พฤษภาคม 2550 18:28:17 น.
Counter : 3235 Pageviews.  

[Pic] งาน Oishi Cosplay Contest วันที่ 5 พ.ค. 2550

Edit : ลืมไปรูปหนึ่งค่ะ

วันเดียว แต่มีงานชนกัน 2 งาน คือ งานขาประจำ J-trend in Town ที่ Mainichi จัดกับห้างมาบุญครอง ที่จัดทุกวันเสาร์แรกของเดือนอยู่แล้ว เนื่องจากจัดประจำอยู่แล้ว ถ้าไม่ไปเชียร์วง Cover หรือพบปะเพื่อนฝูงญาติมิตร หรือนัดไปแต่ง Cosplay ให้ฝรั่งฮือฮาเล่น ก็ไม่ค่อยมีอะไรท้าทายให้ไป แน่นอนว่า ฉันต้องเลือกไปงาน Oishi Cosplay Contest ที่เคยเห็น ad ไปยืนประชาสัมพันธ์งานที่จัตุจักร (เออ.... ตลาดนัดจัตุจักรนั่นแหละ....ไม่รู้คิดยังไง) เห็นข่าวว่า รางวัลงานนี้เรือนแสน!! แต่จะแสนสาหัสหรือเปล่าไม่ทราบ ?! ต้องมาลองอ่าน review ดู

งานนี้ไม่ได้ review เป็นน้ำเป็นเนื้ออะไรเท่าไหร่ เพราะไม่ได้ตั้งใจไปงาน คิดว่าแวะไปดูหน่อยก็ดี ไม่มีโปรแกรมอะไร งานมีอะไรบ้างก็ไม่รู้ ก็ได้แต่คิดว่า ดีใจจัง ได้จัด indoor ด้วย อากาศร้อนๆ แบบนี้ แหม.... ไม่รู้ผีตัวไหนดลใจให้คิดแบบนั้น แต่ปรากฏว่า ก็จัดบนเวที outdoor เหมือนเดิม (แป่ว!) ตอนโผล่ไปบ่าย 2 โมงแดดเจิดจ้ามาก ชนิดที่ใครไม่ใช้เครื่องสำอางชนิดกันเหงื่อ จะต้องเสียใจ! แม้จะมีพัดลมไอน้ำเป่ากระหน่ำเนื่องกลัวพนักงานชาวบูธและคนเดินงาน(หรอมแหรม)จะบ้าแดดไปก่อน แต่ก็ไม่มีใครอาจหาญไปเอาตัวเองไปปิ้งแดดสักเท่าไหร่ ยกเว้น Layers บางคนที่ได้โอกาสโลเกชั่นสวยๆของสยามพารากอนถ่ายรูป

กลายเป็นว่างานนี้ Cosplay เยอะแยะละลานตามากค่ะ เห็นแล้วอิ่ม Cosplay ได้เป็นปี เป็นงานชุมนุม Cosplay ที่ใหญ่ที่สุดในรอบปีที่ฉันได้ไปดูมาเลยล่ะ ไล่ถ่ายรูปกันไม่หมดค่ะ ถ่ายรูปมาเยอะมาก แต่ใช้ได้ไม่กี่รูป ใน indoor แสงไม่ค่อยสวยเลยค่ะ แถมในสยามพารากอนใช้แสงสีเหลืองด้วย รูปออกมาเหลืองเหมือนเป็นดีซ่าน โดยเฉพาะใครที่ไปยืนซุกให้ถ่ายรูปอยู่ด้านใน แต่ข้อดีคือ เย็นสบายดี แต่ข้อเสียคือ ภาพสีเหลืองอร่าม ไม่ค่อยเข้ากับชุดเลย ตอนถ่ายรูปก็ชุลมุนกันมากเลยค่ะ เพราะนอกจากพวกในวงการณ์แล้ว ก็ต้องมีพวกคนเดินห้างมาชุลมุนร่วมถ่ายรูปด้วย มุมดีๆ นี่ต้องแย่งกัน Layers บางคนก็ปักหลักอยู่มุมหนึ่ง Cos ดี แต่มุมไม่สวยเลย รูปเลยหมองไปเยอะ

ดูรูปดีกว่า ที่ไม่บรรยายคือ จำไม่ได้ว่าจากเรื่องไหนนะคะ

ขอเริ่มจากทีมโฟมยางฯที่มาคราวนี้ Cos Final Fantasy VII

โผล่หน้าเข้างานมา พอดีกับกลุ่มน้องโฟมยางโผล่มาพอดี โหย.... คนรุมยิงภาพกันสักครึ่งร้อย(เว่อร์!) เนื่องจากวันนี้น้องเทมส์เป็นคลาวด์ที่เจิดจ้ามาก!

เอามีดจ่อคอหอยกันแต่เริ่มถ่ายรูป อะไรจะแค้นมากขนาดนี้เซฟิรอท!


เซฟิรอธ/คลาวด์ แต่......... น้องต๊ะน่าจะเสริมกล้ามและเสริมตึกอีกสักเล็กน้อยจะแจ่มมากจ้ะ เพราะดูไปดูมา เซฟิรอธตัวเล็กและผอมบางกว่าคลาวด์ซะอีก


Vice แห่ง Dirge of Cerberus


Yuffie จ้า


เซฟิรอทกับคลาวด์ กำลังปรึกษากันว่า 'เมื่อยจัง เราจะแก๊กท่าอะไรดีนะ ?!'


พระเอกมาแล้ว ในที่สุด Vincent ก็เจอกับ Vice


คลาวด์เริ่มบูด เพราะแก๊กหน้าจนเมื่อยแล้ว (โดนถ่ายรูปเยอะเหลือเกิน)


เมื่อยแล้วก๊าบ! เซฟี่ก็หนีไปแล้วด้วย


น้อง Muiichew มาคราวนี้เป็นน้องกระดาษ เอ๊ย คาดาจ เป็นไซส์มินิน่ารักอีกแล้ว (เฮ้อ.....พี่เป็นโรคแพ้เด็กน่ารัก)


คลาวด์รังแกเด็ก คลาวด์กับน้องคาดาจ (เสียดายน่าจะมีลอซกับยาซูให้ครบเซท)


แอริธ says 'ซื้อดอกไม้ไหมคะ ?'


ภาพหมู เอ๊ย หมู่ Final Fantasy VII : Advent Children


ภาพหมู่ ได้ยาซูเข้ามาเพิ่ม แต่คลาวด์หาย!

อะไรๆก็ดีหมด เสียอย่างเดียว มุมของกลุ่มโฟมยางฯไม่ดีเลยอ่ะ แสงไม่ดี แถม background ด้านหลังก็ไม่ดี ไอ่ Giorgio Amarni นี่ง่ะ มันไม่เข้ากับ Final Fantasy VII เลยสักติ๊ด ความจริง ถ้าเบี่ยงอีกนิดเดียว เป็นผนังลายๆ ภาพจะออกมาสวยมาก แต่ก็เอาเหอะ เอาไว้ไปจกรูปที่ blog น้องๆ เขาเองดีกว่า (ดีกว่าถ่ายเองอื้อเลย)



นี่ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ปักหลักได้ background และแสงงามมาก น้อง Allen คนนี้ถ่ายภาพออกมางามที่สุดในงวดนี้ของฉัน (ฮา) คุณแม่ก็น่ารักมากค่ะ ช่วยพากษ์ให้กำลังใจ รูปน้องคนนี้เลยออกมางามทุกท่าเลย (รูปอื่นพี่เก็บไว้ดูเองจ้ะ) ขอบคุณที่โพสต์ท่าให้นะจ้ะ แม้จะมีพี่ถ่ายอยู่คนเดียว




ซาดาโกะ แห่ง The Ring เอา VDO มาแจก แต่ขอโทษนะคะ สมัยนี้เค้าเล่นแต่ VCD แล้ว (^^)


เงิ่ม..... ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร จำไม่ได้แล้ว แต่น่ารักค่ะ แม้น้องจะไม่ค่อยมี curve






Kanda Yuu จาก D. Gray Man ค่ะ




Mana แห่ง Malice Mizer


คุ้นมาก แต่จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร




2 สาวนี้เจิดจรัสมากค่ะ เป็นอีกหนึ่ง Cos ที่ชอบมาก








การ์ตูนหรือเกมส์เรื่องอะไรไม่รู้ รู้แต่ว่า น่ารักเป็นที่สุด เป็น Layers ที่เลือก Cos ได้เข้ากับตัวเอง น่ารักสมวัย ดึงดูดพลัง L ได้เยอะมาก ไม่หวือหวา แต่ตั้งแต่ฉันมาถึงงานวิ่งถ่ายรูปไปหลายกลุ่มตั้งนาน กลับมาน้องเค้ายังโพสต์ท่าให้คนถ่ายรูปอยู่ตรงมุมเดิมอยู่เลย!




กลุ่ม Trinity Blood (เห็นมะ.... ในที่สุดก็จำได้สักกลุ่มแหละน่า)


อิออนกับสตูวร์ เอ๊ย...ราดูว์


ยังมีคน cos Death Note เล็กน้อย ดักจับมิสะมิสะได้


คราวนี้โชคดี ดักจับ (ว่าอย่างกะเค้าเป็นแมลงวัน) L และ B ได้ กรี๊ดๆๆๆๆ (ทำเนียนยัดเยียดบท B ให้อีกคนเลย)



แว่บไปหาข้าวกินที่มาบุญครองค่ะ เพราะจะแวะไปดูงาน J-trend ด้วย ตอนเดินไป สวนกับ Cosplay ที่กำลังย้ายไปสยามพารากอนหลายคนเหมือนกัน ไม่น่าแปลกใจที่พอไปถึงมาบุญครอง งานค่อนข้างโหรงเหรงแล้ว ไปเจอวง Cover (ง่า....ลืมชื่อ ขออภัย T_T) กำลังเล่น Cover L’arc-en-ciel อยู่พอดี กรี๊ด!!!!! ถูกใจคนแก่ รีบวิ่งไปฟังใกล้เวทีเลย นอกจากเล่น Cover Laruku แล้ว ยัง Cover Final ของ Dir-en-grey , Strom และ Love Song ของ Luna Sea เล่นดีมากเลยค่ะ น้ำหมากงี้กระจายเกลื่อนหน้าเวทีเลย (ตุบ พลั๊วะ! <----- โดนสาวก J-rock รุมตื๊บ!) เอ่อ.... ซึ้งใจมากค่ะ ที่ได้มาฟังเพลงนี้เล่นสดๆ แถมบิ้วอารมณ์อย่างกะคอนเสิร์ท Luna Sea จริงๆ แม้คนดูจะไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมสักเท่าไหร่ ดูๆแล้วคงเกิดไม่ทัน Luna Sea เสียเป็นส่วนใหญ่ (อย่าย้ำความแก่นักได้ไหม ?!) นักร้องทุ่มเทมาก เหงื่องี้หยดติ๋งๆ อย่างกะฝนตก เพราะอากาศร้อนจัด หลังจากนั้นเลยเห็นว่า พอลงจากเวทีนี้ วงนี้รีบไปสยามพารากอนเพื่อร่วมประกวด Cosplay (-__-)” หลังจากนี้เป็นวง Cover Girl/boy band ค่ะ มีทั้งญี่ปุ่นและเกาหลี เด็กๆ กรี๊ดกระจาย ผิดกับ Cover วง J-rock ที่เงียบฉี่ มาถึงยุคที่เด็กรุ่นหลังเล่นดนตรีได้ดีขึ้น เนื้อร้องไม่ดำน้ำ ร้องเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น แต่กลายเป็นว่า ....เป็นยุคสมัยของการ Cover Dance ไปซะแล้ว (*__*):::

รวมๆแล้ว งานที่มาบุญครองออกจะเงียบไปมาก ยกเว้นตรงบริเวณเวทีค่อยคึกคักหน่อย พอกินข้าวแล้วก็เลยกลับไปที่สยามพารากอนเหมือนเดิม จากอากาศที่ร้อนฉ่าทำปลาแดดเดียวอร่อย กลายเป็นครึ้มฟ้าครึ้มฝน เผลอหน่อยเดียว ฝนหล่นโครมลงมา วิ่งหลบกันแทบไม่ทัน วงดนตรีก็ยังเล่นไม่จบเพลง สปิริตแรงกล้า แม้ไฟดูดก็ไม่หวั่น ในที่สุดก็มายัดเยียดกันอยู่ใน Hall ต่อ กว่าฝนจะหยุดตก (ก็ไม่หยุดดี ยังพรำๆ) ก็ปาเข้าไป 5 โมงเย็น งานนี้ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบเปิดงานกันก่อนจะต้องเปิดไฟส่องกบ !


งานก็เปิดด้วยเจ้าของโออิชิ แล้วต่อด้วยเดินแฟชั่นโชว์ (เกี่ยวด้วยเหรอ ?) แล้วถึงต่อด้วยประกวด Cosplay ซึ่งแต่ละคนเดินออกมาราวกับตามหากระบือที่หายไป วอบแวบ จนน่าจะเรียกว่าวิ่งผ่านเวที ซึ่งก็น่าเห็นใจฝนก็พรำๆ จะค่ำอยู่แล้ว พอเดินเสร็จด้วยความรวดเร็ว เนื่องจากเห็นว่าน้องเทมส์ น้องต๊ะ น้องมุ่ยไม่ขึ้นเวที ฉันก็เลยกลับเลย เพราะหกโมงกว่าแล้ว สวนทางกับกลุ่มแฟนคลับ G.JR ที่สวนเข้าไปยึดพื้นที่แทน เพราะเดิน Cosplay เสร็จ ก็มีคอนเสริท์ของ G.JR ก่อนประกาศผลคนเข้ารอบ 10 คน ก็ไม่รู้จะไปเสร็จกันเอากี่ทุ่มกี่ยาม ทำอย่างกับประกวดนางงาม ไม่รู้ที่ 1 จะได้สวมมงกุฎหรือเปล่า ? (^^…. แซวเล่น)

อีกนิ๊ดนึง.... คือ งานนี้กำหนดให้ผู้เดินประกวด Cosplay ทุกคนต้องถือกล่องชาโออิชิเดินด้วยค่ะ ดูแล้วเลยแปลกพิกล บางชุดก็เข้า บางชุดก็ไม่เข้า อย่างร่างเคออสของ Vincent ถือชาโออิชิงี้ ....(-_-)" ไม่รู้ว่าถ้าเกิดปุ๋ยคอกตราแม่วัวดีเป็นสปอนเซอร์ มิต้องแบกถุงปุ๋ยกันเหรอ ? (ประชดจ้ะ!) รู้สึกว่า งานจะงกมากไปหน่อย พวกชุด Cos ก็ไม่ได้ออกทุนให้ตัดสักกะนิด หรือว่าเขามีตังส์ให้เป็นทุนตัดชุด หรือค่ารถให้ ??!! ไม่รู้นะ ถ้าไม่ก็รู้สึกว่าเอาเปรียบเล็กน้อย

กลับมาปรากฏว่า เจ็บคอหนักมากค่ะ หวัดกินหนักมาก เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวเย็น เดี๋ยวเปียกฝน ในขณะที่เขียน Report นี้ก็ยังเจ็บคออยู่ค่ะ เฮ้อ.... หมดทิฟฟี่ไป 2 แผงแล้ว วันหยุด 3 วันเลยกลายเป็น เที่ยว 1 วัน อีก 2 วันนอนแกร่ว....




 

Create Date : 08 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 8 พฤษภาคม 2550 13:01:07 น.
Counter : 1871 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  

Pride
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ฮู้.... กว่าจะใช้ blog เป็น (คิดว่านะ) ต่อไปนี้ จะพยายาม update เรื่อยๆก็แล้วกัน ส่วนเนื้อหา .... คาดว่าจะจับฉ่าย ส่วนของ Let's talk ก็เรื่องสัพเพเหระ , secret window ก็จะเป็นเอ่อ.... อะไรที่มัน Y หรือ Homo นะ เพราะชอบอ่านการ์ตูน Y นิ เพราะฉะนั้น ไม่ชอบอย่า click เข้าไป ส่วน comic talk ก็เป็นการ์ตูนที่กำลังอิน หรือกำลังอ่านอยู่ค่ะ
Friends' blogs
[Add Pride's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.