34.207721°N 118.206979°W
Group Blog
 
All blogs
 
ธรรมชาติบรรเลงเพลงชื่อ ความไม่แน่นอน



จากเช้าวันที่ 18 มิถุนายน 
เจอเพื่อนฝูงเยอะมาก หลายคน หลายกลุ่ม
ด้วยเหตุผลคือ ไม่เจอกันนานแล้ว
เลยโอเค นัดกินข้าวบ้าง กินกาแฟบ้าง ไปสปากันบ้าง
คนที่สนิทมาก ๆ มานั่งเล่นที่บ้านบ้าง
เรียกว่า รับแขกที่บ้านแทบจะอาทิตย์ละ 2 วัน

และต้องเร่งงานตรวจนิยาย 4 เรื่องด้วย
เพราะกำหนดส่งคือสิ้นเดือนมิถุนายน ทั้งหมด

ที่จริง ตลอดเวลานั้น มีเรื่องราวน่าเขียนเก็บไว้
หลายเรื่อง
ล้วนแต่เป็นเรื่องราวน่ารัก ๆ
แต่ก็ไม่มีเวลา ได้แค่จดบรรทัดเดียวไว้ในสมุด
เพื่อจำ
โชคดีที่ซื้อสมุดบันทึก
living well one line a day ไว้หลายสีปกมาก = หลายเล่ม 
ว่างเมื่อไหร่ค่อยมาทบทวน
ขยายความ บันทึก

จากนั้นก็เร่งตรวจปรู๊ฟจนส่งได้ครบ
แล้วเช้าวันที่ 1 กรกฎาคม น้องชายคนกลางก็ส่งไลน์กรุ๊ป 3 พี่น้อง
บอกว่า ฝันถึงพ่อ

เมื่อคืน ฝันเห็นพ่อ
พ่อนั่งอยู่บนหัว ตรงประตูก่อนถึงบันไดขึ้นชั้นสอง
นั่งเหมือนพระ ก้มลงมามองตลอด
พอผมเดินมาจากห้องกินข้าวหลังบ้าน
เห็นพ่อ ฝนก็ตกหนัก น้ำรั่วลงมาตรงที่พ่อนั่ง
เหมือนเป็นรูรั่วลงมาตรงนั้น
พ่อเลยลอยลงมาข้างล่าง
พ่อใส่เสื้อสีเขียวอ่อนที่พี่ซื้อให้ หน้าตาผ่องใส อิ่มเอิบมาก
อารมณ์ดี
แล้วพ่อก็เดินออกไปนั่งที่เก้าอี้หน้าบ้าน ตัวที่แม่ชอบนั่งทำบัญชี
ก้มใส่รองเท้าผ้าใบสีขาวที่พี่ซื้อให้นานมากแล้ว
แล้วพ่อก็หันมายิ้ม บอกว่า
"พ่อจะออกไปเดินเล่นสักพัก"


พ่อคงมาบอกว่า แกสบายดี
และยังอยู่กับเราทุกคน


อ่านแล้ว บอกน้องว่า สงสัยพ่อมาอเมริกาแน่เลย
น้องชายคนเล็กก็ ... เห็นด้วย สงสัยพ่อไปเยี่ยมพี่แน่เลย
พี่สาวคนนี้บอก ... มาเยี่ยมทุกคนแหละ
แบบแวะลาดกระบัง ก่อนขึ้นเครื่องมาอเมริกา

...

นั่นคือที่คุยกับน้อง
แต่ที่ฟอร์เวิร์ดให้เพื่อนสนิทอ่านคือ ... "น้ำตาเพรื่อแต่เช้าเลยฉัน"

...

นั่นคือเช้าวันที่ 1 ...
และเย็นวันนั้นก็นึกอะไรไม่รู้ ทำสวนหน่อยเถอะ
อยากคลีนวัชพืชไว้ปลูกต้นไม้

ปกติเวลาออกไปทำสวนจิ๋วหน้าบ้าน จะใส่รองเท้าผ้าใบ
แต่วันนั้นคิดว่า แป๊บเดียว ไม่เป็นไรหรอก
เลยเดินไปหยิบช้างดาวขาว+สีน้ำเงินมาใส่

ตอนถอนหญ้า เซเกือบล้มเพราะตกใจกับกิ้งก่า
บอกเจ้าตัวนั้นว่า ...
ออกไปที่อื่นนะ อย่าอยู่แถวนี้ เดี๋ยวคนสวนจะตัดหญ้าโดน
คนสวนจะตัดหญ้ารอบ ๆ จะไม่ยุ่งกับสวนเล็ก ๆ ที่ปลูกนั่นนี่ของฉัน

ถอนหญ้าในกระถางต้นไม้ได้เยอะ
ว่าจะไปเอาถังขยะมาโกยใส่
เหลือบไปเห็นกระถางกระเบื้องสีเขียวอ่อน
น้ำเต็มเลย เพราะวางเปล่า ๆ ไว้ใกล้กับสปริงเกอร์
เลยรองน้ำไว้เต็ม

อะไรไม่รู้ ...ยกค่ะ คิดว่ากระถางปากกว้าง 18 นิ้ว เบามั้ง
ยกเพราะแรงฮึด แต่หลุดมือ
กระถางหล่นลง
เปรี้ยงงงงงงงงง

แตกกระจายทั่ว รัศมีกว้างมากเพราะตกลงบนพื้นปูน

ไม่เจ็บ ... เพราะไม่ได้หล่นลงเท้าขวา
แต่น้ำไหลโจ๊กลงมาเลย
สักพัก รองเท้ากลายเป็นสีแดงฉาน

คราวนี้ อ้าววววว โดนกระเบื้องกระเด็นบาดนิ้วโป้งขวา
เลือดไหลเพรื่อเลย
หยดเป็นทางไปจนถึงตู้ยาในครัว

เลือดไม่หยุดไหล จาก 5 โมงเย็นถึง 1 ทุ่มตรง
ผ้าก๊อซ 2 ม้วนชุ่มเลือด โชกเลย
เพราะเป็น blood thinners อยู่แล้ว

สรุปคือ เพื่อนสนิทขนครอบครัวมารับไปหาหมอ

บอกเพื่อนว่า ไปที่ศูนย์ฉุกเฉินตรงปากซอยละกัน
เปิด 8 ถึง 8 ตลอด 7 วัน

พอไปถึงก็ถูกพาเข้าไปในห้องทำแผลทันที
ทำอย่างไร เลือดก็ไม่หยุดไหล
หมอหน้าเสียแล้ว เลยบอกว่า ไม่เป็นไร ฉันโอเค ทำต่อไป

วันนั้น หมอปิดรับคนไข้อื่นเลย เพราะเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมง ปิด
คนไข้ 2 คนที่เข้ามา เห็นเลือด
รีบขอตัวกลับ และบอกว่า โอ้ เสียใจด้วย หายเร็ว ๆ นะ
น่ารักดี

สรุปว่า แผลประมาณ 3 เซนติเมตร
กลับบ้านพร้อมรองเท้าสำหรับคนเจ็บ ข้างเดียว
เจ้าหน้าที่บอก รองเท้านี้ พวกเราเรียกว่า กุชชี่
ฉันเลยบอก ไม่อะ ขอเป็น ดิออร์ ได้ไหม

เจ้าหน้าที่เล่นด้วยแฮะ ทำเป็นหยิบข้างใหม่ ที่ก็คือข้างนั้นแหละ
แล้วบอกว่า อะ นี่ดิออร์ ใส่นะ ใส่นอนด้วยนะ

กลับถึงบ้าน เพื่อนช่วยกันล้างเลือด ถูพื้นที่เลือดแห้งแล้ว
ขัดพื้นในครัว เปลี่ยนพรมให้เพราะเลือดกรังแล้ว

กว่าครอบครัวเพื่อนจะได้กลับบ้าน
เที่ยงคืนพอดี

...

เจ็บคนเดียว ดูแลตัวเองไป

เลือดไหลแบบซึม ๆ อยู่ 2 วัน ไม่หยุดซะที
ส่งรูปแผลที่มีเลือดเป็นทาง ให้เพื่อนคนเดิม ดู
เพื่อนบอก เช้าจะมารับไปหาหมอ

โชคดีที่ urgent care อยู่ปากซอยพอดี
ดังนั้นเช้าวันที่ 3 เวลา 8 โมงเช้า ไปหาหมอ
ที่เดิม แต่คนใหม่
หนนี้เลือดยังไหลข้นมาก แต่แดงสด
หมอเลยซีลแผลรอบ ๆ ที่เลือดซึมออกมา
ด้วยแท่งอะไรสักอย่าง คล้ายไม้ขีด
กดลงไปที่แผล จะเผาจนไหม้ ๆ 
ไม่เจ็บมาก แค่เจ็บรอบแผล 


แต่อย่างไร สุดท้ายเลือดก็ยังซึม ๆ ออกมา
จนผ่านมา 4 วัน ถึงไม่มีเลือดออกแล้ว

ตอนนี้ครบ 10 วัน ยังเดินเขยก ๆ แต่ก็ดีขึ้น

พ่อเหาะมาช่วยปัดเคราะห์ ผ่อนหนักเป็นเบาจริง ๆ ด้วย


อ้อ เพื่อนที่ไปช่วยเก็บกวาดกระเบื้อง
ถ่ายรูปกิ้งก่าที่ตายเละมาให้ดูด้วย
บอกว่า กิ้งก่ามาช่วยรับเคราะห์ไป

เพราะถ้ากระถางใบนั้นตกใส่หลังเท้า หรือโดนเท้าเต็ม ๆ
รับรองกระดูกเละแน่

...

บันทึกไว้ช่วยจำว่า อย่าทำอีก
จงใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังให้มากกว่านี้
เผื่อวันที่วีซ่าพ่อหมด ลอยมาช่วยไม่ทัน จะได้ไม่โชกเลือดอีก

...

ช่วงบาดเจ็บนี้ดี
ได้อ่านงานชุดใหม่ จนจบรอบแรก เร็วมาก
ได้ดูซีรีส์จนจบ 1 เรื่อง 25 ตอน
ชื่อ hidden love แอบรักให้เธอรู้
ได้อ่านหนังสือที่ตั้งใจอ่าน
ได้กวาดอาหารสด ทำกินจนหมดเกลี้ยง
เพราะออกไปไหนไม่ได้ ด้วยบาดเจ็บเท้าขวา ขับรถยาก
หมอบอกว่า ระวังแผลปริหากใช้เท้าขวาเหยียบคันเร่ง

สรุป อยู่บ้านทุกวัน
และน่าจะอยู่อีกนานหลายวัน ...
ชดเชยกับที่เดือนมิถุนายน ออกนอกบ้านไปนั่นนี่แทบทุก 2-3 วัน



ป.ล. เช้านี้ เจอข่าวคานสะพานถล่มที่ลาดกระบัง
ตกใจมาก รีบโทรหาน้อง
เพราะเป็นช่วงน้องเลิกงาน และน้องสอนที่พระจอมเกล้าลาดกระบัง

ปรากฏน้องบอก ไม่เป็นไรครับ
เลิกงานเวลานั้นจริง ๆ แต่บังเอิญเลี่ยงรถติดไปอีกทาง

เฮ้อออออออออ ... แปลว่าพ่อกลับถึงเมืองไทยแล้วสิเนี่ย
คือ ลอยไปแวะลาดกระบัง
แต่แวะขากลับ ... น้องเลยแคล้วคลาด 


 


Create Date : 11 กรกฎาคม 2566
Last Update : 11 กรกฎาคม 2566 11:46:21 น. 0 comments
Counter : 557 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณmcayenne94


ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

พุดดิ้งรสกาแฟ
Location :
United States

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 31 คน [?]




สิ่งต่าง ๆ เคยสำคัญในช่วงเวลาหนึ่ง
อาจเป็นประโยชน์สำหรับใครบางคน
อาจไร้สาระสำหรับใครอีกบางคน


ถ้ามันไร้สาระ
โปรดทิ้งมันไปเฉย ๆ อย่างง่าย ๆ
หากมันมีประโยชน์ ฉันก็ดีใจ


..
..
..
Friends' blogs
[Add พุดดิ้งรสกาแฟ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.