น่าสนุก น่าติดตาม และน่าค้นหา
 

บรรยากาศเก่าๆ

         ใครหลายๆคนคงได้เคยสัมผัสบรรยากาศเก่าๆ ซึ่งอาจจะมีหลายๆเรื่องราวเกิดขึ้นกับชีวิต เหมือนอย่างกับฉัน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาฉันได้มีโอกาสกลับไปทำงานที่อ๊อฟฟิตเดิมที่ฉันเคยอยู่ ฉันไปแทนพนักงานที่นั่น1วันเพราะพนักงานที่นั่นเขาลางานกัน รวมทั้งน้องสาวของฉัน


           สิ่งที่ฉันสัมผัสได้ นั่นคือ ความเศร้า ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของฉัน ภาพที่แม่ฉันและน้องๆเคยมาอาละวาดฉันที่อ๊อฟฟิตนั้น ภาพที่ฉันเคยอยู่กับลูกชายกัน2คนแบบเงียบๆ เพราะอ๊อฟฟิตที่นั่นฉันเคยอาศัยอยู่ด้วย รวมถึงภาพที่เพื่อนๆของฉันเคยมาหา มากินข้าวมาสนุกอยู่ที่บ้าน เป็นที่ๆฉันมักจะปรับทุกข์และร้องไห้ให้เพื่อนๆของฉันฟัง รวมๆแล้วเรียกว่า"หดหู่" ว่างั้นเถอะ จะมีดีก็แต่ ร้านค้าในตลาดที่ฉันคุ้นเคยและรู้จักกันอย่างดี


             ฉันรู้สึกว่าฉันเจอคนที่ตลาดที่ฉันรู้จัก ฉันรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านอีกครั้ง เจอคนอื่นๆยังดีกว่าเจอคนที่บ้านซะอีก ฉันได้ซื้อและได้กินของอร่อยๆที่ฉันชอบ ฉันซื้อกลับบ้านมาตั้งมากมาย ก็นานๆทีแหล่ะที่จะได้ไป ฉันเป็นคนชอบอาหารรสจัด โดยเฉพาะอาหารใต้ ใครหลายๆคนที่ชื่นชอบอาหารแบบฉัน ฉันแนะนำให้ลองไปชิมกันได้ที่แฟลตคลองจั่น มีหลายๆอย่างให้คุณเลือก นอกจากอาหารรสชาดจัดจ้านแล้ว ยังมีขนมจีนน้ำยาใต้ ขนมหวานและของพื้นเมืองของทางภาคใต้


          ยิ่งถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ ที่นี่จะมีตลาดนัดขายของเยอะมากๆ วันนี้นึกซะว่าฉันมาเป็นไกด์พาเที่ยวแหล่งช๊อปปิ้งและศูนย์อาหารก็แล้วกันค่ะแต่ถ้าเป็นวันจันทร์-วันศุกร์ก็จะมีขายของเปิดท้ายเหมือนกันแต่จะไม่เยอะเท่ากับวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์


        ฉันเดินไปก็กังวลเหมือนกันว่าจะเจอคนที่บ้าน แต่โชคดีที่ไม่เจอใครเลย และสิ่งที่ฉันรู้สึกดีใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ ฉันได้เจอญาติผู้ใหญ่ของเจ้านายฉัน ซึ่งท่านทั้งสองคนเป็นผู้ใหญ่ที่ฉันนับถือมากๆ ทั้งสองท่านรู้เรื่องราวของฉันดี และด้วยความเป็นห่วงของทั้งสองท่านนี้ ฉันขอเรียกผู้ใหญ่ทั้งสองท่านนี้ว่า "ลุงกับป้า" ตอนเย็นก่อนที่ฉันจะกลับบ้านฉันได้แวะไปเยี่ยมท่าน ป้าบอกว่าอย่าเพิ่งไปมีของจะให้ฉัน ป้าทำกับข้าวและขนมแพ็คใส่ภาชนะอย่างดีและหากระเป๋ารวบรวมไว้ให้ฉันอย่างเรียบร้อย บอกฉันว่ากำลังท้องกำลังไส้อย่าถือของพะรุงพะรังขึ้นรถ แล้วหนูจะกลับยังไง ป้าถามด้วยความเป็นห่วงพูดแล้วป้าก็ลูบท้องของฉันด้วยความยินดีกับฉัน

 
         ฉันรู้สึกอบอุ่นและดีใจมากที่อย่างน้อย ฉันก็มีบรรยากาศเก่าๆที่ยังคงความรู้สึกดีดี จากผู้ใหญ่ทั้งสองท่านนี้ ที่ยังคงห่วงฉันอย่างไม่เคยเปลี่ยน ขอบคุณ ลุงกับป้ามากๆค่ะ ที่อย่างน้อยทำให้ฉันรู้สึกว่า ฉันมีญาติผู้ใหญ่อยู่กับฉัน




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2555 14:17:05 น.
Counter : 486 Pageviews.  

ยังไงก็ยังกลัว

           ใครที่เคยอ่านเรื่องราวของฉันคงพอจะทราบกันอยู่ว่า ตอนนี้ฉันกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สองอยู่ และก็ใกล้คลอดแล้ว ถึงแม้จะเป็นลูกคนที่สองแล้วก็เถอะแต่ฉันก็ยังมีความรู้สึกกลัวและวิตกกังวลอยู่ดี


            ฉันต้องผ่าคลอดออกทางหน้าท้องเหมือนลูกคนแรก แต่ความรู้สึกกลัวมันแตกต่างกันตรงที่ว่า ลูกคนแรกฉันคลอดโดยการขอหมอให้ผ่าเพราะทนความเจ็บปวดไม่ไหว แต่ท้องนี้คุณหมอบอกว่าผ่าคลอดได้เลยเมื่อเด็กก่อนครบกำหนดประมาณ10วันโดยไม่ต้องรอให้เจ็บท้อง มันคนละความรู้สึกกันนะเพราะการเจ็บท้องคลอดลูกเรียกได้ว่ามันเจ็บในที่สุดชีวิตแล้วเพราะฉะนั้นการขอให้หมอผ่าออกฉันจึงไม่รู้สึกกลัว


             ฉันรู้แต่ว่าทำยังไงก็ได้ให้ลูกฉันออก ออกมา ให้พ้นท้องฉันซะทีเพราะมันทรมานจริงๆ แต่ครั้งนี้ฉันรู้สึกว่าฉันไม่ได้เจ็บปวดทรมานอะไร ก็ต้องไปนอนให้หมอผ่า เหมือนไปหาเรื่องเจ็บตัว แต่ก็ดีใจที่จะได้เห็นหน้าลูก บรรยากาศในห้องผ่าตัดทำคลอดไม่ค่อยน่าเข้าไปเท่าไหร่ ไหนจะอุกรณ์ เครื่องมือหมอ เตียงผ่าตัด เข็มฉีดยา ล้วนทำให้ฉันวิตกและกลัวขึ้นมาทุกทีถึงแม้จะเคยมีประสบการณ์มาแล้วก็ตาม ยิ่งฉันเป็นพวกวิตกจริต จิตตก กับเรื่องมีดเรื่องเข็มอยู่ด้วย แต่มาคิดๆแล้วมันก็คุ้ม ฉันยอมเจ็บเพื่อแลกมากับการได้ลูก ซึ่งฉันคิดว่า ลูกคือความภาคภูมิใจของฉัน แม้ฉันต้องเจ็บต้องปวดต้องแลกมาด้วยน้ำตาหรืออะไรก็ตาม ฉันยอม 


          สามีและลูกชายคนโตของฉันคอยให้กำลังใจฉันตลอดเวลาว่าไม่ต้องวิตกกังวล ไม่ต้องกลัว วันที่ฉันคลอดลูกเขาทั้ง2คนจะอยู่ๆข้างฉัน และจะช่วยดูแลลูกให้ดีที่สุด ส่วนลูกชายคนโตยิ่งตื่นเต้นกว่าเพราะดีใจที่จะได้มีน้องและเป็นพี่อย่างเต็มตัว ทุกวันนี้เขาจับท้องของฉันเวลาที่น้องดิ้นเขาจะตื่นเต้นและดีใจมากๆ รอคอยว่าเมื่อไหร่จะเห็นหน้าน้องซะที เขาบอกว่าน้องของเขาออกมาจะต้องนอนกับเขา แหม...ไม่ค่อยเห่อน้องเลย ฉันตั้งใจไว้ว่าฉันจะสอนให้ลูกสองคนรักกันให้ดีดี ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน เหมือนอย่างฉันและน้องๆของฉัน มีอะไรต้องช่วยเหลือพึ่งพากันได้ ฉันบอกเสมอถ้าวันหนึ่งข้างหน้าไม่มีฉันและสามีแล้วเขาสองคนจะต้องอยู่ดูแลซึ่งกันและกันให้ได้


          ฉันดีใจที่ลูกของฉันเข้าใจในเจตนารมย์ของฉัน ซึ่งฉันก็หวังไว้ว่า เขาจะดูแลกันได้ดีตลอดไป ไม่มีสิ่งใดจะภูมิใจดีใจและสุขใจของคนเป็นพ่อเป็นแม่เท่ากับการ "มีลูก"นี่แหล่ะคือความสุข




 

Create Date : 25 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 25 พฤษภาคม 2555 12:17:21 น.
Counter : 954 Pageviews.  

หากันจนเจอ

           คุณเคยเชื่อเรื่องดวงหรือพรมลิขิตหรือเปล่า เมื่อก่อนฉันไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่แต่ก็ชอบดูไว้เพื่อเป็นไกด์ไลน์ในชีวิต คุณเองก็เหมือนกันดูไว้เพื่อจะได้เป็นเข็มทิศแก่ชีวิตบ้างก็พอ ของอย่างนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เขาทักอะไรไม่ดีก็ควรระวังไม่เชื่อแต่ก็ตั้งอยู่บนความไม่ประมาท เค้าเรียกว่าใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องที่ฉันเองก็คาดไม่ถึงเมื่อ....


          วันหนึ่ง เจ้านายของฉันได้ดูดวงฉันไว้ว่า อีกหน่อยไม่นานตอนฉันอายุประมาณ33เป็นต้นไปชีวิตของฉันจะดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ฉันก็ไม่เชื่อจริงๆในเมื่อตอนนั้นฉันเพิ่งอายุประมาณ25-26 ฉันยังอยู่กับสามีเก่าที่คอยสร้างแต่ปัญหา สร้างแต่หนี้สินให้ไม่รู้จีกหยุดหย่อน ฉันยังคิดไม่ออกเลยว่าชีวิตฉันจะสุขสบายอย่างไร ในเมื่อรอบข้างของฉันมีแต่เจ้าหนี้เต็มหัวไปหมด จนกระทั่งฉันเลิกกับสามีเก่าไป ฉันก็ยังคงต้องนั่งใช้หนี้เก่าอยู่ยังมองไม่เห็นทางสว่างเลยสักที


         จากนั้นต่อมา ฉันเริ่มรู้สึกว่าเหนื่อยและไม่มีที่พึ่งทางใจที่ไหน นอกจากการไปทำบุญ ไหว้พระและสวดมนต์เยอะๆเพื่อจะได้อุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรของฉัน ฉันคิดแค่นี้เอง การสวดมนต์อาจจะทำให้ฉันตั้งสติและมีสมาธิในการใช้ชีวิตและจัดการกับปัญหามากขึ้น แต่ก็ยังไม่วายที่จะต้องเครียดกับมันอยู่ดี เรียกได้ว่าช่วยได้แค่ครึ่งก็ยังดี


         ครั้งหนึ่งฉันออกไปทำงานให้กับเจ้านายข้างนอกอ๊อฟฟิต บังเอิญว่าฉันเห็นหมอดูนั่งอยู่ ฉันเห็นเขาเขียนว่ารับดูลายมือ ฉันเองก็ไม่เคยดูสักทีลายมือ เคยดูแต่แบบวัน เดือน ปี เกิด อีกอย่างเงินในกระเป๋าของฉันก็ไม่ค่อยมี เห็นว่าดูลายมือแค่ 49 บ.ก็เลยลองดู แล้วหมอดูก็บอกฉันว่า ฉันหน่ะนะวาสนาดี มีคนอุปถัมภ์ ชีวิตไม่ลำบาก ฉันไม่เชื่อเลยแม้แต่น้อย เพราะทุกอย่างที่หมอดูพูดมามันตรงกันข้ามทุกอย่างอีกแล้ว แต่ฉันก็ไม่พูดอะไร


          หมอดูบอกกับฉันว่าดูลายมือแค่นี้ไม่ละเอียดหรอก ถ้าอยากดูให้ละเอียดก็ต้องดูแบบ วัน เดือน ปี เกิด ที่เป็นแบบช่อง8ช่อง(คิดว่าบางคนคงเคยเห็น)ฉันจำไม่ได้ว่าหมอดูบอกว่าเป็นแบบอะไร ฉันก็บอกว่าแบบนี้ฉันก็เคยดูแล้ว หมอดูบอกว่า แล้วเขาทักฉันว่ายังไง ฉันก็บอกว่าไม่ดีเท่าไหร่ 


        หมอดูบอกว่าไหนมีหลักฐานไหมขอดูหน่อย ฉันบอกว่ามี พอดีในกาะเป๋าตังค์ฉัน ฉันเก็บดวงแบบนี้เอาไว้ฉันเลยเอาให้เขาดู เขาก็เอามาคำนวนดูดวงให้ใหม่แล้วก็บอกฉันว่า หมอดูคนนั้นเขาดูดวงฉันผิดหมดเลย ดวงฉันดีจะตายถ้าอยากดูจะดูมั๊ยเขาจะดูให้ แต่ค่าครู299นะเดี๋ยวเค้าจะแถมดูลายมือและไพ่ป๊อกให้อีก


         ตอนนั้นเสียดายเงินก็เสียดาย อยากรู้ก็อยากรู้ มันคงไม่มีอะไรจะเสียแล้วหล่ะฉันคิดอย่างนั้น เอาก็เอาว่ะ ดูก็ดู ฉันตัดสินใจดูหมอต่อ หมอคนนี้บอกว่าชื่อของฉันดีแต่ไม่ถูกโฉลกกับวันเดือนปีเกิด ฉันเกิดวันดี ฤกษ์ดี เวลาดี แต่ไม่ถูกกับชื่อเท่านั้นเอง หมอบอกว่าแต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ฉันไม่ต้องไปเปลี่ยนชื่อหรอก เพราะชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้มันดีอยู่แล้ว เพียงแต่เมื่อคิดคำนวณทางโหราศาสตร์แล้วดวงของฉันมีสามีเป็นคนไทยไม่ได้เด็ดขาด มี100คนก็ต้องเลิกทั้ง100คน ดวงของฉันจะต้องมีสามีเป็นชาวต่างชาติเท่านั้น จะชาติไหนก็ได้แต่ต้องไม่ใช่คนไทย บ้านของฉันก็ไม่ได้อยู่ที่เมืองไทย แต่ฉันมีบ้านอยู่ที่ต่างประเทศ ดวงของฉันจะได้เดินทางไกล ฉันถามว่าไกลแค่ไหนใช่ต่างจังหวัดหรือเปล่า หมอดูบอกว่าไม่ใช่แต่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ

         ฉันก็ไม่เชื่ออีกเหมือนเดิม เพราะฉันไม่เคยรู้จักชาวต่างชาติที่ไหนเลย ที่สำคัญฉันกลัวการมีสามีเป็นชาวต่างชาติเพราะขนาดคนไทยด้วยกันยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย แล้วกับชาวต่างชาติฉันจะคุยกันรู้เรื่องได้ยังไง ภาษาก็ไม่ได้ ยิ่งถ้าเป็นการเดินทางไปต่างประเทศแล้วหล่ะก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ เพราะเงินจะไปยังไม่มี จะดูดวงวันนี้ยังเสียดายเงินเลย เจ้าหนี้ก็เยอะแล้วจะไปได้ยังไง ฉันโมโหหมอดูและคิดว่าหมอดูคงมั่วมาหลอกเงินฉันแน่ๆ แต่แล้วหมอดูก็ทักขึ้นมาว่าญาติพี่น้องของฉันไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ มีญาติพี่น้องเป็นศัตรู อยู่บ้านไม่ได้ต้องมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน เรื่องนี้ถ้าใครเคยอ่านประวัติของฉันมาก่อนคงพอจะรู้เรื่องญาติพี่น้องของฉันบ้าง


        เรื่องนี้เท่านั้นที่คงจะดูแม่นจริงๆ หมอดูบอกว่า ถ้าฉันอายุ33-38ถ้าฉันไม่ได้สามีชาวต่างชาติหรือไม่ได้ไปต่างประเทศกลับมาเอาเงินคืนได้เลยเขาจะคืนเงินให้ฉัน100เท่า ยังไงเขาก็ยังยึดอาชีพหมอดูต่อไป กลับมาเอาเงินคืนไปได้เลยเขาจะนั่งรอฉันอยู่ตรงนี้แหล่ะ


        ฉันกลับมาอ๊อฟฟิตพร้อมกับเล่าเรื่องนี้ให้ผู้จัดการและพี่ๆในอ๊อฟฟิตฟังเล่าไปก็ขำไปเพราะไม่มีทางเป็นไปได้เลยตรงกันข้ามทุกอย่างจะแม่นก็แต่เรื่องญาติพี่น้องที่ทุกๆคนรู้ดี แต่แล้วหลังจากนั้นประมาณ2อาทิตย์ ฉันก็ได้เจอกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นชาวต่างชาติ(สามีฉันในปัจจุบัน) ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับเขา ขนาดเจอกันครั้งแรกฉันเล่าเรื่องเล่าปัญหาเล่าถึงความผิดหวังต่างๆนานาที่ฉันเจอมารวมทั้งภาระที่ฉันต้องเลี้ยงดูลูกและชดใช้หนี้สินให้เขาฟัง เขายังยินดีรับได้ทุกอย่างและช่วยเหลือฉันกับลูกทุกอย่าง


          ฉันคิดว่าถ้าเล่าให้ฟังเขาคงต้องไปจากฉันแน่ๆ ผู้ชายที่ไหนจะรับปัญหาอย่างฉันได้ แต่ผู้ชายคนนี้รับได้ทุกอย่าง ฉันเล่าให้ผู้จัดการและพี่ๆที่ทำงานกับฉันฟังเรื่องของเขา แล้วเอาเรื่องดวงที่หมอดูทายฉันไว้เอามาเปรียบเทียบกันไม่น่าเชื่อจริงๆจะเป็นอย่างที่หมอดูทายฉันไว้ ชีวิตฉันพลิกผันจากหลังมือเป็นหน้ามือขึ้นมาในทันที ตอนนี้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทั้งฉันและลูก น่าแปลกนะข้ามฟ้าข้ามทะเลมาเจอกันได้อยู่กันคนละซีกโลกแท้ๆ เจอคนตั้งมากตั้งมาย สุดท้ายฉันกับเขาเราก็.....หากันจนเจออย่างนี้คุณคิดว่าเป็นพรหมลิขิตหรือดวงกันแน่




 

Create Date : 24 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 24 พฤษภาคม 2555 17:51:25 น.
Counter : 2327 Pageviews.  

ธุรกิจใหม่ที่ได้ลองทำ

         หลังจากที่ฉันได้ผ่านพ้นเรื่องร้ายๆในชีวิตไปแล้ว ตอนนี้ฉันและสามีนอกจากจะมีงานหลักที่ทำอยู่เราได้ลองทำธุรกิจอย่างหนึ่งขึ้นมา อย่างที่เคยเล่าให้ฟังสามีของฉันเป็นชาวต่างชาติ เขาเป็นคนขยันทำงานทุกอย่างและที่สำคัญเขาเป็นคนเก่งและฉลาด เขาสอนฉันทำนู่นนี่นั่นมากมายอย่างที่ฉันจะขอยกตัวอย่างให้ฟัง


         เริ่มจากครีมบำรุงผิว เรื่องมีอยู่ว่าวันหนึ่งครีมที่ฉันใช้ทาหน้า และทาตัวเกิดหมดขึ้นมา ฉันบอกว่าอาทิตย์นี้ถ้าเราไปซุปเปอร์มาเก็ตอย่าลืมเตือนฉันให้ซื้อครีมด้วยนะ สามีเลยถามฉันว่าทุกวันนี้ใช้ครีมอะไรเป็นประจำหรือเปล่าหรือเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ฉันบอกว่าเปลี่ยนอยู่เรื่อยๆ สามีบอกว่าถ้าอย่างนั้นจะลองให้แม่ของเขาซึ่งอยู่ต่างประเทศลองส่งครีมที่บ้านของเขามาให้ฉันใช้ดูเพราะมีวิตามินและแร่ธาตุมาก มาก ฉันถามว่าครีมอะไร สามีบอกว่าไม่บอกอยากจะเซอร์ไพรส์ฉัน ฉันก็โอเค ลองก็ลอง


         ไม่น่าเชื่อ ครีมที่แม่ของเขาส่งมาให้ฉัน ฉันใช้ได้ดีมากๆ หน้าและผิวรู้สึกดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนคนรอบข้างที่บริษัทถามว่าฉันไปทำอะไรมาทั้งหน้าและผิวดูดีขึ้น ต้องบอกก่อนว่าฉันไม่ใช่คนผิวขาวอะไร ก็ตามแบบแผนของฝรั่งนั่นแหละ ฝรั่งชอบผู้หญิงตัวดำๆ เล็กๆ อย่างที่พวกเราชอบคุยกันว่าสเป็กฝรั่งมักจะเป็นแบบนี้ ฉันลองใช้ไม่กี่สัปดาห์ ฉันก็รู้สึกว่าผิวฉันค่อยๆขาวขึ้น จากดำๆก็เริ่มใสขึ้นมา หน้าของฉันจากที่เคยเป็นสิว ก็หายไปเลยตอนนี้หน้าไม่เป็นสิวอีกแล้ว รอยยับรอยย่นหลายๆจุดก็หายไป
      

         ฉันบอกกับเพื่อนร่วมงานว่า ฉันใช้ครีมที่แม่สามีส่งมาให้ เพื่อนๆหลายคนในบริษัทของฉันขอลองใช้บ้างฉันก็ให้ลอง ไม่น่าเชื่อทุกคนที่ใช้ ต่างตอบรับกันมาว่าใช้แล้วดีจริงๆ จากที่เคยขอลองใช้มาวันนี้ทุกๆคนสั่งซื้อจากฉันเป็นจำนวนมาก และสามีของฉันก็ลองเอาไปให้ลูกน้องและเพื่อนร่วมงานของเขาทดลองใช้ดูเหมือนกันว่าจะได้ผลดีจริงหรือเปล่า ปรากฏว่าได้ผลเกินคาดกว่าฉันซะอีก ไปๆมาสามีฉันเลยขายได้ดีกว่าฉันอีกแหนะเพราะที่ทำงานของเขามีพนักงานหลายร้อยคน
     

         กลายเป็นว่าจากจุดเล็กๆที่ฉันไม่เคยคิดมาก่อน แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าสร้างรายได้ให้กับฉันและครอบครัวอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้ยกระดับชีวิตของฉันให้ดีขึ้น มีเงินสำรองเก็บไว้ใช้มากขึ้นนอกจากงานประจำของเราทั้งคู่
       

         ฉันไม่รู้ว่านี่เรียกว่า"ความโชคดี"ของฉันอีกหรือเปล่าที่บังเอิญใช้เองแล้วก็กลายเป็นรายได้เป็นธุรกิจขึ้นมา ลูกชายของฉันเอาไปขายที่โรงเรียนแล้วคุณครูก็ชอบแล้วซื้อใช้ ฉันจ่ายค่าคอมมิชชั่นให้ลูก ลูกก็พอใจแถมยังบอกฉันอีกว่า"จะมาเทคโอเวอร์กิจการของฉัน" มันแสบจริงๆลูกคนนี้




 

Create Date : 23 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 23 พฤษภาคม 2555 12:31:26 น.
Counter : 1102 Pageviews.  

ปิดฉากละคร(น้ำเน่า)

       ตำรวจโทรไปนัดน้องสาวฉันว่า อาทิตย์หน้าเวลา20.00น.ขอเชิญตัวมาที่สถานีตำรวจ น้องของฉันไม่เชื่อว่าเป็นตำรวจจริงๆโทรมา เขาบอกว่าจะไม่มา ตำรวจจึงบอกว่าคุณต้องมาตกลงกันที่ สน.ให้ได้เพราะพี่สาวของคุณแจ้งข้อหาเอาไว้ น้องสาวฉันบอกว่าถ้าเขาจะมาฉันจะต้องให้สามีเก่าของฉันมาด้วย ตำรวจถามน้องสาวฉันกลับว่า สามีเก่าฉันเกี่ยวอะไรในเมื่อเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับสามีเก่าแต่เกี่ยวข้องกับตัวน้องสาวฉันโดยตรง คุณลองคิดดูน้องสาวฉันยกเอาเหตุผลปัญญาอ่อนขึ้นมาอ้างกับตำรวจ แต่ตำรวจไม่รับฟังยืนยันว่าน้องสาวฉันจะต้องมาให้ได้


      พอถึงเวลานัดตามที่ตำรวจนัดไว้ น้องสาวฉันไม่มาตามนัด ตำรวจโทรไปตามก็ปฎิเสธยืนยันด้วยเหตุผลข้างๆคูตามเดิม สามีของน้องสาวฉันทนฟังไม่ไหวเลยจัดการบังคับน้องสาวฉันแม่และน้องๆทุกคนมาที่สถานีตำรวจจนได้ ฉันรู้ว่าแม่ฉันกลัวเพราะที่บ้านฉันไม่เคยมีใครขึ้นโรงพักกันมาก่อน เมื่อทุกคนที่บ้านฉันมาถึงตำรวจถามว่ามันเกิดเรื่องอะไร ใครเป็นคนเขียนจดหมายมาด่าฉัน แม่ฉันยอมรับว่าเขาเป็นคนเขียน ตำรวจบอกว่าฉันจะเอายังไงในเมื่อลูกฟ้องแม่ไม่ได้ ฉันบอกว่าฉันไม่ต้องการอะไร ฉันต้องการแค่ให้ลงบันทึกประจำวันไว้ว่า ห้ามคนบ้านนี้ทุกคนเข้ามายุ่งเกี่ยวกับฉันและลูกของฉันอีกอย่างเด็ดขาด เพราะถ้าขืนมายุ่งอีกฉันสามารถฟ้องดำเนินคดีต่อได้ในทันที


        ทุกคนไม่ยอมเซ็นต์ชื่อลงบันทึกประจำวัน อ้างว่าเป็นห่วงหลาน ตำรวจบอกว่าคุณห่วงยังไงพวกเขาบอกว่าเขาอยากโทรคุยกับลูกฉัน ฉันก็ห้ามไม่ให้ลูกฉันคุย ฉันก็ตอบกลับไปว่าที่ฉันไม่ให้คุยก็เพราะว่าพวกเขาชอบเอาเรื่องไปโกหกให้ลูกฉันฟังว่าฉันเลวสารพัด ทั้งกินเหล้า ทั้งไปเที่ยว ทั้งมีสามีไม่รู้กี่คน คุณลองคิดดูว่าลูกไม่ได้อยู่กับคุณแต่ลูกต้องมาฟังว่าแม่ไม่ดียังไงความรู้สึกของลูก สุขภาพจิต และความรู้สึกของลูกจะเป็นยังไง


       มันไม่จริงเลยซักนิด ตำรวจบอกว่าที่จริงเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับครอบครัวของแม่และน้องสาวเลย ในเมื่อฉันกับสามีเก่าเลิกกันไปแล้วเรื่องลูกก็ตกลงกันเรียบร้อยถูกต้องว่าลูกใครจะดูแล ซึ่งทุกฝ่ายทั้งฉันและสามีเก่าก็ตกลงกันด้วยดีทางบ้านฉันยังจะยุ่งเกี่ยวอะไร ถ้าพวกคุณรักหลานจริงพวกคุณจะส่งเสียเลี้ยงดูให้หลานเดือนละเท่าไหร่ ทุกคนเงียบไม่มีคำตอบออกมา ตำรวจถามว่าไหนพวกคุณเป็นห่วงหลานหล่ะว่ายังไง ในเมื่อฉันก็รับผิดชอบลูกทุกอย่างฉันมีเอกสารการโอนเงินให้ลูกทุกเดือนอยู่แล้ว


       ฉันบอกว่าลูกฉัน ฉันเลี้ยงเองได้ฉันยังอยู่ ยังไม่ตายไม่ต้องมารับผิดชอบในตัวลูกฉันไว้รอลูกฉันปิดเทอมใหญ่ก่อนฉันจะย้ายลูกมาอยู่กับฉัน และพวกเขาจะไม่มีสิทธิได้เจอและได้คุยอีกเลย ยังตกลงกันไม่รู้เรื่องพวกเขาก็เดินกลับออกมาจากโรงพักเฉยเลย กลับบ้านกันไปซะดื้อๆอย่างนั้น ตลกมั๊ยหล่ะค่ะ ทั้งตำรวจและทนายต่างงงกันไปตามๆว่ากันทำไมกลับกันซะดื้อๆอย่างนั้น ยังตกลงหรือยังสรุปกันไม่ได้เลย ทั้งตำรวจและทนายต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่พวกเขามาเพื่อรุมด่าคุณโดยเฉพาะเลยนะเนี่ยะ คดีแบบนี้ครอบครัวแบบนี้ผมก็ยังไม่เคยเจอ เพิ่งมีบ้านฉันนี่แหล่ะเป็นครอบครัวแรกที่ได้เจอ


       ตำรวจและทนายต่างบอกว่าบ้านฉันเหมือนคนโรคจิตยังไงยังงั้น เพราะคุยกันดีๆไม่ได้ต้องด่ากัน เหตุผลที่เอาขึ้นมาพูดก็ฟังไม่ขึ้นสักอย่างทั้งทนาย ตำรวจฉันและสามีก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าพวกเขาทำอย่างนี้เพื่ออะไร และต้องการอะไร ไม่เข้าใจเหตุผลที่พวกเขาทำ


        แต่ยังไงซะเรื่องนี้ก็เป็นบทเรียนอย่างดีให้กับแม่และน้องๆของฉัน เพราะตั้งแต่ขึ้นโรงพักครั้งนั้นพวกเขาก็ไม่กล้ายุ่งกับฉันและลูกของฉันเท่าไหร่จะมีบ้างก็เป็นครั้งคราวไม่วุ่นวายมากมายเหมือนแต่ก่อน      ส่วนฉันก็ไปรับลูกมาอยู่กับฉัน สามีใหม่ฉันเป็นธุระจัดการเรื่องโรงเรียน ค่าเทอม ค่าใช้จ่ายต่างๆให้กับลูกของฉัน ทำให้ลูกของฉันได้มีโอกาสทางการศึกษามากขึ้น จากเด็กที่เรียนโรงเรียนต่างจังหวัด ตอนนี้ลูกของฉันได้เรียนโรงเรียน นานาชาติ3ภาษา ได้เจอเพื่อนๆและคุณครูที่ดี มีรถรับส่งอำนวยความสะดวกทุกอย่าง

         สามีฉันก็ช่วยสอนการบ้านรวมทั้งสอนพิเศษภาษาอังกฤษให้อยู่บ่อยๆตลอดเวลา เพื่อให้ลูกฉันได้พัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆลูกของฉันและสามีใหม่ของฉันเข้ากันได้ดีมากๆทำให้ฉันไม่หนักใจในเรื่องของปัญหาพ่อเลี้ยงลูกเลี้ยง เขาเป็นคนใจดีมากๆและก็รักเด็กเข้าใจเด็กทุกปัญหา ใจเย็น และใช้เหตุผลในการสอนลูกของฉัน


         ส่วนฉันตอนนี้ก็ตั้งท้องเกือบใกล้จะคลอดแล้วฉันและลูกของฉันรู้สึกดีใจที่สามารถมีวันนี้ได้ ทั้งนี้ก็เป็นเพราะการช่วยเหลือของสามีของฉัน ขอบคุณจริงๆค่ะ ที่ตลอดเวลาคอยดูแลฉันให้กำลังใจช่วยเหลือและอยู่ต่อสู้คู่กับฉันไม่ทิ้งฉันไปที่ไหน ขอบคุณที่เป็นผู้นำที่ดีและเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีจริงๆในชีวิตของฉัน ฉันก็เพิ่งเคยเจอผู้ชายแบบนี้ ถ้าทั้งชีวิตของฉันต้องเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้มาตลอดแต่สุดท้ายฉันได้เจอสามีฉันคนนี้ ฉันคิดว่ามันคุ้มค่าแล้วกับที่ฉันรอคอย

         บล็อคนี้ฉันเขียนขึ้นเป็นเป็นอุทาหรณ์เพื่อให้กำลังใจแก่ทุกๆคนที่กำลังเจอปัญหาหนักๆ ดูฉันเป็นตัวอย่างในความโชคร้ายมักมีความโชคดีอยู่เสมอ ฟ้าหลังฝนมักสวยงาม อดทนกับปัญหาและใช้สติแล้วทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เป็นกำลังใจให้ทุกคน ขอบคุณที่ติดตามผลงานและให้กำลังใจค่ะ แล้วเจอกันใหม่ในตอนหน้า กับเรื่องใหม่ๆในชีวิตฉัน




 

Create Date : 21 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 21 พฤษภาคม 2555 17:47:52 น.
Counter : 550 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  
 
 

Money-Banks
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Money-Banks จะเล่าถึงความสนุกหลายๆรูปแบบ หลายๆแนว แล้วพบกันนะคะ ความสนุกกำลังมาเยือนคุณ
[Add Money-Banks's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com