Group Blog
 
All blogs
 

Review: CombifAR อาหารเสริมสำหรับคนที่มีปัญหาระบบขับถ่าย ทางเดินอาหาร





สวัสดีอีกแล้วค่ะ วันนี้บล็อคเป็นเรื่องของอาหารเสริมที่ทรายรับงานทดลองทาน
แล้วเล่าความรู้สึกให้ฟังนะคะ ที่รับทดลองตัวนี้เพราะตอนที่ได้ข้อมูลงานมาเค้าบอกว่า
เป็นอาหารเสริมที่เหมาะกับคนที่มีปัญหาระบบขับถ่าย ทางเดินอาหาร ซึ่งส่วนตัว
ทรายมีปัญหานี้มาตั้งแต่สมัยวันรุ่นตอนต้นแล้วค่ะ เป็นมาเรื่อยๆไม่เคยแก้ไขจริงจัง

ขอพูดเรื่องตัวเองก่อนนะคะ ปกติทรายเป็นคนลำไส้ไม่ค่อยดีค่ะ เจ็บป่วยบ่อยๆ
ก่อนหน้านี้จะเป็นโรคลำไส้อักเสบอะไรแบบนี้บ่อยๆ หลังๆมานี่ลดลงค่ะ แต่อาการ
ท้องผูก ไม่ได้ขับถ่ายทุกวัน นี่เป็นเรื่องปกติมากบางที2วันครั้ง หรือ3วันครั้งก็มี
แม่ชอบบ่นว่าเป็นแบบนี้ ก็เลยตัวอ้วนอืดแบบนี้ -*- ไม่รู้ว่าเกี่ยวไหมนะ แต่เป็นมาตลอด

ทีนี้มาพูดถึงอาหารเสริมตัวนี้ว่ามีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง? ทรายว่าไปตามข้อมูลที่
ได้รับมาจากแบรนด์เลยแล้วกันนะคะ เพราะส่วนตัวไม่มีความรู้ทางวิชาการค่า


Photobucket


Photobucket



CombifAR เป็นอาหารเสริมที่มีจุลินทรีย์(Probiotics) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์เพื่อสุขภาพ
ได้ยินชื่อคุ้นๆไหมคะ? เหมือนอยู่ในโยเกิร์ตยี่ห้อนึง เค้าบอกว่าเพราะอาหารการกิน
แล้วก็การใชีวิตของคนเราที่เปลี่ยนไปมากในปัจจุบัน ทำให้เกิดการเสียสมดุลย์ของ
ระบบการทำงานของลำไส้ เช่นท้องผูก ท้องเสียง่าย ลำไส้อักเสบ บางคนเป็นแบบ
เรื้อรังยากแก่การรักษา (ตายแล้ว อยู่กลุ่มนี้แน่ๆ T^T) การกินยารักษาโรคเป็นการ
แก้ปัญหาด้วยปลายเหตุ หากจะแก้ที่ต้นเหตุและตรงจุด จะต้องปรับระบบทางเดิน
อาหารให้กลับมามีสมดุลย์ตามที่ควร หากเป็นวิธีของCombifAR ก็คือจะใช้การ
เพิ่มจุลินทรีย์เพื่อสุขภาพ (Probiotics) ให้ลำไส้นั่นเอง


จุลินทรีย์ เข้าไปทำอะไร?

1. ช่วยย่อยสลายและหมักสารอาหารให้เป็นพลังงานในรูปกรดไขมันสายสั้น
2. ช่วยสร้างวิตามินเค และช่วยดูดซึม ฟอสฟอรัส แคลเซียม แมกนีเซียม และเหล็ก
3. ควบคุมการเปลี่ยนแปลงของเซลส์เนื้อเยื่อของลำไส้ กระตุ้นการดูดซับสาร
อาหารของลำไส้ให้เต็มที่ขึ้น กระตุ้นการสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย และปรับ
เปลี่ยนไม่ให้เซลส์กลายเป็นมะเร็ง
4. ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันร่างกาย โดยเฉพาะจากการแทรกซึมของเชื้อโรค
ภายนอก ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคผ่านเข้ามาเกาะผนังลำไส้

*ข้าพเจ้าอ่านแล้วมึนงง 555 เพราะความรู้ได้คืนอาจารย์ไปหมดแล้ว กลัวเค้าไม่มีสอนรุ่นน้อง;P
เอาเป็นว่าอ่านแล้วจินตนาการคร่าวๆ ว่ามันเข้าไปช่วยอะไรแล้วกันนะ


จุลินทรีย์เพื่อสุขภาพ ที่พบบ่อย มี2แบบคือ

1. เชื้อกลุ่มแลคโตบาซิลัส พบได้ในนมเปรี้ยว และน้ำผลไม้ต่างๆ (ได้ยินกันบ่อยๆนะ)
2. กลุ่มบิฟิโดแบคทีเรีย เป็นเชื้อธรรมชาติที่พบอยู่ในลำไส้ของคนเรา สายพันธุ์ที่โดดเด่น
คือ สายพันธุ์ บิฟิโดแบคทีรียม ลองกัม [BB536] เป็นเชื้อที่มีความปลอดภัยสูงจนสามารถ
ใช้กับสตรีมีครรภ์ได้ เพราะเชื้อนี้สามารถตรวจแยกได้จากทางเดินอาหารของเด็กทารกที่มี
สุขภาพดีขณะที่ยังรับประทานน้ำนมจากแม่ ตัวนี้ปัจจุบันถูกนำมาใช้ในการป้องกัน
และรักษาโรค ที่เกิดจากการติดเชื้อหรือภาวะอักเสบอื่นๆ ในระยะแรกเริ่ม เช่น

  • ผู้ป่วยที่มีปัญหาการขับถ่าย
  • ใช้ป้องกันอาการท้องเสีย
  • รัษาโรคภูมิแพ้
  • โรคลำไส้อักเสบ
  • เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง
  • ป้องกันการเกิดมะเร็ง และอื่นๆ


วิธีการทานCombifAR จุลินทรีย์เพื่อสุขภาพให้ได้ผล คือ

1. ควรทานจุลินทรีย์เพื่อสุขภาพชนิดมีชีวิตในปริมาณวันละ3,000-9,000ล้านตัว กรณีนี้
ข้างกล่องบอกว่าให้ทานวันละ 1-2 เม็ดค่ะ
2. ควรดื่มน้ำตามอย่างน้อย 1-2 แก้ว ข้างกล่องบอกว่าให้ทานพร้อมมื้ออาหารก็เลือกเอานะ
3. ควรรับประทานต่อเนื่องทุกวัน เพื่อปรับสมดุลย์ลำไส้
4. ผู้ที่ทำการล้างลำไส้โดนวิธีสวนล้าง ควรเติมจุลินทรีย์เพื่อสุขภาพให้กับลำไส้โดย
รับประทานต่อเนื่องอย่างน้อย 5-7 วัน


Photobucket


Photobucket




Photobucket


คือทางแบรนด์เค้าส่งมาให้ทรายลอง1แผงตามรูปนะคะ ทรายอ่านฉลากแล้วก็
ลองทานวันแรก 1เม็ด พร้อมมื้ออาหารมื้อนึง พอโพสที่เฟซบุค ก็มีคนที่เคยทาน
มาแนะนำว่าให้ทานวันละ 2เม็ดดีกว่า อีกวันก็เลยทาน 1 เม็ดอีกครั้ง แล้วในวันที่3
ก็เริ่มทาน 2 เม็ดค่ะ คือในแผงจะมีแค่10เม็ด เท่ากับว่าทรายทานไปได้6วันเนอะ

วันแรกๆไม่รู้สึกอะไรเลย ท้องผูกเหมือนเดิม พอวันที่5 ทรายเริ่มรู้สึกเองนะว่าเออ
มีการตื่นมาสักพักแล้วเข้าห้องน้ำได้ด้วย วันที่6 ก็เช่นกันค่ะ ปกติถ้าไม่ท้องเสีย
ทรายจะไม่ถ่ายติดๆกันทุกวันอ่านะ ก็เลยคิดว่าเออเห้ย สงสัยมันเริ่มปรับตัว วันที่7
ก็ยังสามารถเข้าห้องน้ำได้ พอเริ่มจะดีใจ วันที่8 ก็หน้าเหี่ยวเหมือนเดิม เพราะหมด
แผงแล้ว ก็เลยมาเขียนเล่าให้ฟังเมื่อทานครบค่ะ ถ้าต่อเนื่องก็อาจจะเห็นอะไรกว่านี้
ที่พอบอกได้คือ มันไม่ใช่อารมณ์แบบอาหารเสริมที่กินเพื่อให้ถ่าย ตื่นมาปวดท้องจี๊ดๆ
อะไรงี้นะไม่ใช่เลยคือมันเข้าห้องน้ำแบบคนปกติ ไม่ได้ท้องเสีย บีบรัดอะไรเลย ธรรมดา
เล่าได้ประมาณนี้แหละฮะ เพราะมีให้กินแค่10เม็ด ใครอยากลองก็ลองซื้อดู ร้านขายยา
ทั่วไปน่าจะมีค่ะ พวกที่ขายอาหารเสริมเยอะๆ ร้านบูทเห็นแบรนด์บอกว่าประมาณ 300กว่าบาท
ทรายยังไม่ได้ไปดูว่าอะไรยังไงเหมือนกัน กูเกิลหรือไปเดินดูแล้วกันนะคะ ^^

ps. มาสรุปให้ฟังช้าไปหลายวันหน่อย ขอโทษนะคะ

Disclaimer : Sponsored Content by CombifAR




 

Create Date : 01 กันยายน 2555    
Last Update : 1 กันยายน 2555 1:29:25 น.
Counter : 8951 Pageviews.  

Review : ผลการทดลองใช้สบู่สมุนไพรวีวันวันครบเดือนค่ะ






วันนี้ทรายมาสรุปผลการทดลองใช้สบู่สมุนไพร ยี่ห้อ วี.วันวัน ให้ฟังกันค่ะ
ตัวนี้เป็นสบู่ที่ผลิตโดยคนไทยทำเองขายเอง หลังจากเมื่อเดือนก่อนได้มี
การPreviewให้ดูกันไปแล้วที่

//www.bloggang.com/mainblog.php?id=feonalita&month=16-07-2012&group=14&gblog=50


และก็ได้มีการแจกให้เพื่อนๆไปทดลองใช้กัน50คน ก็ถึงคราวนี้ที่ทรายจะ
มาสรุปผลการทดลองใช้ของตัวเองให้ฟังนะคะ

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษแถมให้ที่หน้าแฟนเพจด้วยสำหรับใครที่อยาก
ทดลองสบู่สมุนไพรตัวนี้ลองติดตามเล่นดูนะคะคราวนี้แจกให้แต่ละคนเยอะเลย

CLICK เพื่อร่วมเล่นกิจกรรมลุ้นรับสบู่วีวันวัน




Disclaimer: Sponsored Content by V.11 Herbal Soap
Information: https://www.facebook.com/v.11soap







 

Create Date : 18 สิงหาคม 2555    
Last Update : 18 สิงหาคม 2555 23:25:49 น.
Counter : 4096 Pageviews.  

Review : Dove essential nourishment body lotion โลชั่นบำรุงผิวล่าสุดจากโดฟ





สวัสดีค่ะ วันนี้ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ทรายจะมานำเสนอและพูดถึงผลการทดลองใช้ให้ได้อ่านกัน
เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มบอดี้แคร์ล่าสุดจาก Dove (ปกติเราจะคุ้นว่าโดฟเป็นแชมพูอ่ะนะ) ตัวนี้

มาต่างค่ะ เป็นโลชั่นบำรุงผิวสูตรที่ทางแบรนด์เคลมว่า ..“บำรุงล้ำลึก” ขวดฉลากสีฟ้าชื่อว่า
Dove essential nourishment body lotion ค่ะ

จริงๆไลน์บอดี้แคร์นี้เค้ามีด้วยกัน 4 สูตรดังนี้นะคะ


Photobucket


สีเขียว = Dove go fresh nourishment body lotion เหมาะสำหรับผิวธรรมดา
เพื่อให้ผิวสดชื่น เย็นสบาย เหมาะกับหน้าร้อน ตัวนี้จะเป็นสูตรที่ผสมเมนทอล
จะให้ความรู้สึกเย็นสบาย สดชื่น มีกลิ่นหอมของแตงกวาและชาเขียว มีเทคโนโลยี
ดีฟแคร์คอมเพล็กซ์ ช่วยบำรุงผิวอย่างล้ำลึก เป็นทางเลือกของคนที่อยากได้ผิวเย็น
สดชื่นในหน้าร้อน หรืออากาศร้อนๆค่ะ มีขนาด250ml กับ 400ml.


สีฟ้า = Dove essential nourishment body lotion เหมาะสำหรับผิวธรรมดา-แห้ง
เพื่อให้ผิวเนียนนุ่มยาวนาน ตัวนี้ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษ ด้วยส่วนผสมของเอสเซนเชี่ยลออยล์
ในดีพแคร์คอมเพล็กซ์บำรุงผิวชั้นนอกอย่างล้ำลึกจากภายใน *วันนี้ทรายรีวิวตัวนี้ค่ะ*
มีขนาด250ml กับ 400ml.


สีน้ำตาล = Dove indulgent nourishment body lotion with sheer butter
เหมาะสำหรับผิวธรรมดา-ผิวแห้ง เพื่อผิวเนียนนุ่ม ดูเปล่งปลั่ง ตัวนี้เป็นโลชั่นบำรุงผิว
ที่มีส่วนผสมเข้มข้นจาก นอริชชิ่งครีมและสารสกัดจาก เชีย บัตเตอร์ ผสานกับดีพแคร์-
คอมเพล็กซ์ ช่วยบำรุงผิวชั้นนอกอย่างล่ำลึก เหมือนได้รับการบำรุงเป็นพิเศษทุกวัน
มีขนาด250ml กับ 400ml.


สีทอง = Dove silky nourishment body lotion เหมาะสำหรับผิวธรรมดา เพื่อ
ให้ผิวเนียนนุ่ม เปล่งประกาย (มีชิมเมอร์ละเอียดสีทอง) เป็นโลชั่นสูตรพิเศษที่ผสมชิมเมอร์
สีทองให้ผิวดูสว่าง เปล่งประกายเมื่อต้องแสง พร้อมดีพแคร์คอมเพล็กซ์ ช่วยบำรุงผิว
ชั้นนอกอย่างล้ำลึกจากภายใน เพื่อผิวที่เนียนนุ่มดุจแพรไหม มีขนาด 250ml.


จากทุกๆ สูตรที่ทรายว่ามา จะสังเกตุได้ว่ามีคำว่า Deep Care Complex ทุกสูตรเลย
ทางแบรนด์เค้าบอกว่านี่แหละจุดเด่นของผลิตภัณฑ์โลชั่นบำรุงผิวของเค้า ทีนี้เรามาดู
กันว่าดีพแคร์คอมเพล็กซ์ มีดีอย่างไร?

Photobucket


โดฟเค้าบอกว่า เค้าค้นพบ “ดีพแคร์คอมเพล็กซ์” สูตรเฉพาะของเค้า ซึ่งมีคุณค่า
ของสารบำรุงผิวชนิดเดียวกับที่มีในผิวตามธรรมชาติ และมีเอสเซนเชี่ยลออยล์
ที่ช่วยบำรุงผิวชั้นนอกอย่างล้ำลึกจากภายใน ช่วยบำรุงให้ปราการผิวชั้นนอกชุ่มชื้น
มีสุขภาพดี แล้วก็สวยเยี่ยนนุ่มอย่างยาวนาน


ดีพแคร์คอมเพล็กซ์ มีส่วนประกอบ 4 อย่างที่สำคัญคือ

1. CLA ช่วยให้ปราการผิวชั้นนอกฟื้นฟูได้ดีขึ้น
2. Sunflower Seed Oil น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน เป็นแหล่งกรดไขมันที่จำเป็นต่อผิว
และช่วยบำรุงระหว่างชั้นเซลส์ผิวชั้นนอก
3. Amino Acid blend เป็นที่รู้กันดีว่าช่วยในเรื่องของการให้ผิวชุ่มชื่น และยืดหยุ่นได้ดีขึ้น
4. ช่วยให้ผิวกักเก็บและคงความชุ่มชื้นยาวนาน



กลับมาถึงรีวิวของทรายนะคะ เป็นการทดลองใช้โลชั่นบำรุงผิวสูตรสีฟ้า เช้า-เย็น
ทุกครั้งหลังอาบน้ำเป็นเวลา 3 สัปดาห์ค่ะ ปกติทรายเป็นคนผิวแห้ง-แห้งมาก
แล้วแต่ว่าช่วงอากาศ และสถานที่ใช้ชีวิตวันนั้นๆจะเป็นยังไง แต่ผิวแห้งเสมอค่ะ





Photobucket


เนื้อของโลชั่น ไม่ใช่เนื้อเหลวนะคะ เป็นอย่างที่เห็นในรูปเลย


Photobucket


Photobucket


Photobucket


Photobucket


เวลาที่เกลี่ยก็ให้สัมผัสที่นุ่มดีค่ะ ซึมไว พอลงผิวแล้วผิวดูชุ่มชื้นทันที ใครที่ชอบและ
เป็นแฟนกลิ่นแชมพูของโดฟ จะบอกว่าโลชั่นตัวนี้กลิ่นเดียวกันเลยค่ะ ชอบแน่ๆ
ตอนที่เกลี่ยจะรู้สึกว่ากลิ่นแรงไปนิด แต่พอซึมหมดกลิ่นจะคลอๆ อยู่เหนือผิวไม่แรง
เท่าตอนแรกค่ะ สำหรับทรายตัวนี้ถือว่าโอเคเลยกับผิวแห้งของทราย ไม่หนักผิว
ทาแล้วไม่เกาะอยู่แค่เหนือผิว คือบางยี่ห้อเคยใช้แล้วเหมือนมันไม่ค่อยซึมหรืออะไรไม่รู้
เวลาที่ผิวเสียดสีกัน มันจะเกิดเป็นคราบเหมือนขี้ไคล ถูนี่ออกมากันเยอะมาก แต่ไม่ใช่
ขี้ไคลแน่ๆ มันต้องเป็นเนื้อโลชั่นที่เกาะอยู่บนผิว สำหรับโดฟตัวนี้ไม่เป็นค่ะ แต่บางวัน
ที่ทรายสภาพผิวแย่คือแห้งมากๆ ก็มีรู้สึกว่าผิวไม่ชุ่มพอบ้างนิดหน่อยนะคะ วันธรรมดาๆ
ที่ร่างกายพักผ่อนพอ อากาศไม่แห้งไป ก็รู้สึกว่าผิวอิ่มชุ่มชื้นเพียงพอค่ะ อาจจะต้อง
เลือกใช้เป็นสูตรเชียบัตเตอร์ที่น่าจะบำรุงได้ล้ำลึกมากกว่า ในหน้าหนาว ^^ ก็อย่างที่
บอกเป็นคนผิวแห้งมากๆน่ะค่ะ


ที่ทดลองใช้มาก็ประมาณนี้ค่ะ สำหรับเพื่อนๆที่เคยใช้ก็มีออกความเห็นบ้างว่าชอบ
ต่างสูตรกันไป ทรายว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคลนะคะ สภาพผิวและการดำเนินชีวิต
ประจำวันมีส่วนทำให้ความคิดเห็นในการใช้โลชั่นแตกต่างกันไปค่า ส่วนตัวอยากลอง
ซื้อตัวสีทองมาใช้เพิ่ม ในวันที่มีออกงานอีเว้นท์ ท่าทางผิวจะดูสวยดี แฮ่ะๆ แนะนำนะคะ
เวลาทาโลชั่นบำรุงผิวให้ทาเวลาที่ผิวหมาดๆมันจะซึมลึกและเร็วกว่าผิวแห้งค่า



Disclaimer :
Sponsored Content by Dove












 

Create Date : 17 สิงหาคม 2555    
Last Update : 17 สิงหาคม 2555 21:33:35 น.
Counter : 15835 Pageviews.  

Review : Sparkle Extra White HAP ยาสีฟันให้ฟันขาวใน7วัน





รีวิววันนี้เป็นยาสีฟันจ้า คงจะเคยเห็นกันทางทีวีบ้างแล้วเนอะ กำลังโฆษณาอยู่เลย
จริงๆแล้วเค้ามีหลายสูตรค่ะ สูตรที่ทรายทดลองใช้และเขียนรีวิวให้อ่านกันในวันนี้
คือสูตร Extra White HAP ที่มีความโดดเด่นคือเค้าเคลมว่า สามารถทำให้ฟันขาว
เร็วทันใจภายใน 7 วัน ตัวใหญ่เบ้อเร่อเลย ก็เลยขอลองตัวนี้แล้วกันท่าจะเร็วสุด


Photobucket


คุณสมบัติที่แบรนด์เคลมคือมี Nano HAP ซึ่งก็คือ แคลเซียมธรรมชาติ มีโครงสร้าง
โมเลกุลใกล้เคียงกับเนื้อฟันมนุษย์มากที่สุดถึง 97% สามารถทดแทนซ่อมแซมและ
เคลือบฟันได้ โดยไม่มีผลข้างเคียง


Photobucket


Nano HAP มีการทำงาน 3 ประการดังนี้ค่ะ

1. Clean แคลเซียมจากธรรมชาติ ช่วยทำความสะอาดขจัดคราบพลัค และสิ่งแปลก
ปลอม อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยไม่ทำลายเนื้อฟัน

2. Fills เพราะว่าุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับเนื้อฟันมนุษย์จึงสามารถช่วยเติมเต็มซ่อมแซม
เนื้อฟันที่เสียหาย จากการกัดกร่อนของกรด หรือการใช้งานประจำวันได้

3. Coats เมื่อฟันเรามีเคลือบผิวฟันที่กร่อนไม่เรียบ เมื่อกระทบกับแสงก็จะเกิดการหักเห
กระจายแสง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ฟันดูไม่ขาวสะอาด Nano HAP จึงเข้าไปทำหน้าที่
ช่วยเคลือบผิวฟันให้เรียบสม่ำเสมอ ให้ฟันดูขาวกระจ่างตา


Photobucket



Photobucket



Photobucket



Photobucket


Photobucket



ทรายทดลองใช้ยาสีฟันตัวนี้เป็นเวลา 7 วันอย่างที่แบรนด์เค้าเขียนไว้ ฮี่ๆ
แต่ละครั้งทรายทำตามคำแนะนำข้างกล่องว่า ให้แปรงครั้งละไม่ต่ำกว่า 3นาที
จริงๆทรายเป็นคนชอบแปรงฟันนานๆนะ คือ2นาทีก็คิดว่าตัวเองแปรงนานแล้ว
ไม่รู้ว่าคนอื่นแปรงกันนานแค่ไหนอ่ะ แตส่วนตัว่ไม่เคยนานขนาดนี้มาก่อนเลย
แรกๆก็มีไม่ชินบ้าง หลังๆนี่แปรงไปเรื่อยเปื่อยเพลินเลย รู้สึกว่าฟันสะอาดมาก
ในใจนี่คิดเลยว่า แมงกินฟัน แกไม่ได้แอ้มชั้นหรอก แปรงขนาดนี้ 55555

ตัวนี้แปรงแล้วฟองไม่ฟอดเต็มปากมากนะคะ ธรรมดาๆ กลิ่นและรสชาติเหมือน
เวลาเราไปขูดหินปูนกับหมอฟัน แล้วจะมีน้ำแก้วๆให้เราอมแล้วบ้วนปาก
ทรายไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่รสชาติมันแบบนั้นเลย การแปรงนานถึง 3 นาที
ทำให้รู้สึกคอแห้งบ้าง แต่เสร็จแล้วรู้สึกสะอาดคุ้ม (แปรงเค้านุ่มซอกซอนดีนะ)





ถามว่าครบ 7 วันแล้วฟันขาวขึ้นไหม? จะบอกว่าขาวเหมือนเลเซอร์เปลี่ยนสีฟัน
คงไม่ใช่อ่าค่ะ มันให้ความรู้สึกกระจ่างขึ้น สะอาดขึ้น ตรงเนื้อฟันมันใสๆขึ้น
แต่ฟันทรายที่มันเหลืองๆ มันไม่ได้เหลืองจากคราบหินปูน ชา กาแฟ อะไรนะคะ
มันเหลืองจากกระดูกเลย ทรายเคยไปหาหมอก่อนหน้านี้ เพราะกลุ้มใจปัญหา
ฟันเหลืองนี่แหละ หมอก็บอกว่าทางแก้มีแค่เลเซอร์ฟัน แต่มันก็แค่แปปเดียว
ถ้าไม่จำเป็นมากๆก็ไม่ต้องทำดีกว่า (หมอเค้าแนะนำตามจริงเพราะเค้าทำฟัน
ให้กับทรายมาตั้งแต่5ขวบแล้ว^^) ทรายก็เลยพยายามโยนปัญหาฟันเหลือง
ออกไปจากใจ แต่จริงๆเวลาต้องทำฮาวทู ทาลิปสติกก็อายเหมือนกันนะคะ
มันเป็นปัญหาด้านความมั่นใจ ในบุคลิกภาพ ^^

ดังนั้นในส่วนที่ทรายทดลอง 7วัน ตามที่แบรนด์บอกไว้ก็ได้ผลประมาณนึงคือ
สะอาดขึ้น ใสขึ้น แต่ยังไม่หายเหลือง (ชีวิตนี้คงไม่หายT^T) ก็ต้องลองดูตาม
เนื้อฟันของแต่ละคนนะคะ ว่ามีความเป็นมาอย่างไร การใช้ชีวิต ถ้าคนที่ฟัน
ขาวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็อาจจะช่วยให้กลับมากิ๊งได้ (เดานะ) อีกเรื่องที่คนกังวล
ว่าใช้แล้วรู้สึกเสียวฟันไหม? ส่วนตัวไม่เสียวค่ะ ปกติดีเหมือนยาสีฟันทั่วไป
แต่ก็ต้องบอกอีกว่า ปกติทรายไม่เคยเสียวฟันอยู่แล้วนะ ^^


Disclaimer : Sponsored Content by Sparkle White
Information : https://www.facebook.com/mysparkle





 

Create Date : 07 สิงหาคม 2555    
Last Update : 7 สิงหาคม 2555 0:09:12 น.
Counter : 14328 Pageviews.  

Review : Papulex Soap Free Cleansing Gel เจลทำความสะอาดปราศจากสบู่สำหรับคนเป็นสิว





รีวิววันนี้มาแปลกนิดนึงนะคะ ที่ทุกคนจะไม่ได้เห็นหน้าทราย ฮี่ๆ เพราะว่าวันนี้หนูทดลอง
ของทรายจะเป็นคุณต้น (แฟนเค้าเองงง >////<) เนื่องจากว่าผลิตภัณฑ์ที่จะนำมาให้อ่าน
กันในวันนี้อยู่ในกลุ่มที่เหมาะกับคนเป็นสิว ส่วนตัวทรายช่วงนี้ไม่ค่อยเป็น เลยให้คนที่เป็น
ทดลองใช้น่าจะเหมาะกว่า เหตุฉะนี้แล ^^


สิ่งที่จะเขียนถึงในวันนี้เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่ปราศจากสบู่ค่ะ มีชื่อว่า
“Papulex Soap Free Cleansing Gel” แบรนด์นี้เค้าเป็นเวชสำอางจากฝรั่งเศสค่ะ


Photobucket


เผื่อใครยังไม่เข้าใจ เวชสำอาง ก็คือ ผลิตภัณฑ์ที่นำเอาคุณสมบัติของเครื่องสำอาง
และยามารวมกันไว้ภาษาฝรั่งเค้าจะเรียกว่า Cosmeceuticals ค่ะ ส่วนใหญ่ก็จะได้รับ
การยอมรับทางการแพทย์ ซึ่งมีอยู่หลายแบรนด์เลย ที่คุณหมอจะแนะนำให้คนไข้ใช้ค่ะ


Photobucket


Papulex แบรนด์เค้ามีคอนเซ็ปต์คือ รักษาผิวที่เป็นสิวตั้งแต่ต้นเหตุของการเกิดสิว
ด้วยส่วนผสมที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะ และมีผลการวิจัยรับรองประสิทธิภาพในการลดสิว
โดยผลิตภัณฑ์จะมีประสิทธิภาพสำหรับปัญหาสิวระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และเรา
สามารถที่จะใช้ติดต่อกันได้ในระยะยาว โดยพบอัตราการเกิดผลข้างเคียงต่ำ

แนวคิดของเค้าคือ “Great Skin Great Confident” เมื่อผิวสวยใสไร้สิว ความมั่นใจก็ตามมา


ทีนี้เรามาเข้าเรื่องกันถึงตัวที่ทรายให้ต้นทดลองใช้ “Papulex Soap Free Cleansing Gel”
ทางแบรนด์เค้าเคลมไว้ว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำความสะอาดผิวหน้าได้โดยปราศจากสบู่
ดูแลผิวอย่างอ่อนโยน ไปพร้อมกับการจัดการกับปัญหาสิวที่ต้นเหตุ ช่วยลดการอักเสบของสิว
ยับยั้งแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว ให้ความชุ่มชื้นกับผิวหน้า ไม่แห้งตึง ใช้ได้ทุกสภาพผิว
ที่สำคัญคือ ได้รับการทดสอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังมาการันตี


ส่วนประกอบสำคัญ ทรายใส่ไว้ให้เผื่อใครที่ดูเป็นแล้วกันนะคะ (ส่วนตัวไม่เป็นค่า)

แอคทีฟ เอบีเอ 3% + นิโคตินาไมด์ 4% , กลีเซอร์รอล 7%, ซอร์บิทอล 2%
ราคาประมาณ 1,200 บาท (แล้วแต่รพ.) มีขายตามโรงพยาบาลค่ะ เช่น รพ.กรุงเทพ สมิติเวช


ก่อนการเริ่มใช้ก็เป็นธรรมเนียมที่จะต้องถ่ายรูปก่อนทดลองให้ดูนะคะ ใช้เวลาลอง 2สัปดาห์ค่ะ


Photobucket


Photobucket


Photobucket


ต้นเป็นคนมีผิวผสมค่ะ มีสิวประปราย ทั้งแบบเล็กๆก็มี ผดๆก็มี ใหญ่ๆ ฝังใน อักเสบ
ทั่วใบหน้า แต่แบบอักเสบฝังในไม่มีหัว จะเกิดขึ้นบริเวณกรอบหน้าซะมากกว่า ตามรูปเลย
พฤติกรรมปกติก็คือ ตื่นเช้า ล้างหน้าด้วยสบู่ ทาสกินแคร์ ทากันแดด แล้วก็แป้งเด็ก
ตกเย็นก็ล้างหน้าด้วยสบู่ ตามด้วยสกินแคร์ และแป้งเด็ก เป็นแบบนี้เป็นกิจวัตรประจำวัน


Photobucket


Papulex Soap Free Cleansing Gel ตัวนี้หลอดใหญ่มากกก เทียบกับมือทรายแบบว่า
ใหญ่จริงจัง ลักษณะของเนื้อผลิตภัณฑ์เป็นเจลสีเขียวอ่อน เหลวๆ ไม่ต้องบีบเลย เปิดฝา
แล้วเท ไหลออกมาเองเลย จริงๆใช้ปริมาณนิดเดียวนะคะ ในรูปนี่คือ บีบออกมาเพื่อถ่ายรูป


Photobucket


วิธีใช้ ก็เหมือนผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าทั่วไปคือ ใช้ล้างเช้าเย็น นวดบนผิวหน้า
ที่ชุ่มเปียกน้ำ และบริเวณที่เป็นสิว จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ซับหน้าให้แห้ง
ตัวนี้สามารถใช้แทนสบู่อาบน้ำได้ด้วยค่ะ



Photobucket


ตอนแรกที่เห็นข้อมูลผลิตภัณฑ์เค้าบอกว่าปราศจากสบู่ ทรายคิดว่าจะไม่มีฟองซะอีก
ฟองฟอดเลย 55 ทีนี้ให้ต้นเล่านะคะ ว่าใช้แล้วรู้สึกไงบ้าง?



F: ตอนล้างครั้งแรกรู้สึกยังไงบ้าง?
T: รู้สึกลื่นๆนะ ตอนแรกก็แอบตกใจนิดหน่อย ว่าทำไมเหมือนเราล้างไม่สะอาดล้างน้ำกี่ที
ก็ไม่หายลื่นสักที อะไรแบบนี้ แต่พอเอาผ้าขนหนูซับหน้า มันกลับรู้สึกสะอาด แบบไม่ตึง
F: กลิ่นล่ะ?
T: ก็เฉยๆนะ
F: ตอนนี้ล่ะ? ใช้มาเกือบเดือนแล้วเป็นไงบ้าง?
T: ก็รู้สึกว่าช่วยลดการอักเสบได้บ้าง แต่ไม่เยอะขนาดว่าใช้แล้วสิวหายไปเลย คืออันไหนที่
กำลังอักเสบอยู่ก็ไม่ได้อักเสบหนักกว่าเดิม เล็กๆบางอันก็ยุบ แต่อันใหม่ก็ยังมีขึ้นอยู่
ผิวไม่แห้งตึง อันนี้เห็นได้ชัด หลังล้างหน้า เห็นเค้าเขียนว่าใช้อาบน้ำได้ ก็เลยลองกับสิว
ที่แผ่นหลังด้วย ก็รู้สึกเหมือนกันคือไม่แห้งตึง ระหว่างวันก็น้ำมันที่หลังไม่เยอะมาก เหมือน
จะลดน้อยลง แต่นี่ก็แค่ผลการทดลองในช่วงเวลาแค่เดือนเดียว คิดว่าพวกนี้น่าจะเห็นผลระยะยาว











ก็ประมาณนี้แหละค่ะ เผื่อใครที่เป็นสิวสนใจอยากลองหาเวชสำอางเฉพาะปัญหามาใช้
จริงๆแบรนด์เค้าไม่ได้มีแค่ตัวที่เขียน มีอีกหลายอย่าง ก็ลองกูเกิ้ลกันดูนะคะ



Disclaimer : Sponsored Content by Papulex
Information :
//www.papulexasia.com












 

Create Date : 22 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 22 กรกฎาคม 2555 0:10:00 น.
Counter : 8442 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  

feonalita
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 908 คน [?]




 photo icon_facebook_48_zpsb497412b.png photo icon_instagram_48_zps84436242.png photo icon_youtube_48_zpsfc801391.png photo icon_twitter_48_zps6e17cf8d.png photo icon_pinterest_48_zps16047ffb.png

FEONALITA: Beauty & LifeStyle Blog✰
คำว่า"สวย"ของแต่ละคน มีคุณค่าไม่เท่ากัน
∙•The Beauty of an Individual◀•∙

บล็อคนี้เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 22-11-2006 ค่ะ

feonalita@gmail.com feonalita@gmail.com





Golden Rose Liquid Matte Lipstick “London
“Citra THREE 4D-Plus Eye Palette พาเลทอายแชโดวซัมเมอร์ครบทุกสี
Canmake New Collection ฟรุ้งฟริ้งหลายสิ่งน่ารักจากญี่ปุ่น Winged Liner & Chocolate Lips Inspired by Kylie Jenner
No 7 Matte Lip Crayon & Precision Lips Pencil 9สี LANCOME Juicy Shaker Full Collection










Follow Me on Pinterest
Loading

MyFreeCopyright.com Registered & Protected
New Comments
Friends' blogs
[Add feonalita's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.