Group Blog
 
All blogs
 

Review: Biotherm Aquasource Night Spa มาส์กเติมน้ำให้ผิวด้วย Life Plankton และโคลนจากหมู่เกาะ เฟรนช์ โพลีนิเชียน





สวัสดีค่า Blog วันนี้ทรายขอหยิบเอาไอเทมตัวโปรดที่กำลังเห่อมาเล่าสู่กันฟังนะคะ เนื่องจากว่า

ตัวนี้เพิ่งออกมาใหม่สดๆร้อนๆ หลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก หรือยังไม่เคยเห็น หรือเห็นแค่ผ่านๆตา

เรามาทำความรู้จักจริงจังกันดีกว่าค่ะ






มีใครเป็นสาวก Overnight Mask บ้างหรือเปล่าคะ? ทรายเป็นคนนึงที่เสพย์ติดมาส์กชนิดนี้มากค่ะ

ทาประจำ มาส์กแบบแผ่นนี่นานๆที มาส์กแบบนี้ทาเกือบทุกวัน ทาแล้วไม่ต้องรออะไร นอนได้เลย

ก็เลยชอบแบบนี้เป็นพิเศษ แล้วมันอยู่กับเราบนหน้าทั้งคืน พอ Biotherm ส่งข่าวมาบอกว่ามีมาส์ก

แบบนี้ออกใหม่เหมือนกันนะ มีส่วนผสมของ Life Plankton ด้วยหละ โอ้โห! ชั้นเป็นสาวกแพลงตอน!!!

ลองค่ะ ลองๆๆๆๆ และนี่เป็นที่มาที่ทรายได้รู้จักกับ Biotherm Aquasource Night Spa ครั้งแรกค่ะ






กระปุกของทรายเป็นกระปุก Tester นะคะ เนื่องจากเป็นของที่ทาง Biotherm ส่งมาให้ แต่ว่าเหมือน

กับของที่ขายจริงทุกประการแค่ไม่มีคำว่าเทสเตอร์ค่า ตัวนี้ขนาดจะอยู่ที่ 50ml ราคา 1,800 บาทค่ะ

ออกแบบมาให้สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว


จริงๆแล้วตัวไลน์ Aquasource เป็นไลน์ที่ดูแลเรื่องของผิวขาดน้ำ การเติมความชุ่มชื่นอิ่มน้ำให้กับผิวนะคะ

โดยมีแยกเป็นสำหรับผิวมัน ผิวผสม ผิวแห้งอะไรแบบนี้ด้วย อย่างที่ทรายเคยให้ความรู้ไปในหลายๆครั้ง

ว่า อาการผิวขาดน้ำ สามารถเกิดขึ้นได้ในบุคคลทุกสภาพผิว ผิวมันก็ขาดน้ำได้ ผิวผสมก็ขาดน้ำได้เหมือนกัน

ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนที่ผิวแห้งเสมอไป และผิวขาดน้ำนี่โดยส่วนใหญ่แล้วคนไทยเป็นเยอะมากค่ะ

แต่ว่าไม่ค่อยรู้ตัวกันเท่าไหร่ มันเกิดจากหลายสาเหตุนะคะ บำรุงไม่พอ ดื่มน้ำน้อย พักผ่อนน้อย อยู่ในห้อง

ที่อากาศเย็นเป็นเวลานานๆ หรืออยู่ประจำ ก็เป็นได้ทุกคน บางคนผิวขาดน้ำ แต่ไม่ได้รับการบำรุงให้

ผิวสามารถอุ้มน้ำได้ ผิวก็จะผลิตน้ำมันออกมาหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ แล้วยังใช้สกินแคร์ที่ควบคุม

ความมันบนหน้า ทำให้ผิวมันเกิดอาการสับสน บางคนเกิดการอุดตัน เป็นสิว บางคนผิวลอกทั้งที่ผิวมัน

คือ อาการบ่งชี้เรื่องผิวขาดน้ำค่ะ อีก 1 เรื่องหลักเลยที่คนผิวขาดน้ำต้องเผชิญคือ ผิวดูหยาบกร้าน มีริ้วรอย

เป็นเส้นบางๆบนผิวเต็มไปหมด อันนี้ทรายคอนเฟิมเลยว่าจริง คนที่ใช้สกินแคร์บำรุงผิวขาดน้ำเป็นประจำ

ส่วนใหญ่ผิวจะดูเปล่งปลั่งค่ะ






ทีนี้ตัว Biotherm Aquasource Night Spa เนี่ย แน่นอนว่าช่วยเรื่องของการโอบอุ้มความชุ่นชื่น เติมน้ำ

ให้กับผิวอยู่แล้วแน่นอน แต่ว่าสิ่งพิเศษที่ทำให้เค้าแตกต่างจาก overnight mask อื่นๆก็คือ เค้าเติมส่วน

ผสมที่ช่วยในการบำรุงที่ทรายยอมรับเลยว่าโครตเลิศมาด้วย นั่นก็คือ เจ้า Life Plankton นั่นเองค่ะ

ความดีงามของเจ้าแพลงตอนนี่แทบไม่ต้องอธิบายอะไรอีก มันช่วยให้ผิวชุ่มชื้นเปล่งปลั่งแข็งแรง เพิ่ง

ออกวางขายเมื่อปีที่แล้วก็กวาดรางวัลไปทุกสถาบันเลยค่ะ ทรายเคยเขียนถึงด้วย อ่านได้ ที่นี่ นะ






นอกจากแพลงตอนแล้ว ตัวนี้มีความพิเศษที่ไม่เหมือนใครใน Biotherm เลย ก็คือมีส่วนผสมของ โคลน

ที่ชื่อว่า โพลีนีเชียน มารีน ที่เป็นตำรับการฟื้นฟูรักษาผิวของชาวเกาะ หมู่เกาะ เฟรนช์ โพลีนิเชียน ค่ะ

ชาวเกาะเค้าค้นพบว่า โคลนโพลีนีเชียน มารีนตัวนี้เนี่ย สามารถช่วยรักษาอาการผิวไหม้จากปะการังไฟ

ซึ่งมีอยู่เยอะแถวนั้นได้ ซึ่งเป็นความรู้ที่มีสืบเนื่องยาวนานมากว่าพันปี ทีนี้นักวิทยาศาสตร์ของ Biotherm

ก็ปิ๊งไอเดียในการนำเจ้าสารสกัดมหัศจรรย์จากธรรมชาตินี้มาใส่ไว้ใน Biotherm Aquasource Night Spa

เพื่อการบำรุงฟื้นฟูผิวในยามคำคืนที่เรานอนหลับค่ะ






และนี่คือความพิเศษของเจ้ามาส์กตัวนี้เลยค่ะ ส่วนตัวทรายได้ลองมากว่า 2สัปดาห์แล้วค่ะ ทรายไม่แน่ใจ

ว่าปกติเค้าแนะนำให้ใช้กี่ครั้งต่อสัปดาห์ แต่มาส์กแบบนี้ทรายบอกเลยว่า ใช้ไปเถอะค่ะ ไม่มีผลเสียอ่ะ

จะใช้ทุกวันก็ได้ไม่ผิดอะไร ทรายใช้ทุกวันเลย เพราะช่วงนี้ทรายพักผ่อนน้อย ทำงานเยอะติดๆกันมานาน

ตลอดสัปดาห์เลย ทรายลองสังเกตนะคะ จากพื้นฐานผิวที่แห้งและขาดน้ำของทราย ถ้าใช้ตัวนี้ตัวเดียว

โดยที่ไม่ได้ลงสกินแคร์อื่นๆเลยหลังล้างหน้า เค้าจะซึมเร็วมากจนเหมือนไม่พอกับผิวทราย แต่ถ้าใช้ตัว

Life Plankton Essence ลงก่อนแล้วตามด้วยตัวนี้จะโอเคมากค่ะ และวันไหนที่ทรายอยากลงสกินแคร์

ครบสูตรของทรายเลย แล้วค่อยลง Biotherm Aquasource Night Spa ตบท้ายเป็นตัวปิด มันจะรั้งอยู่

บนหน้าผิวพักนึง ด้วยความที่บำรุงไว้เต็มแม็กซ์มากๆ ทรายก็ใช้2แบบนี้แหละค่ะ วันไหนต้องการบำรุง

แบบขั้นสุด ตื่นมาจะต้องผิวเด้ง หน้าใส ก็จะใช้แบบ Full set วันไหนที่โอเค มีเวลานอนเยอะ ไม่ได้เหนื่อย

อะไรมากมาย ก็จะลงแค่2ตัวจบ










ทรายมองว่าวิธีใช้สามารถปรับเปลี่ยนได้ในแต่ละคนแต่ละผิว แล้วก็แต่ละความชอบด้วยนะคะ สำหรับคนที่

มีผิวมัน อาจจะลงตัวเดียวแล้วจบเลยก็ได้ น่าจะเพียงพอแล้ว หรือหากคิดว่ามันชุ่มไป อาจจะผสมกับเจ้า

life plankton ให้เนื้อมันเปลี่ยนไปเป็นแบบเจลบางๆ ก็ได้เหมือนกัน อันนี้ทรายได้คำแนะนำมาจากผู้เชี่ยว

ชาญเรื่องโปรดักส์ของ Biotherm โดยตรงนะคะ ว่าสามารถตักออกมาผสมกับlife planktonที่มือก่อนทาได้






Texture ของมาส์กตัวนี้ จะเป็นรูปแบบของ Balm in Gel นะคะ ฟังแล้วอาจจะงงๆ ให้ดูรูปประกอบค่ะ

จะได้พอนึกออก คือมันอยู่ในลักษณะของเนื้อเจลดึ๋งๆ แต่เวลาที่เราเริ่มนวดทาปุ๊ป เราจะรู้สึกถึงเนื้อที่เป็น

บาล์มของเค้าเลยทันที มันจะลื่นๆและเหมือนเคลือบอยู่บนผิวเรา ทรายถามเค้าว่าทำไมต้องเป็นบาล์ม

เค้าบอกว่าเพราะเนื้อบาล์มมีลักษณะพิเศษคือ เคลือบปิดผิว สามารถปิดล็อคความชุ่มชื้นให้ผิวเราได้

หลายคนกลัวโปรดักส์เนื้อบาล์มว่าจะมีอาการอุดตันหรือเปล่า จากผิวของทรายไม่มีนะคะ สบายดีและ

ก็ Happy กับโปรดักส์ตัวนี้มากๆ พอทาลงผิวปุ๊ปมันจะเย็นนิดนึงค่ะ ผิวเราจะตื่น จะรู้สึกเฟรชขึ้น แล้วพอ

นวดจนเป็นบาล์ม จะให้ความรู้สึกของการโอบอุ้มบำรุงเราแทน เรื่องของกลิ่นนั้นตัวนี้มีกลิ่นเดียวกับ

Aquasource นะคะ เป็นกลิ่นเอกลักษณ์มากว่า 17 ปีและไม่เคยเปลี่ยนค่ะ ทรายแนะนำว่าวันไหนที่เรา

เหนื่อยล้ามากๆ ให้เอาไปแช่เย็นแล้วค่อยมาทาค่ะ จะรู้สึกแบบเฟรชถึงขีดสุดจริงๆ









และนี่ก็เป็นอีก 1 โปรดักส์ของ Biotherm ที่ทรายชอบและอยากจะแนะนำให้ได้รู้จัก ได้ฟินน์ไปด้วยกัน

จริงๆนะคะ ทรายไม่ค่อยรับรีวิวสกินแคร์หรอกค่ะ เพราะว่ากลัว แต่นี่เป็น Biotherm ทรายซื้อใช้เองอยู่แล้ว

และมันก็มี Life Plankton เป็นส่วนผสมที่ทรายรักมากด้วย ก็เลยยินดีพลีกายยอมใจต้องลองค่ะ แล้วก็

เลิศจริงๆ จะเก็บเงียบได้ยังไง ต้องบอกต่อดังๆค่า เค้าวางขายแล้วเรียบร้อยนะคะ เห็นมีสาวๆแฟนเพจ

ไปซื้อมาใช้กันเยอะแล้วด้วย ดีค่ะ ชอบมาก เป็นคนอินเทรนด์ 5555 ไว้พบกัน Blog หน้านะค๊า Smiley











Disclaimer: Sponsored Content By Biotherm

Information: https://www.facebook.com/biothermthailand

Information: //www.biotherm-th.com/aquasource








 

Create Date : 17 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 17 กรกฎาคม 2558 18:15:22 น.
Counter : 21850 Pageviews.  

My Skincare Routine 2015 อัพเดตสกินแคร์ที่ใช้กันหน่อยจ้า




ทรายห่างหายจากคลิปอัพเดตสกินแคร์ที่ใช้ไปถึง 2ปีเลยค่ะ หลายๆคนรีเควสว่าให้อัพเดตให้ดูหน่อย 
ก็เลยทำคลิปนี้ออกมา มีหลายอย่างเปลี่ยนไปมาก ยังไงก็ลองดูกันนะคะ สำหรับคนที่ผิวผสม 
หรือค่อนข้างแห้งและขาดน้ำ คล้ายๆทราย เผื่อได้ไอเดียไปเลือกใช้สกินแคร์ของตัวเองเนอะ



Disclaimer: ไม่มีสปอนเซอร์ค่ะ




 

Create Date : 06 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 6 กรกฎาคม 2558 13:00:46 น.
Counter : 4847 Pageviews.  

ว่าด้วยเรื่องของสำลีภาค 3 : Rii Pure Wata สำลีสัญชาติไทยแต่มาไกลจากญี่ปุ่น



โหววววบล็อกว่าด้วยเรื่องสำลีภาคล่าสุดคือ 4 ปีที่แล้วเลยนะ ตอนนั้นทรายเขียนถึงสำลีมูจิค่ะ

แล้วก็ไม่เคยเขียนถึงสำลีแบรนด์ไหนอีกเลย เพราะใช้มาตลอดตั้งแต่นั้นรู้สึกว่าเจอตัวที่ถูกใจแล้ว

แต่ว่าวันนี้ที่ตัดสินใจเขียนถึงสำลี Rii ไม่ใช่เพราะเค้าจ้าง แต่เป็นเพราะรู้สึกว่าดีและใช่ เลยอยากมา

บอกเล่าให้ฟัง ว่าทำไมถึงปันใจจากที่ฝังใจมานาน


จริงๆแล้วทรายกับ Rii (ริอิ) รู้จักกันมานานตั้งแต่แบรนด์เปิดตัวปีก่อนแล้วค่ะ คือเค้าก็ส่งรุ่นต่างๆ

มาให้ทรายได้ลองใช้ เค้าจะมีสำลีที่ทำออกมาสำหรับการใช้งานเฉพาะทาง เช่น โทนเนอร์ หรือ

คลีนซิ่ง อะไรแบบนี้ ตอนนั้นเค้าส่งมาให้ลองใช้ มาทำความรู้จักกัน แต่คือทรายใช้แล้วยังรู้สึกว่า

มันยังไม่ใช่สิ่งที่ทรายต้องการ ก็เลยบอกเค้าไปตรงๆว่ามันยังโดน เอาไว้ถ้ามีตัวไหนที่ทรายรู้สึกว่า

เห้ย ใช่เลยอันนี้แหละ ถึงตอนนั้นแล้วทรายจะเขียนบล็อกถึงนะ





ทีนี้ในปีนี้เองเค้ามีรุ่นใหม่ออกมาค่ะ ไม่ได้มาในรูปแบบกล่องกระดาษสวยๆแล้ว เป็นถุงพลาสติก

แบบซิปล็อคที่เราเห็นใช้บรรจุสำลีกันบ่อยๆ ชื่อรุ่นว่า Rii Pure Wata No.92 ทรายก็ไม่รู้เหมือนกัน

ว่ารหัสตามหลังนี่คือรหัสอะไร เพราะรุ่นอื่นๆก็ไม่ต่อกันนะ เก็บไว้เป็นปริศนาต่อไป ไม่รู้ก็ไม่มีผลต่อ

การใช้งานเนอะ



อันนี้ซองของทรายเยินแล้ว5555 ปกติต้องเต็มแน่นๆนะคะ







สำลีรุ่นนี้ให้พูดกันตามตรงว่าถูกใจทรายตรงไหน ก็คือ ถูกใจทรายตรงที่มันเป็นสำลีแผ่น ไม่ตัดขอบ

ไม่ฟอกสี เหมือนกับมูจิที่ทรายใช้อยู่เนี่ยแหละค่ะ ทั้งความหนาและความนุ่มก็คล้ายกันมาก จริงๆแล้ว

ทรายไม่ได้รู้ข้อมูลอะไรของสำลีมูจิมากเพราะว่าใช้แล้วชอบก็ใช้ไปเรื่อยเปื่อย แต่ว่า Rii มันสามารถ

หาข้อมูลเองได้เพราะเค้ามีเว็ปภาษาไทย (มูจินี่อ่านไม่ออกนะ = =) สำลี Rii รุ่นนี้ได้ค่าทดสอบความนุ่ม

ในระดับสูงสุด คือ 5ดาวด้วย ทรายแอบcaptureข้อมูลหน้าเว็ปเค้ามาเลย 55555 มันมีคุณสมบัติอื่นๆ

ให้อ่านด้วยนั่นแหละค่ะ เผื่อเป็นข้อมูล ส่วนตัวทรายเป็นพวก ถ้าใช้แล้วชอบก็คือชอบ ไม่ค่อยสนใจ

เรื่องที่มาที่ไปเท่าไหร่ (มักง่าย55555)Smiley








สิ่งที่ทรายชอบในตัว Rii นะคะ เอาตรงๆเลยมี 2 อย่าง อย่างแรกเลยคือเรื่องของขนาด คือ มันเป็น

สำลีไซส์ที่อยู่ตรงกลาง ระหว่างมูจิแผ่นใหญ่ กับแผ่นเล็ก คือทุกวันนี้ ทรายต้องซื้อสำลี 2ขนาด

เพราะว่าจะเอาไซส์ใหญ่มาล้างตา มันก็ใหญ่เกะกะเกินไป ถ้าจะเอาไซส์เล็กมาเช็ดทั้งหน้า ส่วนตัว

ก็รู้สึกว่าเล็กเกินไปอีก ก็เลยต้องซื้อคู่กันทุกครั้งเลย ทีนี้ Rii มันตอบโจทย์ทรายตรงที่ ขนาดมัน

พอดีมากๆ เป็นไซส์ที่เคยเปรยๆไว้ว่าทำไมมูจิไม่มีไซส์นี้นะ เหมือนเจอเนื้อคู่เลย Smiley










บวกกับข้อ 2 คือ Rii มันหาซื้อง่ายมากๆ ช่องทางการขายเยอะมาก ตามซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือจะสั่ง

จากเว็ปก็ได้ ในขณะที่มูจิ ต้องไปซื้อที่ร้านมูจิเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้มีทุกห้างอีก และที่เด็ดกว่าคือ ไปแล้ว

ไม่มีของ = = บางทีนางมีจัดลดราคาที่ร้าน นางเก็บสำลีรุ่นเราออกด้วย T[]T ทำร้ายจิตใจมากๆ

ทรายเองพูดตรงๆก่อนที่จะเจอริอิรุ่นนี้ ทรายก็แอบปันใจจากมูจิไปแล้วครึ่งนึงเพราะเรื่องนี้แหละ

แต่ว่ายังหาที่ชอบในราคาที่ใช่ไม่ได้ เวลาเจอสำลีรุ่นนี้ที่มูจิทีก็ต้องซื้อหอบตุนเป็นบ้าเป็นหลัง

ไม่ได้อยากมีพฤติกรรมสวยไม่แบ่งปันคนอื่นนะคะ มันจำเป็นเพราะต้องใช้ทุกวัน ทีนี่แหละชั้นเจอ

คู่แข่งเธอแล้ว ไม่ง้อออออววววว์






ในเรื่องของการใช้งาน ความยืดหยุ่น ดีมากๆค่ะ ไม่เป็นขุยให้หงุดหงิด ไม่เปื่อยยุ่ยง่าย ดีงาม

ในทุกด้านทุกประการ อีกเรื่องนึงก็คือ เรื่องของราคาเมื่อเทียบกับมูจิแผ่นเล็ก อาจจะแพงกว่า

เพราะมูจินางราคาแค่ 115 บาท แต่ได้ 140 แผ่น แต่ก็ขนาดเล็กกว่าริอินะคะ ริอิราคา 90 บาท

ได้มา 80 แผ่น แต่ขนาดใหญ่กว่ามูจิแผ่นเล็ก ส่วนถ้าเทียบกับมูจิแผ่นใหญ่ ริอิถูกกว่าแน่นอน

ทรายจำราคาเป๊ะๆไม่ได้แต่ก็จำได้ว่าเกือบๆ200บาทเลย แต่มันก็แผ่นใหญ่กว่า ทั้งหมดผลิต

และนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเหมือนกัน ริอิก็ด้วย ทรายถึงบอกว่าเป็นสำลีสัญชาติไทยที่มาไกล

จากญี่ปุ่นเลยทีเดียว



สำลีเป็นเรื่องสำคัญมากเลยทีเดียวค่ะ กับคนที่รักสวยรักงาม หลายคนมองข้าม หลายคนเห็น

ความสำคัญแล้ว เพราะมันต้องสัมผัสผิวหน้าเราในทุกๆวัน สิ่งง่ายๆในการเลือกใช้ก็คือ ขั้นต้นเลือก

แบบและขนาดที่ชอบก่อน หนา บาง ตัดขอบไหม? จากนั้นเลือกสัมผัสที่ชอบ ชอบนุ่มแค่ไหน

ยืดหยุ่นแค่ไหน และต้องเลือกแบบไม่มีสารเรืองแสงนะคะ จะได้ไม่มีตกค้างบนผิวเรา จะได้ไม่เกิด

อาการระคายเคือง และสุดท้ายอันนี้เป็นเรื่องของความรู้สึก สำลีไม่ฟอกสีมักจะมีเศษของใยฝ้าย

เป็นจุดน้ำตาลๆเล็กๆ มันมาจากธรรมชาตินะคะ อันนี้ลองดูว่าของยี่ห้อไหนที่ทำออกมากำลังดีและนุ่ม

ไม่บาดหน้านะคะ เอาที่ถูกใจเราเนอะ





Disclaimer: Sponsored Content by Rii

Information: //www.riicotton.com











 

Create Date : 28 มิถุนายน 2558    
Last Update : 28 มิถุนายน 2558 12:12:49 น.
Counter : 24922 Pageviews.  

ทำไมต้องมี Zero-Step Skincare? รู้จักกับโปรดักส์ใหม่ Olay Regenerist Miracle Boost Youth Pre-Essence









เพื่อนๆหลายคนคงจะพอตระหนักดีกันอยู่แล้วนะคะ ว่าเรื่องของผิวนั้นสำคัญที่สุด เพราะว่าต่อให้เรา

มีเครื่องสำอางดีที่สุด เลิศที่สุด ก็ยังไม่สามารถเทียบได้กับการที่เรามีผิวหน้าที่ดีเลิศ ดังนั้นสกินแคร์

ที่เราเลือกใช้บำรุงผิวนั้นเป็นส่วนที่สำคัญมากๆเลยค่ะ


พอพูดถึงสกินแคร์แล้ว ต้องบอกว่าโลกเรามีนวัตกรรมใหม่ๆออกมาเรื่อยๆเลยนะคะ ทรายในฐานะ

ที่คลุกคลีอยู่ในวงการนี้ มีเรื่องตื่นเต้นมาให้เห็นตลอดเลยค่ะ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะอยากลอง อยากจะ

บอกต่อกับเพื่อนๆ จะใช้ตามหรือไม่ใช้ทรายไม่รู้หรอกค่ะ อย่างน้อยให้ได้เป็นแหล่งข้อมูล เป็นความรู้

อัพเดตเทรนด์ให้เพื่อนๆก็ยังดี และแน่นอนว่าวันนี้ทรายมีโปรดักส์ใหม่ล่าสุดจาก OLAY มาให้เพื่อนๆ

ได้ทำความรู้จักกันค่ะ






หลายคนอาจจะเคยเห็นแล้วจาก Blog ก่อน ทรายเขียนเล่าถึงทริปสิงคโปร์ที่ทรายมีโอกาสได้ไป

เยี่ยมชม P&G Innovative Center ซึ่งเป็นสถานที่ๆเค้าใช้ในการค้นคว้า พัฒนา และวิจัย โปรดักส์

ของแบรนด์ต่างๆในเครือ จุดประสงค์คือการไปดูการทำงานของแบรนด์ OLAY ค่ะ ซึ่งตอนนั้นเค้า

เพิ่งจะเปิดตัวเจ้า Olay Regenerist Miracle Boost Youth Pre-Essence ที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้

นี่แหละค่ะ อยากอ่านเพิ่มคลิ๊กที่นี่นะคะ -> Link



ปกติทรายเป็น Blogger ที่ไม่ค่อยรับงานทดลองสกินแคร์นะคะ ด้วยความที่ตัวเองระคายเคืองง่าย

ผิวแบบขี้งอแง โดนอะไรนิดนึงก็มีปัญหา เลยจะเป็นคนที่มุ่งเน้นไปเรื่องของเมคอัพเต็มๆมากกว่า

ใน1ปีอาจจะเห็นทรายลองสกินแคร์ใหม่ๆสัก 2-3ตัวไม่เกินนี้ และนี่คือโปรดักส์แรกของปีนี้เลยนะคะ

ที่ทรายเลือกรับงานและตั้งใจจะทดลองใช้จริง 


การตัดสินใจเกิดขึ้นหลังจากที่กลับจากสิงคโปร์แล้วค่ะตอนนั้น ทรายได้รับเกียรติเป็นแขกรับเชิญ

ไปสอนแต่งหน้าใน Workshop หนึ่งของโอเลย์ แล้วเราต้องการเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงเสก

ให้สวยได้ จะใช้สินค้าแบรนด์อื่นในงานเค้าก็ใช่เรื่องนะทรายก็เลยตัดสินใจลองใช้ค่ะ ลองก่อนเพื่อ

ให้รู้ว่าเรามีอาการระคายเคืองเกิดขึ้นหรือเปล่า 


ซึ่งทรายคิดว่าเป็นเรื่องปกติมากสำหรับคนผิวเซนซิทีฟอ่านะคะ จะทำอะไรก็คิดแล้วคิดอีก แต่ตอน

นั้นตัดสินใจที่จะลองทั้งหน้าเลยค่ะ คือถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็จะได้บอกเค้าตรงๆเลยว่าไม่รอด ปรากฎว่า

ไม่เกิดอาการระคายเคืองใดๆเลย ก็ระรื่นเลยค่ะ ร่วมงานกันอย่างสบายใจและไหนๆก็ไหนๆแล้ว 

ทรายเองก็ไม่เคยเขียนหรือแนะนำอะไรถึงโปรดักส์กลุ่มนี้ที่ไม่ใช่ Hi-Brand แบบจริงจังเลย 

ถือโอกาสเลยแล้วกันนะคะ





สำหรับทราย Pre-Essence / Pre-Serum หรือว่าที่ในวงการบิวตี้เค้าเรียกกันว่า ขั้นตอนการบำรุงผิว

Zero-Step (เสต็ปแรกสุด หลังจากล้างหน้าเสร็จ ก่อนการบำรุงเสต็ปที่1) เป็นส่วนนึงในชีวิตประจำวัน

มากว่า2ปีแล้ว แต่อาจจะเป็นเรื่องที่ใหม่มากสำหรับเพื่อนๆหลายๆคนก็ได้ ดังนั้นขออธิบายความสำคัญ

ของสเต็ปนี้ก่อนแล้วกันนะคะ



Pre-Essence ใช้ภาษาอธิบายการทำงานง่ายๆ คือ ทุกวันนี้เราเสียเงินซื้อสกินแคร์แพงๆแต่ผิวของ

เราอาจจะดูดซึมคุณสมบัติดีๆเหล่านั้นไม่ได้ถึงครึ่งที่ควรจะได้ หรือลงไม่ถึงชั้นผิวที่ควรจะลงไป

Pre-Essence จะเป็นตัวเตรียมผิวและมีคุณสมบัติที่จะนำพาและช่วยให้สกินแคร์อื่นๆที่เราจะลงต่อ

เช่น เซรั่ม มอยเจอร์ไรเซอร์ มันสามารถซึมลงสู่ผิวให้ผิวของเราได้รับประสิทธิภาพสกินแคร์นั้นๆได้ดี

มากยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ



Olay Regenerist Miracle Boost Youth Pre-Essence ก็ทำหน้านี่เหมือนที่ทรายอธิบายไปข้างต้น

แต่แน่นอนว่าต้องมีจุดขายอื่นที่แตกต่างเพิ่มเข้ามาอยู่แล้ว อันดับแรกที่ชัดเจนเลยก็คือ เค้าเคลมว่า

จะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้สกินแคร์ที่จะใช้ต่อซึมลึกลงสู่ผิวได้มากขึ้นถึง 2 เท่า และด้วย

ความที่ Olay Regenerist Miracle Boost Youth Pre-Essence เป็นสกินแคร์ในกลุ่มต่อต้านริ้วรอย

ก็จะมีประสิทธิภาพในเรื่องของการฟื้นฟูเซลส์ผิว ลดเลือนริ้วรอยเพิ่มเข้ามาด้วย ตรงนี้เค้าได้ส่วนผสม

สำคัญคือ


  • Niacinamide – ช่วยในการกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่* เพื่อผิวดูอ่อนเยาว์ เนียนละเอียด และริ้วรอยดูลดเลือน
  • Amino Peptide - Pro-Collagen molecules สารบำรุงสำคัญเพื่อผิวดูตึงกระชับและริ้วรอยดูลดเลือน
  • Olivem - สารสกัดจากผลมะกอก มีฤทธิ์เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายจากมลภาวะภายนอก พร้อมช่วยฟื้นบำรุงให้ผิวแข็งแรง



วิธีใช้งานทรายคิดว่าเป็นเรื่องที่หลายคนสับสน เพราะว่าเราก็ยังใหม่ในเรื่องสเต็ปที่เพิ่มขึ้นมานี้ 

ทรายจะพยายามอธิบายในสิ่งที่ทราบให้ฟังนะคะ ทรายเชื่อว่าอีกสักพักเพื่อนๆจะชินและเข้าใจ

ในการทำงานและการใช้งานของ Pre-Essence ค่ะ เหมือนๆกับที่ตอนนี้พวกเราขาด Makeup Base

ไปไม่ได้แล้ว Smiley



1. หลังจากที่เพื่อนๆล้างหน้าแล้ว บางคนจะใช้ Toner หรือ Lotion เช็ดหน้าก่อนลงสกินแคร์ใช่ไหมคะ?

ทรายเป็นคนที่ไม่มีสเต็ปนั้น แต่สามารถบอกได้ว่า เราจะใช้ Toner/Lotion เช็ดผิวตามปกติก่อนค่ะ เพราะว่า

พวกนั้น Texture เป็นน้ำเบากว่า Essence ของเรา






2. จากนั้นเราจะใช้ Olay Regenerist Miracle Boost Youth Pre-Essence ค่ะ ทรายอยากนำเสนอนวัตกรรม

ที่ Olay คิดค้นเป็นเจ้าแรกของโลกให้ดูด้วย มันคือเจ้าหลอดที่เราใช้ดูด Olay Regenerist Miracle Boost

Youth Pre-Essence ขึ้นมาค่ะ เจ้านี่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความยุ่งยากที่ต้องมานั่งบีบจุก ดูดเนื้อ

เอสเซนส์ขึ้นมา (ใครใช้SKII น่าจะพอนึกภาพ Dropper แบบเก่าออก) ด้วยการที่เราแค่บิด เพื่อเปิดฝาเท่านั้น

เจ้า Auto-Dropper จะดูดเนื้อเอสเซนส์ขึ้นมาให้เลยทันที โดยเป็นปริมาณที่เค้าได้คำนวนแล้วด้วยว่า เหมาะสม

กับการใช้ใน 1 ครั้งค่ะ มันเจ๋งมากๆตรงนี้










3. จากนั้นเพื่อนๆสามารถลงสกินแคร์ที่ใช้ได้ตามปกติเลยค่ะ ใครจะลงเซรั่ม ลงมอยเจอร์ไรเซอร์ก็ตามลำดับ

ได้เลย สำหรับสูตรในการใช้ของ OLAY นั้น เค้าบอกว่าให้ใช้ Olay Regenerist Miracle Boost Youth Pre-

Essence ควบคู่ไปกับครีมบำรุงอีกตัวคือ Olay Regenerist Micro-Sculpting Cream เค้าเรียก2ตัวนี้เมื่อ

ใช้งานคู่กันว่า Miracle Duo ค่ะ เพราะทั้งคู่ถูกออกแบบมาให้ทำงานเสริมประสิทธิภาพกันอย่างดีค่ะ











สำหรับทรายแล้ว ส่วนตัวทรายยังคงใช้สกินแคร์อื่นๆตามขั้นตอนปกติของทรายค่ะ ที่เปลี่ยนไปคือ หยุดการ

ใช้งาน Zero-Step อื่น มาใช้ Olay Regenerist Miracle Boost Youth Pre-Essence แทน เพื่อที่จะเขียน

บล็อกนี้ขึ้นมา ทรายอาจจะยังไม่เห็นอะไรเปลี่ยนแปลงมากนักเกี่ยวกับริ้วรอย เพราะเอาจริงๆแล้วส่วนตัว

ทรายไม่ค่อยมีริ้วรอยบนใบหน้าเท่าไหร่น่ะค่ะ (อ้วนT_T) มันยังไม่ได้เป็นปัญหาหลักของทราย แต่ทรายคิด

ว่าการที่เราเริ่มใช้โปรดักส์กลุ่มต่อต้านริ้วรอยเร็ว เราก็จะยืดอายุผิวได้มากกว่าคนที่เริ่มช้าค่ะ สำหรับเนื้อ

โปรดักส์ก็ถือว่าค่อนข้างเบาและซึมลงสู่ผิวได้ดีค่ะ ทาแปปเดียวก็ซึมไปหมดแล้ว สำหรับทราย 1 Drop

ที่ดูดขึ้นมา มันเหมือนจะเยอะไปนิดนึง ทรายก็เลยใช้ทาที่คอด้วย ปกติเป็นคนทาครีมที่คออยู่แล้วด้วย

อันนี้สำคัญนะคะ ใครไม่เคยทาต้องทาเลยนะคะ ปฏิบัติค่ะ!


เรื่องกลิ่นทรายไม่มีปัญหาแต่ก็แอบติงว่ากลิ่นชัดไปนิดนึง ตอนไปที่ SgIC ได้ไปดู Fragrance Lab ของเค้า

ด้วยนะคะ เลยได้รู้ว่า กลิ่นของ Olay Regenerist Miracle Boost Youth Pre-Essence ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอม

ทั่วๆไป แต่เป็นกลิ่นที่ได้รับการคิดค้นขึ้นมาใหม่เพื่อโปรดักส์ตัวนี้โดยเฉพาะค่ะ มันก็เป็นจุดเล็กๆที่รู้แล้ว

ทำให้เกิดความรู้สึกประทับใจเล็กๆเนอะ เอาเป็นว่าไม่ตัดสินแทนคนอื่นละกัน เรื่องนี้มันแล้วแต่ความชอบคน


ตัวทรายเองมองว่า Olay Regenerist Miracle Boost Youth Pre-Essence เป็นโปรดักส์ Zero-Step ที่

น่าสนใจมากใน Rank ราคาไม่เกิน 1,000 บาท (ตัวนี้ราคา 899 บาท/40ml. ) ของตลาดบ้านเราตอนนี้ค่ะ

ทรายคิดว่า การที่เราจะเลือกใช้สกินแคร์สักตัว คงไม่ได้มองแค่ที่ตัวโปรดักส์อย่างเดียว เราต้องมองถึง

เทคโนโลยี การพัฒนา วิสัยทัศน์ของแบรนด์ รวมถึงความน่าเชื่อถือด้วย OLAY พิสูจน์มานานแล้วว่า

เป็นแบรนด์ที่มอบคุณภาพให้กับผู้ใช้ได้ในที่ราคาที่เป็นมิตรกับคนทั่วไป ที่เหลือทรายคิดว่าทุกคนน่าจะมี

อยู่ในใจแล้วหละว่าเราอยากจะเลือกใช้สิ่งนี้เพราะอะไร







แต่เดี๋ยวก่อน หากอยากลองเจ้า Olay Regenerist Miracle Boost Youth Pre-Essence เหมือนทรายตอนนี้

จะต้องรออีกสักนิดนึงนะคะ เพราะว่าจะวางขายอย่างเป็นทางการตามบิวตี้สโตร์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต และห้าง

สรรพสินค้าชั้นนำทั่วไปในเดือน กรกฎาคม 2558 นี้ค่ะ วางขายเมื่อไหร่ก็ลองไปเทสดูนะคะว่าชอบไหม?

ทรายบอกได้เลยค่ะว่าต่อไปทุกคนจะขาดเจ้า Zero-Step นี้ไม่ได้แน่นอนจ้า




Disclaimer: Sponsored Content by Olay

Information: //www.olay.co.th






 

Create Date : 12 มิถุนายน 2558    
Last Update : 12 มิถุนายน 2558 15:29:42 น.
Counter : 4091 Pageviews.  

Review: คลีนซิ่งสูตรน้ำ1ในตัวโปรดตลอดกาล Bifesta Cleansing Lotion (มีเวอร์ชั่น2015แล้วนะ)





วีดีโอวันนี้ทรายมาพูดถึง Cleansing สูตรน้ำตัวแรกในชีวิตที่ได้ลองใช้และยังติดใจมาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ
เป็นตัวเดียวที่ใช้มานานมากแต่ไม่เคยได้ทำรีวิวแบบจริงจังสักที ได้แต่โผล่ให้เห็นในคลิปสกินแคร์
แว๊บไปแว๊บมา วันนี้มาแบบจัดเต็มเลยค่ะ ทำไมถึงชอบ? หาคำตอบได้ในคลิปนี้เลย แล้วก็มีข่าวอัพเดต
สำหรับสาวก Bifesta หรือใครที่ยังไม่เคยลองใช้ด้วยนะคะ ในปีนี้ Bifesta เค้ามีการปรับสูตรเพิ่ม
ประสิทธิภาพด้วย จะเพิ่มอะไรเข้ามาบ้างก็ลองฟังดูค่า



Disclaimer: Sponsored Content by Bifesta




 

Create Date : 08 มิถุนายน 2558    
Last Update : 8 มิถุนายน 2558 4:24:27 น.
Counter : 1644 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  

feonalita
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 908 คน [?]




 photo icon_facebook_48_zpsb497412b.png photo icon_instagram_48_zps84436242.png photo icon_youtube_48_zpsfc801391.png photo icon_twitter_48_zps6e17cf8d.png photo icon_pinterest_48_zps16047ffb.png

FEONALITA: Beauty & LifeStyle Blog✰
คำว่า"สวย"ของแต่ละคน มีคุณค่าไม่เท่ากัน
∙•The Beauty of an Individual◀•∙

บล็อคนี้เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 22-11-2006 ค่ะ

feonalita@gmail.com feonalita@gmail.com





Golden Rose Liquid Matte Lipstick “London
“Citra THREE 4D-Plus Eye Palette พาเลทอายแชโดวซัมเมอร์ครบทุกสี
Canmake New Collection ฟรุ้งฟริ้งหลายสิ่งน่ารักจากญี่ปุ่น Winged Liner & Chocolate Lips Inspired by Kylie Jenner
No 7 Matte Lip Crayon & Precision Lips Pencil 9สี LANCOME Juicy Shaker Full Collection










Follow Me on Pinterest
Loading

MyFreeCopyright.com Registered & Protected
New Comments
Friends' blogs
[Add feonalita's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.