Group Blog
 
All blogs
 

Feonalita Beauty Adventure ⎟JILL STUART JP Trip บุกถึงแหล่งกำเนิดต้นฉบับความงามแบบสาวจิล









สวัสดีค่า Blog วันนี้ทรายมาเขียนย้อนรอยรวบรวมความประทับใจของทริปญี่ปุ่น เที่ยวล่าสุด

ปกติแล้วทรายจะไม่ค่อยได้มาอัพเดตเป็น Blog สักเท่าไหร่ เวลาไปไหนจะใส่รูปไว้ใน IG ให้ย้อน

กลับมาดูใน Hashtag ซะมากกว่า แต่ว่าครั้งนี้พิเศษหน่อย เพราะว่ามันเป็นทริปสวยๆงามๆ ที่ทราย

ประทับใจแล้วก็อยากจะมาเก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆที่นี่ค่ะ


ทริปนี้จริงๆแล้วเป็นทริปสื่อนะคะ มี Beauty Blogger และ Beauty Editor จากนิตยสารชั้นนำของไทย

เข้าร่วมทริปกันหลายชีวิตเลยค่ะ ทริปนี้เป็นคำเชิญจากทาง JILL STUART ประเทศญี่ปุ่น ที่อยากให้ทีมสื่อ

ของไทยได้ไปสัมผัสความเป็น JILL STUART Beauty จากต้นกำเนิดเลย จะได้เข้าใจคอนเซ็ปต์ของแบรนด์

ได้อย่างแท้จริงค่ะ แน่นอนว่าทางทีมงานไทย ที่จะบริหารแบรนด์ JILL STUART ในไทยก็ไปกับเราด้วยค่ะ






ทริปสั้นๆนี้เกิดขึ้นในเวลาเพียง 3วัน 2คืนเท่านั้นค่ะ แต่กิจกรรมเยอะมากทั้งวันจนเหมือนไปสัก 5วันเลย

พวกเราปักหลักกันที่กรุงโตเกียว เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นค่ะ ที่พักของเราอยู่ในย่านธุรกิจ ที่ทราย

ไม่คุ้นเคยเลย แต่มันเด็ดมากตรงที่ว่า พอเราได้เห็นว่าโรงแรมอยู่ข้างๆ Tokyo Tower เท่านั้นแหละ

พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมเราต้องมาอยู่กันตรงนี้ The Prince Park Tower Hotel เป็นโรงแรมขนาดใหญ่

พวกเราทำกิจกรรมกัน 1วันเต็มๆที่นี่ค่ะ เค้าเตรียมห้อง Workshop ไว้พร้อมเลย พอได้เห็นห้องที่เค้าจัด

Display เอาไว้ก็เก็ตไปอีกขั้นว่าทำไมต้องเจาะจงมา มันดูเข้ากันไปหมดเลยกับแบรนด์น่ะค่ะ






ห้องพักกว้างมาก และห้องที่ทรายพักได้วิวเป็น Tokyo Tower โอ้โหสวยมากกกก ด้านล่างมีวัดค่ะ

ใหญ่มาก และมีต้นซากุระเพียบเลย มองออกไปได้ไกลมากเป็นวิวเมืองที่สวยแบบโอ้ยยยย ขอบคุณค่ะ

ที่ให้โอกาสได้มาเห็นอะไรสวยๆงามๆแบบนี้ ลืมบอกไปว่าทรายมีบัดดี้นะคะ เพราะเตียงใหญ่เกินไป

เลยชวนแม่มานอนด้วย 555 แม่มาอยู่กับทรายทั้ง 2คืนเลย ในวันแรกนั้นยังไม่มีกิจกรรมอะไรค่ะ

เพราะเราบินกลางวันแล้วเจอเครื่องดีเลย์ไปราวๆ3ชม. จึงเข้าโรงแรมและทานอาหารมื้อแรกร่วมกัน

ก่อนจะแยกย้ายกันไปเข้าที่พัก เตรียมตัวลุยกันต่อวันรุ่งขึ้น





ปรากฎว่าเปิดห้องมาเจอ Welcome Gift ที่ทาง JILL STUART Japan เตรียมเอาไว้ให้คือแบบ กรี๊ดแตก

กันไปเลยค่ะ เพราะว่าเป็นชุด Body & Hair Care ทั้งหมด ตั้งแต่ล้างเมคอัพ ยันสระผม แถมเตรียม

สำลีไว้ให้เราพร้อมใช้ และมาการองที่ผสมเนื้อสตรอเบอรี่ (จากร้านเบเกอรี่ด้านล่างโรงแรม) อร่อยอ่ะ

แอบหวาน แต่ให้รสชาติแบบสตรอเบอรี่จริงๆไม่ใช่แต่งกลิ่นเอา แม่เอาไปหมดเลย - -‘












วันที่2นี้ เป็นวัน Workshop แบบเต็มวันเพื่อให้เราได้ทำความรู้จักกับแบรนด์อย่างลึกซึ้งค่ะ

เริ่มต้นที่สปอยล์พวกเราด้วยเครื่องสำอาง JILL STUART เต็มโต๊ะรับแขกยาว คือเยอะมาก

มาครบหมดทุกสิ่งอย่าง ประหนึ่งยกเคาเตอร์มาไว้ในงาน แล้วจัดไว้เรียบร้อยน่ารักมาก

ทรายถ่ายความมุ้งมิ้งฟรุ้งฟิ้งทั้งหมดไว้ ทั้ง VDO และภาพนิ่งเลยค่ะ เชิญเสพย์ตามสบาย















จากนั้นก็เข้าสู่ Session ของการเรียนรู้ค่ะ เริ่มตั้งแต่ประวัติของคุณจิล ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ไปจนถึง

แบรนด์คอนเซ็ปต์ และขั้นตอนการสร้างสรรค์โปรดักส์แต่ละตัว ทรายฟังมาถึงจุดสำคัญเรื่อง

การออกแบบแพ็คเกจจิ้ง ที่ถือว่าเป็นจุดขายใหญ่ของเค้าเลย ดันไม่สบายค่ะ = =‘ ต้องออกจาก

ห้องเวิร์คช็อปกระทันหัน ขอผ่านอาหารมื้อเที่ยงเพื่อพัก จนยาวไปถึงรอบบ่ายเลย กลับมาอีกที

สอนแต่งหน้าจบไปแล้ว T_T ดีที่ยังทันได้ Dress up ด้วยเสื้อผ้าจาก JILL STUART เพื่อถ่ายรูป

และชมซากุระพร้อมอาหารมื้อค่ำที่ Roppongi Mid-Town คือพักแล้วก็ดีขึ้นอ่านะคะ

ในส่วนที่ทรายพลาดไปนั้นพอดีเค้ามีแจกเอกสารมา ก็เลยได้อ่านจับใจความคร่าวๆได้ว่า






JILL STUART เป็นแบรนด์ที่มีคอนเซ็ปต์คือ “Innocent Sexy” จินตนาการตามนะคะ หญิงสาวอ่อนหวาน

ในชุดลูกไม้ขาวบางสไตล์วินเทจ ในสวนดอกไม้ที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ แสงแดดทอประกาย

สีทองอ่อนๆลอดผ่านชุดลูกไม้ของเธอ เผยผิวละเอียดใสเซ็กซี่โดยไม่รู้ตัว .... ขุ่นพระ! เซ็กซี่ใสๆนี่เอง







ส่วนเรื่องของการ Packaging Design คุณจิลเธอตั้งใจออกแบบให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวตาม

รสนิยมของเธอเอง คือเธอต้องการให้เครื่องสำอางทุกชิ้นที่เธอทำออกมา เป็นเสมือนสมบัติล้ำค้า

เป็นอัญมณีของผู้ครอบครอง มีสเน่ห์และมีความน่าหลงใหลแบบ Magical ซึ่งทรายเชื่อว่ามันเป็น

อะไรที่แพ้ทางผู้หญิงทุกคนแน่นอน ไม่ว่าจะวัยไหน เราก็ยังคงมีความ Fairy Tale อยู่ในตัวกันทั้งนั้น







โปรดักส์ขายดีที่สุดและสร้างชื่อเสียงให้กับ JILL STUART Beauty ไปทั่วโลก ก็คือ Mix Blush ค่ะ

ได้รับการโหวตครองแชมป์อันดับ1 @Cosme จากสาวๆญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่องและยาวนาน

อันนี้ห้ามพลาดเลยทีเดียว เพราะหลายปีก่อนทรายเองก็หลงรัก Jill จากโปรดักส์นี้เหมือนกัน







และตอนที่เราไปกัน กำลังจะมีคอลเลคชั่นใหม่ออกจำหน่ายในอีก 1สัปดาห์ให้หลังค่ะ ก็เลยได้เห็น

ตัว Preview กันในงาน คือมันน่ารักมากเลย น่าเสียดายที่ไม่ทันได้ซื้อ หวังว่าจะได้ซื้อที่ไทยเนาะ

เป็น Spring/ Summer 2016 ออกแนว Marine มากๆ น่ารักอ่ะโดยเฉพาะตัวบลัชออน พวกที่เป็น

Limited Collection นี่ต้องรีบซื้อนะคะ อย่าลังเล เพราะถ้าลังเล หมดเลยค่ะ ทรายโดนมาแล้ว

หลายครั้ง T_T








ไหนๆก็แต่งตัวเป็น Jill Girl กันแล้ว ก็ต้องขอถ่ายรูปกันหน่อยนะคะ ดูเป็น Girl Group วงใหม่55









ถ่ายกับกระจกสุดฮิต เป็น Must Have Item ตลอดกาลของสาวๆ คือมีไว้ดูเล่นก็เอาอ่ะ เจ้าหญิงสุดๆ มุ้งมิ้งอะไรเบอร์นี้






ตอนเย็นอย่างที่บอกค่ะ เรามาทานอาหารค่ำและชมซากุระกันที่ย่าน Roppongi สวยมากเลย

เค้ามีการจัดไฟให้มาถ่ายซากุระตอนเย็นๆ ที่นี่ Full Bloom แล้ว ดีใจที่มาทันได้เห็นซากุระเต็มๆ








วันต่อมาพวกมีกิจกรรมนอกสถานที่ค่ะ วันนี้เราจะไปเยี่ยม JILL STUART Flagship Store กันที่ย่าน

ดังของวัยรุ่น Harajuku นั่นเองค่าาาา ช็อปนี้อยู่ที่ห้าง Tokyu Plaza นะคะ ชั้น2 






แต่งตัวย้อนวัย พยายามเนียนกลมกลืนกับเด็กๆแถวนี้ค่ะ 5555 แม่ก็เนียนได้อีกค่ะ








แต่พิเศษหน่อย ตรงที่ว่าเรามีสองสาวฝาแฝด Ema Okutani กับ Eri Okutani ซึ่งเป็น Harajuku Ambassadors

มาพาเราเดินเที่ยวด้วยค่ะ (สองสามนี่อายุ21แล้วนะ แต่หน้าเด็กมากกก)












หลังจากดูช็อปกันจนจุใจแล้ว พวกเราก็เดินไปไหว้พระขอพรที่ศาลเจ้าเมจิ ซึ่งอยู่ใกล้ๆตรงนั้นเอง

ทรายมาแถวนี้บ่อยแต่ก็ยังไม่เคยเข้าไปสักทีนะคะ นี่ครั้งแรกเลย ไอติมซอฟครีมหน้าทางเข้าอร่อย






ก่อนจะจบกิจกรรมของวันนี้ อย่างสุดท้ายที่พวกเราทำก็คือ ไปทำเล็บกันค่าาาา JILL STUART เค้ามี

Nail Salon เป็นของตัวเองด้วยนะคะ อยู่ที่ Ginza ทรายลองทำลายเบสิคดูก็สวยดีค่า









จริงๆคือ จบกิจกรรมตามตารางแล้วหละ แต่มันเด็ดที่มื้อเย็นค่ะ อันนี้ไม่มีรูปแต่แอบอยากแปะ

ชื่อร้านเอาไว้ใน Blog เผื่อไปญี่ปุ่นครั้งหน้า จะไปกินอีกให้ได้เลย เพราะมันดีมากกกกกกกก

Teppanyaki Ten Ginza at 8-Chome เนื้อดีมากกก ซีฟู้ดดีมากกก ออเดิร์ฟดีมากกกกกกก

สรุปคือดีหมดเลย บรรยากาศก็ดี อาหารอร่อย เชฟก็อร่อย เห้ย!



Smiley



โอเคก็เอาเป็นว่าทรายขอจบเรื่องราวของทริปที่ญี่ปุ่นไว้แต่เพียงเท่านี้ดีกว่า เพราะมันเริ่มจะออก

นอกเรื่องไปแล้ว ทีนี้สาวไทยที่รอการมาของ JILL STUART อดใจรอกันอีกนิดเดียวค่ะ ใกล้เปิดแล้ว


วันที่ 17/06/59 นี้ก็ได้ฤกษ์งามยามดี Grand Opening ที่ Beauty Hall ชั้น M สยามพารากอน

สำหรับราคา ทรายว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนอยากรู้ที่สุด แต่ด้วยความที่ราคาจริงแบบเป๊ะๆนั้น ยังไม่

สามารถขอมาได้ ทรายแอบรู้มาแค่ว่าราคาสูงกว่าญี่ปุ่นแค่ 10% เท่านั้น แปลเป็นไทยอีกที ก็คือ

แทบไม่ต่างกันเลย เพราะห้างไทยเราลด 10%ตลอดปี ตลอดชาติอยู่แล้ว 555555555

และเชื่อว่าต้องมีคนกรีดร้องกับกระจกตั้งโต๊ะสวยๆในคลิปที่ทรายถ่ายไว้ ไม่มีขายนะจ๊ะ 

อยากได้ต้องเป็นสมาชิกซื้อสะสมพ้อยต์จนได้เจ้ากระจกนี่มาครอบครองจ้า


Smiley แอบกระซิบว่าหน้าเว็ปภาษาไทยมาแล้วด้วยนะ ตื่นเต้นอ่ะ Smiley





Disclaimer : Sponsored Content by JILL STUART

Information : //www.jillstuart-beauty.com/th-jp/













 

Create Date : 26 เมษายน 2559    
Last Update : 26 เมษายน 2559 4:28:59 น.
Counter : 2697 Pageviews.  

[Event] Ais เปิดตัวเน็ตบ้าน AIS Fibre บรอดแบนด์ความเร็วสูงเฟี้ยวฟ้าวค่าอัพสูงค่าโหลดสูงเจ้าแรกของไทย




สวัสดีค่าชาวบล็อกวันนี้ทรายมีข่าวเกี่ยวกับเรื่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูงสำหรับบ้านมาบอกค่า คือพวกเรา

ที่เป็นนักท่องโลกออนไลน์ รวมถึงทรายที่ทำงานเกี่ยวกับออนไลน์ตลอดเวลา มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับผู้ให้

บริการอินเตอร์เน็ต ที่มีทางเลือกน้อยและบอกตรงๆว่าปัญหาเยอะ ลมพัด ฝนตก พายุมา เน็ตหลุด เน็ตหาย

เน็ตตายจากเราไปเฉยๆ บางทีก็น่าเบื่อมากๆรู้สึกอยากจะเปลี่ยน แต่ก็ไม่รู้จะเปลี่ยนไปใช้อะไรดี เพราะมัน

มีให้เลือกน้อยจนเรียกว่าสิ้นหวังอ่านะ ของทรายนี่ปัญหาเรื่องสัญญานว่าแย่แล้ว ปัญหาเรื่องค่าอัพโหลด

มีผลต่อการทำงานของทรายม๊ากกกกมากกกกกก





ที่บอกว่ามาก หลายคนอาจจะไม่เข้าใจ ขอยกตัวอย่างในการทำงานคร่าวๆให้ฟัง เช่นทรายมีวีดีโอฮาวทู

ซึ่งถ่ายทำแบบ HD ไฟล์ก็จะใหญ่นิดนึง และต้องอัพโหลดขึ้นยูทูปของตัวเองใช่ไหมคะ ทีนี้ทรายก็ใช้เน็ต

ความเร็วเยอะพอสมควรนะคะ 20เม็ก แต่ค่าอัพโหลดที่ได้มันแค่ 1เม็ก แล้วเอาเข้าจริง เวลาใช้งานจริง

พอเช็คมันไม่ได้ถึงขนาดนั้น มันลดลงไป 50-70% เลยด้วยซ้ำ ทีนี้ 1 วีดีโอความยาวไม่ถึง 10 นาทีของ

ทาย ก็ต้องใช้เวลาในการอัพโหลดขึ้นยูทูปนานถึง 680 นาที ย้ำ นาที!!!! แถมบางทีเน็ตหลุดกลางคัน

โอ้แม้เจ้า มันเศร้ามากกกก ดังนั้น สิ่งสำคัญของทรายและสำหรับคนยุคใหม่หลายๆคนที่ชอบการได้

แชร์ข้อมูลต่างๆผ่านทางโซเชี่ยล ทรายมองว่าค่าอัพโหลดที่สมน้ำสมเนื้อหน่อย มันเป็นจุดที่ง่ายต่อการ

ตัดสินใจเลือกใช้งานอินเตอร์เน็ตมากๆเลย คนรุ่นเก่าๆอาจจะไม่สนใจค่าอัพโหลด แต่ยุคนี้ทรายว่าสนนะ







ที่หยิบยกเอาเรื่องนี้มาพูด เพราะว่าทรายไปงานเปิดตัวอินเตอร์เน็ตบรอดแบรนด์ความเร็วสูงของ AIS มาค่ะ

ไปรู้ข้อมูลมาแล้วรู้สึกว่าเห้ย โครตอยากใช้งานอ่ะ น่าสนใจมาก ก็เลยอยากมาบอกต่อ จะชอบเหมือนทราย

หรือไม่ชอบ จะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน ก็แล้วแต่เลยนะคะ อ่านไว้อัพเดตข้อมูลใหม่ๆในบ้านเราก็ได้เนอะ



“AIS Fibre บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูงสุด 1 Gbps” ด้วยเทคโนโลยีบรอดแบนด์

ที่ดีที่สุดในโลกขณะนี้ เป็นรายแรกและรายเดียวที่ให้บริการ PURE Fibre อย่างเต็มรูปแบบ

โดยการลากสายเคเบิล ใยแก้วนำแสง (Fibre Optic) เข้าไปในบ้าน (FTTH) และอาคารที่

พักอาศัย (FTTB) รองรับความเร็วสูงสุดถึง 1 Gbps ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่และดีกว่าการ

ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านสายโทรศัพท์ หรือสายเคเบิลทีวีแบบเดิม”







มาดูตัวอย่างแพ็คเกจราคาของเค้ากันค่ะ มีให้เลือกตามความเหมาะสมของการใช้งานเลย ลองดูในส่วนของ

ค่าอัพโหลดนะคะ เช่น 30/10 Mbps คือ ความเร็วในการดาวโหลดข้อมูล / ความเร็วในการอัพโหลดข้อมูล






จะเห็นได้ว่าค่าอัพโหลดเมื่อเทียบกับค่ายอื่นแล้ว ทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่นเลยค่ะ ทรายเองตอนไปฟังข้อมูลและ

ทดลองเล่นที่งานโอ๊ยยยอยากเปลี่ยนเน็ตที่คอนโดมากๆ ถ้าไม่ติดว่ายังไม่หมดสัญญาเดิม ขอลงทะเบียน

เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ เดี๋ยวถ้าหมดจะรีบเปลี่ยนเลย เพราะว่าน้องชายทรายใช้งาน AIS Fibre อยู่ค่ะ แต่เรา

ไม่ได้อยู่คอนโดเดียวกัน น้องชายทรายอยู่แถวรัชดา เค้าบอกว่าดีมาก เร็วปรูดปร๊าด จริงๆก่อนไปงาน

น้องเคยมาพูดแล้วครั้งนึงว่า เจ๊เปลี่ยนเหอะ บูมใช้อันนี้แล้วดีมาก ตอนนั้นทรายยังไม่รู้ว่าเน็ตอันนี้มีแพ็คเกจ

เงื่อนไขยังไง คือไม่ได้สนใจที่น้องพูดก็เลยเฉยๆ พอเห็นที่งานแบบว่า ฮื้อหือออออ










ในส่วนของพื้นที่ให้บริการ AIS Fibre ในช่วงแรก ครอบคลุม 9 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล, นครปฐม, สมุทรสาคร, เชียงใหม่, โคราช, อุดรธานี, ขอนแก่น, ภูเก็ต และ ชลบุรี นะคะ จังหวัดอื่น

ต้องรอนิดนึง เค้าแจ้งว่ากำลังเร่งขยายพื้นที่ให้บริการค่า ถ้าใครไม่แน่ใจว่าแถวบ้านตัวเองใช้ได้หรือยัง

สามารถตรวจสอบได้ที่นี่เลยค่ะ https://fixedbb.ais.co.th









ใครที่จะสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2558 จะมีสิทธิพิเศษคือ


• ฟรี! ค่าติดตั้ง AIS Fibre มูลค่า 4,000 บาท พร้อม Wi-Fi Router

• ฟรี! ค่าติดตั้งกล่อง AIS PLAYBOX มูลค่า 2,500 บาท

• AIS PLAYBOX จะพร้อมเปิดบริการในวันที่ 1 มิถุนายน 2558

• ลูกค้า AIS Fibre ที่สมัครตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน – 30 มิถุนายน 2558 จะได้รับการติดต่อ

เพื่อติดตั้งกล่อง AIS PLAYBOX ให้หลังวันที่ 1 มิถุนายน 2558 เป็นต้นไป


ถึงตรงนี้หลายคนอาจจะงงว่า AIS PLAYBOX คืออะไร? มาดูกันค่ะ อันนี้คือ อีก 1 แรงจูงใจที่อยากได้เลย






AIS PLAYBOX


เป็นอีกหนึ่งบริการใหม่ของ AIS ค่ะ มันจะเป็นกล่องคล้ายกล่องเคเบิ้ลที่เค้าฮิตๆกันตอนนี้ หรือว่าพวก

Apple TV เอาจริงๆทรายไม่สันทัดหรอกค่ะ เพราะที่คอนโดทรายไม่ได้ติดตั้งกล่องอะไร ไม่ค่อยได้ดูทีวี

สักเท่าไหร่ แต่พอดีในงานเค้าบอกว่า ถ้าติดตั้งเน็ตยังไงก็จะได้กล่องนี้ด้วยอยู่ดี ก็เลยไปยืนเล่นดูว่ามันมี

ฟังค์ชั่นอะไรบ้าง ปรากฎว่า อินี่ก็สติหลุดอีกแล้วค่ะ คือ เข้าไปหน้าเมนูมันจะเห็นหลายอย่างมากที่เป็น

พาร์ทเนอร์คอนเทนต์กับ AIS PLAYBOX เช่น หนังฮอลลีวู้ด จาก HOOQ, หนังไทย จาก GTH, กีฬา ฟุตบอล

พรีเมียร์ลีก จาก CTH, คาราโอเกะ จากค่ายเพลงดัง, ฟรีทีวีกว่า 100 ช่อง ที่สามารถดูสด และย้อนหลังได้

ตามต้องการ โดยไม่ต้องติดตั้งจานดาวเทียม นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทดีไวส์ ผ่าน AIS Playbox

ในรูปแบบของ Miracast หรือ AirPlay เพียงแตะหรือปัดนิ้ว ภาพจากหน้าจอมือถือก็จะเปลี่ยนไปแสดงผลบน

หน้าจอโทรทัศน์ทันที









และทั้งหมดนี้ให้บริการในคุณภาพความคมชัดระดับ ULTRA HD 4K ถ้าโทรทัศน์ใครมีการแสดงผลถึง 4k

มันจะชัดแบบ ชัดจนขนลุกเลยค่ะ ในงานทรายดูหนังจาก GTH เรื่อง I’m Fine ที่ดังๆนั่นแหละ ตอนดูในโรง

ไม่เห็นหน้านักแสดงชัดขนาดที่ดูในงานเลยค่ะ สิวทุกเม็ด ฝีแปรงแต่งหน้า รูขุมขนชัดจนบอกตัวเองว่า

ถ้าจะต้องทำงานระดับ 4K ดิชั้นจะต้องไปซื้อคอสดูแลผิวเป็นอย่างแรก 55555555 ถ้าโทรทัศน์ใครไม่มีระบบ

4k ก็จะแสดงผลเต็มที่ทั้งในระดับ HD และ Full HD นะคะ ตรงนี้จะฟรีค่าบริการ AIS PLAYBOX ให้สูงสุด

ถึง 6 เดือนเลยค่ะ






ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AIS PLAYBOX สามารถดูได้ที่นี่ค่ะ //www.ais.co.th/fibre/faq_playbox.html







และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งใหม่ๆในบ้านเราที่ทรายเก็บเอามาฝากกันนะคะ ใครอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม

ยังไงสามารถไปดูในได้เว็ปไซต์ตามลิงค์ใน information ด้านล่างนี้ หรือว่าโทร 1185 ค่ะ แล้วพบกันใหม่

ในบล็อกหน้านะคะ สวัสดีค่า




Disclaimer: Sponsored Content by AIS

Information: //www.ais.co.th/fibre















 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2558    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2558 13:54:29 น.
Counter : 2507 Pageviews.  

[Event]: เรื่องเล่าจาก OLAY ทริปสิงคโปร์ บุก P&G Innovative Center ดูทุกขั้นตอนการคิดค้นและพัฒนา OLAY Regenerist




สวัสดีค่า Blog วันนี้ ทรายอยากจะมาบอกเล่าประสบการณ์สุดพิเศษที่ทรายได้รับเชิญจากทาง OLAY และ

P&G ให้ไปเยี่ยมชม Innovative Center ของเค้าที่ประเทศสิงคโปร์ ปกติแล้วที่นี่จะไม่เปิดให้คนนอกเข้า

นะคะ เพราะว่ามันกุมความลับในการพัฒนา คิดค้น และวิจัย โปรดักส์ทั้งหมด เป็นแหล่งรวมหัวกะทิ ระดับโลก

ไว้ที่นี่จริงๆค่ะ ตอนที่รู้ว่าจะได้ไป ทรายตื่นเต้นมากเลย ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากในชีวิตเลยค่ะ


ครั้งนี้ทรายได้รับเชิญในนามของแบรนด์ OLAY ดังนั้นในส่วนที่เราจะไปเยี่ยมชมกัน จะเป็นในส่วนที่ดูเกี่ยว

กับ OLAY ทั้งหมด และโปรดักส์ที่จะได้ไปดูขั้นตอนการผลิตคิดค้นก็คือ OLAY Regenerist Miracle Duo ค่ะ






ทริปนี้ทรายได้พบเจอกับ Beauty Editor (Magazine), Blogger และ Youtuber จาก 3 ประเทศค่ะ ทางไทย

มีสื่อคือ ทราย พี่ปูเป้ พี่เอ๋ บรรณาธิการนิตยสาร CLEO และพี่ชะเอม จาก Instyle Magazine ค่ะ เราออก

จากกรุงเทพ ใช้เวลาเดินทางถึงประเทศสิงคโปร์เพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้นค่ะ ทริปนี้เราพักกันที่ โรงแรม St.Regis

ดีมากกกกก ใครไปเที่ยวทรายแนะนำเลย พักที่นี่ฟินมาก ทุกอย่างดีงามสุดๆ สปาก็ดีนะคะ พอดีได้วอยเชอร์

สปา 1 ชั่วโมงนวดน้ำมันก็เลยได้ไปลองค่ะ








การเข้าเยี่ยมชม SgIC นั้น เราไปกันเป็นหมู่คณะค่ะ ทั้ง3ประเทศ พักที่โรงแรมเดียวกัน และออกเดินทางพร้อมๆ

กันในแต่เช้าเลย ไปถึงที่ตึกเค้ามีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี และที่สำคัญโครงสร้างของตึกเป็นมิตรกับสิ่ง

แวดล้อมมากๆค่ะ ที่นี่บางพาร์ท ทรายไม่สามารถใช้กล้องตัวเองถ่ายรูปได้ เป็นกฎของเค้า ก็เลยจะมีรูปที่ดู

สวยผิดปกติ คือ ไม่ใช่ฝีมือทรายถ่ายอ่านะคะ มาให้ดูกัน 55555 ถ้าถ่ายเองจะง่อยๆนิดนึง






เราเริ่มต้นด้วยการกล่าวทักทายต้อนรับจากผู้บริหารของ P&G และ OLAY รวมไปถึงการได้รับฟังข้อมูล

และพบกันโปรดักส์ใหม่ล่าสุด OLAY Regenerist Miracle Boost Pre Youth-Essence ซึ่งเป็นโปรดักส์

ออกใหม่ล่าสุด และยังไม่วางขายในไทยเลยนะคะ อีก2เดือนเราถึงจะได้สัมผัสกัน (แต่ทรายได้แล้วอิอิ)








Pre-Essence เป็นเทรนด์ใหม่และกำลังจะเป็น 1 ในขั้นตอนการทาสกินแคร์หลักของพวกเราต่อไปใน

อนาคตค่ะ ถามว่าไม่ใช้ได้ไหม ก็ได้ แต่ถ้าใช้ก็จะดีกว่า ซึ่งทรายเป็น 1 ในคนที่เชื่อในการใช้โปรดักส์ที่

เป็น Zero-Step แบบนี้ค่ะ มันช่วยให้สกินแคร์ชิ้นต่อๆไปที่เราทา สามารถซึมลงสู่ผิวได้ดีขึ้น และเห็นผล

ถึงประสิทธิภาพชัดเจนขึ้นจริงๆ จากประสบการณ์ส่วนตัวเลย




จะเข้าไปใน Lab ได้ต้องใส่ชุดกาวน์ด้วยหละ กลมกลืนไหม



คีย์การ์ดสำหรับเข้าตึก



จากนั้นพวกเราทั้งหมดก็เริ่มเคลื่อนตัวบุกสำรวจห้องวิจัยและทดลองต่างๆของ OLAY ค่ะ ห้องแรกเลยที่

เราได้เข้าไปคือ Consumer Home ตรงนี้เราได้พบกับ R&D Scientist , Dr. Sujatha มาอธิบายให้เรา

ฟังว่าทำไม Consumer Home ถึงเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการคิดค้นและพัฒนาโปรดักส์ของ OLAY

เอาคร่าวๆเนอะ เค้าบอกว่า OLAY มักจะฟังเสียงลูกค้าซึ่งเป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์จริงเป็นหลักก่อนเสมอ

ที่ห้องนี้จะมีการเก็บข้อมูลและทำรีเสิร์ช โดยมีการเชิญลูกค้าจริงมาให้ข้อมูล และนำข้อมูลส่วนนั้นไป

ตั้งคำถามและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไป






จากนั้นเราเดินกันไปต่อที่ห้องซึ่งต้องบอกว่าเหมือนเข้าไปในคลีนิกเสริมความงาม มีเครื่องมือตั้งอยู่

เต็มไปหมดเลย ส่วนนี้เป็นส่วนที่คนนอกจะไม่มีโอกาสได้เข้ามาเลย ยกเว้นแต่ว่าเป็นตัวอย่างในการ

วิจัยและพัฒนาค่ะ ห้องนี้เราได้พบกับ Dr. Akira Matsubara ผู้มาให้ความรู้เราเกี่ยวกับห้อง Skin 

Measurement Lab แห่งนี้ค่ะ ในส่วนของการวิจัยนี้ มีพื้นที่กินไปถึงชั้น 2 และชั้น 3 เลยทีเดียว ที่นี่

จะใช้ทำ Skin Analysis ค่ะ ตั้งแต่ระดับกว้างไปจนถึงจุดเล็กๆ พวกเรามีโอกาสได้ทดลองเทสด้วยนะคะ

เค้าขออาสาสมัคร 2 คน ก็มีสื่อจากออสเตรเลีย และไทย ร่วมทดสอบเล็กๆค่ะ (แต่ตื่นเต้นนะ) เพราะว่า

มันดูผิวในแต่ละชั้นๆซ้อนกัน ไม่เคยมีโอกาสได้เห็นเครื่องที่ทำได้แบบนี้ใกล้ๆมาก่อนเลย












จากนั้นพวกเราก็มูฟไปต่อที่ Formulation Lab ซึ่งตรงนี้เป็น Section ที่เราสนุกสนานกันมาก เพราะว่า

เค้าได้เตรียมอุปกรณ์ไว้ให้พวกเราได้ลองทำครีมบำรุงอย่างง่ายๆไว้ด้วยค่ะ ตรงนี้ทรายเคยได้ลองทำ

แล้วครั้งนึงเมื่อตอนไปร่วมงาน P&G Vision House ที่ปักกิ่ง แต่พอได้ลองอีกก็ยังตื่นเต้นและสนุกอยู่

นะคะ เวลาที่สสารเปลี่ยนรูปในมือของเรามันเป็นเรื่องหน้าตื่นเต้นมากเลยค่ะ แล้วก็ทางนักวิทยาศาสตร์

ของเค้าก็เตรียมการทดลองง่ายๆอีกอย่างมาทำให้เราดู เป็นเรื่องของการที่เนื้อครีมของโอเลย์ ซึมลง

สู่ผิวได้ดีกว่าของอีกแบรนด์ ซึ่งไม่เปิดเผยชื่อแต่เป็น Hi-Brand ระดับราคา $300 ค่ะ












จากนั้นเรามุ่งหน้าไปสู่ Fragrance Lab ค่ะ อันนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นห้องผสมน้ำหอมแบบจริงจัง

คือ มันมีตัวอย่างกลิ่นเยอะมากกกก เยอะจนตั้งคำถามว่าคนที่สามารถดมแล้วแยกกลิ่นพวกนี้ได้ จมูกเค้า

ทำด้วยอะไร? มันเยอะจนมองด้วยตายังงง แต่ก็แอบรู้มาว่า คนที่จะมาเป็น Fragrance Designer นี้ไม่ได้

เป็นกันง่ายๆและทั่วโลกมีไม่กี่คนค่ะ ผู้หญิงที่เราได้เจอวันนี้ชื่อ คุณ Masae Nokami ผู้ครอบครองจมูก

Million-Dollar Nose ผู้นี้นี่เองงงงงงง (พากษ์เสียงทีวีแชมเปี้ยนด้วยเพื่ออรรถรส)






กลิ่นของผลิตภัณฑ์ Olay Regenerist ไม่ใช่กลิ่นที่อยู่ดีๆอยากใส่ก็ใส่มางั้นๆนะคะ เค้ามีการคิดค้นและ

พัฒนากลิ่นอย่างพิถีพิถัน มีทั้งกลิ่น Top/ Middle และ Base Notes ตอนใช้ได้สังเกตไหมคะ? (ไม่ 5555)

และกลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่ทำขึ้นมาเฉพาะเป็น Signature ของ Olay Regenerist เท่านั้นด้วยนะคะ






จากนั้น (ยังไม่หมดเลย) พวกเราก็เดินต่อไปถึง Packaging Lab อันนี้ก็เป็นอีกพาร์ทสนุกๆค่ะ เพราะว่า

พวกเราได้เห็นเครื่อง 3D Printer ตัวเป็นๆเลย กำลังทำตัวอย่างให้ดูตรงหน้า แล้วก็หุ่นยนต์ที่ทำแพ็ค

เกจจิ้ง ตรงนี้คุณ Raja 1 ในนักวิทยาศาสตร์ที่พัฒนาแพ็คเกจจิ้งของ Olay Regenerist มาอธิบายให้

เราฟังกันตั้งแต่ต้นเลยค่ะ ตรงนี้ส่วนที่น่าสนใจคือ ตัว Dropping ของ Pre-Essence มันฉลาดมากๆ

คือ แค่เราบิดฝา มันจะดูดเนื้อ Essence ขึ้นมาเองเลย โดยไม่ต้องกดหรือบีบใดๆ และปริมาณที่ดูด

ขึ้นมาได้ เป็นปริมาณที่เค้าได้คำนวนเอาไว้แล้วว่าเหมาะสำหรับการใช้ 1 ครั้ง ดีไซน์นี้เป็นชิ้นแรกใน

ตลาดแพ็คเกจจิ้งสกินแคร์ตอนนี้ด้วยนะคะ






เอาหละ มาถึงสถานที่สุดท้ายของคณะทัวร์เราแล้วค่ะ พาร์ทนี้ทุกคนจะได้มีส่วนร่วมด้วยตัวเองทั้งหมด

เพราะเป็นการทำ Personal Analysis โดยคุณ Tanvi Abuja นักวิทยาศาสตร์จาก OLAY เราต้องลบ

เครื่องสำอางออกให้หมดเพื่อผลที่แม่นยำ และได้ลองส่องผิวด้วยเครื่อง VISIA แบบตัวใหญ่เวอร์ชั่นเต็ม

คือมันสะพรึงมากกกกกก เห็นหมดทุกสิ่ง แต่สนุกมากค่ะ เค้าบอกว่าผิวทรายโดยรวมแล้วไม่ต้องกังวล

อะไรเลย ที่ต้องระมัดระวังคือเรื่องของเม็ดสี การเกิดกระ อาจจะเกิดขึ้นได้ง่าย มีแนวโน้มว่าจะเกิดสูง

แต่ก็เพราะพื้นฐานเป็นคนผิวค่อนข้างขาว ซึ่งเป็นเรื่องปกติก็ดูแลกันไป แล้วก็ริ่วรอยยังน้อยมากอยู่

ส่วนที่น่าเป็นห่วงคือ รูขุมขนกว้าง มีสิวอุดตันเล็กๆอยู่ทั่วไป และ Redness ซึ่งเกิดเยอะในผิวเซ็นซิทีฟ

พูดไปพูดมาเหมือนไม่มีอะไรดีเลย 55555 แต่โดยรวมคือ มันไม่เป็นไร พยายามดูแลต่อไป อะไรแบบนี้









และนี่ก็เป็นประสบการณ์ทั้งหมดที่ทรายได้รับจาก OLAY และการไปเยี่ยมชม SgIC Innovation Center

ในครั้งนี้ค่ะ ก็หวังว่าจะเอามาฝากเพื่อนๆให้ได้อ่านและรู้สึกเหมือนได้ไปกับทรายด้วยเนอะ แล้วเรา

มาพบกันใหม่ใน Blog หน้านะคะ วันนี้พอแล้วดีกว่า สวัสดีค่า






Disclaimer: ขอบคุณ OLAY สำหรับประสบการณ์ดีๆในครั้งนี้ด้วยนะคะ





















 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2558    
Last Update : 18 พฤษภาคม 2558 22:43:29 น.
Counter : 818 Pageviews.  

[Event]: ศูนย์การค้าเกษรเปิดตัวเทรนด์แฟชั่น Autumn/Winter 2014 Collection




เมื่อวันที่21 สิงหาคมที่ผ่านมา ทรายได้รับเกียรติจากทางศูนย์การค้าเกษรไปร่วมงานเปิดฤดูกาลแฟชั่น
Autumn/Winter 2014 Collection มาค่ะ ภายในงานก็มีการจัดแฟชั่นโชว์จากหลากหลายแบรนด์ดัง
ที่มีในศูนย์การค้าเกษร หยิบเอาไอเท็มเด็ดๆ ตัวชูโรงของA/W 2014 จากแต่ละแบรนด์มาให้นางแบบ
นายแบบสวมใส่ อวดโฉมให้กับผู้ร่วมงานได้ดูกันอย่างใกล้ชิด





ตอนนี้บ้านเราก็เริ่มเข้าปลายฝนแล้ว แฟชั่นแบรนด์ต่างๆก็เริ่มทยอยปล่อยคอลเลคชั่นสำหรับฤดูกาลหน้า
ออกมาให้ได้จับจ่ายใช้สอยกัน ที่ศูนย์การค้าเกษรเองถือได้ว่าเป็นIconแห่งLuxury Lifestyleของเมืองไทย
มานานแล้ว เรียกว่าถ้าจะไปดูสินค้าแบรนด์ดังระดับโลก ต้องนึกถึงเกษรก่อนแน่ๆ ที่นี่มีแบรนด์ชั้นนำจาก
ทั่วทุกมุมโลกมาเปิดกว่า 40แบรนด์ค่ะ งาน “Gaysorn’s Style Experience Autumn/Winter 2014”
ในครั้งนี้เป็นงาน Press Presentation ก็เลยมีสื่อมวลชนและบรรดาแฟชั่นนิต้าของเมืองไทยเข้าร่วมงาน
กันอย่างคับคุ่งเลยทีเดียว ทรายก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานด้วย แอบดีใจเล็กๆ ปกติทรายก็สนใจแฟชั่น
อยู่นะคะ แต่อาจจะเทไปที่ทางเมคอัพซะมากกว่า แต่ยังไงของสวยๆงามๆ เสื้อผ้า เครื่องประดับ ก็เป็น
1ในความคลั่งไคล้ของผู้หญิงอยู่แล้ว ก็เลยต้องขอหยิบมานำเสนอให้เพื่อนๆได้รู้จักกันหน่อยค่ะ















สำหรับงานนี้เค้ามีการพรีเซนต์ 3เทรนด์โดดเด่นของฤดูกาล Autumn/Winter 2014 นี้ ได้แก่


- Sophisticated หรือ สไตล์แบบเรียบ หรู ดูล้ำลึก เป็นเทรนด์ที่คลาสสิคตลอดกาล เน้นความเนี๊ยบ
คัตติ้งของเสื้อผ้าต้องเฉียบคม เนื้อผ้าดูหรูหรา เป็นเฉดโทนขรึมแบบMinimalist ทั้งหญิงและชายเลยค่ะ
แบรนด์ที่หยิบจับเทรนด์นี้มานำเสนอ ในA/W2014นี้ ก็ได้แก่ Dior , Bally, MaxMara, Brioni, Boss,
Fratelli Rossetti, Montblanc และ Tag Heuerค่ะ

- Fashion Forward เทรนด์นี้เน้นความแปลกใหม่ ท้าทาย เหมาะกับคนที่รักความโดดเด่น ไม่ชอบความ
จำเจ ต้องก้าวล้ำกว่าใคร และมีคาแรคเตอร์เฉพาะเป็นของตัวเอง เทรนด์นี้จะเน้นในเรื่องของการเลือกใช้
วัสดุ ลายพิมพ์หรือสี ที่สะดุดตา เทรนด์นี้แบรนด์ส่วนใหญ่เน้นเอามาใช้กับกระเป๋าค่ะ ที่หยิบจับมาทำได้อย่างโดดเด่นก็จะมี Louis Vuitton, Dior, Emilio Pucci, Fratelli Rossiti, หรือพวกรองเท้า เครื่องประดับต่างๆ
จาก Elie Saab, Erickson Beamon, Olympia Le-Tan, Kwanpen และ Emden

- Easy Spirit เทรนด์นี้จะเป็นในส่วนของสไตล์สตรีทและสปอร์ต น่าจะเหมาะกับบ้านเราสุดๆเพราะถือเป็น
แนวแคชวลสบายๆ ไม่ว่าจะเป็นพวกแจ็คเก็ตผ้าร่ม เสื้อสเว็ตเตอร์  หรือรองเท้ากีฬา ซึ่งดีไซเนอร์แบรนด์ดัง
หลายแบรนด์ก็หันมาจับกระแสเทรนด์นี้เนื่องจากว่า แต่ละชิ้นนั้นสวมใส่สบาย ใส่ง่ายหลายโอกาสเลยทำ
ให้เกิดเป็นกระแสสตรีทแวร์มาแรงติดต่อกันหลายๆซีซั่น ต้องยอมรับว่ามองข้ามไม่ได้เลย และแบรนด์ที่
มีการนำเสนอในลุคนี้ก็ได้แก่ Sport Max ซึ่งเป็นไลน์น้องของ MaxMara นำเสนอเกี่ยวกับเครื่องแต่งกาย
เสื้อถะก เดรส กระโปรง  Alexis Mabille นำเสนอกระเป๋า Aurélie Bidermann ทำสร้อยข้อมือโลหะร้อย
ด้วยเชือกสีสันสดใส ส่วนทางด้านของ Menswear นั้นคงต้องยกให้กับ Bally ที่แทบจะทำทั้งคอลเลคชั่นนี้
ออกมาในแนวแคชวลทั้งรองเท้าหนัง และสนีกเกอร์ หรือจะเป็นสร้อยข้อมือจาก Montblanc รวมไปถึง
กระเป๋าเดินทางอย่าง Tumi, Rimowa และกล้อง Leica เองก็เป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่เกาะกระแสนี้เหมือนกัน






เทรนด์ Autumn/Winter 2014 ก็จะเป็นไปในแนวที่ว่ามานี่แหละค่ะแล้วฤดูกาลหน้าจะเป็นเทรนด์แบบไหน
เอาไว้ทรายจะมาอัพเดตให้ฟังกันอีกนะคะ ps. ได้ดูมินิคอนเสิร์ตปาล์มี่แบบชิดขอบเวทีเลยหละ อิอิ







Disclaimer: Sponsored Content by Gaysorn Shopping Centre
Information: //www.gaysorn.com




 

Create Date : 26 สิงหาคม 2557    
Last Update : 1 กันยายน 2557 15:05:42 น.
Counter : 938 Pageviews.  

[Event]: K-Beauty Festival บุกshopเครื่องสำอางเกาหลีถึงถิ่นกับทีมCeci Magazine





บล็อกวันนี้ขอเล่าเรื่องราวที่ได้ไปตะลุยแดนกิมจิมาสดๆร้อนๆให้ฟังนะคะ ครั้งนี้ทรายได้
รับเกียรติเป็น1ในตัวแทนจาก Ceci Magazine ประเทศไทย ให้เข้าร่วมกิจกรรมกับทาง
เกาหลีโดยมีทีม Ceci Magazine เกาหลีเป็นผู้จัดงานร่วมกับแบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำ
ของเกาหลีค่ะ งานนี้ไม่ได้มีเข้าร่วมแค่ไทยนะคะ มีทีมจาก Ceci China มาร่วมด้วย ก็เลย
ได้เจอและทำความรู้จักกับบรรดา Beauty Leaders (เค้าตั้งชื่อให้พวกเราแบบนี้ค่ะ)จาก
ทั้ง3ประเทศเลยค่ะ (เกาหลี-ไทย-จีน) กิจกรรมนี้ชื่อว่า K-Beauty Festival ค่ะ

กิจกรรมนี้เค้าจัดขึ้นมาเป็นครั้งแรกเลยนะคะ คือดีใจมากที่แบบได้รับเชิญเป็นกรุ๊ปแรกด้วย
ต้องขอขอบคุณทาง Ceci Thailand ที่มอบโอกาสดีๆแบบนี้ให้จริงๆค่ะ พวกเราเริ่มสตาร์ท
จากสนามบินสุวรรณภูมิในวันที่5/03/14ค่ะ เราบินไฟลท์เช้าและถึงเกาหลีช่วงเย็นๆ สมาชิก
ที่ร่วมเดินทางทั้งหมดจากไทยมีด้วยกัน5ชีวิต มีพี่ปลาย บรรณาธิการความงามจากเซซี่ไทย
พี่แป้งคิราริ พี่ท็อฟฟี่ น้องเมอาร์ แล้วก็ทรายค่ะ


 photo 1copy_zps6d724572.jpg


พอถึงเกาหลีเราก็เข้าที่พักกัน ซึ่งตลอดทริปนี้เราพักกันที่โรงแรม Grand Hyatt Seoul
ซึ่งสวยมาก บรรยากาศดีมากๆ มองจากห้องพักเห็นวิวกรุง Seoul ที่สวยมากจริงๆค่ะ
เราเก็บของพักผ่อนกันแปปนึง ก็เริ่มภารกิจแรกกันเลยค่ะ ที่ห้องประชุมของโรงแรมนี่เอง
เป็นการทำความรู้จักกันกับทีมงานและแนะนำตัวกันทีละคนเลยว่า ใครเป็นใคร มาจาก
ประเทศไหน แอบประหม่าอยู่เล็กน้อย เนื่องจากเราก็ไม่ได้เก่งภาษามากเท่าไหร่ ฟังได้
แต่ตอบไม่ค่อยจะถูก โชคดีที่เค้ามีล่ามไว้ช่วยแปลภาษาให้ตลอดงานเลยค่ะ เทคแคร์ดีมากๆ


 photo 2copy_zps8e119a1c.jpg


จุดประสงค์ของงานนี้ก็คือ เค้าอยากให้ Top Beauty Leaders ของแต่ละประเทศได้มา
ทำความรู้จักกับต้นกำเนิดเครื่องสำอางดังๆของเกาหลีจริงๆ คือมาเห็น มารู้จักตัวแบรนด์
จริงๆถึงถิ่นโดยผู้เชี่ยวชาญจากแบรนด์โดยตรงนำเสนอจุดเด่นของพวกเค้าให้เราได้รู้จัก
แล้วก็หวังว่าจะนำมาบอกต่อให้กับ Readers ของเราต่อไปค่ะ เราจะเริ่มภารกิจเต็มๆใน
วันถัดไปค่ะ ดังนั้นคืนแรกนี้เราก็จะต้องนอนพักกันเร็วๆหน่อยเพราะล้อจะเริ่มหมุนแต่เช้า
เนื่องจากว่ากรุงโซลนั้น รถติดไม่แพ้กทมเลยค่ะ ตอนทรายกลับเข้าห้องพัก มีถุงของว่าง
เป็นขนมเกาหลีแท้ๆไว้ให้ลองชิมด้วย แล้วก็มีอุปกรณ์เครื่องใช้ที่เค้าเตรียมไว้ให้สำหรับ
ใช้ที่นี่ด้วย ครีมอาบน้ำ โลชั่น แชมพู หรือแม้แต่ชา เอาไว้จิบให้ความอบอุ่นร่างกายและ
ผ่อนคลายจะได้หลับสบาย แล้วเค้ามีมาแบบนี้ทุกคืนเลยนะคะ น่ารักมากๆจริงๆ


 photo 3copy_zpsabffbce7.jpg


ในวันที่ 6/03/14 นี้เราถือว่าเป็นวันแรกที่ปฎิบัติการแบบเต็มรูปแบบ เราเริ่มด้วยการมา
เยือน Research Center and Factory ของบริษัท Amore Pacific แน่นอนว่า ถ้าคุณอินน์
กับเครื่องสำางเกาหลี คุณจะรู้เลยว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทแม่ของแบรนด์ดังๆระดับท็อปของ
เกาหลีทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Laneige , Etude House, Sulwhasoo, Mamonde หรือแม้แต่
แบรนด์ Iope ที่กำลังโด่งดังมากจากซีรีย์เกาหลี You Who Come From the Star หรือ
แบรนด์ Hera ที่คนเกาหลีกำลังคลั่งแบบสุดๆกันขณะนี้ ซึ่งยังมีอีกหลายแบรนด์ทีไม่ได้เอ่ยถึง
ณ ที่นี้อีกนะคะ WOWWWW!

คือเรียกได้ว่าวันนี้ทรายได้มาถึงหัวใจหลักของแบรนด์เหล่านี้กันแล้วค่ะ จุดประสงค์ของเรา
คือ มาทำความรู้จักกับบริษัท Amore Pacific ในแบบที่คนทั่วไปไม่สามารถเข้ามาได้นอกจาก
จะเป็นพนักงานหรือบุคคลในวงการบิวตี้ที่ได้รับเชิญเท่านั้น นั่นก็คือส่วนของพิพิธภัณฑ์
ประวัติการก่อตั้งของ Amore Pacific แนวคิดและวิธีการของเค้าในการพัฒนาโปรดักส์
และวิสัยทัศน์ขององกรค์ ซึ่งดูแล้วก็ประทับใจมากค่ะ ส่วนนี้เรียกว่า Story Garden ถ้ากูเกิ้ล
ดูอาจจะได้เห็นข้อมูลมากขึ้น เพราะตรงนี้เค้าปิดไม่ให้ถ่ายภาพน่ะค่ะ ทรายเลยไม่ได้พกพา
กล้องเข้าไปด้วย



 photo 4copy_zps69313f1d.jpg



จากนั้นเรามีส่วนของกิจกรรมจากแบรนด์ใหญ่ของเครือ Amore Pacific นั่นก็คือLaneigeค่ะ
วันนี้ทางทีมงานลาเนจเตรียม Workshop ไว้ให้เราอย่างน่าประทับใจ เริ่มจากการสาธิตการ
แต่งหน้าแบบดาราเกาหลี โดยเมคอัพอาร์ททิสที่มีชื่อเสียงและประสบการณ์การแต่งหน้าดารา
ดังๆของเกาหลีจริงๆมาสอน เทรนด์ที่hot สุดๆตอนนี้ของเกาหลีก็คือ แน่นอนว่าผิวสวยแต่ไม่ดู
โบ๊ะ ตาบางๆเบาๆ แล้วไปเน้นสีสันที่ริมฝีปากแทนค่ะ ลิปสีสดใสที่เกาหลีตอนนี้ก็เลยอินน์มาก


จากนั้นก็มีกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์เล็กน้อย คือเค้าให้เราลองผสมสีสร้างลิปสติกสีของตัวเอง
ขึ้นมาได้คนละ1แท่ง โดยมีอุปกรณ์สำหรับทำลิปสติกที่ใช้ได้จริงเหมือนเวลาเค้าคิดค้นสีจริงๆ
มาให้เราทำเลย คือแบบตื่นเต้นมาก นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ลอง ทรายตัดสินใจทำโดยได้
inspiration มาจากชอนซงอีนางเอกซีรีย์เกาหลีเรื่องที่เล่าไปข้างต้นนี่แหละ อิอิ เป็นสีส้มนีออนค่ะ



 photo 5copy_zps0a7907cd.jpg



จากนั้นช่วงบ่ายๆ เราก็ไปต่อกันอีกกิจกรรมที่ย่านอีแด (มหาลัยสตรี) ย่านช็อปปิ้งชื่อดัง
ของเกาหลีอีกแห่งนะคะ ย่านนี้มีของจุกจิกขายเยอะแยะเลยเนื่องจากมีนักศึกษาอยู่กันมาก
แล้วก็แน่นอนว่ามีช็อปเครื่องสำอางเพียบ เป้าหมายเราคือช็อปของแบรนด์ HANSKIN ค่ะ


 photo 6copy_zps0026c6bb.jpg


เราได้เข้าไปทำความรู้จักกับแบรนด์ แบรนด์นี้โดดเด่นมากเรื่องของบีบีครีมค่ะ ซึ่งเค้ามี
หลายสูตรมากๆ แต่ละคนที่ร่วมกิจกรรมก็จะได้รับการวิเคราะห์เบื้องต้นด้วยว่าตัวเองเหมาะ
กับโปรดักส์ BB สูตรไหนของเค้า เยอะมากๆจริงๆค่ะ แอบแนะนำว่าอายแชโดวที่เป็นกลิตเตอร์
วิงค์ๆของเค้าสวยมากๆด้วย แล้วตอนเราจะกลับที่พักกัน ทางแบรนด์เค้าให้กิ๊ฟเซ็ทมาเป็นของ
ที่ระลึกที่ได้พบกันวันนี้ คือเปิดมาแอบตกใจมาก เกือบทุกสูตรของBBที่เค้ามีมันอยู่ในกล่อง
ตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงดี 555 เดี๋ยวเอาไว้แบ่งปันเพื่อนๆที่แฟนเพจไปลองใช้ดีกว่า
เพราะทรายรู้อยู่แล้วว่าสูตรไหนเหมาะกับตัวเอง อ่อแล้วก็อีกเรื่องนึงค่ะ แบรนด์นี้ที่ห้ามพลาด
คือตัว Blemish Cover มันเป็นคอนซีลเลอร์แบบหลอดเล็กๆ ดีมากกกก ทรายใช้มาหลายปี
แล้วก่อนที่จะไปหลงรักอิมเพรส คือHanskinใช้ดีราคาน่ารักด้วย ใครไปเกาหลีก็ลองดูนะ
ก็จบไปอีก1วันค่ะ แล้วภารกิจในวันใหม่ของทรายขอบอกว่าแน่นเอี๊ยดๆเลยหละ



 photo 7copy_zpsbd12eba8.jpg


วันที่ 07/03/14 วันนี้เริ่มต้นกันที่เมียงดง ย่านที่ทุกคนกรีดร้อง จะต้องมาเยือนให้ได้เพราะทุก
สิ่งอย่างอยู่ที่นี่ทั้งหมดแล้ว ย่านช็อปปิ้งใจกลางเมืองที่เปรียบได้กับสยามสแควร์บ้านเรา
จุดหมายของเราคือเยี่ยมชม Shop ใหญ่ของ Laneige ที่นี่ ซึ่งก็สวยน่าประทับใจพอสมควรเลย
เป็นการเข้ามาทักทายและเยี่ยมชมเฉยๆไม่มีอะไรค่ะ เนื่องจากเราทำความรู้จักกันไปแล้วในวันก่อน
อ่อ เค้าบอกให้เลือก1ชิ้นที่อยากลองจากลาเนจ คือที่คิดว่าดีและอยากใช้ แน่นอนทรายคว้าตัว
Laneige Sleeping ไว้แน่นเลย เพราะทรายใช้อยู่จริงๆมาหลายปีแล้ว ไม่ลังเลเลย




 photo 8copy_zps6df6955f.jpg


จากนั้นช่วงสายๆ เรามีWorkshop สอนแต่งหน้า Spring Look โดยแบรนด์Holika Holikaค่ะ
ซึ่งพิเศษสุดๆตรงที่มีคุณ Kim Seung Won (คิมซึงวอน) เมคอัพอาร์ทิสชื่อดังมากกกกกกกก
มาสอนพวกเราเป็นกรุ๊ปเล็กๆที่แบบใกล้ชิดกันสุดๆ ใครเคยดูรายการ Get it Beauty ก็น่าจะ
คุ้นเคยกับคุณคิมมากๆนะคะ ตอนโพสรูปลงไปในโซเชี่ยลยังมีเพื่อนๆมากรี๊ดเลยอ่ะ โอ้วววว
เราแต่งโดยมีโจทย์เป็นรูปพรีเซนเตอร์ของแบรนด์เค้าด้วยนะคะ ทรายว่าทรายแต่งออกมาได้
ใกล้เคียงเลยหละ แต่เบ้าหน้าไม่ให้5555555 ลิปเค้าสวยนะคะ ทาแล้วแบบเออดีงามมมมมม


 photo 9copy_zps3873ecc1.jpg


หลังจากนั้นช่วงบ่ายเราไปเยี่ยมช็อปของอีก1แบรนด์ดัง SKINFOODค่ะ แน่นอนว่าคนไทย
รู้จักกันดีอยู่แล้ว แนวคิดของเค้าคือให้อาหารเป็นอาหารของผิวด้วย โปรดักส์ทุกตัวจะแบบว่า
ได้รับการคิดค้นและมีส่วนผสมมาจากอาหารตามธรรมชาติ เช่น คาร์เวีย เบอรี่ น้ำผึ้ง etc.
เค้ามีเกมส์ให้เราเล่นด้วยคือให้ทายว่า 5โปรดักส์ขายดีที่สุดของเค้าคืออะไร? เราก็ทายกันแบบ
บ้าๆบอๆไปตามประสา ทีแรกคิดว่ามันต้องมีเบสเขียว แป้งองุ่น อะไรแบบนี้แน่นอน ก็แหมที่ไทย
เห็นเปิดพรีออเดอร์กันจัง 555555 ผิดหมดเลยค่ะ แต่ด้วยคำใบ้จากทีมงาน ไปๆมาๆทีมไทย
ดันตอบถูกหมดทุกตัวได้ไงไม่รู้ แต่แพ้เวลาทีมจีนไปนิดเดียว น่าเสียดาย แต่ก็ฮาดีค่ะ อันดับ1
ของเค้านั้นเป็นมากส์นะจ๊ะ ชื่อ Black Sugar Mask จ้า


 photo 10copy_zpsce32cf4d.jpg


ยังไม่หมดวัน ภารกิจของเรายังไม่จบค่ะ นี่เป็นกิจกรรมที่ทรายชอบที่สุด ตื่นเต้นที่สุดคือการ
ที่เราได้ไปลองใช้บริการร้าน Jenny Houseค่ะ เคยดูซีรีย์เกาหลีใช่ไหมคะ? มันจะมีร้านที่
พวกดาราหรือคนธรรมดาเข้าไปใช้บริการตั้งแต่ขั้นตอน แต่งหน้า ทำผม Makeover กันที่นี่
มีโต๊ะยาวๆ มีเครื่องสำอางเยอะๆ กระจกพร้อมไฟดวงๆแบบที่ใช้กับนักแสดง โอ้วววววววว

กิจกรรมนี้จัดขึ้นโดยแบรนด์ Hanskin ร่วมกับ Jenny House ค่ะ วันนี้ที่ทรายจะได้รับบริการ
คือการแต่งหน้าและจัดแต่งทรงผมให้ได้รับประสบการณ์แบบดาราเกาหลีจริงๆ ที่นี่มีลูกค้า
ประจำที่เป็นดาราเกาหลีดังๆเยอะมากทั้งหญิงชาย อาทิ Ju Jinmo, TIARA, Son Yejin,
Lee Dahae, Dongbangsingi, Afterschool, BAP , Aily, Park Shinhye และอีกเพียบ



 photo 11copy_zps9a5daac1.jpg



1ในความโชคดีของทรายคือ ทรายได้แต่งหน้ากับคุณ OH YunHee ซึ่งเค้าบอกว่าเป็น
เมคอัพอาร์ททิสมือ1ของที่นี่ ปกติจะแต่งให้กับดาราเท่านั้น ทีมงานถึงกับเดินมาบอกว่า
You are a very lucky girl! เท่านั้นไม่พอโชคดีซ้ำซ้อนคนที่เซ็ทผมให้ทราย เป็นคนที่ดัง
มากเช่นกัน แล้วก็มีรายการเป็นของตัวเองด้วย ตอนแรกทรายไม่รู้ว่าความโชคดีของตัว
เองมันคือโชคดีมากยังไง พอถามทีมงานเค้าบอกว่า ก็ค่าแต่งหน้าทำผมของทรายคนเดียว
วันนี้ก็หลายล้านวอนแล้วค่ะ (เดี่ยวนะ!!! หลายล้านวอน) ฟังไม่ผิดค่ะเรตนี้จริงๆ เพราะว่า
2คนนี้ปกติไม่ทำให้คนทั่วไป กลับมาที่ห้องทรายถึงกับเพ้อ ไม่อยากจะล้างเมคอัพ หรือ
อาบน้ำเลยค่ะ เทคนิคเค้าเจ๋งมากๆ พยายามแอบจำเรื่องเซ็ทลอนผม แต่แบบแค่มองก็อึ้ง
และงงว่าบิดมือยังไง สะบัดยังไง งงมาก พยายามถามพี่ๆร่วมทริปว่าตามทันไหม? ไม่มีใคร
ทันเลยสักคน ไม่เคยเห็นเทคนิคนี้ในไทยด้วย ผมออกมาดูสวยจริงๆ

ps. ราคาปกติของร้านนี้แต่งหน้าอยู่ที่9000บาทไทย เซ็ทผมอยู่ที่2500บาทไทยนะ



 photo 12copy_zps5309a003.jpg


และแล้วก็มาถึงวันสุดท้ายของทริปแล้วค่ะ 08/03/14 แต่ยังไม่จบภารกิจนะคะ เนื่องจากว่า
ไฟลท์บินของเราคือ 3ทุ่มของเกาหลี เวลาช่วงเช้าเราจึงยังมีกิจกรรมกันอีกที่เมียงดงค่ะ



 photo 13copy_zpsc1ebd61e.jpg


เป้าหมายของเราคือช็อป Etude House ที่เมียงดง ช็อปนี้ใหญ่มากๆ เป็นช็อปตกแต่ง
ใหม่ล่าสุดเป็นต้นแบบที่จะทยอยเปลี่ยนให้ทุกช็อปมีบรรยากาศแบบนี้ทุกสาขาทั่วโลกค่ะ
ซึ่งทรายประทับใจนะมันกว้าง สีชมพูพาสเทลน่ารัก ดูเป็นสัดส่วน ไม่รกหูรกตา ไม่ดูแหว๋ว
เกินไปด้วย แล้วก็มีมุมเก๋ๆในร้าน มีมงกุฎเจ้าหญิงให้ใส่ถ่ายรูป มีเครื่องหยอดเหรียญเล่น
มีไข่ตกลงมาเป็นของที่ระลึกเล็กๆ ร้านนี้อยู่ในซอยเล็กๆหลืบๆ เดินหานิดนึงไม่ผิดหวังแน่นอน



 photo 14copy_zpsb325d280.jpg


จากนั้นช่วงเที่ยงเราไปต่อกันอีกที่ค่ะ คราวนี้เป็นแบรนด์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม
ชื่อว่า RYO เค้าชวนเรามาทำ Head Spa ด้วยโปรดักส์ของเค้ากันค่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่
ได้รู้จักกับแบรนด์นี้ จริงๆมันอยู่ในถุงที่ให้ไว้ที่โรงแรมด้วย แต่ทรายไม่มีโอกาสลองเต็มๆ
ได้แอบลองแฮร์มาสก์ไป มันนุ่มลื่นมาก แต่มันทำให้สีผมทรายหลุดออกไปเยอะมากแต่ก็
เข้าใจได้ว่ามันไม่ใช่โปรดักส์สำหรับผมทำสีอ่ะนะคะ กลิ่นเค้าเป็นโสมมากๆใครชอบกลิ่น
แนนี้คิดว่าจะฟินน์มากค่ะ เพราะมันจะติดผมไปอีกพักใหญ่ๆเลย สะบัดทีโสมลอยปะทะหน้า



 photo 15copy_zps24ffba54.jpg



ก็จบแล้วค่ะภารกิจทั้งหมดของงาน K-Beauty Festival 2014 นี้ และรูปด้านบนนี้ก็เป็น
ของที่ระลึกที่แต่ละแบรนด์มอบให้มา มีทั้งโปรดักส์ออกใหม่ โปรดักส์ขายดีที่สุดของเค้า
และโปรดักส์ที่อยากให้ได้ลองใช้คือเยอะจนทรายคิดว่า จะแบกกลับไทยกันยังไง แต่ก็
แบกกลับมาหมดนะ เอามาฝากเพื่อนๆชาวแฟนเพจด้วย แต่จะยังไงก็ต้องติดตามต่อไปนะ



 photo 16copy_zps8c0b4caa.jpg


กิจกรรมนี้ทำให้ทรายมีโอกาสได้รับประสบการณ์มีค่าดีๆมากมายที่พิเศษ แล้วก็ยังได้เพื่อนใหม่
จากต่างแดนอีกหลายคน การเปิดหูเปิดตาครั้งนี้ ถือเป็นอีก1ประสบการณ์ดีๆในชีวิตที่จะไม่ลืม
เลยจริงๆค่ะ ถึงตารางจะแน่น แต่ก็สนุกและทีมงานเกาหลีเทคแคร์ดีมากๆขอบคุณที่ให้โอกาสนะคะ



 photo 17copy_zps7502447c.jpg


ที่สำคัญเลยขอบคุณเพื่อนๆคนอ่านที่ติดตามกันมาจนถึงทุกวันนี้ด้วยค่ะ ทำให้ทรายมีคุณสมบัติ
พอที่จะได้รับสิทธิพิเศษนี้จากทาง Ceci Magazine Thailand 감사합니다 คัมซาฮัมนีดาค่ะ 555




















 

Create Date : 18 มีนาคม 2557    
Last Update : 18 มีนาคม 2557 2:45:58 น.
Counter : 3816 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  

feonalita
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 907 คน [?]




 photo icon_facebook_48_zpsb497412b.png photo icon_instagram_48_zps84436242.png photo icon_youtube_48_zpsfc801391.png photo icon_twitter_48_zps6e17cf8d.png photo icon_pinterest_48_zps16047ffb.png

FEONALITA: Beauty & LifeStyle Blog✰
คำว่า"สวย"ของแต่ละคน มีคุณค่าไม่เท่ากัน
∙•The Beauty of an Individual◀•∙

บล็อคนี้เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 22-11-2006 ค่ะ

feonalita@gmail.com feonalita@gmail.com





Golden Rose Liquid Matte Lipstick “London
“Citra THREE 4D-Plus Eye Palette พาเลทอายแชโดวซัมเมอร์ครบทุกสี
Canmake New Collection ฟรุ้งฟริ้งหลายสิ่งน่ารักจากญี่ปุ่น Winged Liner & Chocolate Lips Inspired by Kylie Jenner
No 7 Matte Lip Crayon & Precision Lips Pencil 9สี LANCOME Juicy Shaker Full Collection










Follow Me on Pinterest
Loading

MyFreeCopyright.com Registered & Protected
New Comments
Friends' blogs
[Add feonalita's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.