ถนนสายช้อปปิ้งแห่งนครเวียนนา

               ถนนสายช้อปปิ้งกลางกรุงเวียนนา (Vienna) เป็นถนนคนเดินและช้อปปิ้งสายสำคัญแห่งกรุงเวียนนา มีห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่างๆ เรียงรายตลอดสองข้างถนน ที่ถูกใจขาช้อปเพราะมีสินค้าให้เลือกมากมาย อาทิ เสื้อผ้าแบรนด์เนมยอดนิยม สินค้าแบรนด์เนมแบบนาฬิกา ROLEX , LOUIS VUITTON และอีกมากมาย อีกทั้งเครื่องแก้วคริสตัลเจียระไน ของสะสมหรือของที่ระลึกต่างๆ


 
           จากจัตุรัส Stock imEisenPlatz ใกล้กับวิหารเซยต์สตีเฟ่น เป็นจุดตัดของถนนสายชอปปิ้งชื่อดัง ถนนชอปปิ้ง KarmtnerStrasse และ ถนนชอปปิ้ง Garben



              ถนนชอปปิ้ง KarmtnerStrasse   หนึ่งในถนนชอปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของกรุงเวียนนา เริ่มจากจัตุรัส Stock imEisenPlatz  ลากยาวลงมาทางใต้ ผ่านโอเปร่าเฮ้าส์ (Vienna Oparahouse) ไปสิ้นสุดที่จัตุรัส Karlsplatz  ความยาวรวมกว่า 800 เมตร ตลอดสองข้างถนนมีร้านค้าดังเช่น Apple Store ร้านรองเท้า Salamander ส่วนที่พลาดไม่ได้คือ Swarovski









           ถนนอีกเส้นหนึ่งที่ตัดกับถนน KarmtnerStrasseไปทางตะวันตกคือถนน Garben เป็นแหล่งรวมสินค้าร้านเสื้อผ้ส ร้านอาหาร ร้านกาแฟ บรรยากาศคึกคักและมีสีสันมากกว่าถนน KarmtnerStrasse หากเดินไปเรื่อยๆ จะเห็นเสาปราก (Plague Column ) หรือ Trinity Column ตั้งอยู่กลางถนน 



                เสาปราก (Plague Column ) หรือ Trinity Column ตั้งอยู่กลางถนน ปลายยอดเสาสีทองอร่าม สร้างขึ้นเมือศตวรรษที่ 17 ด้วยสไตล์บาร็อค เพื่อเป็นอนุสาวรีย์รำลึกการสิ้นสุดเหตุการณืโลกระบาดครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตชาวเวียนนาไปนับแสน ทำให้เสาคอลัมน์นี้กลายเป็นสัญญาลักษณ์ของถนนกราเบน (Garben )ไปโดยปริยาย







             หากเดินสดถนนการ์เบน (Garben) แล้วเลียวซ้ายจะพบถนนชอปปิ้งอีกเส้นนั่นคือ ถนน Kohlmarkt เป็นถนนเส้นเล็กๆ ทอดยาวไปถึงจัตุรัส Michaeler platz ด้านหน้าพระราชวังฮอฟบูร์ก (Hofburg) เป็นแหล่งสินค้าแบรนด์เนมหลายยี่ห้อ เช่น Burbery Gucci Chanel Rolex หรืออาจเลี้ยวขวาไปเล็กน้อยจะพบร้านแบนด์เนม Prada Louis Vuitton





         พระราชวังฮอฟบวร์ก (Hofburg Palace) เป็นพระราชวังที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก่อสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1275  ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ชั้นยอดในบริเวณที่พำนักอันเก่าแก่ของราชวงศ์ที่ทรงอำนาจแห่งออสเตรีย  พระราชวังฮอฟบวร์ก (Hofburg Palace) ตั้งอยู่ที่ย่านริงชตราส ใจกลางกรุงเวียนนา นับว่าเป็นพระราชวังที่สวยงามสง่างามอย่างมากของ ราชวงศ์ฮอฟบวร์กเเละเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวออสเตรียให้ความสนใจมาเที่ยวชมความงดงามที่มีอยู่เต็มพระราชวังเเห่งนี้ นอกจากนี้เเล้วยังเป็นจุดที่มีการเปิดให้ชมวัตถุโบราณจำนวนมากมายที่เป็นของล้ำค่าที่ตกทอดกันมาของราชวงศ์ฮอฟบวร์กอีกด้วย






             
               ถนนสายช้อปปิ้งกลางกรุงเวียนนา (Vienna) น่าจะเป็นที่ถูกใจขาช้อป เพราะมีสินค้าแบรนด์เนมยอดนิยม ให้เลือกซื้อหลากหลาย เป็นแหล่งละลายทรัพย์เลยก็ว่าได้ หากมีโอกาสเยี่ยมชมกรุงเวียนนา อย่าลืมเเวะมาจับจ่ายสินค้าที่นี่

           




 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2563   
Last Update : 17 สิงหาคม 2563 13:27:47 น.   
Counter : 71 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


มหาวิหารเซนต์สตีเฟน (St. Stephens Cathedral) วิหารใจกลางเมืองเวียนนา

                มหาวิหารเซนต์สตีเฟน (St. Stephens Cathedral) เป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคที่เก่าแก่อีกแห่งในออสเตรีย ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเวียนนา ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่าล้านคนในหนึ่งปี โดดเด่นสะดุดตาด้วยหอคอยแหลมสูงและหลังคาที่ได้รับการตกแต่งลวดลายสุดวิจิตรงดงาม





              มหาวิหารเซนต์สตีเฟน นั้นสร้างมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1147 เพื่ออุทิศให้กับนักบุญสตีเฟน โดยมีการต่อเติมเเละบูรณะมาหลายครั้ง ในช่วงสงครามโลกครั้งที่  2 มหาวิหารเซนต์สตีเฟนได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมดกับเหตุการณ์ในครั้งนั้น ต่อมา ได้มีการบูรณะใหม่จนกลับมาสู่สภาพเดิมได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งความสวยงามเเละโดดเด่นอย่างมากนั้นก็คือ หอคอยที่มีลักษณะเหมือนเข็ม โดยหลังคานั้นจะมีการปูกระเบื้องเคลือบที่มีการสะท้อนเสงเเล้วเปลี่ยนเป็นสีสันที่มีความหลากหลายสวยงามเป็นอย่างมาก เเละมีผลงานศิลปะเชิงศาสนาอย่างมากมาย ที่มีการจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบอย่างมากเลยทีเดียว เเละที่เเห่งนี้เคยเป็นที่พำนักของอาร์ชบิชอปแห่งกรุงเวียนนา เเละได้รับการยอมรับว่าเป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่สำคัญที่สุดของออสเตรีย



            เมื่อเดินเข้ามาชมภายใน เราจะได้พบกับความสวยงามของ งานจิตรกรรมและประติมากรรมที่เล่าเรื่องราวทางศาสนาอันน่าประทับใจมากมาย อย่าลืมแวะชมรูปบูชาของ Maria Pötsch ในตำนานเล่ากันว่ามีน้ำตาไหลออกจากรูปเป็นเวลาสองสัปดาห์ในช่วงทำสงครามกับพวกเติร์ก นอกจากนี้ ภายในมหาวิหารยังมีอนุสรณ์พระบรมศพจักรพรรดิฟรีดริชที่ 3 และเจ้าชายยูจีนแห่งซาวอยอีกด้วย ชั้นใต้ดินของวิหาร เป็นสุสานฝังศพของชาวเวียนนาประมาณ 10,000 คน ซึ่งในส่วนนี้จะไม่เปิดให้ผู้คนทั่วไปได้เข้าชม





               สุดท้ายเลยที่พลาดไม่ได้ คือ ขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์รอบๆ เมืองเวียนนาบนหอคอยฝั่งทิศใต้ที่มีความสูงถึง 137 เมตร และต่อด้วยชมระฆัง Pummerin ทางหอคอยฝั่งทิศเหนือ ซึ่งเป็นระฆังที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรีย จะถูกตีเมื่อมีโอกาสพิเศษเท่านั้น ใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม และเต็มเป็นด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันน่าค้นหา



เวลาทำการเปิด – ปิด วันจันทร์ถึงวันเสาร์ 06.00 – 22.00 น.
                                วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 07.00 – 22.00 น.




 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2563   
Last Update : 17 สิงหาคม 2563 13:28:18 น.   
Counter : 79 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


อาคารฮุนเดอร์ตวาสเซอร์เฮ้าส์ (Hundertwasser House) งานศิลปร่วมสมัย

               หลังจากเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของนครเวียนนามาหลายแห่ง วันนี้จะพามาชมสถานที่พักผ่อนเพื่อเป็นการผ่อนคลายบ้าง อาคารฮุนเดอร์ตวาสเซอร์เฮาส์  (Hundertwasser House) เป็นอาคารอะพาร์ตเม็นต์ที่มีรูปร่างหน้าตาแปลกใหม่ มีการผสมผสานกันของศิลปะที่ไม่เหมือนใคร ตัวตึกมีการทาสีหลากหลาย ทั้งชมพู ฟ้า ขาว เหลือง



                  ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะชิ้นนี้คือ ฟรีเดนส์ไรช์ ฮุนเดอร์ตวาสเซอร์ (Friedensreich Hundertwasser) ศิลปินผู้ไม่ชอบเส้นตรง เขาไม่ต้องการให้งานศิลปะหรืองานออกแบบมีแต่เส้นตรงเท่านั้น เรียกได้ว่าศิลปะของเขานั้นไม่มีกฎเกณฑ์ใดจริงๆ







             นอกจากชมตึกและหมู่อาคาร 
ฮุนเดอร์ตวาสเซอร์เฮาส์  (Hundertwasser House) ภายนอกแล้ว เรายังสามารถเข้าไปเพื่อเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะภายใน และซื้อของฝากเก๋ๆ เป็นของที่ระลึกจากเวียนนากลับบ้านได้ด้วย





        การสร้างอาคาร “Hundertwasserhaus” ขึ้นมา เป็นความมีชีวิตชีวา และสีสันให้กับเมือง ทำให้มีความน่าสนใจ เลือกใช้สีสันสดใสทำให้สะดุดตา และยิ่งสร้างความแตกต่างน่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก เมื่ออาคารนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเวียนนา ที่มีอาคารสถาปัตยกรรมโบราณคลาสสิกสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก







          เราเดินซื้อของที่ระลึก ขนม ของกินเล่น ได้ที่นี้ ด้วยบรรยากาศแบบสบายๆ แต่เราเห็นที่ริมทางเท้าใต้ต้นไม้แห่งนี้มีป้ายบอกห้ามนำสุนัขมาถ่ายอุจจาระบิเวณนี้ มีบทปรับ 50 ยูโร ถือว่าแพงพอสมควร แต่สภาพถนนหนทางสะอาดไม่มีก้อนอุจจาระตามทางเท้าแบบบ้านเรา




 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2563   
Last Update : 17 สิงหาคม 2563 13:58:09 น.   
Counter : 136 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ (Kunsthistorisches Museum) และจัตุรัส Maria Theresa

          กรุงเวียนนา (Vienna) เป็นหนึ่งในเมืองประวัติศาสตร์ที่สวยที่สุดในยุโรป และนับเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของทวีป และภายใต้การปกครองของราชวงศ์ฮอฟบวร์กที่ปกครองประเทศออสเตรียเป็นเวลายาวนานกว่า 700 ปี เวียนนาจึงได้หลอมรวมเอาความคิดสร้างสรรค์จากทั่วทุกมุมโลก และสิ่งต่างๆ ได้กลายมาเป็นมรดกอันยิ่งใหญ่  มีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจหลายแห่ง รวมถึงพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ (Kunsthistorisches Museum) และ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ (Naturhistorisches Museum)



       พิพิธภัณธ์ที่สำคัญ 2 แห่งนี้ หันหน้าเข้าหากัน โดยมีอนุสาวรีย์ของพระนาง  Maria Theresa   และสวนหย่อมอยู่ตรงกลางระหว่างทั้ง 2 พิพิธภัณฑ์ สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงความยิ่งใหญ่ของพระนางมาเรียเทเรซา ทางขวาของอนุสาวรีย์พระนางมาเรียเทเรซา เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ (Kunsthistorisches Museum or Museum of Fine Arts) ซึ่งถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงศิลปะ ภาพวาดของออสเตรีย อีกด้านหนึ่งคือทางด้านขวาเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา (Naturhistorisches Museum or Natural History Museum)





            พิพิธภัณฑ์ทั้งสอง ออกแบบรูปทรงนีโอเรอเนซองส์ ที่มีโดมใหญ่เป็นสัญลักษณ์เด่น ที่ด้านหน้ามีรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของเทพีเอเธน่า (Athene) เทพีแห่งปัญญา งานช่างฝีมือ อาวุธและการทำสงครามอยู่ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่เก็บสะสมงานศิลปะที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยตั้งอยู่ในสถานที่ปัจจุบันมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1891 แต่เป็นที่น่าเสียดายที่เราไม่มีเวลาเพียงพอที่จะเข้าไปชมภายในพิพิธภัณฑ์



            พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ (Kunsthistorisches Museum) ภายในตึกสวยแห่งนี้เป็นสถานที่รวบรวมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของศิลปะที่สำคัญไว้เป็นจำนวนมาก นิทรรศการหลักของหอศิลป์ที่จัดแสดง ได้แก่ คอลเล็กชันอียิปต์ – โอเรียนเต็ล จุดเด่นของคอลเลกชันของอียิปต์ ได้แก่ โลงศพหินขนาดใหญ่อายุกว่า 600 ปีก่อนคริสตกาล และมัมมี่ที่มีภาพวาดปกคลุมและหน้ากากปิดทอง คอลเลกชันของโบราณวัตถุกรีกและโรมัน ซึ่งประกอบด้วยงานศิลปะและภาพโมเสคจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีคอลเล็กชันประติมากรรมและเครื่องประดับตกแต่ง คอลเล็กชันของเหรียญ และคอลเลกชันของภาพวาดจำนวนมาก  รวมถึงผลงานศิลปะชิ้นใหญ่ ๆ ของบรรดาศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลก อาทิ รูเบนส์ (Rubens), (แร็มบรันต์) Rembrandt, ราฟาเอล (Raphael), ทิเชียน (Titian) และ ไมเคิลแอนเจโล (Michelangelo)


  

            พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ (Naturhistorisches Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติของกรุงเวียนนา ได้รับการออกแบบในเวลาเดียวกับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ Kunsthistorisches ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกัน รูปแบบของสถาปัตยกรรมตัวอาคารจึงมีลักษณะคล้ายคลึงกัน 

                 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้น โดยจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟ (Franz Joseph) พระสวามีของพระนางมาเรียเทเรซา (Maria Theresa)  เพื่อเป็นที่เก็บรวบรวมคอลเล็กชันประวัติศาสตร์ธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของประเทศ  จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือคอลเล็กชันแร่ธาตุมากมาย ตลอดจนมรกตที่หายาก และเพชรที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของพระนางมาเรียเทเรซา (Maria Theresa) จักรพรรดินีแห่งออสเตรีย นอกจากนี้ที่ห้อง Kunstkammer ซึ่งบูรณะขึ้นใหม่และเปิดในปี ค.ศ. 2013 ณ ยังเป็นห้องที่รวบรวมผลงานฝีมือช่างทองชาวเวียนนา รวมถึง Cellini Salt Cellar ผลงานอันโด่งดังของเบนเวนูโต เชลลินี (Benvenuto Cellini) ช่างฝีมือ ประติมากร และศิลปินชาวอีตาลีผู้โด่งดังระดับโลกอยู่ด้วย 


                 
            เป็นที่น่าเสียดายที่ไม่มีเวลาในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ทั้งสองแห่งนี้ เพียงบรรยากาศภายนอกก็เห็นถึงความงาม ความคิดสรรสร้าง หากมีโอกาสได้มานครเวียนนาอีกครั้งจะไม่พลาดเข้าชมทั้งสองพิพิธภัณฑ์แห่งนี้




 

Create Date : 19 พฤษภาคม 2563   
Last Update : 19 พฤษภาคม 2563 10:10:40 น.   
Counter : 139 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


พระราชวังเชินบรุนน์ ( Schoenbrunn Palace ) พระราชวังฤดูร้อนแห่งราชวงศ์ฮับส์บวร์ก

            พระราชวังเชินบรุนน์ (Schönbrunn Palace) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญของกรุงเวียนนา (Vienna) มีนักท่องเที่ยวเข้าชมนับล้านคนในแต่ละปี และที่สำคัญพระราชวังเชินบรุนน์ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกอีกด้วย จุดเด่นของพระราชวังเชินบรุนน์ คือ ตัวอาคารใหญ่โต สไตล์โรโคโค (Rococo) ที่มีสีเหลืองอร่ามสะดุดตา ประกอบด้วยห้องทั้งหมด 1,441 ห้อง อดีตเคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์ก โดยพระเจ้าโยเซฟที่ 1 เป็นผู้ดำริในการสร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นมา ต่อมาจักรพรรดิเลโอโปลด์ที่ 1 ได้มีการปรับปรุงขึ้นใหม่ เพื่อให้เป็นพระราชวังฤดูร้อน (Summer Palace) ก่อสร้างแล้วเสร็จในสมัยจักรพรรดินีมาเรียเทเรซา





            พระราชวังเชินบรุนน์ (Schönbrunn Palace) ตัวพระราชวังมีลักษณะเป็นอาคารตึก 3 ชั้น มีปีก 2 ข้าง มีห้องต่าง ๆ จำนวนมากรวมทั้งสิ้น 1,441 ห้อง แต่เปิดให้เข้าชมได้เพียง 40 ห้อง ได้แก่ ห้องบรรทม ห้องทรงพระอักษร ห้องทรงพระสำราญ ท้องพระโรง ห้องเสวย ทุกห้องตกแต่งด้วยวัสดุที่วิจิตรประณีตแตกต่างกันไป อาทิ หินอ่อน ลายทอง ซึ่งวัสดุตกแต่งทุกชิ้นทรงคุณค่าแห่งประวัติศาสตร์ และร่องรอยของอดีตที่จะทำให้ผู้เข้าชม จะได้นึกย้อนไปถึงความรุ่งเรืองแต่หนหลังของพระราชวังแห่งนี้ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปภายในได้



            ลักษณะตัวอาคารด้านนอกของตัวพระราชวังเชินบรุนน์ (Schönbrunn Palace) ทาด้วยสีเหลืองทอง หรือที่เรียกกันว่า “สีเหลืองมาเรียเธเรซา”  ในสมัยโบราณ ในออสเตรียมีกฎหมายว่า บ้านของประชาชนห้ามทาสีเหลือง เพราะคล้ายสีเหลืองทองที่ใช้ทาในพระราชวัง แต่ปัจจุบันบ้านในออสเตรียสามารถทาสีเหลืองได้โดยไม่ผิดกฎหมาย



            คำว่า เชินบรุนน์ (Schönbrunn) มีความหมายว่า น้ำพุอันสวยงาม มีเรื่องเล่ากันว่าพระจักรพรรดิได้ทอดพระเนตรเห็นน้ำบาดาลที่ผุดขึ้นจากพื้นดินในบริเวณนั้น จึงได้นำมาตั้งเป็นชื่อพระราชวังเชินบรุนน์ที่เราใช้เรียกชื่อในปัจจุบันนี้





               พระราชวังเชินบรุนน์ (Schönbrunn Palace) ถูกสร้างขึ้นโดยใช้ต้นแบบจากพระราชวังแวร์ซายส์ ด้านหน้าของพระราชวังมีสวนดอกไม้นานาชนิด สีสันสวยงามที่ยาวสุดลูกหูลูกตา ภายในทุกคนจะต้องตะลึงกับความงดงามสุดอลังการของตัวอาคาร และเพลินเพลินกับศิลปะที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับขนบประเพณีและราชวงศ์ในออสเตรีย แต่ที่น่าเสียดายที่เวลานี้เป็นช่วงฤดูหนาว เลยไม่มีโอกาสได้ชมต้นไม้ดอกไม้ 





              ด้านหลังของพระราชวังเชินบรุนน์ เป็นสวนสไตล์สวนอังกฤษที่มีขนาดใหญ่มากๆ เหมาะสำหรับพักผ่อน เมื่อเดินเข้ามาในสวนแห่งนี้ จะต้องสะดุดตากับความงามและความใหญ่โตของน้ำพุ Sun Fountain มองเหนือน้ำพุ Sun Fountain ขึ้นไป เราจะพบความสวยงามยิ่งกว่าภาพตรงหน้าอีก คือ อาคาร Gloriette เป็นซุ้มระเบียงขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างมาอย่างสวยสดงดงาม นอกจากนี้ยังมีสวนเขาวงกต และสวนสัตว์ ที่เรียกได้ว่าเก่าแก่ที่สุดในออสเตรียอีกด้วย



              ส่วนรอบ ๆ พระราชวัง ด้านหลังก็ปลูกต้นไม้ ดอกไม้ อย่างสวยงามตามแบบแผนผังที่จัดวางไว้ แต่น่าเสียดายที่มาในช่วงฤดูหนาวทำให้ไม่สามารถเห็นความงามของต้นไม้ และดอกไม้ได้ ในสวนด้านหลัง มีรูปปั้นศิลปะเกี่ยวกับเทพนิยายกรีกและโรมันอีกกว่า 40 รูป แทรกอยู่ตามหมู่ต้นไม้ 





         บริเวณด้านหน้าของของพระราชวังเชินบรุนน์ (Schönbrunn Palace) มีศิลปินมาวาดรูปขายงานศิลปมากมายสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบแนวศิลปงานเขียนและวาดรูป ระบายสี





         รูปของ จักรพรรดินีมาเรีย เทเรซา ( Maria Theresa of Austria ) เป็นจักรพรรดินีแห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์จากอภิเษกสมรส แต่พระราชอำนาจทั้งหมดอยู่ที่พระองค์เพียงผู้เดียว นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงเป็นประมุขแห่งออสเตรีย ฮังการี โบฮีเมีย โครเอเชีย และสลาโวเนีย ถือว่า พระองค์ทรงเป็นหนึ่งในพระประมุขผู้ทรงอำนาจที่สุดในทวีปยุโรปเลยทีเดียว ซึ่งพระราชวังแห่งนี้สร้างเสร็จในสมัยของพระองค์
   

  
       หากมาเยือนสาธารณรัฐออสเตรีย ( The Republic of Austria ) อย่าพลาดชม พระราชวังเชินบรุนน์ (Schönbrunn Palace) แห่งนี้ สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญของกรุงเวียนนา (Vienna) ที่ทั้งหรูหรา ใหญ่โต อลังการ เป็นศูนย์รวมของผลงานด้านศิลปะชั้นเยี่ยมของยุโรป




 

Create Date : 15 พฤษภาคม 2563   
Last Update : 20 พฤษภาคม 2563 18:03:06 น.   
Counter : 164 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

camel_27
 
Location :
สมุทรสงคราม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




[Add camel_27's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com