กำแพงเบอร์ลิน (Berlin Wall) สัญลักษณ์ของสงครามเย็น

              กำแพงเบอร์ลิน (Berlin Wall) เป็นกำแพงที่ถูกสร้างขึ้นโดยฝั่งโซเวียต เป็นสัญลักษณ์ของสงครามเย็น เริ่มต้นจากหลังครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เยอรมันถูกแบ่งการควบคุมเป็นสองฝั่ง ฝั่งตะวันตกเป็นเสรีประชาธิปไตย ส่วนฝั่งตะวันออกปกครองโดยประเทศที่เป็นคอมมิวนิสต์
 


          เมืองเบอร์ลิน (Berlin) ก็ถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนเช่นกัน  คือฝั่งตะวันออกถูกยึดครองโดยรัสเซียซึ่งเป็นโลกสังคมนิยม ส่วนฝั่งตะวันตกถูกควบคุมโดยเป็นฝ่ายเสรีอยู่ภายใต้การดูแลของฝรั่งเศส อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ประเด็นที่สำคัญคือพื้นที่ทั้งหมดของนครเบอร์ลินตะวันตกที่เป็นโลกเสรี อยู่ในส่วนพื้นที่ของเยอรมันตะวันออก แปลว่าส่วนของเบอร์ลินตะวันตกถูกห้อมล้อมด้วยฝ่ายโซเวียตทุกทิศทุกทาง 



           ภายใต้ชะตากรรมที่นครเบอร์ลินเป็นจุดกันชนของสองระบบการปกครอง และยังถูกซ้ำเติมโดยมีการสร้างกำแพงโดยสหภาพโซเวียตขึ้นมาแบ่งพื้นที่เมืองเบอร์ลินออกเป็นสองฝั่ง จากญาติพี่น้อง เพื่อน ถูกแบ่งแยก และกั้นขวางเสรีภาพด้วยกำแพง  กำแพงเบอร์ลินนี้มีความยาวทั้งสิ้น 155 กิโลเมตร เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2504 (ค.ศ. 1961)



                จุดประสงค์การสร้างที่ทำเพื่อป้องกันไม่ให้ชาวเยอรมันฝั่งตะวันออกที่ถูกปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ที่เห็นความต่างของทั้งสภาพบ้านเมือง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตของผู้คนของสองฝั่งประเทศและต้องการหนีไปอยู่ฝั่งตะวันตก



            กำแพงเบอร์ลินที่มีความยาวทั้งสิ้น 155 กิโลเมตรเมตร เป็นกำแพงที่มีความสูง 3.6 เมตร กว้างของแต่ละบล็อก 1.2 เมตร   รวมถึงหอคอยตรวจตากว่า 300 จุด ขณะที่ยังมีกำแพงส่วนที่เป็นรั้วลวดหนามอีกยาว 66.5 กม. แม้ว่าจะเป็นกำแพงสูงและแข็งแรง แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีคนพยายามหลบหนีและถ้าถูกจับได้มีโทษสถานเดียวคือ ตาย   



           มีเรื่องเล่าว่า ถ้าใครพยายามจะหลบหนีเพื่อข้ามกำแพงไปฝั่งตะวันตกละก็จะโดนยิงทิ้งทันที ที่น่าเศร้าคือผู้เสียชีวิตจากการหลบหนี 137 ศพ หลังจากสร้างกำแพง 28 ปี ได้เกิดการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน มีการทุบทำลายและรื้อถอนกำแพง แต่ยังมีร่องรอยหลงเหลือไว้เป็นพื้นที่แห่งประวัติศาสตร์ มีแนวสัญญาลักษณ์เขตตลอดแนวกำแพงที่ทุบทำลายไปแล้ว ให้เห็นกันทั่วกรุงเบอร์ลิน 



         ปัจจุบันสามารถแกะรอยตามเส้นทางแนวของกำแพงเบอร์ลินได้ตามถนนบางสายของกรุงเบอร์ลิน ซึ่งจะมีการทำเครื่องหมายไว้ให้เห็นเด่นชัด บางที่พ่นสีและมีอักษรบอกชัดเจนว่าส่วนไหนคือ ฝั่งตะวันออก (OST) และฝั่งตะวันตก (WEST)



             ร่องรอยกำแพงเบอร์ลินหลงเหลือไว้เป็นอนุสรณ์แห่งประวัติศาสตร์ ให้นักท่องเที่ยวไปตามรอย จะเห็นแนวสัญญาลักษณ์เขตตลอดแนวกำแพงที่ทุบทำลายไปแล้ว ให้เห็นกันทั่วกรุงเบอร์ลิน 



            สุดท้ายกำแพงเบอร์ลินนี้ก็พังลงในปี ค.ศ. 1989 ทุกวันนี้เหลือแต่เพียงซากกำแพง ที่มีความยาวเพียง 1.3 กิโลเมตร ที่ถูกเก็บรักษาเอาไว้เป็นหนึ่งในเครื่องเตือนใจว่าครั้งหนึ่งเคยแบ่งแยกดินแดนกัน บริเวณนี้เรียกว่า อีสต์ ไซด์ แกลเลอรี่ (East Side Gallery)




           
          อีสต์ ไซด์ แกลเลอรี่ (East Side Gallery) ช่วงกำแพงที่ที่เหลือ  ขนานไปกับแม่น้ำชเปร (Spree) และถือเป็นกำแพงส่วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ณ ปัจจุบัน แนวกำแพงช่วงนี้ถูกแต่งแต้มสีสันเล่าเรื่องราวโดยศิลปินจำนวนร้อยกว่าคนจากนานาประเทศ กลายเป็นสตรีทอาร์ตแกลเลอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เราจะไปชมกันในบล็อกต่อไปครับ  



Create Date : 16 มิถุนายน 2563
Last Update : 27 มิถุนายน 2563 18:06:06 น. 1 comments
Counter : 114 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณโน้ตตัวดำ, คุณKavanich96

 
 
 
 
ขอบคุณที่แบ่งปัน
 
 

โดย: Kavanich96 วันที่: 23 มิถุนายน 2563 เวลา:4:23:45 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

camel_27
 
Location :
สมุทรสงคราม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




[Add camel_27's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com