เที่ยว Los Angeles ไปเก็บเชอร์รี่

ไปเที่ยว LA เมื่อปี 2547 เป็นครั้งแรกที่เราไปอเมริกา ทำวีซ่าไว้เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้วค่ะ เพิ่งจะได้ใช้เมื่อตอนมันจะหมดอายุนี่เอง ยังแอบกลัวว่าเค้าจะไม่ให้เข้าประเทศ

ไปถึงก็พักอยู่กับอี๊ อี๊มีลูกสองคน คริส (10 ขวบ) กับแจน (5 เดือน) เราเรียกแจนว่าน้องแจ๋น เพราะว่าแจ๋นร้องเสียงดังมากค่ะ แล้วก็เป็นเด็กที่ฉลาดมาก ส่วนใหญ่ใน LA ก็จะใช้เวลาไปกับการเลี้ยงน้องแจน และไปเดินห้างต่าง ๆ เช่น

- costco ขายของถูกปริมาณมาก เหมือน makro บ้านเรา อยากได้อะไรที่นี่มีหมดค่ะ ไม่ว่าจะเป็นถั่วพิตาชิโอ แนะนำเลย เพราะว่าที่นี่ราคาไม่แพง และสด ถุงใหญ่ ๆ เลยค่ะ บรรดาถั่วต่าง ๆ ชอกโกแลต และขนม

- walmart ขายเครื่องสำอางค่ะ จินตนาการดูนะคะสาว ๆ สถานที่กว้างใหญ่ ราวกับศูนย์ประชุมย่อย ๆ อุดมไปด้วยเครื่องสำอางนา ๆ น่าซื้อทั้งนั้นเลยค่ะ อุ๊ย น้ำลายหก

- Burbank Mall ที่นี่จะมีห้าง Macy's รวมหลาย ๆ ห้างไว้ด้วยกัน มีแบรนด์หลากหลายใช้ชอป ทั้ง see's candy, เสื้อผ้าแบรนด์อเมริกัน และเครื่องสำอางหรูหรา หลากหลายยี่ห้อ กว้างใหญ่มากค่ะ

LA เป็นเมืองใหญ่ แต่ว่าอยู่กันแบบกระจุก ๆ การเดินทางไปไหนมาไหนจำเป็นจะต้องใช้รถ ตรงนี้เราไม่ค่อยชอบเลย เพราะเราชอบไปไหนมาไหนด้วยตัวเองมากกว่า


ที่ประทับใจมาก ๆ คือได้ไปเที่ยวไร่เชอร์รี่ค่ะ เราชอบกินเชอร์รี่มาก ๆ ไปแล้วไม่คิดว่าจะได้เห็นเชอร์รี่เยอะแยะมากมายแบบนั้นมาก่อนเลยค่ะ เจ้าของไร่บอกว่า กินจากต้นได้เลย จะกินเท่าไหร่ก็ได้ แต่ถ้าเอากลับบ้านก็จะคิดเป็นปอนด์ แล้วก็แจกถังให้พวกเราไว้ใส่เชอร์รี่ พาขึ้นรถที่เห็นในรูป เข้าไปในไร่กันเลยค่ะ



อาม่าเราก็เริ่มเก็บ เก็บไปกินไป บอกว่าเนี่ย เก็บลูกแดง ๆ นะ จะได้หวาน ๆ ต่างคนก็ส่งเสียงฮือฮา ฮู๊ย หวาน กรอบ อร่อยจังเลย ฯลฯ

นี่นะน้องแจน ต้องลูกแดง ๆ เห็นมั๊ย


ดูต้นเชอร์รี่กันจะจะ


แดงสดใส น่ารับประทาน


น้องแจนชอบกินเชอร์รี่ค่ะ


เรากินเชอร์รี่ในแบบที่ว่าในชาตินี้จะไม่ได้กินเชอร์รี่อีกแล้ว มันอร่อย สด หวาน จริง ๆ เลยค่ะ เก็บกลับบ้านกัน 30 ปอนด์ ก็สิบกว่ากิโลได้ พอถึงบ้าน แย่งกันเข้าห้องน้ำแทบไม่ทัน เพิ่งมารู้ว่าเชอร์รี่ มีฤทธิ์เป็นยาระบาย เหอๆ

มา LA แล้วก็ต้องไป Universal Studio



ไปกันเช้ายันค่ำเลยค่ะ แต่ละฉากอลังการมาก ๆ ตั้งแต่ฉากน้ำท่วม ที่เห็นน้ำไหลท่วมลงมาจริง ๆ ฉาก นั่งรถไฟใต้ดิน แล้วมีการระเบิด รู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง

คริสโดนฉลามกินแล้วคร๊าบบ


จำฉากร้านหนังสือนี้ได้มั๊ยเอ่ย?




 

Create Date : 13 กรกฎาคม 2549    
Last Update : 15 กรกฎาคม 2549 12:36:35 น.
Counter : 1684 Pageviews.  

New York, New York!

เมื่อปี 2547 เราไปอเมริกากับแม่และน้อง ตอนแรกไป LA ก่อนค่ะ พักที่บ้านอี๊ (น้าสาว) แล้วก็ซื้อทัวร์ไปทางฝั่ง East Coast เป็นทัวร์ 6 วัน เป็นทัวร์ของคนจีน แต่ว่าไกด์จะพูดภาษาจีนกลาง, กวางตุ้ง และ อังกฤษ

อาจจะเก็บรายละเอียดมาไม่หมดนะคะ เพราะว่าแต่ละที่ไปที่ละแป๊บ ๆ ประมาณได้ชื่อว่ามาเหยียบแล้วนะ (เฟ้ย) เราไม่ค่อยชอบทัวร์แบบนี้เท่าไหร่ แต่ว่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ แถมเวลาไกด์อธิบาย อธิบายทีละ 3 ภาษา พอไกด์ชี้ให้ดูอะไรบางอย่าง ขณะที่พวกเราอยู่บนรถ กว่าจะถึงคิวภาษาอังกฤษ ถึงเป็นอันสุดท้าย สิ่งนั้นก็เลยไปแล้วค่ะ ดีที่แม่เรารู้ภาษาจีน ก็เลยช่วยเรากับน้องอธิบายได้ โปรแกรมทัวร์มีดังนี้

วันแรก: จาก LA ไป New York

เวลาที่ LA ห่างจากฝั่ง East Coast 3 ชั่วโมงค่ะ ไปถึงสนามบินที่ Newark พักที่โรงแรมแมริออท รอพนักงานจากทัวร์มารับ นานมากค่ะ นึกว่าโดนทิ้งซะแล้ว กรุ๊ปทัวร์ของเรามีไกด์ชื่อ เจสัน ออกกวน ๆ แต่คล่องแคล่ว คนขับรถชื่อ Frank ใจดีมาก ๆ ค่ะ เวลานั่งรถ เค้าจะเปลี่ยนที่นั่งทุกวัน เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสนั่งด้านหน้ารถ อย่างทั่วถึง

วันที่ 2: New York – Philadelphia

ที่แรก ไปชมซากของตึกเวิลด์เทรดค่ะ ไกด์บอกว่าเค้ากำลังสร้างใหม่ คาดว่าจะเสร็จในปี 2008 พวกเราก็มองซากและไว้อาลัยซักพัก ก่อนจะพากันเดินเข้าห้างที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เข้าไปดูเคาท์เตอร์คลีนิกข์พนักงานหน้าตูดมาก เลยปล่อยให้เธออยู่กับหน้าตูด ๆ ของเธอต่อไป


ไป Broadway มั๊ยคะ อิอิ อยู่ย่านการแสดง ต้องเก๊กถ่ายรุปนิดนึง

จากตึกเวิลด์เทรด ไกด์ก็พาไปย่านธุรกิจ คือ Wall Street, ตึก Empire State เค้าให้ขึ้นไปดูวิวด้วยค่ะ เราขี้เกียจต่อคิว ก็เลยถ่ายรูปกับป้ายตึก น้องเราก็เก็บภาพบรรยากาศที่มองจากด้านล่างตึก เราชอบรูปนี้มากค่ะ



แล้วก็ไปเดินชอปปิ้ง ได้ลิปมันสำหรับรักษาอาการปากแตก ที่เป็นมาตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง LA จน ไปแตกอย่างแตกระแหงเพราะอยู่ท่ามกลางทะเลทรายที่ ลาสเวกัส แค่จะอ้าปากก็แสบแล้วค่ะ ได้ลิปมันอันนี้มา ถูกใจมาก ๆ ทาแล้วเย็น ๆ ของ Blistex ค่ะ หลอดสีขาว ครีมก็เป็นสีขาวด้วย

จากนั้นก็เข้าไปที่ สหประชาชาติ หรือ United Nations สำนักงานใหญ่ เช่นเคย ถ่ายรูปกะป้ายตึกมาด้วยค่ะ

จากสหประชาชาติ เราก็ได้ล่องเรือ ไปดูเทพีสันติภาพกัน หรือที่เค้าเรียกว่า Statue of Liberty ลมแรงมากค่ะ อากาศดี ถ่ายรูปกันพอเป็นพิธี



ต่อมาก็ไป Fifth Avenue, ร๊อกกี้เฟลเลอร์ เซ็นเตอร์ (Rockefeller Center) ซึ่งหน้าหนาวเค้าก็จะมาเล่นสเกตน้ำแข็งกันค่ะ และช่วงคริสต์มาสจะตกแต่งสวยมาก (บอกทำไม ชั้นไปเดือนมิถุนา ชิชิ)

วันที่ 3: Philadelphia-Washington D.C.

ที่ฟิลาเดลเฟีย เราได้ลอง philly cheese pizza เพราะเคยดูโทรทัศน์เค้าว่าชีสฟิลาเดลเฟีย มีชื่อมาก อร่อย อิอิ

ที่เที่ยวน่าสนใจก็มี Air & Space Museum ก็จะมีบรรดาเครื่องบิน หรือยานอวกาศ รุ่นต่าง ๆ ให้ดูค่ะ ไปทำเนียบขาว หรือ White House ตรงนี้การรักษาความปลอดภัยจะมีมาก แล้วก็เห็นไกล ๆ ด้วยง่ะ แล้วก็ Smithsonian Institution, Thomas Jefferson Memorial



ย้ายไปดูอนุสาวรีย์ลินคอร์น (หรือหลินเขิ่น ในภาษากวางตุ้ง) ตรงนี้เปี๊ยก เพื่อนเราที่มาอยู่ที่ Maryland หลายปีแล้ว มาช่วยเป็นไกด์ให้ค่ะ วิวตรงอนุสาวรีย์ลินคอร์น นี้ เป็นฉากในหนังฮอลลีวู้ดหลายเรื่อง เราเห็นอนุสาวรีย์ลินคอร์แล้วก็นึกถึงเรื่อง Planet of the Apes ด้านหน้าอนุสาวรีย์ลินคอร์น ก็เป็นฉากที่คุ้นตาในหนังเช่นกัน ใครทราบว่าเค้าเรียกว่าอะไร รบกวนด้วยนะคะ ที่เป็นบ่อน้ำใหญ่ แล้วก็มีเสาต้นเดียว ปลายแหลม อยู่กลางบ่อน้ำ เปี๊ยกบอกว่าฉากนี้ อยู่ใน Forest Gump ด้วยค่ะ



จากนั้นเราก็ย้ายไปที่ อนุสรณ์สถาน สงครามเวียดนาม และ สงครามเกาหลี (Vietnam War Memorial, Korea War Memorial) ตรงนี้จะมีกำแพงแกรนิต สลักเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามเอาไว้ ดูผ่าน ๆ ก็จะเป็นแค่รูปสลักธรรมดา แต่พอมองทั้งแผ่นจะเห็นว่าป็นรูปสลักที่มีมิติ มีความลึกค่ะ



สุดท้ายไปพักที่ Maryland พวกเราก็แยกกับทัวร์ เปี๊ยกพาไปทานอาหารที่ร้านหนึ่ง เปี๊ยกอธิบายว่าเมืองนี้ตอนหน้าหนาวจะหนาวมาก แล้วก็สำหรับคนที่ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่นี่ ค่าทิปจะดีกว่าที่อื่น ทานอาหารกันแล้ว ก็ไปซูเปอร์ ซื้อเสบียงตุน แล้วเปี๊ยกก็พาไปส่งที่โรงแรม ขอบคุณเปี๊ยกมา ณ ที่นี้ด้วยจ้า

วันที่ 4: Washington D.C. – Niagara Falls

ที่แรก ไปที่ Coming Glass Center ก่อน เป็นโรงงานผลิตแก้ว และมีพิพิธภัณฑ์แก้ว สารพัดแบบ สวย ๆ เยอะแยะเลยค่ะ มีการอธิบายวิธีทำแจกันแก้ว คนอธิบายเป็นคนอเมริกันแต่พูดจีนกลางได้คล่องมาก



แล้วก็เดินทางไปไนแองการ่า ไปถึงก็ตอนกลางคืนแล้วค่ะ ไกด์ก็พาไปเดินที่น้ำตก ชมบรรยากาศตอนกลางคืนก่อน น้ำตกใหญ่มากกก เสียงน้ำตกดังซู่ซ่า ถ้ากลางวันจะสวยขนาดไหน



วันที่ 5: Niagara Falls-Goat Island-Boston

โรงแรมที่เราอยู่ไม่ไกลจากน้ำตกเท่าไหร่ค่ะ ไปถึงกันตอนเช้า แวะที่ Goat Island ก่อน จุดนี้ก็จะสามารถเห็นน้ำตกได้ในระยะไกล อากาศดีมาก ๆ มีสายรุ้งพาดผ่านน้ำตก แม่เราเคยมาแล้ว บอกว่ามาทีไรมันก็มีสายรุ้งทุกที ไม่รู้ว่าเค้าฉายเลเซอร์ให้มีสายรุ้งป่ะนะ แต่ว่าเป็นสายรุ้งจริงค่ะ



มุมจาก goad island






มาถึงไนแองการ่า



หลังจากเดินเที่ยวถ่ายรูปกันซักพักเค้าก็จะให้ลงเรือ เพื่อลงไปที่น้ำตก จะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของน้ำตกกันชัด ๆ ทุกคนจะต้องใส่เสื้อกันฝน สีน้ำเงินลงเรือชื่อ Maid of the Mist ซึ่งจะมีเฉพาะช่วงหน้าร้อนเท่านั้น เราไม่รู้จะบรรยายยังไงค่ะ มันยิ่งใหญ่จริง ๆ ถึงตัวจะเปียกแต่ก็คุ้ม น้ำตกตกลงมาเป็นฟองฟุ่ เหมือนมีหมอกอยู่ตลอดเวลา

ถ่ายจากในเรือ Maid of the Mist




หลังจากนั้นก็พามาชมวิวด้านบนค่ะ จะมีลิฟท์พาขึ้นไปชมน้ำตกจากด้านบน แล้วก็มีร้านให้ชอปปิ้งด้วย ตรงนี้ถ้าใครทำวีซ่าแคนาดามา ก็สามารถข้ามฝั่งไปฝั่งแคนาดาได้ค่ะ

จากไนแองการ่า ก็ไปทานอาหารเย็นกัน ที่เมืองบอสตัน เป็นไฮไลท์อีกอย่างของทัวร์นี้ ก็คือกุ้งลอบส์เตอร์ค่ะ กรี๊ดด เรานั่งกันเป็นโต๊ะกลม นั่งโต๊ะเดียวกับกลุ่มนึงมากันสามคน เป็นแม่ ลูกสาว และเพื่อนลูกสาว เป็นคนไต้หวัน ลูกสาวและเพื่อนเพิ่งเรียนจบตรีที่ LA ก็เลยพากันมาเที่ยวค่ะ ลูกสาวตัวใหญ่ เพื่อนเค้าตัวเล็ก เหมือนเลข 1 กับ 0 ส่วนแม่เค้าสวยมากเลยค่ะแม่เค้านั่งถัดจากเรา

ระหว่างทานลอบส์เตอร์ (หวาน สด เนื้อแน่น อร่อยสุดจะบรรยาย) เค้าก็คุยกันเป็นภาษาจีนกลางกับแม่เรา เรื่องเป็ดปักกิ่ง บอกว่าเป็ดปักกิ่งที่ปักกิ่งนี่ไม่อร่อยเนอะ เราก็เลยพูดเป็นภาษาจีนกลางว่า ใช่ ๆ เป็ดปักกิ่งที่เมืองไทยอร่อยกว่า ลูกสาวเค้า (น้องอ้วน) ทำหน้าตกใจมาก หือ หา ห๊า เธอพูดจีนกลางได้เหรอ เราก็บอกว่า นิดหน่อย เค้าก็บอกว่าชั้นนึกว่าเธอไม่รู้ภาษาจีนกลาง หน้าตาตกใจมาก หนอย หล่อน นินทาชั้นมาตลอดทางเลยใช่มั๊ยยะ ถึงได้ต้องตกใจขนาดนี้

วันสุดท้าย Boston-LA

วันนี้วันสุดท้าย ไปมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด อันเลื่องชื่อ เป็นมหาวิทยาลัยที่กว้างมากค่ะ ที่นี่ก่อตั้งโดย Mr.John Harvard ซึ่งจะมีอนุสาวรีย์ อยู่ในมหาวิทยาลัย เจสันบอกว่า สังเกตที่เท้าซ้ายของมิสเตอร์ฮาวาร์ด จะเป็นเงาแว๊บ เพราะว่าเค้าเชื่อกันว่า มาลูบที่ปลายรองเท้าซ้ายของ Mr.Harvard แล้วจะขอพรได้ดังใจหวัง



ส่วนใหญ่เป็นทัวร์แวะชมสถานที่ เช่น Boston Common Park, U.S.S Constitution Museum ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ เกี่ยวกับการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญของชาวอเมริกัน จะมีระฆังอันใหญ่ (ขออภัยจำประวัติไม่ได้แล้วค่ะ เพราะว่าคนเยอะมาก เข้าขั้นเบียดเสียดเลยทีเดียว) แม่เราบอกว่า ระฆังที่ลาสเวกัส ก็มีเลียนแบบไง อันใหญ่กว่าอีก

แล้วก็ไปสนามบิน กลับ LA ค่ะ จบแล้วทัวร์ New York, New York




 

Create Date : 13 กรกฎาคม 2549    
Last Update : 13 กรกฎาคม 2549 18:38:58 น.
Counter : 1043 Pageviews.  

 
 

แบ๊น แบน
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ข้อความและรูปภาพต่าง ๆ ในบลอกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าจะเป็นการลอกเลียนแบบ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความและรูปภาพใน blog แห่งนี้ไปใช้เผยแพร่และอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

[Add แบ๊น แบน's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com