Release my darkness to the world
<<
พฤษภาคม 2567
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
12 พฤษภาคม 2567

ชุดนักเรียน ต้นทุนการศึกษาที่ผู้ปกครองต้องแบกรับ



ชุดนักเรียน
เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนานสำหรับเรื่องของชุดนักเรียน ซึ่งนักเรียนหลายคนก็ไม่ได้รู้สึกอยากใส่ ในขณะที่ทางผู้ใหญ่ก็ไม่ได้ให้เหตุผลที่ดูน่าเชื่อถือที่จะทำให้เด็กยอมรับเลย ขอออกตัวก่อนว่าเราอยู่ในฝั่งที่ค่อนข้างชอบในเรื่องชุดนักเรียน มันก็ดูเรียบร้อยดี จะติดก็แค่เครื่องแบบมันไม่สวยงาม แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญอยู่ที่เหตุผลที่คุณให้กับเด็กว่าทำไมต้องใส่ชุดนักเรียนมากกว่า





หลายคนให้เหตุผลในเรื่องของการแยกได้ว่าใครเป็นนักเรียน แต่มันมีข้อขัดแย้งคือ โรงเรียนหลายๆ แห่งมักเปิดให้เด็กมาเรียนในช่วงซัมเมอร์เพื่อหาเงินเข้าโรงเรียนเพิ่ม ทำไมช่วงเวลานั้นถึงไม่จำเป็นต้องใส่ชุดนักเรียน? นี่เป็นอีกความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นสำหรบเรื่องนี้

ถ้าจะพูดในแง่ของความปลอดภัยชุดนักเรียนมันปกป้องอะไรเราได้หรือ? มันเป็นชุดเกราะกันกระสุน? ชุดมีทั้งชื่อ-นามสกุล รหัสนักเรียนติดอยู่เห็นได้ชัดนับว่าอันตรายมากเดิมด้วยซ้ำ หากคนร้ายคิดจะทำเรื่องไม่ดี เราคิดเรื่องไม่ดีได้คุณก็น่าจะคิดได้ อย่าให้ต้องยกตัวอย่างเลย เดี๋ยวจะกลายเป็นการชี้โพรงให้กระรอก การยืนยันตัวตนในยุคปัจจุบันทำได้หลายวิธี ใช้บัตรแสกนเอาก็ได้ หรือจะใช้เทคโนโลยีการแสกนใบหน้าแบบที่โรงเรียนหลายๆ แห่งใช้ก็ทำได้ เราเลยรู้สึกแปลกใจที่มีคนพูดในเรื่องของความปลอดภัย มันช่วยตรงไหนยังไม่รวมพวกหนัง AV ที่ในหนังชอบเอาชุดนักเรียนมาเล่น





เราเอาลิงค์ข่าว เก่าของปีที่ผ่านมา มาให้ดูจะเห็นได้ว่าค่าชุดนักเรียนมันเพิ่มขึ้น ปีนี้ก็น่าจะไม่ต่างกันเพียงแต่ยังไม่เป็นข่าวเท่านั้น





เหตุผลอีกอันที่มักถูกยกมาพูดอยู่เป็นประจำคือในเรื่องของความประหยัด ลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งมันไม่เมคเซ้นเลย แค่เนื้อผ้าก็บ่งบอกได้ถึงความแตกต่างแล้ว หรือบางคนสามารถซื้อชุดใหม่ได้ทุกปี ในขณะที่บางคนไม่มีกำลังซื้อขนาดนั้น แค่นี้ก็เห็นได้ชัดแล้วหากจะเปรียบเทียบ เรื่องความเหลื่อมล้ำแค่ดินสอ หรือปากกาแท่งเดียวก็เห็นถึงความความเหลื่อมล้ำแล้ว มันลดไม่ได้จริงหรอก ยิ่งถ้าออกกฎให้ทุกคนต้องเหมือนกันหมดเป็นหุ่นยนต์ล่ะก็ปัญหาใหม่ๆ อย่างการลักขโมยจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะเลย

ความเหลื่อมล้ำมันมีอยู่แล้วแต่เราควรสอนเรื่องนี้ให้เด็กมากกว่ามิใช่หรือ?





เราเปิดกว้างนะเรื่องความเหลื่อมล้ำ ใครจะมาให้ความเห็นอย่างไร เชิญเลย เราพยายามคิดหาคำตอบในเรื่องนี้แต่ไม่สามารถหาคำตอบที่ดีได้ เรื่องที่ว่า เด็กมันจะได้รู้สึกเท่าเทียม แล้วไอ้โปรแกรมด้านบนนี่เด็กมันจะรู้สึกเท่าเทียมมั้ย? แค่นี้ก็เห็นถึงชนชั้นในโรงเรียนแล้ว ความเป็นหนึ่งเดียวแต่ชุดนักเรียนต่างกัน น่าจะต้องเชิญคุณสาธิต ปิตุเตชะ มาตอบกระมัง ใช่มั้ย "ทั่น" รมต. ช่วย สาสุก





เราสนใจคำพูดของนักการเมืองคนนี้นะ คุณไผ่ ลิกค์ ที่ถามว่าอยากได้ครูแบบไหน ถ้าครูทั้งสองมีความสามารถเท่ากันสามารถสอนลูกหลานเราได้ เราเลือกแบบทางซ้าย เพราะมันสะดุดตา เป็นที่สนใจของนักเรียน ถ้าครูไม่สามารถทำให้นักเรียนสนใจได้ ทุกอย่างก็จบ ทำไมพวกครูสอนพิเศษทั้งที่มันดูบ้าๆ บอๆ แต่ทำไมเด็กไปเรียนกับพวกนั้นเยอะล่ะ นี่ล่ะคำตอบดังนั้นประเด็นที่คุณไผ่ ลิกค์พูดจึงดูไร้น้ำหนักอย่างมาก

จริงๆ แล้วครูจะแต่งตัวยังไงก็ไม่เป็นไรเลย เราก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ ครูแต่งแบบนี้ก็มีไม่เห็นมีไรเลย น่าสนใจดีออกคลิกเพื่อดู


ดุดีออก บรรยากาศผ่อนคลาย




"จะแต่งตัวหาผัวหาเมียรึไง" นี่เป็นคำพูดที่ใช้ไม่ได้มากที่สุดของคนที่อ้างตัวเป็นผู้ใหญ่ สิ่งนี้มันพิสูจน์มาแล้วว่าขนาดครูแต่งตัวแต่งหน้าจัดขนาดนั้นยังหาผัวหาเมียไม่ได้ ที่สำคัญการจะสอนให้เด็กประหยัดทำไมครูไม่ทำเป็นตัวอย่างให้เด็กมันดู (ใส่ชุดข้าราชการทุกวันไปเลย แต่เอาเข้าจริงชุดข้าราชการราคาก็ไม่ถูกนะ โคตรแพงเลยล่ะ) เด็กมันจะได้ไม่มีข้ออ้าง ตัวอย่างที่ดีมีค่ามากกว่าคำสอน อันที่จริงเรื่องนี้เรามองว่ามันกระทบนายทุนมากกว่า เลยทำให้ไม่สามารถที่จะปล่อยอิสระเรื่องชุดนักเรียนได้ มันกระทุกกลุ่มทุน และตลาดในส่วนนี้ซึ่งมีมูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท/ปี

เปิดเทอมทีก็ต้องไมไล่ขอบริจาคทุกปี นี่ก็เป็นปัญหาอย่างหนึ่ง เหมือนที่ได้เขียนไปในช่วงแรก ชุดนักเรียนมันราคาแพง แล้วถุงเท้าต้องพื้นขาวด้วยนะ พื้นแบบนี้ไม่ได้ สำหรับเรา เรายังไงก็ได้ พื้นขาวยังไงก็สกปรก คุณแม่หลายๆ ท่านน่าจะถูกใจถุงเท้าพื้นดำมากกว่า แต่ถ้าคุณเป็นคุณแม่ที่ชอบพื้นขาว ก็ขอให้สนุกกับการซักถุงเท้าก็แล้วกัน

เอาเถอะพอแค่นั้นดีกว่า เดี๋ยวจะมากล่าวหาว่าให้ท้ายเด็ก เด็กมันถึงได้ได้ใจ จริงๆ เด็กที่เราเห็นเค้าแสดงออกรุนแรง หรือดูก้าวร้าวไปบ้าง ก็เพราะขนาดมากราบเด็กก็ทำมาแล้ว แต่พวกคุณไม่ฟังอะไรเลยไง


ถ้าถามเราในเรื่องนี้ไม่ต้องยกเลิกหรอก แต่ให้เด็กมันเลือกว่าจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ ไม่บังคับ เหมือนพนักงานบริษัทหลายๆ แห่งที่บริษัทให้เสื้อของบริษัทมา แล้วเลือกเองว่าจะใส่หรือไม่ใส่ เราไม่ซีเรียสกับเรื่องนี้เลย

สำหรับคนที่เป็นผู้ปกครอง แล้วลูกอยู่ในวัยเรียนต้องกลับถามว่าคุณยังไหวมั้ยกับราคาชุดนักเรียนในปัจจุบันซึ่งแพงกว่าชุดทั่วๆ ไปมาก ถ้าคุณรับได้รู้สึกว่ามันโอเคก็ยินดีด้วย แต่ถ้าคุณรับไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นภาระเวลานี้ไม่เหมาะเหรอที่เราควรจะเปลี่ยนแนวคิด ใครอยากใส่ก็ใส่ไม่อยากใส่ก็ไม่ต้องใส่ แบบนั้นมันน่าจะดีกับทุกฝ่ายมากกว่า (ยกเว้นว่าคุณยืนอยู่ข้างพวกนายทุน)

ความจริงเราไม่เดือดร้อนเรื่องนี้ กลับเป็นฝ่ายสนับสนุนเรื่องชุดนักเรียนด้วยซ้ำ แต่เมื่อฟังความเห็นอีกด้าน เรื่องที่ผู้ปกครองหลายๆ ท่าน ไม่ไหวเรื่องชุดนักเรียน มันเป็นภาระกับเขา มันก็ทำให้เราได้ฉุกคิดขึ้นมาว่าเราควรมองอีกมุมหรือไม่ ก็ฝากให้คิดก็แล้วกัน ไหนๆ ก็ใกล้เปิดเทอมกันแล้ว





สังคมมันจะดีขึ้นได้ก็มาจากเสียงของพวกเราทุกคน ขอให้ทุกคนสนุกกับสังคมที่กำลังจะล่มสลาย แต่ถ้าไม่อยากให้มันล่มไปจริงๆ ก็ต้องช่วยกันส่งเสียงออกมาบ้าง



ฮ่าๆๆ มีคนมาพูดแบบนี้ ถึงกับต้องโหนพระสงฆ์แล้ว แสดงให้เห็นว่าไม่มีเหตุผลในการตอบโต้แล้ว ใครสนใจประเด็นนี้บอกได้ เดี๋ยวจะจัดให้แบบเน้นๆ เลย




To voter

บล็อกนี้เป็นบล็อก Political Blog โปรดเลือก Political Blog เพื่อเป้าหมาย Skyfall Political Blog




Create Date : 12 พฤษภาคม 2567
Last Update : 12 พฤษภาคม 2567 17:58:43 น. 7 comments
Counter : 357 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณtoor36, คุณหอมกร, คุณmultiple, คุณกะว่าก๋า, คุณดอยสะเก็ด, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณnewyorknurse


 
มองในมุมผมตอนนี้ก็รู้สึกว่ามันแพงจริงๆ ครับ สำหรับชุดนักเรียน ไม่รวมชุดอื่นๆ อีก ผมคิดคล้ายๆ กันคือ วันที่เป็นทางการหรือพิธีการค่อยใส่ ปกติใส่ไม่ใส่ก็ได้ เรื่องนี้ผมตามข่าวตั้งแต่ของ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน มันก็มีเด็กที่ไม่ใส่เหมือนกัน ด้วยเหตุผลที่ว่าขี้เกียจไม่รู้เลือกชุดไหน น่าลองครับ เอาเข้าจริงเด็กมันอยากใส่ก็ให้มันใส่ไปเถอะ เชื่อเถอะไม่นานมันจะกลับมาใส่ชุดนักเรียนเอง คล้ายๆ น้องๆ ในออฟฟิศผมนี่แหละ ใส่ชุดซ้ำๆ เสื้อยูนิฟอร์มบริษัท (บ.ผมแจกเสื้อ) แล้วใส่แทบทุกวัน ด้วยเหตุผลคือเบื่อ ขี้เกียจเลือก หมดไฟในการเลือกน่ะแหละ

เป็นคำถามที่น่าสนใจสำหรับห้อง EP ตั้งแต่มีห้่องแบบนี้มีชุดแยกแบบนี้ คำว่ายูนิตี้ก็ใช้ไม่ได้อีกต่อไป เรื่องพระมันจะมีพวกตั้งสเตตัสแบบนี้แหละ ก็นะให้เขาพูดไป ผมไม่ขัดนะถ้าพระจะทำ ส่วนประชาชนจะตักบาตรมั้ยก็เป็นเรื่องที่พระต้องรับผลให้ได้เช่นกัน


เรื่องครูแต่งตัวแปลก เอาเข้าจริงเจอครูที่ดูแปลกๆ ผมกลับชอบนะ ตราบเท่าที่เขาทำหน้าที่ได้ดี ผมว่าเจ๋งดีครับ ผมเคยเรียนกับครูพิการเสียมือไป มือเป็นตะขอแกยังเคยแกล้งใส่หมวกโจรสลัดเลย ซึ่งสร้างความตื่นตัวให้นักเรียนในห้องได้เป็นอย่างดี

ป.ล. น่าจะเป็น ไผ่ ลิกค์ // สระอิ ไม่ใช่สระอึ กอไก่ ไม่ใช่งองู


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 12 พฤษภาคม 2567 เวลา:17:42:26 น.  

 
ศาสนาไม่เสื่อม แต่คนเสื่อม
เข้ามาในพระพุทธศาสนาจ้า




โดย: หอมกร วันที่: 12 พฤษภาคม 2567 เวลา:18:02:38 น.  

 
ชุด นักเรียน แพงมาทุกยุคทุกสมัยเลยนะครับ
ยุค อ.เต๊ะ นี่ถ้าบ้านไหนมีลูกหลายคน ต้องพยายามให้เรียน รร เดียวกัน น้องจะได้รับมรดก เสื้อกางเกงจากพี่ได้

ไม่งั้น ต้องซื้อชุดตัวใหญ่ๆให้ลูกเผื่อโตนะครับ
ของ อ.เต๊ะ โชคดีมีพี่สาว ไม่งั้นต้องรับมรดก ใส่กระโปรงของพี่ ต่อแน่นอน มันคงจะเซ้กซี่ไม่ใช่เล่น วี้ด วิ้ววว 555

เอาจริงๆ ชุดเครื่องแบบ นร จะดีตรงใส่ซ้ำได้ ถึงจะเหม็นหน่อย
ก็เรื่องของคนอื่น ไม่ใช่เรื่องของเรา 555

แล้วก็ เห็นในรูปมีการแยกเด็กธรรมดา เด็กห้องgifted ห้องอินเตอร์ แยกชุดให้แตกต่างกันอีก ไปกันใหญ่เลยนะครับนี่

สำหรับ อ.เต๊ะ นี่หลังๆเป็น อาจารย์พิเศษ
เดือนนึงไปทำงานแค่ 4 วัน มีชุดแค่ 4 ชุด พอแล้วครับ บางทีใส่กางเกงตัวเดิมซ้ำไป ก็ไม่มีใครจำได้นะครับ
แสนสบายจริงๆ 555



โดย: multiple วันที่: 12 พฤษภาคม 2567 เวลา:19:33:08 น.  

 
ลูกชายผมเปิดเทอมทีนึง
ถ้าซื้อชุดใหม่ก็ต้องมี 4-5 พันบาทครับ
ไม่รวมค่าหนังสืออีก
ภาระทั้งนั้นเลยของพ่อแม่ครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 พฤษภาคม 2567 เวลา:21:27:22 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 พฤษภาคม 2567 เวลา:5:16:55 น.  

 
เรื่องชุดนักเรียนชุดลูกเสือเนตรนารีที่เป็นภาระผู้ปกครองทุกปีจริงๆ ครับ
เพราะเปิดเทอมทีพ่อแม่แทบจะตัวซีด ไหนจะค่าเทอม ค่าชุดนักเรียน ชุดพละ ชุดลูกเสือ ชุดไทย กับอีกสาระพัดชุด ไหนจะกระเป๋านักเรียน กระเป๋าพละ รองเท้า ถุงเท้า เออ ค่าปักชื่อก็ไม่ใช่ถุกๆ นะครับ

เรื่องความเหลื่อมล้ำจากชุดไพรเวท นี่...ก็อย่างว่าแหละครับ เครื่องแบบก็เหลื่อมล้ำกันได้ เป็นเรื่องตลกมาก แถมชุดที่ต้องการทำให้พรีเมี่ยม ก็ไม่ได้สวยซะด้วย 5555



จากบล๊อก
จริงครับ เด็กไม่มีวันเข้าใจผู้ใหญ่ เพราะเค้าไม่เคยเป็น แต่เสียดายที่กว่าจะเป็นผู้ใหญ่ หลายๆ คนก็ลืมความเป็นเด็กซะแล้วนี่แหละ


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 13 พฤษภาคม 2567 เวลา:22:21:02 น.  

 
ยังบ้าไม่พอกับลูกเสือไทย เห็นแล้วได้แต่ส่ายหน้า

https://twitter.com/kaidaw56066515/status/1764317387472478245


โดย: โลกคู่ขนาน (สมาชิกหมายเลข 7115969 ) วันที่: 14 พฤษภาคม 2567 เวลา:22:51:08 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 7115969
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




การเมือง - สังคม เป็นเรื่องของทุกคน เป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด ถ้าคุณหันหน้าหนีการเมือง การเมืองจะตามไปเล่นงานคุณอย่างไม่ต้องสงสัย

active citizen!! สิ่งรอบตัวเราแท้จริงแล้วเป็นเรื่องการเมืองทั้งสิ้น แม้คุณจะไม่อยากยุ่งกับการเมืองแต่การเมืองยังไงก็จะมีผลกระทบกับคุณ


โลกคู่ขนาน เรียกเราแบบนี้ก็แล้วกัน ในเมื่อระบบสมาชิกแบบเฟสบุ๊คไม่สามารถตั้งชื่อได้ เรามีตัวตนในโลกนี้ที่เป็น "light" งั้นเราก็จะเป็น "darkness" เพื่อปลดปล่อยความรู้สึกที่มีอยู่

[Add สมาชิกหมายเลข 7115969's blog to your web]