Release my darkness to the world
 
สิงหาคม 2565
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
9 สิงหาคม 2565

วันแม่แห่งความเศร้า

บังเอิญไปเห็นข่าวเล็กๆ ข่าวหนึ่งทำให้อดไม่ได้ที่จะพูดถึงเรื่องนี้ เรื่องนี้เป็นประเด็นทางสังคมที่ละเอียดอ่อน และมีการปฏิบัติกันมาช้านาน นั่นก็คือกิจกรรมวันแม่ โดยในข่าวเป็นการเขียนจดหมายถึงแม่ แต่ทว่าแม่ของเด็กในต้นเรื่องเสียชีวิตไปแล้ว เลยยิ่งเป็นการตอกย้ำความรู้สึกเศร้าเสียใจให้กับเด็ก แล้วเขาก็จะต้องเจอตอกย้ำแบบนี้ทุกปี

ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมามีกระแสเรื่องนี้ว่าควรจัดกิจกรรมลักษณะที่ตอกย้ำความรู้สึกของเด็กแบบนี้ต่อไปหรือไม่ แม้จะไม่ได้เป็นกระแสที่พูดกันอย่างกว้างขวาง แต่ก็มีการพูดคุยกันในหมู่ชาวเน็ต



แม่คงไม่ได้อ่าน เพราะท่านไม่อยู่แล้ว



หากเล่าถึงประสบการผู้เขียน เราเคยเจอบังคับให้ต้องให้พาแม่มาที่โรงเรียนเพื่อร่วมงานวันแม่ โดยทางโรงเรียนจัดพิธีขึ้นในวันที่ 11 สิงหาคม ซึ่งสมัยนั้นแม่เราไม่สามารถมาร่วมงานได้ ในงานยิ่งกว่ารู้สึกเด๋อเลยโรงเรียนก็ให้ครูมาแทนที่แทน (ฮ่าๆๆ) ต้องยอมรับว่าใจสลาย แล้วบรรยากาศงานก็พยายามเปิดเพลงบิ้วอารมณ์ให้ร้องไห้ แต่ก่อนหน้าวันงานมันมีรายละเอียดที่เรารู้สึกว่ามันโคตรไร้สาระเลยนั่นก็คือ คุณต้องซ้อมงานพิธี ซ้อมๆๆ ช่วงกลางวันกินข้าวเสร็จโดนจับมาซ้อมทันที สเต็ปการเดิน การกราบ การมอบดอกมะลิ ฯลฯ ซึ่งเป็นงานที่เราไม่ได้อยากให้แม่มา เพราะรู้ว่าท่านไม่ว่าง ไม่ได้อยากซ้อมเจอบังคับอีกยิ่งรู้สึกว่ามันโคตรไร้สาระ เสียเวลาเรียนมาก

นี่ไม่รวมถึงกรณีคนที่แม่เสียชีวิตไปแล้ว มาเจอภาพแบบนี้ซึ่งก็ตอกย้ำเข้าไปทุกปีๆ มันเจอปวดใจนะคุณ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ผู้คนในสังคมจะเริ่มตระหนักถึงกิจกรรมที่หาประโยชน์มิได้ในลักษณะนี้ว่า มันควรปรับเปลี่ยนเป็นลักษณะอื่นที่สร้างสรรค์กว่านี้ได้แล้ว

ถึงวันนี้เรากลับรู้สึกที่วันนั้นแม่เราไม่สามารถร่วมงานได้เป็นสิ่งที่ดี ถ้าวันนั้นท่านมาร่วมงานได้คงเป็นบาดแผลในใจเราตลอดชีวิตนี้ เพราะท่านก็มีหน้าที่ของท่านที่จะต้องไปทำงานหาเลี้ยงครอบครัว มันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่จะมาไม่ได้ ที่สำคัญการบังคับลักษณะนี้เป็นเรื่องไม่ถูกต้องแต่แรกอยู่แล้ว ในตอนนั้นถ้ามีปัญหาแม่เราก็พร้อมลุยนะ



แต่ทว่าสังคมประเทศนี้ที่เป็นลักษณะฉาบฉวยเอาหน้า มันคงแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ยาก เราจะต้องทรมาณลูกหลานเราแบบนี้ไปอีกกี่คน เราต้องสร้างความสูญเสียรายได้จากการหยุดงานของผู้ปกครองอีกกี่คน เราควรต้องคิดและคำนึงถึงคนอื่นมีเอ็มพาตี้มากกว่านี้




เราชอบคำกล่าวของบล็อกเกอร์คนหนึ่งในบล็อกแก๊ง "ให้ทุกวันเป็นวันแม่" ควรทำแบบนั้นช่วยเหลือ ดูแลท่าน ไม่ใช่แสดงออกถึงความรักแค่ 1 วัน


การเมือง - สังคม เป็นเรื่องของทุกคน ประเด็นเล็กน้อยถ้าจำเป้นต้องพูด ก็ต้องพูด สังคมคุณจะเป็นอย่างไรอยู่ที่เสียงของคุณ





ป.ล. มีหลังไมค์สอบถามเกี่ยวกับบล็อกนี้ว่าอยู่หมวดอะไร บล็อกนี้อยู่หมวด Political Blog การเมือง-สังคม เราไม่มีคะแนนโหวตให้คนที่แวะมาโหวตเราหรอกนะ เพราะล็อคอินลักษณะนี้ไม่สามารถโหวตให้ใครได้ สิ่งที่เราทำได้มีแค่อย่างเดียวคือ ใครที่แวะมาอ่านมาโหวต เราจะไปอ่านงานเขียนที่ท่านเขียนอย่างตั้งใจ นี่คือสิ่งเดียวที่เราสามารถทำได้ ขอบคุณและ สวัสดี~


Create Date : 09 สิงหาคม 2565
Last Update : 9 สิงหาคม 2565 14:57:32 น. 10 comments
Counter : 398 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณmultiple, คุณหอมกร, คุณnewyorknurse, คุณRain_sk, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณtoor36, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณไวน์กับสายน้ำ


 
เริดค่ะ
ตายังมองตัวหนังสือเยอะไปไม่ชัด
ไว้วันหน้า..มี 2 ตา
จะแวะมาอ่าน.้ำนะคะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 9 สิงหาคม 2565 เวลา:16:35:39 น.  

 
เพื่อนในชั้นเรียน
เป็นเด็กจากสถานสงเคราะห?
แต่เธอเป็นเด็กเรียบร้อย
มีอัธยาศัย ตั้งใจเรียน
และไม่อาย..ที่จะบอกใครๆว่ามาจากไหน
ไม่มีใครในห้องล้อเธอเย..

วันแม่เป็นวันที่เธอคงเจ็บแปล็บ
เช่นกัน..
นึกถึงเพลง..
เรียงความส่งครู

ของ RS ที่พี่กี้ อริสมันต์ แต่ง ในอดีต


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 9 สิงหาคม 2565 เวลา:16:39:52 น.  

 
โอ้ ใกล้วันแม่แล้วเหรอครับ

เรื่องงานวันแม่ ที่ตาม รร. ต่างๆชอบจัดกันนี่
จริงๆ ถ้าเด็กพอจะคิดเป็น และเป็นคนดีนี่
ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันแม่หรอกครับ

แค่ตั้งใจเรียนหนังสือ ทำตัวดีๆ ไม่ออกนอกลู่นอกทาง
อยู่บ้านก็ช่วยแม่ทำงานบ้าน ทำอะไรที่พอจะช่วยแบ่งเบาภาระได้บ้าง
เท่านี้ก็เป็นแสดงความรักแม่ ได้อย่างดีแล้วละครับ

คนเรา ฐานะทางสังคมไม่เท่าเทียมกัน เด็กบางคนพ่อแม่อาจจะหาเช้ากินค่ำ เด็กบางคน พ่อแม่เป็นเศรษฐี
ถ้าจัดงานวันแม่ แล้วผู้ปกครองคนนึง ใส่เสื้อผ้าหรูหรา เพชรทองเต็มตัว
แล้วแม่เด็กอีกคน นุ่งผ้าถุงมอมแมมไป นั่งให้เด็กกราบ คู่กัน
ใจเด็กมันก็ต้องรู้สึกอะไรบ้างแหละนะครับ

บางทีรักก็ไม่จำเป็นต้องแสดงโชว์คนอื่น อยู่ที่การกระทำของตัวเราเองนะครับ

ปล.เรื่องแบบนี้ อ.เต๊ะ เม้นท์ไม่ค่อยได้เลยครับ
โดยมากจะออกแนว เฮฮาบ้าๆบอๆไปตามเรื่องตามราวนะครับ 555



โดย: multiple วันที่: 9 สิงหาคม 2565 เวลา:19:12:09 น.  

 
ไม่ต้องโหวตให้กันหรอกจ้า แค่แวะไปคุยกันก็พอ
สมัยนี้ครอบครัวไม่พร้อมหน้าพ่อแม่ลูกเยอะ
ไม่สมบูรณ์พร้อมเหมือนครอบครัวสมัยก่อนแหละ



โดย: หอมกร วันที่: 9 สิงหาคม 2565 เวลา:21:30:53 น.  

 
สมาชิกหมายเลข 7115969 Political Blog

ใช่ยิ่งช่วงโคโรน่า แรกๆเด็กๆหลายคนเสียบิดามารดา บางคนไม่มีญาติ รอคนมารับไปเลี้ยง..รัฐบาล..ทำไรมั่ง?
่่อ่านข่าวแล้วเศร้า...ประเทศไทยมีดีหลายอย่างแต่ที่เสียๆก็มีเยอะครับ
ทำไมเมืองไทยยังไม่ไปไหนๆเลยสงสัยเกาะกลุ่มบ้านใกล้เรือนเคียงไว้แน่นๆ

ผมไม่รู้ว่าลาวกับพม่าและไทยใครจะออกจากกลุ่มก่อนกัน เมื่อก่อนผมว่ามาเลเชียนี้ไทยเราชนะแต่ปีนี้ไม่แน่ว่าไทยกลายเป็นคนเดินตามหลัง

ทำให้ผมเห็นสภาพประเทศไทยเราคล้ายคนชรามากๆที่เดินเหินแทบไม่ไหวหากว่าเปรียบ

สงสารประชาชน...คนไทยเราไม่รู้ชาติไหนถึงจะได้เชิดหน้าชูตาเหมือนประเทศที่เจริญแล้วจริงๆไม่ใช่เจริญหลอกๆ


โดย: กระดิ่งลมเอะโดะ สีแดงยามค่ำคืน วันที่: 10 สิงหาคม 2565 เวลา:3:51:27 น.  

 
สวัสดีครับ

ขอบคุณที่แวะไปคุยที่บล็อก และทำให้ผมได้ความรู้เพิ่มเติมด้วยครับ


เรื่องกิจกรรมวันแม่ ที่ผมอยากให้งดหนึ่งอย่างก็คือ การเชิญคุณแม่ไปโรงเรียนแล้วให้ลูกนำพวงมาลัยมาไหว้ เพราะแต่ละครอบครัวสมบูรณ์แบบไม่เหมือนกัน กลายเป็นเพิ่มปมด้อยของเด็กไปอีก (แต่ผมเองสมัยเรียน ที่โรงเรียนไม่ได้มีกิจกรรมนี้ครับ)

ชอบประโยคทิ้งท้ายที่ว่า
"การเมือง - สังคม เป็นเรื่องของทุกคน ประเด็นเล็กน้อยถ้าจำเป้นต้องพูด ก็ต้องพูด สังคมคุณจะเป็นอย่างไรอยู่ที่เสียงของคุณ"
เพราะทุกเสียงสามารถทำสังคมให้ดีขึ้นได้


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 10 สิงหาคม 2565 เวลา:13:58:20 น.  

 
มันเป็นภาระจริงๆ น่ะแหละ เรื่องนี้โยงหลายภาคส่วนนะ เพราะเราต้องไม่ลืมว่า ผู้หญิงใช่ว่าจะเป็นแม่บ้านกันทุกคน แต่ละคนต้องออกไปทำงาน ทำขนาดนี้เงินที่จะเอามาใช้จ่ายยังไม่ค่อยจะพอใช้ในบ้านเลย ค่าแรงของคนไทย ไม่สามารถเลี้ยงครอบครัว ขนาด 4 คนได้นะ แค่เลี้ยงตัวเองบางทียังไม่ค่อยจะรอดเลย

ผมก็ว่าไร้สาระ คือทำเหมือนเอาหน้า รักกันวันเดียว บางที่ร้ายกว่านั้นนะ ขู่เด็กว่าถ้าแม่ไม่มาจะตัดคะแนน จะลงโทษ โหยยย ด้วยความที่เป็นเด็ก (งานลักษณะนี้ส่วนมากจัดในชั้นประถม) มันก็กลัวกันแบบจะเป็นจะตายสิ มันบ้าบอมาก

บางทีแม่มาร่วมงานไม่ได้ แต่วันนั้นแม่ได้เงินจากการทำงานมา 1,000.- บาท หลังจากนั้นก็ซื้อของอร่อยที่ทุกคนชอบกลับบ้าน คิดดูสิว่าว่าภาพรวมของครอบครัวมันจะสุขมากแค่ไหน ดีกว่าความสุขปลอมๆ ที่แอบอ้าง และการแสดงความรักแบบฉาบฉวยตั้งเยอะ

ปิดร้าน 1 วัน เพื่องานนี้ฉิบหายเยอะกว่าที่หลายๆ คนคิดนะ รายได้ลด = คุณภาพชีวิตลดไปด้วย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 10 สิงหาคม 2565 เวลา:15:12:31 น.  

 
เหมือนกับว่า ครูอยากจะเห็นความซาบซึ้ง โดยคนอื่นแสดง
น่าจะชอบดูหนัง 555

เหมือนงานเปิดป้าย... มีคนยืนปรบมือ บางแห่งอาจจะมีการ
ซ้อมปรบมือ หุ หุ.... หลังจากเปิดป้ายแล้วก้ตัวใครตัวมัน
จงทำมาหากินด้วยตนเองก็แล้วกัน

เอะแรงไปเปล่า


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 11 สิงหาคม 2565 เวลา:6:35:37 น.  

 
เอาจริงๆ ผมเหมือนกันเลยครับที่ไม่เห็นด้วยกับกิจกรรมพรรณนี้เลยไม่รู้ว่าได้อะไร เหมือนบังคับเด็กมาแสดงความรักกับแม่ฉาบฉวย โดยที่ไม่เข้าใจความแตกต่างของบริบททางสังคม

การแสดงความรัก มีหลายวิธีหลายแบบมากครับ โดนที่ไม่จำเป็นต้องมานั่งไหว้นั่งกราบกันบนเวที รักคือการใส่ใจกัน ดูแลกัน เห็นอกเห็นใจกัน ไม่คล้ายกับคำว่ากราบเลย 55555 แค่ใครใคร่จะกรายไหว้ก็ไม่ใช่เรื่องผิด แค่มันควรเป็น prefering มากกว่า forcing

มันมีซ้อมด้วยหรอครับ นี่ผมจำไม่ได้เลย 5555555
แต่วันงาน จะเห็นมีคนร้องไห้ที่แม่ไปไม่ได้

เท่าที่ผมจะได้วันพ่อวันแม่พ่อแม่ผมก็ไปแหละ แต่ไม่รู้ ป. อะไรผมก็บอกพ่อแม่ว่าไม่ต้องไปหรอก ไม่มีอะไร แล้ววันงานผมก็นั่งกินไอติมชิลๆ กับเตะบอล 55555 ไม่สาระอ่ะครับ


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 11 สิงหาคม 2565 เวลา:10:41:43 น.  

 
จากบล๊อก

ผมว่าทุกคนมีบางเรื่องบางอารมณ์ที่หัวโบราณนะ 55555
LGBTQ+ เป็นเรื่องส่วนตัว เป็นแค่นิสัย ความชอบ รสนิยม ที่ทุกคนก็มีแตกต่างกันอยู่แล้ว ถือเป็นเรื่องปกติเลยครับ ไม่ได้โบราณอะไร ไอ่ที่โบราณคือความเชื่อฝั่งหัวมากกว่า


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 11 สิงหาคม 2565 เวลา:13:14:08 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 7115969
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




การเมือง - สังคม เป็นเรื่องของทุกคน เป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด ถ้าคุณหันหน้าหนีการเมือง การเมืองจะตามไปเล่นงานคุณอย่างไม่ต้องสงสัย

active citizen!! สิ่งรอบตัวเราแท้จริงแล้วเป็นเรื่องการเมืองทั้งสิ้น แม้คุณจะไม่อยากยุ่งกับการเมืองแต่การเมืองยังไงก็จะมีผลกระทบกับคุณ


โลกคู่ขนาน เรียกเราแบบนี้ก็แล้วกัน ในเมื่อระบบสมาชิกแบบเฟสบุ๊คไม่สามารถตั้งชื่อได้ เรามีตัวตนในโลกนี้ที่เป็น "light" งั้นเราก็จะเป็น "darkness" เพื่อปลดปล่อยความรู้สึกที่มีอยู่

[Add สมาชิกหมายเลข 7115969's blog to your web]