Group Blog
 
All blogs
 
บิล เกตส์ พลาดเพราะอะไร จึงหล่นทีเดียวจากที่ 1 ไปอยู่อันดับ 3



แม้ว่าบล็อกนี้จะเกี่ยวกับความสำเร็จ แต่การศึกษาด้านตรงข้าม(คือความล้มเหลว) ว่าอะไรเป็นจุดผิดพลาดทำให้เกิดความล้มเหลวครั้งสำคัญๆ ของบุคคลต่างๆ ก็ย่อมจะเกิดประโยชน์ด้วยเช่นกัน และผมจะขอเริ่มด้วยบุคคลที่เป็นบุคคลเปิดบล๊อกคนแรกในหัวข้อ Success Analysis นี้ บุคคลผู้เคยได้ชื่อว่ารวยที่สุดในโลกด้วยสถิติ 13 ปีติดต่อกัน มาวันนี้ จากการจัดอันดับล่าสุดโดยนิตยสาร Forbes เขาหล่นทีเดียวสองอันดับ จากอันดับ1 มาอยู่อันดับ 3 ซะแล้ว ด้วยการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่เกิดขึ้นก่อนการจัดอันดับในปีนี้เพียงไม่กี่สัปดาห์

บ้างก็ว่าเพราะอาถรรพ์หมายเลข 13 เพราะบิลได้ครองอันดับความร่ำรวยที่สุดในโลกมา 13 ปีแล้ว แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับการกระทำของเกตส์เองมากกว่า ไม่มีใครไปทำ นอกจากตัวของเขาเอง ทำให้อยู่ดีๆ วอเรน บัฟเฟทท์ มหาเศรษฐีหุ้นที่มีแนวโน้มว่าจะคงอยู่ที่อันดับสองต่อไปในปีนี้แบบสูสี ก็เลยได้ขึ้นไปนั่งเก้าอี้บัลลังค์คนรวยที่สุดในโลกเป็นปีแรก ตามด้วยมหาเศรษฐีธุรกิจเทเลคอมชาวเม็กซิกัน Carlos Slim Helu ที่มาแรงและตีตื้นเร็วมากในช่วงสองสามปีนี้ ในอันดับ 2 โดยทั้งสามคนมีเงิน 6.2, 6.0 และ 5.8 หมื่นล้านดอลลาร์ตามลำดับ

สาเหตุที่ทำให้เกตส์ต้องหล่นอันดับลงไปทีเดียวสองขั้นนั้นก็เนื่องจากการพยายามเข้าเทคโอเวอร์เวบไซท์ชื่อดัง Yahoo.com(Search Engine อันดับ 2 ของโลกรองจาก Google.com) โดยปราศจากการยินยอม และยังมีความพยายามจะโละบอร์ดผู้บริหารออกด้วย ถ้าเขาสามารถเข้าซื้อได้ ซึ่งสิ่งนี้เองทำให้เกิดภาพที่ไม่ดีต่อสังคม และทำให้หุ้นของไมโครซอฟท์ตกลงอย่างมาก ทำให้มูลค่าสินทรัพย์ที่ บิล เกตส์ มีอยู่พลอยลดลงไปด้วย(แต่จริงๆ ปีนี้เขายังรวยขึ้นกว่าปีก่อนถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์)

ผมเชื่อว่า บิล เกตส์ คงหาทางทวงตำแหน่งคืนให้ได้ในปีหน้า เพราะเขาเป็นคนมีสัญชาติญาณของการแข่งขันสูง และเขาก็คงจะไม่วางมือจากการพยายามเข้ามาในธุรกิจเวบไซท์โดยเฉพาะ Search Engine ที่เป็นธุรกิจทำเงินอย่างมากในปัจจุบันและในอนาคตด้วย เพราะบางทีเขาอาจคิดว่า หากเขาได้เข้าสู่ธุรกิจเวบ Search Engine ด้วยการเข้าครอบครองเวบอันดับสองอย่าง Yahoo เมื่อไหร่ เขาก็จะสร้างเป็นเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

ทุกคนมีข้อดี และทุกคนก็มีข้อเสีย ซึ่งข้อเสียของบิล เกตส์ก็คือการชอบครอบงำด้วยอำนาจ และความมั่นใจในอำนาจของตนจนเกินไป(เหมือนที่ใครบางคนในบ้านเราพลาดไปเหมือนกัน) บิล ซึ่งก็นับว่าเป็นคนมีเล่ห์เหลี่ยม มีกลยุทธ์ แต่ก็ยังขาดความสุขุมคัมภีรภาพ เพราะโดยธรรมชาติลึกๆ แล้วเป็นคนใจร้อน เป็นคนเอาแต่ใจตัว(ซึ่งมักจะเป็นตัวสกัดกั้นความสำเร็จ) เพียงแต่เขามีความสามารถและมีวิสัยอันโดดเด่นเข้ามาช่วยไว้ คนอย่างบิล เกตส์ จึงเป็นนักธุรกิจที่ดีได้ แต่เป็นนักการเมืองที่ดีไม่ได้แน่ โดยเฉพาะในประเทศที่เป็นเสรีนิยม และประชากรมีการศึกษาสูงอย่างประเทศอเมริกา

ในหนังสือ “ศิลปะการใช้กลยุทธ์ในสามก๊ก” มีบทความตอนหนึ่งเกี่ยวกับการหลักการปกครองคนว่า “ใจคนไม่สยบแม้ได้มาก็ปกครองยาก” ซึ่งหมายถึงก่อนการเข้ายึดหรือปกครองดินแดนใดๆ ที่มีผู้คนอาศัยอยู่ก่อนแล้ว อย่าเที่ยวพียงสักแต่ใช้อำนาจทางทหารเข้ายึดเท่านั้น การได้ใจคนในพื้นที่ถือเป็นกลยุทธ์ที่ต้องทำก่อนเข้าปกครองของผู้เชี่ยวชาญในการยุทธ์ แต่บิล เกตส์คงไม่ได้ศึกษาตำราจีน เล่นตำราฝรั่งที่เน้นการใช้กำลังทางทหารและกลยุทธ์ในการโจมตีทางกายภาพ มากกว่าจะใช้กลยุทธ์โจมตีทางใจร่วมด้วย จึงทำให้คิดพยายามยึดครองเอาดื้อๆ และมีผลดังที่เห็นอยู่

ผมไม่แน่ใจว่าบิล จะสามารถทวงคืนตำแหน่งแชมป์ได้หรือไม่ เพราะขณะนี้คนที่ครองอันดับทั้ง 3 ก็สูสีคู่คี่กันเหลือเกิน ไม่เหมือนเมื่อหลายปีก่อนที่โดดเด่นนำห่างอยู่คนเดียว แต่ก็ทำให้เห็นว่าบิล เกตส์เลือกใช้กลยุทธ์ผิดเวลา ผิดสถานการณ์ไปเหมือนกัน คือ เมื่อนำห่างเขาอาจใช้เกมเสี่ยงได้ แต่เมื่ออันดับมันสูสีมากและตนก็กำลังนำอยู่แล้ว เขาควรสุขุมรอบคอบและเล่นเกมปลอดภัย ผู้ตามเท่านั้นที่เหมาะจะเล่นเกมเสี่ยง(ถ้าได้ผลก็ชนะ ถ้าไม่ได้ผลก็ไม่เสียอะไรมากมาย)

วันนี้พลังแห่งผลิตภัณฑ์ของบิล(โปรแกรมปฏิบัติการวินโดว์ที่เครื่อง PC ส่วนใหญ่ใช้) อาจลดอิทธิพลของมันลงไปหรืออย่างไรผมไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆ การเติบโตของธุรกิจที่เคยโดดเด่นนำโด่งมากๆ มา ณ วันนี้ มีคนตามติดมาอีกหลายคน เกมของเกตส์คงไม่ง่ายเหมือนเดิมอีกแล้ว ซึ่งก็ทำให้ผู้ที่สนใจเกมของมหาเศรษฐีเหล่านี้ รู้สึกตื่นเต้นกับเกมที่เริ่มสูสีขึ้นมาบ้าง ไม่มากก็น้อย แต่อย่างที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้แหละครับ “โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน มีเกิดก็มีดับ มีรุ่งโรจน์และเสื่อมไปเป็นธรรมดา” อมิตพุทธ!!!



*ขออภัยผู้ที่ติดตามอยู่แล้ว เพราะผมเคยลงข้อมูลผิดว่า บิล เกตส์ พยามเทคโอเวอร์ Google ซึ่งที่จริงแล้วเป็น Yahoo ครับ ขออภัยในข้อมูลที่ผิดพลาดมา ณ ที่่นี้ด้วยครับ



Create Date : 01 เมษายน 2551
Last Update : 1 เมษายน 2551 8:07:49 น. 6 comments
Counter : 3817 Pageviews.

 


โดย: นายแจม วันที่: 1 เมษายน 2551 เวลา:8:38:57 น.  

 


โดย: Jump.Jr วันที่: 1 เมษายน 2551 เวลา:11:49:50 น.  

 


โดย: kun_isara (kun_isara ) วันที่: 1 เมษายน 2551 เวลา:17:02:48 น.  

 
โอว ผมเพิ่งติดตาม การรวบรวมข้อมูลของเจ้าของบล็อค ถือเป็นบล้อคที่มีความน่าสนใจมาก

แต่ข้อมูลเรื่อง บิลเกตส์ อันนี้ ผิดไปหนอ่ยนะครับ เพราะเค้ายินยอม ที่จะเป็นอันดับ 3 จากการบริจาคทรัพย์สินจำนวนมากให้กับ มูลนิธิ

และเหตุผลอีกอย่างคือ บิลเกตส์ ไม่ได้สนใจการจัดอันดับเศรษฐี อะไรนั่นเลย

ดูได้จากการที่ บิลเกตส์ประกาศ วางมือจากธุรกิจไมโครซอฟต์ ในเดือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี ผมยังคงติดตามข้อมูลจาก บล้อคนี้อยู่นะครับ ขอชื่นชมในการหาข้อมูลจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องของ Jk ถ้าผม จะนำข้อมูลบางส่วนไปใช้ จะทำอ้างอิงมาให้นะครับ


โดย: ฐานข้อมูล IP: 124.120.143.122 วันที่: 5 สิงหาคม 2551 เวลา:7:39:48 น.  

 
อภัยให้ครับ.....


โดย: อาจารย์โช๊ะ วันที่: 12 กันยายน 2551 เวลา:22:47:01 น.  

 
ขอโทษที่ไม่ได้มาอัพเดทนานเลยนะครับ ที่ผ่านมายุ่งหน่อย และขอบคุณ คุณฐานข้อมูลที่แชร์ไอเดียนะครับ

แต่โดยส่วนตัว ผมคิดว่า การประเมินบางอย่างของผม จะประกอบกับการอ่านคนของผมด้วย(หากมองต่างมุมนี้ต้องขออภัย)

ฉะนั้น เท่าที่ทราบเรื่องบริจาคนั้น บิลประกาศไว้ว่าจะบริจาคเงินถึง ประมาณ 90 % ของสินทรัพย์ที่มี ซึ่งจะเป็นไปเมื่อเขาวางมือทั้งหมด (ซึ่งคงอีกนาน) เรื่องบริจาคบางส่วนนั้นผมไม่แน่ใจ แต่ก็ไม่คิดว่าบิลจะเจตนายอมลงอันดับ 3 ได้ เพราะเหตุนั้น และต้องไม่ลืมว่า ประเด็นที่ผมกล่าวเรื่องหุ้นของไมโครซอฟท์ร่วงน้ั้น ก็เป็นการลดลงของเงินอีกจำนวนหนึ่งด้วย

และผมเชื่อโดยส่วนตัวอีกว่า แท้จริงแล้วบิลเป็นคนที่ชอบแข่งขัน โดยเฉพาะที่วัดผลได้ ฉะนั้น อันดับความรวยสำคัญสำหรับเขาเสมอ นอกจากเมื่อเขารู้สึกพอจริงๆ เท่านั้น แม้กระทั่งคนที่ผมคิดว่าไม่ค่อยทะเยอทะยานอย่างบัฟเฟต ยังชอบที่จะเอาอันดับเป็นตัวแสดงการแข่งขัน แล้วคนอย่างบิลจะไม่สนใจได้อย่างไร

และโดยส่วนตัวอีก ผมไม่คิดว่าบิลจะเป็นใจบุญโดยเนื้อแท้ เพียงแต่เขาทำเพราะเริ่มหมดความท้าทายในเรื่องอันดับทางธุรกิจ คือถึงจุดสุดยอดแล้ว คนที่ใจบุญจริง จะทำบุญตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่จำเป็นว่าต้องถึงจุดใดจุดหนึ่ง

ซึ่งผมก็เคยใช้หลักเหล่านี้ในการวิเคราะห์อดีตนายกที่ไปอยู่แดนไกลโน่น ถึงเจตนาของการเล่นการเมือง ตั้งแต่เมื่อครั้งผู้คนชื่นชอบกันทั้งบ้านทั้งเมือง(ผมต้องแอบคิดเงียบๆ และคุยกับบางคนเท่านั้น)

จริงๆ ในฐานะบ้านเจ้าของบล๊อก ผมไม่ค่อยอยากค้านกลับ ซึ่งจะกลายเป็นภาพของอีโก้ หรือไม่ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดี แต่เผอิญว่า อันนี้ผมไม่เห็นด้วยจริงๆ เรื่องการอ่านนิสัยของบิลน่ะครับ


แต่สุดท้ายผมยังยินดีให้ทุกท่านแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างได้ เพราะบางทีมันอาจสนุกขึ้นด้วยซ้ำ แต่ก็คงต้องขออนุญาติแย้งบ้างหากผมไม่เห็นด้วย(เพื่อความอิสระทางความคิดอย่างแท้จริง)


โดย: Jimmy Walker วันที่: 23 กันยายน 2551 เวลา:13:39:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Jimmy Walker
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




จากทักษะของการเป็นนักคิด นักวิเคราะห์ บวกกับความสนใจใน"กระบวนการ"และ"ปัจจัย"ที่ก่อให้เกิดเป็นความสำเร็จ ที่ทำให้ผมศึกษาและวิเคราะห์กรณีศึกษาเกี่ยวกับความสำเร็จและความล้มเหลวจำนวนมาก จนเชี่ยวชาญในองค์ความรู้พอที่จะขอเรียกตัวเองว่า "ผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์แห่งความสำเร็จ"
Friends' blogs
[Add Jimmy Walker's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.