Group Blog
 
All blogs
 
เล่าปี่ ความสำเร็จที่ได้มาเพราะคนรอบกาย





ผมหยิบเอาเรื่องของเล่าปี่ หนึ่งในผู้นำของสามก๊กมาพูดถึงในวันนี้เพราะอยากให้เห็นความหลากหลายของเส้นทางในการประสบความสำเร็จ อีกทั้งเรื่องสามก๊กนั้นก็เป็นเรื่องที่มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องยกเมฆโคมลอย หรือแต่งขึ้นมาทั้งหมด อีกทั้งเรื่องนี้ทำให้เห็นสอดคล้องกับกลยุทธ์ในการประสบความสำเร็จแบบรู้เขา-รู้เรา ที่ผมกล่าวไว้ในบล็อกกลยุทธ์

การบรรลุความสำเร็จในการสร้างรบและยึดครองพื้นที่เป็นของตนเองได้นั้น ต้องประกอบด้วยพื้นฐานเบื้องต้นดังนี้

1. ต้องมีกองทหารรวมทั้งขุนพลที่ดี ที่เก่งทั้งการรบและการปกครองกลุ่มทหาร
2. การวางแผนหรือมีกลยุทธ์ที่ดี
3.ต้องสามารถยึดครองพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ดีได้สถานะจึงจะมั่นคง
4. ต้องเป็นผู้นำที่ดีที่ปกครองให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่กันด้วยความสามัคคี


และทั้งหลายทั้งปวงก่อนที่จะมีสิ่งเหล่านี้ได้ ผู้จะประสบความสำเร็จต้องมี
”แรงผลักดันหรือความทะเยอทะยานที่จะประสบความสำเร็จ”
หากปราศจากแรงผลักดันแล้ว อะไรๆ ก็เป็นไปไม่ได้


เรื่องราวของเล่าปี่โดยละเอียดนั้น แม้ผมจะชอบอ่านเรื่องราวจีนอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับสันทัดเรื่องสามก๊กอย่างลึกซึ้ง ฉะนั้นจึงจะขอเล่าประวัติโดยสังเขป

ในประวัติศาสตร์สามก๊กนั้น ที่เกิดการแบ่งแยกออกเป็นก๊กต่างๆ นั้นก็เพราะความอ่อนแอของราชสำนักในสมัยนั้น จึงเกิดการต่อสู้แย่งชิงอำนาจ และยึดเอาฮ่องเต้ที่ยังทรงพระเยาว์เป็นตัวประกันแห่งอำนาจของตน โดยหลังจากแย่งชิงกันไปมา สุดท้ายฝ่ายโจโฉเป็นผู้ได้ยึดครองแผ่นดินส่วนใหญ่ของแผ่นดินจีนเดิม และถือตนเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนฮ่องเต้ เรียกว่าวุยก๊ก

อีกก๊กหนึ่งอยู่ทางตะวันออกนำโดยซุนเกี๋ยน ซึ่งสุดท้ายสืบต่ออำนาจมาถึงซุนกวน ผู้เป็นลูกชายลูก ก๊กนี้ชื่อว่าง่อก๊ก สุดท้ายอีกก๊กหนึ่งซึ่งตั้งตัวได้เป็นก๊กสุดท้าย คือก๊กของเล่าปี่ ที่ตอนแรกต้องระหกระเหินพเนจรไร้ถิ่นฐานของตัวเองและต้องอาศัยเมืองคนอื่นเขาอยู่ จนเมื่อได้มาเจอขงเบ้ง เล่าปี่จึงตั้งตัวได้

ตามประวัตินั้น เล่าปี่เป็นคนยากจนมีอาชีพทอเสื่อขาย แต่เป็นคนมีความทะเยอทะยานอยากเป็นผู้นำแผ่นดิน เมื่อช่วงแรกของการแย่งชิงอำนาจนั้น เล่าปี่เคยไปช่วยโจโฉรบเพื่อปราบกบฏ และช่วงนี้นี่เองที่ได้พบกับกวนอูและเตียวหุย ซึ่งถูกอัธยาศัยไมตรีกัน จึงได้สาบานเป็นพี่น้องโดยมีเล่าปี่เป็นพี่ใหญ่

จากนั้นเล่าปี่ได้รวบรวมกองกำลังทหารและพยายามที่จะแยกตัวตั้งเป็นกองทัพอิสระขึ้น โดยอ้างว่าตนมีเชื้อสายราชวงศ์ขอตั้งตนขึ้นแข่งกับโจโฉ แต่กองทัพของเล่าปี่ก็รบชนะบ้างแพ้บ้าง ไม่มีชัยชนะเป็นชิ้นเป็นอันพอที่จะตั้งเมืองได้ ต้องอาศัยเมืองของพันธมิตรเป็นที่อาศัย และเริ่มท้อแท้หมดอาลัยในหวังที่จะเป็นใหญ่ แต่ก็ได้ยินคนกล่าวถึงบุคคลผู้หนึ่งที่มีสติปัญญาอย่างมาก ชื่อว่าจูกัดเหลียง(ขงเบ้ง) จึงอยากได้มาร่วมงาน

จูกัดเหลียงซึ่งเป็นผู้มีปัญญามาก แต่ไม่ทราบด้วยเหตุใด หลังจากสำเร็จการศึกษาเล่าเรียนแล้ว ก็กลับไปทำนาที่บ้านเกิด (โดยส่วนตัวผมเข้าใจว่า แม้จะมีปัญญาแต่คงเป็นเพราะไม่มีความทะเยอทะยานในอำนาจมากนัก) และเมื่อเล่าปี่ทราบว่ามีผู้มีปัญญามากอยู่ที่นี่ ก็ได้เดินทางไปหาที่กระท่อมหญ้าถึง 3 ครั้งกว่าจะได้พบ ซึ่งบ้างก็ว่าเป็นเพราะขงเบ้งต้องการลองใจและความอดทนของเล่าปี่ และเมื่อได้สนทนาจนเป็นที่ชอบใจ และขงเบ้งเห็นว่าเล่าปี่ยอมรับนับถือตนแล้ว จึงเสนอความคิดด้านยุทธศาสตร์การรบแก่เล่าปี่ จนทำให้เล่าปี่ตั้งเมืองของตัวเองขึ้นได้อย่างมั่นคงที่แถบมลฑลเสฉวน เรียกว่าจ๊กก๊ก และเป็น 1 ใน 3 ก๊กที่เหลืออยู่ แม้เล่าปี่ไม่อาจไปเอาชนะโจโฉที่กำลังทหารเหนือกว่าได้ แต่ก็สามารถมีดินแดนแคว้นของตนซึ่งตั้งเป็นที่มั่นจนเล่าปี่และขงเบ้งตายไป และถูกรวมกลับเป็นแผ่นดินเดียวในเวลาต่อมา

Jimmy Analysis

ในการบรรลุเป้าหมายนั้น ย่อมต้องมีความปรารถนาที่แรงกล้าก่อนเป็นอันดับแรก และมีปัจจัยเหมาะสมต่อการบรรลุเป้าหมายเป็นประการต่อมา เล่าปี่นั้นมีความทะเยอทะยานอยู่เป็นเบื้องต้น แต่คงไม่อาจประสบความสำเร็จในการสร้างกองทัพได้ด้วยตัวคนเดียว แต่เล่าปี่มีจุดเด่นคือ เป็นผู้มีความจริงใจรักเพื่อนพ้อง จนได้พบและสาบานร่วมเป็นร่วมตายกับ กวนอูและเตียวหุย ตรงนี้จะเห็นว่าเล่าปี่เริ่มประกอบปัจจัยแห่งความสำเร็จขึ้นมา แต่แม้จะเริ่มมีบารมีและกองทัพ เล่าปี่ก็ยังรู้ตัวว่าตนด้อยสติปัญญาในการวางแผนการรบ จึงต้องแพ้บ่อยครั้ง จึงสมควรหาผู้มีสติปัญญาในการวางแผนมาร่วมงานด้วย และก็คงจะเป็นโชคบวกกับความอ่อนน้อมถ่อมตนของเล่าปี่ จึงทำให้ได้ขงเบ้งมาร่วมงาน และขงเบ้งนี้ก็ได้ชี้ทางให้เล่าปี่ไปพบกับชิ้นส่วนสุดท้ายของปัจจัยสำคัญในการรบ คือ ที่มั่น หรือแผ่นดินที่จะสร้างความได้เปรียบในการรบ โดยแนะนำให้ยกทัพไปยึดแคว้นเสฉวน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีใครให้ความสำคัญกับดินแดนแห่งนี้เลย

แม้ว่าเล่าปี่อาจจะขาดสติปัญญาด้านยุทธ์ศาสตร์ แต่ก็ยังดีที่รู้ตัวว่าเขาเด่นอะไรและด้อยอะไร รวมถึงรู้ว่าต้องการอะไรในการที่จะสร้างความมั่นคงทางทหารได้ และขงเบ้งนี่เองที่มาทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป

Key Success Factor ของเล่าปี่จึงวิเคราะห์ได้ดังนี้

1.เป็นคนมีความทะเยอทะยานในการเป็นใหญ่

2.อ่อนน้อมถ่อมตน
จึงมีเพื่อนมาก ถ้าเล่าปี่ซึ่งไม่ฉลาดในการรบนัก แล้วยังแสดงความโอหังออกมา ก็คงไม่ได้กวนอู กับเตียวหุยมาเป็นพี่น้องร่วมสาบาน และคงไม่ได้ขงเบ้งซึ่งฉลาดหลักแหลม แต่ถือตัวในความฉลาด คนจะปกครองคนเก่งได้ ย่อมต้องรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน

3.วิเคราะห์ตัวเองเป็น และหา Key Success Factor ของตนจนครบ
เล่าปี่นั้นชีวิตเริ่มดีขึ้นตั้งแต่มีพี่น้อง กวนอูกับเตียวหุยมาช่วยแล้ว (ตามที่เคยกล่าว คนที่มี Key Success Factor มากที่สุดก็จะประสบความสำเร็จมากที่สุด มีน้อยก็ประสบความสำเร็จน้อย) และยิ่งประสบความสำเร็จมากขึ้นเมื่อได้ขงเบ้งมาเป็นที่ปรึกษา ถ้าเล่าปี่หลงคิดว่าตนฉลาดแล้วก็คงไม่ได้ขงเบ้งมาช่วยงานเป็นแน่ แต่อย่างไรก็ตามเล่าปี่ก็ยังรอบรู้พอที่จะแสวงหา Key Success Factor ของตนให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อการประสบความสำเร็จที่มากขึ้นตามลำดับ



Create Date : 04 มีนาคม 2551
Last Update : 4 มีนาคม 2551 7:54:17 น. 13 comments
Counter : 7776 Pageviews.

 
สุขสันต์วันอังคารค่า<


โดย: โสมรัศมี วันที่: 4 มีนาคม 2551 เวลา:8:51:09 น.  

 
ขออนุญาติเพิ่มเติม Key Success Factor ที่คิดว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ซึ่งทำให้เล่าปี่สามารถตั้งตัวได้ครับ

ผมคิดว่าเป็นเรื่อง "การอ่านหรือมองลักษณะของคนออก"

เพราะ key ตัวแรกนั้น เป็นพื้นฐานทั่วไปอยู่แล้ว สำหรับบุคคลที่มีความทะเยอทะยานต้องการอยู่เหนือผู้อื่น เพียงแต่เล่าปี่สามารถใช้การแสดงออกเพื่อปกปิด key ตัวนี้ได้ "เนียน" กว่าคนอื่นเท่านั้น จนสามารถสร้างภาพลักษณ์ของความซื่อสัตย์ มีน้ำใจได้

ส่วน Key ตัวที่ 2 นี้เป็นกลยุทธ์ในการสร้างโอกาสให้แก่เล่าปี่ ให้สามารถขึ้นเป็นใหญ่ได้ ซึ่งผมคิดว่า key ตัวนี้ต้องผ่านการคิดและวิเคราะห์ (key ตัวที่ 3 ที่ท่าน J ระบุไว้)ตัวเองมาแล้ว ว่าจุดอ่อนของตัวคือขาดกำลังคนคนดีมีฝีมือ โดยเฉพาะ "ที่ปรึกษา" จึงเลือกใช้ ความอ่อนน้อมถ่อมตน
เป็นกลยุทธ์ในการดึงดูดคนให้มาอยู่ด้วย

แต่สิ่งที่ เล่าปี่ สามารถสร้างความยิ่งใหญ่ได้นั้น คือ
การมีคุณลักษณะ "การอ่านหรือมองลักษณะของคนออก"
ซึ่งเป็นอาวุธที่ทรงพลังอย่างยิ่งของเล่าปี่

การที่เล่าปี่ไปเยือนขงเบ้ง 3 ครั้ง จนได้ขงเบ้งมาเป็นที่ปรึกษานั้น เราอาจบอกว่า เป็นเพราะความอ่อนน้อมถ่อม
ตนของเล่าปี่
แต่การที่สามารถทำให้ขงเบ้งยอมรับใช้ลูกของเล่าปี่ต่อ
จนขงเบ้งตายนั้น คงไม่ใช่เพราะความอ่อนน้อมถ่อมตนของเล่าปี่ หรือ เล่าเสียนแน่ แต่เพราะเล่าปี่อ่านขงเบ้งออก
ว่าเป็นคนอย่างไร ลองอ่านคำสั่งเสียของเล่าปี่ที่มีต่อขงเบ้งหลายๆรอบสิครับ จะเห็นได้ชัดในความสามารถอ่านคนของเล่าปี่ได้ โดยเฉพาะตัวอย่างที่เห็นชัดแจ้งคือก่อนตายเล่าปี่เตือนขงเบ้งว่า อย่าเชื่อม้าเจ็กเพราะเป็นคนดีแต่พูดจะทำให้เสียการได้ ตอนหลังขงเบ้งให้ม้าเจ็กออกศึกแล้วแพ้ ขงเบ้งจึงคิดได้ว่าเล่าปี่ได้เตือนตัวเองไว้แล้ว

ดังนั้นผมจึงคิดว่า Key ตัวสำคัญที่สุดของเล่าปี่ คือ
การมีคุณลักษณะ "การอ่านหรือมองลักษณะของคนออก"
ที่ทำให้สามารถตั้งตัวเป็น 1 ใน 3 ก๊กได้




โดย: Valcan IP: 161.200.255.162 วันที่: 22 เมษายน 2551 เวลา:13:35:04 น.  

 
ขอบคุณ คุณValcan เป็นอย่างมากครับที่ร่วมแสดงความทัศนะ ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากทั้งต่อผมและผู้อ่านท่านอื่นๆ ด้วยครับ

การอ่านคนนี่ก็เป็นศาสตร์ที่ลึกล้ำที่ผมก็พยายามศึกษาอยู่ส่วนหนึ่งเหมือนกัน(ตามที่เขียนลงในบล๊อกกลยุทธ์) และเชื่อด้วยว่าจะเป็นตัวช่วยที่ดีตัวหนึ่งสำหรับการสร้างความสำเร็จ เพราะการจะอ่านสถานการณ์ออกล่วงหน้าได้ ก็ต้องมาจากการสามารถทำนายพฤติกรรมของคนได้ล่วงหน้านี่เอง

จะใช้คนต้องอ่านคนเป็น
เล่าปี่ยอมเดินทางเยือนกระท่อมหญ้าถึงสามครา อาจเพราะรู้ว่าคนทนงในปัญญาของตนอย่างขงเบ้ง ต้องใช้ความอ่อนน้อมถ่อมตนเข้าหา

เล่าปี่เลือกสาบานเป็นพี่น้องกับกวนอูและเตียวหุยเพื่อรู้ว่าสองคนนี้มีฝีมือและเป็นคนยึดมั่นในความสัตย์ ไม่หักหลังกันเอง

เล่าปี่นั้นเก่งจิตวิทยาการใช้คนมาแต่ไหนแต่ไร มีหลายตอนที่ดูเหมือนจะแสร้งทำเพื่อซื้อใจลูกน้อง ฉะนั้นเขาเป็นนักอ่านใจคนอย่างไม่ต้องสงสัยครับ

ยินดีที่ได้ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสามก๊กมาร่วมสนทนาอีกท่านหนึ่ง เพราะผมเองก็อาศัยอ่านตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือที่จับประเด็นมาวิเคราะห์มุมต่างๆ ในสามก๊กมาแล้วทีหนึ่ง เล่มต้นฉบับที่เป็นเรื่องเป็นราวเต็มๆ นี่อ่านไม่ไหวครับ ยาวเหลือเกิน


โดย: Jimmy Walker วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:7:59:33 น.  

 
ตามมาอ่านถึงใน blog อืม . . .

วิเคราะห์ได้ดี จึงทำให้รู้เลยว่าตัวเองขาดคุณสมบัติการเป็นผู้นำ 1 ข้อแล้ว คืออ่านคนไม่เป็น . . . หากมีโอกาสอยากให้คุณ Jimmy Walker เขียนถึงประเด็นนี้ด้วย

ขอบคุณค่ะ


โดย: ผู้ติดตาม IP: 202.41.167.246 วันที่: 12 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:30:54 น.  

 
ผู้วิเคราะห์เก่งมาก มีความสามารถวินิจฉัยตัวละครตัวนี้ได้ถึงกิ้นจริงๆ น่าเลื่อมใส มากๆๆๆๆๆๆๆๆ

คราวหลังวิเคราะห์ขงเบ้งบ้างจะได้ไหม


โดย: นีน่า IP: 202.149.24.129 วันที่: 27 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:48:23 น.  

 
ช่วยแนะวิธีอ่านใจคนเบื่องต้นให้หน่อย


โดย: ใบไผ่ IP: 117.47.181.230 วันที่: 12 ธันวาคม 2551 เวลา:16:29:08 น.  

 
จะรู้ใจเขา เราต้องเข้าใจในตนเองเสียก่อน...นะ


โดย: ^^ IP: 125.25.24.175 วันที่: 13 ธันวาคม 2551 เวลา:23:57:34 น.  

 
คุณลักษณะของเล่าปี่แตกต่างจากโจโฉเพียงข้อเดียวคือ เลือกความถูกต้องและเรื่่องส่วนรวมมาก่อนสิื่่งอื่น เห็นทุกสุขของประชาชนมาก่อนความสุขของตนเอง นี่แหละทำไมถึงเรียกว่าเล่าปี่เป็นวีีระบุรุษ แต่จริงๆ แล้วนิสัยเล่าปี่แตกต่างจากโจโฉตรงที่ขี้เกียจไม่อยากจะทำอะไร ให้ซวยตัวเอง จึงใช้ขงเบ้งบังหน้า ทั้งหมดแผนการณ์เล่าปี่เป็นคนคิดทั้งหมด ให้ขงเบ้งเป็นที่ปรึกษา และปฎิบัติตาม ไม่ว่าจะเป็นขงเบ้ง กวนอู เตียวหุย จูล่ง ก็เสร็จเล่าปี่หมด


โดย: มล IP: 58.137.124.125 วันที่: 6 มกราคม 2552 เวลา:17:46:42 น.  

 
พูดง่ายๆ ว่ายืมดาบฆ่าคน จะทำทำไม ทำให้ซวยตัวเอง ให้คนอื่นทำให้คนโบงการไม่ผิดนิ ใช่ป๊ะ


โดย: มล(Nathamol@hotmail.com) IP: 58.137.124.125 วันที่: 6 มกราคม 2552 เวลา:17:51:02 น.  

 
คุณลักษณะของเล่าปี่แตกต่างจากโจโฉเพียงข้อเดียวคือ เลือกความถูกต้องและเรื่่องส่วนรวมมาก่อนสิื่่งอื่น เห็นทุกสุขของประชาชนมาก่อนความสุขของตนเอง นี่แหละทำไมถึงเรียกว่าเล่าปี่เป็นวีีระบุรุษ แต่จริงๆ แล้วนิสัยเล่าปี่แตกต่างจากโจโฉตรงที่ขี้เกียจไม่อยากจะทำอะไร ให้ซวยตัวเอง จึงใช้ขงเบ้งบังหน้า ทั้งหมดแผนการณ์เล่าปี่เป็นคนคิดทั้งหมด ให้ขงเบ้งเป็นที่ปรึกษา และปฎิบัติตาม ไม่ว่าจะเป็นขงเบ้ง กวนอู เตียวหุย จูล่ง ก็เสร็จเล่าปี่หมด.....เอิ๊กๆๆๆ...หากคิดเช่นนี้...ไฉนเล่า....เล่าปี่ถึงยอมลดกายไปหาถึงสามครั้ง...ใยเล่า...คุณคิดเป็นการเมืองแบบไทยๆมากเกินไป...ครับ....หากคิดเช่นนี้ใย..คุณเลือกใช้ใครก็ได้...


โดย: 劉備 IP: 117.47.44.11 วันที่: 31 พฤษภาคม 2552 เวลา:1:10:33 น.  

 
เล่าปี่ไม่ได้ขี้เกียจครับ ผมมองว่าเล่าปี่ที่ได้ใช้ให้ ขงเบ้ง จัดการทุกอย่างนั้น ถ้ามองในรูปแบบธุรกิจแล้ว ขงเบ้ง คือ CEO ครับ ส่วนเล่าปี่ เป็นเจ้าของกิจการ ครับ การที่เจ้าของกิจการเข้าไปยุ่งวุ่นวายในส่วนบริหาร ทำให้กิจการเจ๊งมาหลายรายแล้วครับ ในที่นี้ เจ้าของกิจการ มีหน้าที่ออกนโยบายครับ แล้วนั่งนับตังค์ ส่วนอำนาจในการบริหาร ก็ให้ CEO บริหารไปสิครับ ....... เจ้าของกิจการทำเองทุกอย่างก็ตายสิ เอาเวลาไปตีกอล์ฟ หรือจู๋จึ๋กับนางหนม สาว ดีกว่าครับ


โดย: fishguru IP: 58.147.71.2 วันที่: 31 มีนาคม 2553 เวลา:13:35:13 น.  

 
มีฮกหลง ฮองซู หรือมีใครคนใคคนหนึ่ง สามารถครองแผ่นดินขวัญใจมหาชน แก้วสมประการเลยน่ะนั่น เล่าปี่มีครบแต่ไม่เห็นจะเท่าไร ตั้งก๊กช้าสุด ซุนกวนได้รับการสืบทอดก็จริง แต่สามารถพิชิตกังตั๋งได้ถึงแปดสิบหัวเมือง ทำเลเยี่ยม โจโฉแค่ลูกขันที แต่มีกองกำลังมหาศาล เล่าปี่น่ะนะ งักปุ๊กคุ้งดีๆนี่เอง


โดย: ซุนหงอคง IP: 183.89.72.225 วันที่: 1 ธันวาคม 2555 เวลา:23:12:10 น.  

 
เล่าปี่ต้องเป็นพระคับ หลายครั้งที่ถือคุณธรรมเกินไป แต่เพราะคุณธรรมนี้แหละคับเล่าปี่จึงได้ใจของลูกน้อง


โดย: บาส IP: 115.67.103.215 วันที่: 6 มกราคม 2557 เวลา:1:32:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Jimmy Walker
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




จากทักษะของการเป็นนักคิด นักวิเคราะห์ บวกกับความสนใจใน"กระบวนการ"และ"ปัจจัย"ที่ก่อให้เกิดเป็นความสำเร็จ ที่ทำให้ผมศึกษาและวิเคราะห์กรณีศึกษาเกี่ยวกับความสำเร็จและความล้มเหลวจำนวนมาก จนเชี่ยวชาญในองค์ความรู้พอที่จะขอเรียกตัวเองว่า "ผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์แห่งความสำเร็จ"
Friends' blogs
[Add Jimmy Walker's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.