Group Blog
 
All blogs
 
อากู๋แกรมมี่ ความแข็งแกร่ง และหลักการของพื้นที่



คงไม่ต้องมีการกล่าวนำกันมากมายสำหรับความสำเร็จของชายคนนี้ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม เพราะคงแทบไม่มีใครในเมืองไทย หรืออย่างน้อยในเมืองหลวงนี้ที่ไม่ใช้สินค้าของเขา คือ “เพลง” ของค่ายแกรมมี่ ค่ายเพลงที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยขณะนี้ ด้วยการผสมผสานจุดเด่นทั้งด้านการผลิตเพลงและความเชี่ยวชาญทางการตลาด จนทำให้ผงาดกลายเป็นยักษ์ใหญ่วงการบันเทิง และทำให้ไพบูลย์ กลายเป็นเศรษฐีอันดับต้นๆ ที่คนไทยรู้จักมากที่สุด (ปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 4 ของมหาเศรษฐีไทย)

ไพบูลย์ เกิดเป็นลูกพ่อค้าขายของชำเล็กๆ ร้านหนึ่งในย่านเยาวราช จึงคุ้นเคยกับเรื่องการค้าขายมาตั้งแต่เด็ก แต่แม้จะคุ้นเคยกับการค้า แต่เขาก็ไม่ได้ลงมือทำการค้าทันทีหลังเรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลับมุ่งเข้าสู่การทำงานประจำเพื่อต้องการศึกษาวิธีการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จจากบริษัทต่างๆ โดยยังคงมุ่งหวังว่าวันหนึ่งจะรวยให้ได้

เขาได้เริ่มงานที่บริษัท ฟาร์อีสท์ แอดเวอร์ไทซิ่ง บริษัทโฆษณาในเครือของสหพัฒน์ และเรียนรู้งานเกี่ยวการโฆษณาที่นั่นรวมทั้งเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับวิธีการทำงานและการทำธุรกิจเพิ่มเติมจากนายห้างเทียม(โชควัฒนา) เข้ามาอีก ที่นี่จึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่จำทำให้เขาได้ก้าวขึ้นครองบัลลังค์จ้างแห่งวงการเพลงในภายหน้า

ต่อมาก็มีคนมาชวนให้ไปเริ่มก่อตั้งบริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง ซึ่งเป็นบริษัทในเครือโอสถสภา เต็กเฮงหยู และรับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ด้วยวัยเพียง 28 ปี ซึ่งที่นี่เขาได้สร้างชื่อให้สินค้าหลายตัวได้มีชื่อติดตลาดมาจนทุกวันนี้ เช่น น้ำส้มสายชู อสร. ปลาเส้นทาโร่ ฯลฯ และในระหว่างนั้นเขาก็ยังหาอาชีพพิเศษของตัวเองทำอยู่ตลอด โดยเคยเป็นบรรณาธิการหนังสือ และเปิดบริษัทร่วมกันกับเพื่อน ซึ่งทำทั้งงานโฆษณา ทำวิจัย และงานสถาปัตย์ โดยส่วนนี้ไพบูลย์จะเข้ามาช่วยดูในช่วงกลางคืน เขาจึงเป็นคนที่ทำงานหนักเพื่อสร้างตัวมาตั้งแต่ยังทำงานประจำอยู่

ช่วงที่ทำงานอยู่ที่บริษัท พรีเมียร์ นี้ เขาเริ่มสนใจธุรกิจเพลง เพราะลงทุนไม่เยอะ คู่แข่งก็ไม่มีรายใหญ่มากเหมือนในธุรกิจคอนซูมเมอร์โปรดักส์ และเขาก็ยังมี Key to Success ที่จะเอาชนะคู่แข่งที่อยู่ในตลาดเดิมได้คือ ความเชี่ยวชาญเรื่องการทำสื่อทีวี ซึ่งเขาทั้งเรียนทั้งเคยผ่านงานสายนี้มาแล้ว ยิ่งทักษะในงานโฆษณาที่รู้วิธีว่าจะทำอย่างไรให้รายการออกมาน่าสนใจ ขาดอยู่อย่างเดียวคือ Know How ในการทำเพลง ซึ่งก็โชคดีที่ได้ไปรู้จักกับ “พี่เต๋อ” เรวัต พุทธินันทน์ เข้า ความเชี่ยวชาญในการทำเพลงที่ดี ที่ติดตลาดง่าย จึงบวกกับความเชี่ยวชาญในการทำสื่อและการตลาดที่เหนือกว่าคู่แข่งที่มีอยู่แล้วในตลาดเดิม จึงเป็น Key to Success ให้บริษัท แกรมมี่ เอนเตอร์เทนเมนท์ ประสบความสำเร็จได้ไม่ยากนัก (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน))

แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องนับเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจค่ายเพลงซึ่งต้องทำงานกับคนที่มีบุคลิกเป็นศิลปินจำนวนมากก็คือ ทักษะในการจัดการ ที่สามารถดึงให้คนเก่งๆ อยู่กับบริษัทนานๆ ด้วยการแตกบริษัทลูกออกไปให้ศิลปินที่เริ่มเป็นผู้ใหญ่แต่ยังคงมีฝีมือได้ออกไปทำงานบริหารแทน รวมทั้งการให้หุ้นในบริษัทแกรมมี่เป็นโบนัสสำหรับศิลปินเด่นๆ หลักการบริหารตรงนี้จึงทำให้ศิลปินของค่ายแกรมมี่ไม่ค่อยย้ายไปอยู่ที่อื่นมากนัก และหลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากในวงการธุรกิจเพลงแล้ว อากู๋ไพบูลย์ยังได้ขยายแตกไลน์ออกไปทำธุรกิจต่างๆ อีกมากมายในปัจจุบัน

Jimmy’s Analysis

ปัจจัยความสำเร็จเบื้องต้นในฐานะนักธุรกิจนั้น หลายๆ คนก็คงรู้กันแล้ว จากบทความก่อนๆ ของผม คือ มีแรงผลักดันและมีปัจจัยพร้อมทั้ง 3 ขา ที่จำเป็นสำหรับการทำธุรกิจ(ดูหลักการธุรกิจแบบ 3 ขา) เขาเดินหมากอย่างสุขุมรอบคอบ อันเป็นนิสัยพื้นฐานในการทำธุรกิจของเขาที่ไม่ชอบเสี่ยง ไม่ชอบกู้เงินถ้าไม่จำเป็น แต่สิ่งที่ทำให้ไพบูลย์ก้าวได้อย่างรวดเร็ว ทั้งๆ ที่อาจเรียกได้ว่าเริ่มต้นทำธุรกิจช้ากว่านักธุรกิจระดับแนวหน้าคนอื่นที่สร้างตัวมาจากศูนย์ที่ส่วนใหญ่จะเริ่มค้าขายหรือทำธุรกิจมาตั้งแต่อายุยังไม่ 20 เลยด้วยซ้ำ ฉะนั้นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้อากู๋คนนี้สามารถผงาดขึ้นมาได้รวดเร็ว จึงน่าจะมาจากการเลือกบุกเข้าไปในพื้นทางการตลาดที่สามารถขยายได้อีกมาก(ในตอนนั้น) ในขณะที่ผู้ที่เป็นเจ้าตลาดเดิมนั้นไม่เข้มแข็งมากนัก ซึ่งก็ดูได้จากวันนี้ว่า คู่แข่งในวงการที่ทัดเทียมสูสีกับค่ายแกรมมี่นั้นไม่มีเลย จึงขอสรุป Key Success Factor ของอากู๋ไพบูลย์ดังนี้

Key Success Factors

1.มีแรงผลักดันและความรู้ในการทำการค้าเป็นพื้นฐาน
2.ได้เรียนรู้จากคนเก่งอย่าง นายห้างเทียม และทำงานโฆษณามาก่อน(ซึ่งนำไปสู่ข้อ 3)
3.เก่งเรื่องการตลาดและการทำสื่อให้ดึงดูดใจ
4.ได้มือดีทางด้านดนตรีมาเป็นหุ้นส่วนคือ พี่เต๋อ เรวัต พุทธินันทน์


*************************************************
(แต่ที่ทำให้ธุรกิจโดดเด่นได้จริงๆ น่าจะมาจาก)
5.เข้ามาในธุรกิจที่ยังมีช่องว่างให้เติมได้เยอะ การแข่งขันไม่สูง กำไรมาก และกลายเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งรายเดียวในตลาดยุคนั้น


*************************************************


ประชาสัมพันธ์ข่าว
และในวันที่ 15 มีนาคมนี้ ผมจะจัดสัมมนาเกี่ยวกับหลักการในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับที่อากู๋ไพบูลย์ใช้ในตอนเริ่มบริษัทแกรมมี่ ที่ผมเรียกว่า ทฤษฎีธุรกิจ 3 ขา รวมทั้งหลักการวิธีทำธุรกิจแบบที่จะสามารถเข้าใจได้ง่ายๆ กว่าที่เคยพบมาจากที่อื่น

ท่านที่สนใจกรุณาเข้าไปดูรายละเอียด รวมทั้งสามารถลงชื่อจองที่นั่งได้ในนี้ครับ
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=jimmywalker&month=27-02-2008&group=11&gblog=2 หรือ
//www.businessfightclub.org/talk/index.php?topic=89.0





Create Date : 11 มีนาคม 2551
Last Update : 11 มีนาคม 2551 8:47:20 น. 1 comments
Counter : 2636 Pageviews.

 
ผมชื่นชอบการเป็นนักร้องมากเลยครับ
ผมอยากเป็นสมาชิกในค่ายหรือว่าเป็นคอนวอยก็ได้
0801651865 พล


โดย: ปนิพนต์ เอี่ยมสุวรรณ IP: 202.143.172.45 วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:12:52:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Jimmy Walker
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




จากทักษะของการเป็นนักคิด นักวิเคราะห์ บวกกับความสนใจใน"กระบวนการ"และ"ปัจจัย"ที่ก่อให้เกิดเป็นความสำเร็จ ที่ทำให้ผมศึกษาและวิเคราะห์กรณีศึกษาเกี่ยวกับความสำเร็จและความล้มเหลวจำนวนมาก จนเชี่ยวชาญในองค์ความรู้พอที่จะขอเรียกตัวเองว่า "ผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์แห่งความสำเร็จ"
Friends' blogs
[Add Jimmy Walker's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.