สนุกกับชีวิตหลังเกษียณ
ย้อนอดีต 70ปี  (2493-2563)
ตอนที่  7

ในสภาวะวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ไม่มีใครช่วยเราได้นอกจากตัวเรา เครือข่ายที่เหลือ และครอบครัว

คอนเน็กชั่นระหว่างทำงาน จะมีเพื่อนๆ และผู้ที่เคยร่วมงานกันติดต่อกันอยุ่ หลังเกษียณมีบางส่วนหายไปเป็นเรื่องธรรมดา

หลังลาออกจาก CEI มีเพื่อนชวนไปเป็นที่ปรึกษา บริบัทรับเหมาเล็กๆ ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู สมุทรปราการ ไปรับช่วงงานประกอบตู้คอนโทรลไฟฟ้า ABB รับหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน กลับมาเอาช่างแผนกซ่อมบำรุงที่ CEI ไปทำงานพิเศษช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ 

ช่วงไหนมีงานรับเหมาพิเศษไซต์งานอื่น ก็จะตามไปคุมงานหรือลงมือช่วยในบางโอกาส  หลังเลิกงานมีเวลาก็จะหาความรู้ ข่าวสาร และเก็บข้อมูลไว้ในคอมพิวเตอร์ และเขียนบทความในเว็บไซต์ไว้




ต่อมาชนินทร์ เพื่อนเก่าขอให้ไปช่วยงานคุมแผนกช่างและโรงงาน อยู่ที่สะพานใหม่ใกล้ๆ บ้านเก่าที่สินทรัพย์นคร เป็นโรงงานรับจ้างผลิตแผงวงจรและอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ เช่น UPS  Spoiler LED วงจรขยายเสียง เครื่องกันขะโมย เห็นว่าใกล้บ้านจึงออกมาทำด้วยกัน

ทำอยู่นาน ช่วงหลังๆ มีอาการไม่จำและกำลังขาอ่อนแรง จากเข่าเสื่อม เห็นว่าไม่ปลอดภัย แต่ไม่ได้บอกใคร พอลูกสาวเรียนจบธรรมศาสตร์ จึงขอหยุด

 
ช่วงเกษียณใช้โอกาสที่เหลือ ทำในสิ่งที่ตนเองอยากทำ เริ่มจากเรียนเขียนโปรแกรม ทำเว็บไซต์ และงานศิลปะหลายๆ อย่าง เอามาลงในเว็บไซต์ Idea4thai โดยมีสโลแกน "ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเยาวขนและชุมชนไทย"

ได้เข้าอบรมหลักสูตรการเพาะเห็ดครบวงจร ในโครงการลูกพระดาบส กับอาจารย์บุญเลิศ ไทยทัตกุล ที่บางปู  สมุทรปราการ ได้ทดลองทำเว็บไซต์ตัวอย่างให้ไว้

 

มีเพื่อนๆ สูงวัยและหนุ่มสาว ที่อยากมึอาชีพหลังวิกฤติ ออกจากงาน เข้าอบรมกันมาก เราเป็นรุ่น 2 ฝังตัวอยู่ที่นั้นเป็นอาทิตย์ ใช้ชีวิตร่วมกับครูฝีกและผู้ช่วย หาปลา หุงข้าว เก็บเห็ด กินกันเอง มีโอกาสร่วมถ่ายทำสารคดีรายการโทรทัศน์ "คิดดีทำดี" และนำความรู้มาเขียนบทความลงในเว็บไซต์ เพื่อเผยแพร่ความรู้ และส่งต่อการทำความดีสู่สังคม
 
 
ช่วงนึง พระครูสังฆรักษ์วัดนิเวศธรรมประวัติ ท่านเคยเป็นลูกศิษย์วิชาคอมพิวเตอร์ รร. กศน. วัดพุคำบรรพต อำเภอหน้าพระลาน สระบุรี ที่เราเคยไปสอน ขอให้ไปสอนคอมพิวเตอร์ให้พระเณรที่เรียนหลักสูตรสามัญ และช่วยติดตั้งแก้ไขระบบอินเตอร์เน็ตของวัด สอนอยู่พักใหญ่ จึงส่งต่อให้พระในวัดสอนกันเอง 

หลังจากนั้นไปเรียนงานปั้นที่แผนกประติมากรรม ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อยุธยา กับอาจารย์มนู เสตะกลัมพ์ ได้พบปะเพื่อนๆ รุ่นน้องหลายคนที่เรียนในหลักสูตร อย่างเช่น ภู่กัน ปัจจุบันเปิดร้านอยู่ที่บ้านด่านเกวียน โคราช



อาจารย์มนู แนะนำให้รู้จักกับแผนกต่างๆ เช่น แผนกต้อนรับหมู่บ้าน 4 ภาค แผนกปั้นดินเผาตุ๊กตาไทย แผนกเซรามิก แผนกเครื่องเรือน ระหว่างช่วยทางแผนกเขียนโครงงาน ISO จนหลายๆ คนคิดว่าเป็นอาจารย์ในศูนย์ฯ


อีกครั้งที่ ชนินทร มาขอให้ไปช่วยสร้างโรงงานใหม่ อยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงงานน้ำมันพืชปทุมธานี สร้างอยู่หลายเดือน เมื่อเสร็จแล้วช่วยขนย้ายเครื่องจักรของผู้เช่าที่บางเดื่อมาติดตั้งและเปิดทำงาน จึงหมดหน้าที่ "พี่ที่ไม่ทิ้งน้อง" เป็นโรงงานสุดท้ายของชีวิต


ลุงแดง ใจอาสา
22 มิถุนายน 2564

#เพราะเห็ดครบวงจร #ลูกพระดาบส #บุญเลิศ ไทยทัตกุล #กศน.วัดพุคำบรรพต #วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ #ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร #มนู เสตะกลัมพ์ #ชนินทร์ ศิริกิจ 

 



Create Date : 18 มิถุนายน 2564
Last Update : 24 มิถุนายน 2564 6:05:54 น.
Counter : 46 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
เศรษฐกิจโลกกับยุคขาลงของชีวิต
ย้อนอดีต 70ปี  (2493-2563)
ตอนที่ 6

วิกฤติเศรษฐกิจโลกครั้งใหญ่ทุก 10ปี
ในปี 2540 ไทยผจญกับวิกฤติต้มยำกุ้ง คนไทยตกงาน เศรษฐกิจธนาคารล่มสลาย ต้องกู้ยืม IMF กิจการจำนวนมาก ถูกบังคับขายให้ต่างชาติช้อนซื้อในราคาถูก 

ช่วงนั้นทำงานอยู่ที่ CEI นวนคร ปทุมธานี ในตำแหน่ง IE ทำงานร่วมกับ Process และ Maintenace สนับสนุนสายการผลิตในส่วนหน้า และได้นำคอมพิวเตอร์ จากบ้านมาใช้ส่วนตัวที่บริษัท เพราะต้องผสานงานกับหลายฝ่าย แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเริ่มมีปัญหาเรื่องความจำ เช่น ไม่จำชื่อคน ไม่จำตัวเลข และภาษา (เป็นที่มาของรายการ ลุยไม่รู้โรย ตอน ไม่จำ .. ไม่ลืม ซึ่งจะเล่าในตอนหลัง)



ที่ CEI เราได้นำเอาวิธีการบริหารจัดการจากประสบการณ์ มาพัฒนางานในความรับผิดชอบ เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ออกแบบ จัดเก็บข้อมูลฝ่ายผลิต และรายงานสรุปให้ CEO คุณพิทักษ์ ใช้ในการประชุม รวมทั้งบันทึกการซ่อมบำรุงของช่างแต่ละกะ (มี 3กะ เช้า บ่าย ดึก) โดยจะกลับเข้าบริษัทอีกครั้งตอนค่ำๆ ดูการทำงานร่วมกับซุปฝ่ายผลิต และช่างในห้อง Auto insert พร้อมทั้งคีย์ข้อมูลเข้าคอมฯ สรุปเป็น Report ให้ CEO ประชุมตอนเช้า

งานที่ทำจึงไปขัดกับผู้คุมการผลิต และช่าง ซึ่งขึ้นกับผู้จัดการฝ่ายผลิต เพราะข้อมูลที่ได้ไม่ตรงกัน (เป็นข้อเสียที่หลีกเลี่ยงไม่ได้) สุดท้ายถูกดึงเข้าไปช่วยแก้ปัญหางานในแต่ละกะ เพราะความชำนาญของพนักงาน ช่าง และการตั้งเครื่อง ไม่สัมพันธ์กัน สรุปซุป ส่ง Leeder ของแต่ละกะมาป้อนข้อมูลในเครื่องแทนเรา ในขณะที่เราลงไปเก็บข้อมูลร่วมกับประสงค์ Process Engineer เพื่อ วิเคราะห์ปัญหา และจัดทำ Tooling&Fixture ให้เหมาะกับแต่ละ Product แก้ไขปรับปรุงและส่งโรงกลึงที่ทำ Spare part ให้ช่วยแก้ไข *โดยเราขอให้เพื่อนที่เป็น Supplier เจ้าของโรงกลึงช่วยเปิดแท่นกลึงทำงานงานด่วนให้เรา *ขอขอบคุณคุณเต๋า สำโรง 



จากการเข้าไปคลุกคลีกับช่างทุกกะ ทำให้สามารถรวมรวบอุปสรรค์ ปัญหา และ Performance ของแต่ละคน ก่อนเสนอให้เป็นหัวหน้าช่าง และทางแผนกโปรโมทขี้นเป็นซุปในเวลาต่อมา หลายคนเติบโตย้ายไปเป็นซุปที่ Hana เป็น Service Engineer ของ AMS เช่น ประสงค์ และ สาคร 

ความภูมิใจของเราสวนทางกับคนอื่น จึงเหมือนถูกลอย เพราะส่วนใหญ่มาจาก NS  มีการติดต่อให้เราไปทำงานกับ CES บริษัทติดกัน เจ้าของเดียวกัน แล้วข่าวก็เงียบไปก่อนจะถูกเสนอตัวให้ไปคุมงาน สร้างโรงงานใหม่ของ CEI เป็นการปรับปรุงโรงงานเหล็กเส้นเก่าเจ้าของเดียวกัน ร่วมกับหัวหน้าแผนก Facilities และช่างวิท ที่ชอบพอกัน ประสานงานกับผู้รับเหมา เป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้งของชีวิต ต้องพบปะกับผู้รับเหมาที่รู้กัน เป็นหนังหน้าไฟให้ทุกฝ่ายตั้งแต่จัดซื้อ หัวหน้าแผนก และฝ่ายบริหาร  

เป็นช่วงตกต่ำที่สุดของชีวิดการทำงาน ผลงานทั้งหมดเป็นของหัวหน้า ปัญหาเป็นของเรา แต่ที่ได้มากที่สุดคือประสบการณ์ ความรู้ การแก้ปัญหา การตีสองหน้าของคนรอบข้าง

เราขับรถไปกลับเพื่อแก้แบบงานกับบริษัทผู้รับเหมาหลัก ระหว่างสำนักงานที่แฟลตเมืองทองธานีกับโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ วังน้อย อยุธยา บ่อยครั้ง ทำให้ได้ความรู้การใช้โปรแกรมเขียนแบบ และการสร้างแบบ 3D การประเมินแบบ และร้านอาหารอร่อย หลายๆ เจ้าในเมืองทอง 



การนับเวลาถอยหลังเริ่มต้น เมื่อการย้ายเครื่องจักรเก่า ขึ้นเก็บบนชั้นสองของอาคาร และการติดตั้งระบบเครื่องทำความเย็น ระบบ Supply ใน Clean room และ Setup เครื่อง Auto insertion 

ที่มีปัญหาต้องตามแก้ไขหลังเปิดโรงงาน เป็นผู้รับเหมารายย่อย รับงานติดตั้ง Canteen และระบบน้ำเสียจากชั้นสอง ลงบ่อบำบัดหลังโรงงาน ไม่ได้มีการออกแบบชัดเจน เกิดปัญหาอุดตัน ระบายไม่ทัน ต้องลงไปแก้ปัญหาเอง

อีกจุดเป็นท่อควันของการผลิตส่วนหลัง ต่อท่อเจาะขึ้นฝ้า (แบบแขวนลอยขึ้นไปเดินได้) มีควันรั้วย้อนกลับเข้าฝ่ายผลิต ต้องมุดเข้ามุดออกซ่อมอยู่หลายครั้ง

ที่แย่สุดคือท่อระบายน้ำรอบโรงงาน ผู้รับเหมาลักไก่ต่อท่อชนกันไม่เทปูนทับ เกิดยุบตัวน้ำท่วมขัง จึงขุดเจอปัญหา  เก็บมาเล่าให้เป็นตัวอย่างเพื่อให้รู้ทันงานก่อสร้าง "กินล่างกินบน"  


ในปี 2550 หลังสร้างโรงงานเสร็จ มีการปรับลดพนักงานทั่วประเทศจากวิกฤติเศรษฐกิจ "แฮมเบอร์เกอร์ ไครซีส" หลายโรงงานต้องปิดตัวลง เราถูกขอให้สมัครใจลาออก เพื่อรักษาลูกน้องในแผนก (เหตุผลของผู้จัดการแผนก) เป็นไปตามคาด จึงไม่แปลกใจ

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้รู้ว่าใครรักเรา ใครห่วงเรา ใครคือมิตรแท้  ขอขอบคุณ ทุกๆ คนโดยเฉพาะลูกสาว อมรรัตน์ ฝ่ายบุคคลที่ยังคิดถึงและห่วงใยกันเสมอ

ลุงแดง ใจอาสา
17 มิถุนายน 2564




#วิกฤติต้มยำกุ้ง #CEI #CES #นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ #คุณพรพิทักษ์ #ช่างวิท #ประสงค์ PE #สาคร ซุป #อมรรัตน์ #AMS #แฮมเบอร์เกอร์ ไครซีส #เตํา สำโรง



 



Create Date : 16 มิถุนายน 2564
Last Update : 22 มิถุนายน 2564 10:34:29 น.
Counter : 50 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
ก้าวไปกับความเปลี่ยนแปลง
ย้อนอดีต 70ปี  (2493-2563)
ตอนที่ 5

ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน มีขึ้นและมีลง ขึ้นอยู่กับใครจะไปให้ถึงที่สุด และอยู่ให้นานที่สุด

ช่วงที่ทำงานที่ ดาต้าเยนเนอรัล เป็นยุคทองของอุตสาหกรรมอีเลคทรอนิคส์และคอมพิวเตอร์ มีโรงงานประกอบไอซี และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์หลายแห่งที่ยังพอจำได้มี  NS  Sicnetics  Hana  AT&T Elec&Eltec  CEIและCES ที่เป็นของคนไทย 

ช่วงแรกเพื่อนๆ ร่วมแก๊งค์ ที่มาจากสถาบันฯ และทำงานอยู่ดาต้าด้วยกัน มีเรา ชนินทร วิเชียร สุรชาติ รวมตัวกันเช่าตึกแถวใกล้บ้านในซอยหมอเหล็ง เปิดรับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า โทรทัศน์และเครื่องปรับอากาศ ชื่อ ทีวี&แอร์ มีเดช ลูกศิษย์ท่านวลิขิต วัดธาตุทองมาเฝ้าร้านให้ ตกเย็นกลับจากทำงานก็จะช่วยกันซ่อมงานจนดึก



รวมตัวกันได้พักใหญ่ มาเลิกตอนแต่ละคนมีครอบครัว เราย้ายมาอยู่แฟลตคลองจั่น บางกะปิ และตกลงแต่งงานกับสาวไอซี วันหมั่นพี่หมอ ผู้จัดการฝ่ายบุคคลและพี่สุ ซุปแผนกเทสต์ เป็นผู้ใหญ่สู่ขอ งานแต่งก็ง่ายๆ ทำพิธีรดน้ำที่แฟลต เจ้าหน้าที่อำเภอมาจดทะเบียน ทำอาหารเลี้ยงกันใต้ถุนแฟลต มีซุปอ้วน แผนกไอซี เป็นแม่งาน เพื่อนๆ จากทั้งสองแผนกมากันเยอะ

ดาต้าหมดสัญญาเช่าตึกเก่า ย้ายจากเพชรบุรีตัดใหม่มาเช่าตึกชั้นบนที่คลองตัน ระหว่างรอสร้างโรงงานของตัวเองที่ซอยคุณพระ คลองหลวง หลังสนามกอล์ฟไพเฮิท ปทุมธานี

ตลอด10ปี ตั้งแต่โรงงานเก่า"ดาต้าเป็นบ้านที่อบอุ่นของพวกเรา" จากโรงงาน IC และ Memory Stack มาทำ Ribbon Cartridge Keybord และซ่อมบอร์ดฟีกาซัส เมื่อโรงงานใหม่เสร็จ สายการผลิตหลักเปลี่ยนเป็นมอนิเตอร์ และชิ้นส่วนอีเลคทรอนิคส์ 


             น้องเจน พี่จิต และพี่เงาะ ลูกสาวสุรชาติ

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิต เมื่อมีการยกทีมจาก Data General ย้ายมาอยู่ Elec&Eltec บริษัทฮ่องกง ซึ่งย้ายฐานจากจีน มาเช่าตึกที่คลองตัน ที่ดาต้าเคยเช่าระหว่างรอโรงงานที่กำลังสร้าง

เรามาคุมด้านออโตอินเสริซ วิเชียรคุมเทสต์ ชนินทร์คุมโปรดักชั่น ส่วนสุรชาติ ตอนหลังออกจากดาต้าไปอยู่ AT&T

เหมือนดาต้า Elec&Eltec สร้างโรงงานใหม่ที่บางคูวัด ปทุมธานี บนพื้นที่เดียวกันกับโรงงานผลิตแผงวงจร เป็นการย้ายโรงงานใหม่ครั้งที่ 2 งานนี้เป็นฝีมือของพี่จิรศักดิ์ ประทีปเสน ผู้จัดการใหญ่จากดาต้าเยนเนอรัลเก่า ที่พวกเรารัก

เราควบรวมแผนก Fac&Maintenance ที่นี่มี Machine shop สำหรับงานออกแบบ Tooling&Fixture และงานModified สามารถทำเครื่องมือง่ายๆ สนับสนุนสายการผลิต และงานซ่อมบำรุงในโรงงาน



บริษัทส่งเราไปศึกษาดูงานและรับเครื่อง Sequencer ที่อเมริกา มีนายหน้าชาวฮ่องกงประสานงาน พักที่ San Francisco และได้ศีกษาดูงานในโรงงานที่ใช้เครื่อง ที่ Boston
รัฐแมสซาชูเซตส์ ขอขอบคุณองอาจ สุวรรณพฤก ที่ให้ความไว้วางใจ และสนับสนุน มีเรื่องสนุกๆ ระหว่างทริป ที่จะเก็บมาเล่าภายหลัง

ระหว่างทำงาน พวกเราแท็คทีมกันอีกครั้ง ลงขันเปิดโรงเรียนสอนคอมพิวเตอร์ที่หน้า ม.เกษตร ชื่อไบนารี่ มีคุณองอาจ คุณนิยม และครอบครัวภรรยาคุณนิยม เป็นผู้ดูแล และคุมการสอน

แต่ดำเนินงานได้ไม่นานก็ปิดตัวลง เพราะไม่ได้ตามเป้า และหุ้นส่วนมีมติไม่ดำเนินกิจการต่อ

เราเอาทุนที่ได้คืนมาลงทุนอีกครั้ง ร่วมกับคุณองอาจ และซับพลายเออร์ เปิดโรงกลึงเล็กๆ ให้หนุ่ย ลูกน้องที่จะลาออกจากงาน มาคุมโรงกลึง ทำ spare part เครื่องออโต และอะไหล่ที่หาซื้อไม่ได้ Support งานในเครือข่าย 


โลกหมุนไว เทคโนโลยี่เปลี่ยนแปลงเร็ว ผลิตภัณฑ์สื่อสารโทรคมนาคม เปลี่ยนจากแฟ๊กซ์ โมเดม มารวมอยู่ในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล Elec&Eltec ปรับตัวอยู่พักใหญ่ สุดท้ายต้องปิดตัวลง อย่างน่าเสียดาย 

ลุงแดง ใจอาสา
15 กรกฎาคม 2564

 



Create Date : 14 มิถุนายน 2564
Last Update : 16 มิถุนายน 2564 10:13:10 น.
Counter : 126 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
ทางเดินที่เลือก
ย้อนอดีต 90ปี 2493 - 2564
ตอนที่ 4

ชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะพัฒนาให้ดีได้ 

"สัญชาตญาณเอาตัวรอด  จะทำทุกวิถีทางเพื่อนำพาตัวเองให้รอดพ้นจากสถานการณ์คับขัน"

"มนุษย์ประเภทหนึ่งเอาตัวรอดโดยใช้ปัญญา ที่ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน และมีผลกระทบต่อสังคม  

อีกประเภทไม่ใช้ปัญญาในการแก้ปัญหา แต่จะโยงคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา ว่าจะทำให้เดือดร้อนหรือไม่"

อ้างอิงจากอินเตอร์เน็ต



หลังลาสิกขาออกมาความคิดเดิมๆ เปลี่ยนไป "เรามีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น เห็นความแตกต่างของการดำรงค์ชีวิตที่หลากหลายขึ้น" ได้ซึมซับความแตกต่างของคนที่ประสบความสำเร็จ และความไม่แน่นอนของผู้คนที่เข้ามาอาศัยใบบุญของวัด ผ่านโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้านในเขตพระโขนง และใกล้เคียง ของท่านเจ้าคุณฯ

ระหว่างบวช ได้ศึกษาความรู้เกี่ยวกับวิชาที่จะนำไปประกอบอาชีพใหม่ ได้คำแนะนำจากลูกศิษย์ว่า อาชีพช่างอีเล็คทรอนิคส์น่าจะได้รับความนิยมในอนาคต แต่มีคนสนใจน้อยในขณะนั้น
  • สิ่งที่จำเป็นคือต้องหาทุนในการเรียนและฝึกงาน
พยายามติดต่อหางานอิสระอยู่พักใหญ่ ได้เป็นงานโฆษณา จัดตู้โชว์ร้านตัดเสื้อกางเกง (display) ของร้านเฟมัส เจ้าดังของนนทบุรีในสมัยนั้น ซึ่งมีสาขาชื่อ YoYo แยกสะพานควาย และอีกร้านอยู่แยกบรรทัดทอง

ตอนนั้นยังอาศัยวัดเพราะต้องช่วยงานหลวงพี่ป้อม และต้องอาศัยลูกศิษย์ช่วยงานจัดดีสเพลย์ พอหมดสัญญา ได้ทุนมาก้อนหนึ่งจึงสมัครฝึกงานที่สถาบันฯ ในแผนกอีเล็คทรอนิคส์ สาขาช่างวิทยุและโทรทัศน์ โดยทำเรื่องขอยืมทุนในระหว่างฝึกงาน เพื่อให้มั่นใจว่าหลังฝึกจบแล้วจะได้รับการส่งตัวเข้าฝึกงานต่อในโรงงานที่มั่นคง 

ตอนฝึกที่สถาบันฯ ด้วยอายุและประสบการณ์ ทำให้ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าแผนก ใช้ความรู้ในการวาดภาพ มาประยุกต์เขียนภาพประกอบคำอธิบาย ทำให้เรียนรู้ได้เร็ว 
เมื่อจบหลักสูตรได้รับความไว้วางใจให้จัดทำรายชื่อส่งเพื่อนๆ เข้าฝึกงานในบริษัทต่างๆ จนครบ เว้นเราคนเดียว ที่ไม่มีชื่อ หัวหน้าแผนกจึงติดต่อผู้จัดการบริษัทกังยงอีเล็คทริค รับเข้าฝึกงานในแผนกประกอบโทรทัศน์ โรงงานมิตซูบิชิที่สำโรง สมุทรปราการ เป็นกรณีพิเศษ  

ระหว่างฝึกงาน ช่วงเย็นจะกลับไปเรียนต่อด้านเท็คนิคส์ ที่สถาบันฯ เพื่อนำความรู้ไปบอกต่อให้กับเพื่อนๆ ในแผนก จนได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้า และผู้คุมแผนกให้เรียนรู้สายการผลิต และร่วมการแก้ไขปัญหาในผลิตภัณฑ์โทรทัศน์สีรุ่นแรกๆ

โชคและโอกาสเข้ามาอีกครั้ง เมื่อบริษัทดาต้าเยนเนอรัล ประเทศไทย ถนนเพชรบุรี กรุงเทพฯ เรียกตัวเข้าเป็นช่างประจำแผนกผลิตไอซี เป็นการยกระดับช่างฝีมือโรงงานเป็นช่างเทคนิคส์คอมพิวเตอร์



ระหว่างทำงานที่ดาต้าเยนเนอรัล ต้องทำงานควบคู่กับการหาความรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มเติม และเรียนหลักสูตร ด้านดิจิตัลคอมพิวเตอร์ จากสถาบันต่างๆ ต่อเนื่อง เช่น เรียนวิทยุและสื่อสาร ที่ช่างกลปทุมวัน เรียนดิจิตัล ที่ดวงกมล สะพานควาย เรียนคอมพิวเตอร์ ที่เกษตร และเรียนกราฟิคคอมพิวเตอร์ ที่จุฬา เป็นต้น

บริษัทดาต้าสนับสนุนด้านการศึกษาต่างๆ เช่น การพัฒนาคุณภาพ การพัฒนาหัวหน้างาน การพัฒนาองค์กร และเทคนิส์การพัฒนางาน เช่น ให้สถาบันนิด้า โดย ดร. วุฒิชัย จำนงค์ จัดทำหลักสูตรอบรมเทคนิคส์การเป็นผู้ฝึกสอน "Training the trainer for technical training" ซึ่งทำให้ฝ่ายบริหารเห็นแววและผลักดันขึ้นเป็น Leader ส่งไปรับช่วงงานใหม่ๆ จาก ฮ่องกง และสิงคโปร ในเวลาต่อมา

นโยบายของบริษัทสนับสนุนและส่งเสริมด้านการศึกษา ให้ทุนพนักงานทุกคนเรียนต่อทุกระดับ จนถึงปริญญา ซึ่งนี่เองเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของหลายๆ คน รวมทั้งเรา

โบราณว่า ทำบุญมาดี ส่งผลให้ได้รับโอกาสที่ดี ในหน้าที่ การงาน การศึกษาและฐานะทางสังคม ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะบารมีของหลวงพ่อฯ ทำให้เรามองเห็นทางเลือก และการเริ่มต้นใหม่ของชีวิต 

ลุงแดง ใจอาสา
10 มิถุนายน 2564



#ท่านเจ้าคุณธรรมปราโมกข์ #วัดธาตุทอง #สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน  #กังยงอีเล็กทริค #ดาต้าเยนเนอรัล #จุดเปลี่ยนของชึวิต




 



Create Date : 10 มิถุนายน 2564
Last Update : 22 มิถุนายน 2564 10:38:08 น.
Counter : 135 Pageviews.
2 comment
(โหวต blog นี้) 
โชคดีที่ได้บวชวัดธาตุทอง
ย้อนเวลาหาอดีต 2493-2563
ตอนที่3

คนเราได้เจอกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ต้องเคยทำบุญร่วมกันมาก่อน หลวงปู่พระครูปลัดช่วง วัดธาตุทอง ท่านบอกกับแม่เมื่อครั้งแม่บอกว่าจะบวชลูกชาย ท่านรับเป็นเจ้าภาพจัดอุปกรณ์เครื่องบวชและของถวายพระ ทั้งเตรียมศาลาจัดงานด้านหลังกุฎิ งานนี้แม่ดูอิ่มบุญ ให้ชวนเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันที่พัฒนาคอมเมิร์ช และเพาะช่าง มาร่วมงาน ในวันบวชเพื่อนรักนักกล้ามรับอาสาแบกนาคเวียนรอบพระอุโบสถ หางขบวนเพื่อนผู้หญิงพร้อมใจกันแต่งชุดไทย 



โชคและโอกาสเกิดได้เสมอ เมื่อเราเตรียมตัวเตรียมใจรับสิ่งใหม่ๆ ด้วยความยินดี บวชแล้วหลวงปู่พาไปฝากตัวกับท่านเจ้าคุณฯ เป็นโชคดีอย่างยิ่ง เพราะท่านเจ้าคุณเป็นพระนักพัฒนา ท่านได้วางพื้นฐานการศึกษา การสาธารณะสุข ให้กับชุมชน และตั้งมูลนิธิวัดธาตุทอง เพื่อเป็นทุนการศึกษา ตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถม มัธยม และสาธารณสุขวัดธาตทอง นอกเหนือจากพระอุโบสถขนาดใหญ่ พระวิหาร โรงเรียนปริยัติธรรม ศาลาการเปรียญ ศาลาลเอนกประสงค์ กุฎิและหอพักขนาดใหญ่สำหรับพระเณรที่บวชเรียนสืบต่อพระพุทธศาสนา
 
ท่านจะสอนพระนวกะ นำลงทำวัตรสวดมนต์เช้า-เย็น และเทศน์ ช่วงกลางวันมีเรียนนักธรรมตรี โท เอก ส่วนแผนกพระบาลีท่านจะสอนพระเณรด้วยตัวท่านเอง ช่วงบ่ายๆ ท่านจะเดินตรวจงานก่อสร้าง และความเรียนร้อย ให้วัดได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง


ท่านมอบหมายงานผ่านหลวงปู่ ให้เราเป็นผู้ประสานงานกับหลวงพี่ป้อม สวัสดี ที่ควบคุมการปรับปรุงทาสีศาลา อาคารเรียนใหม่ ทำให้เราได้มีโอกาสเรียนรู้เทคนิค ขั้นตอน งานทาสี ตั้งแต่การเตรียมแปรง ผูกนั่งร้าน และเก็บรายละเอียดก่อนส่งงาน และได้เรียนรู้ระบบไฟฟ้า จากท่านหวี ที่รับผิดชอบระบบงานไฟฟ้าของวัด
 
หลวงปู่สอนให้เข้าใจในกิจของสงฆ์ อะไรควร ไม่ควร อะไรเป็นเอกลาภ ที่ได้ใช้ได้ อะไรเป็นของสงฆ์ ที่ต้องเก็บไว้เป็นส่วนกลาง ไว้ทำบุญ ให้ทาน ทุกปีของที่ได้มาจะรวมไว้ในคลังชั้นบน ออกพรรษาแล้วเราจะเช่ารถบัส จัดผ้าป่านำไปถวายวัดที่ลพบุรี บ้านเกิดของลูกศิษย์หลวงปู่ ชื่อบุญส่ง บัวหอม และจัดงานสอยดาว หาเงินบำรุงวัดต่อเนื่องทุกปี เมื่อเราสึก ท่านบุญส่งได้บวช และอยู่รับใช้ท่านเจ้าคุณฯ จนได้เป็นพระครูฯ และมรณภาพหลังท่านเจ้าคุณ



หลวงปู่ เป็นพระเก่าแก่ที่สุดของวัด ท่านคุมการย้ายวัดเดิม คือวัดหน้าพระธาตุ และวัดทองล่าง มาสร้างเป็นวัดธาตุทอง ตั้งแต่เป็นทุ่งนาและคุมงานก่อสร้างเรื่อยมา ท่านเล่าให้ฟังว่าตอนย้ายมาใหม่ๆ จะแต่งตั้งท่านเป็นสมภาร แต่ท่านไม่เอา ขอเป็นรักษาการ ทางกรมการศาสนาจึงส่งพระมหานพ จากวัดปทุมวนาราม มาดำรงตำแหน่ง และเป็นแม่งานสร้างพระอุโบสถ
 
ความที่หลวงปู่ คุมงานก่อสร้างมาแต่ต้น จึงเมตตาให้อาหารกลางวันแก่พวกช่าง คนงาน และลูกหลาน นอกจากลูกศิษย์ที่พ่อแม่นำมาฝากให้อาศัยเรียน หลวงปู่ท่านจะ ให้อาหาร ขนม แฟ๊บ สบู่ ยาสีฟัน แก่คนเหล่านั้น เมื่อเราบวชจึงรับหน้าที่เป็นผู้ช่วยหลวงปู่ บิณฑบาต รับสังฑทานก็จะเก็บอาหารสดไว้เลี้ยงช่างก่อสร้างและเด็กวัด ลูกศิษย์ที่จำได้ มีโอ๊ก และน้อย เรียนจบแล้วเป็นตำรวจ ชัย เป็นผู้จัดการวิศวกร ปื๊ดน้องชายเป็นผู้จัดการสโตร์ ได้ดีหมดทุกคน

ตอนครบพรรษา ท่านเจ้าคุณบอกโยมแม่ให้อยู่ต่อเป็นเพื่อนหลวงปู่ และช่วยงานวัดก่อน ครบเบญจเพสแล้วค่อยสึก ทำให้เรามีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องต่างๆ จากท่านเจ้าคุณฯ และหลวงปู่มากมาย ถ้าเป็นฆราวาสคงไม่มีโอกาส ได้เข้าวังฯ ได้รู้จักบุคคลสำคัญๆ และสถานการณ์บ้านเมือง และเรื่องราวต่างๆ ในสมัยที่ประเทศกำลังเปลี่ยนแปลง
 
ความทรงจำดีดีที่ท่านเจ้าคุณฯ ให้โอกาสได้เรียนรู้จากการติดตามท่านไปที่ต่างๆ เช่น งานแต่งลูกสาวคุณเจิม ภูมิจิตร งานแต่งคุณมีชัย วีระไวทยะ งานบุณบ้าน ดร.อำนวย วีรวรรณ ตอนนั้นคุณสมรศรี กำลังท้องคุณบอย เห็นตู้หนังสือขนาดใหญ่ที่ท่านอ่านระหว่างตั้งครรภ์ ไม่น่าแปลกใจทำไมคุณบอยจึงเก่ง
 
หลายสิ่งหลายอย่างที่ได้จากการติดตามท่านเจ้าคุณฯ ทำให้เราหูตาสว่าง เป็นการเรียนรู้ชีวิตผ่านประสบการณ์จากบุคคลสำคัญ ของประเทศที่เคารพศรัทธาในคุณความดีของท่าน เข้ามากราบไหว้ ปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดและถนุบำรุงวัด ครั้งนึง คุณชมพู อรรถจินดา ถามท่านว่าจะเลี้ยงกุ้งดีไหม ท่านก็บอกว่าบาปกรรม ทำอย่างอื่นดีกว่า จากการสนทนา ท่านเล่าว่าฝรั่งสำรวจพบน้ำมันในอ่าวไทย จะทำให้ประเทศไทยเจริญในอนาคต หรือช่วงนั้นหนังสือพิมพ์ Bangkok Post มีปัญหาในการเสนอช่าว พรรคพวกจึงได้เรี่ยรายกันคนละหมื่น จัดทำหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ The Nation เป็นต้น โดนเฉพาะคุณถาวร พรประภา ทุกครั้งที่มาทำบุญ หลวงพ่อท่านแนะนำอะไร ก็จะหันไปบอกให้เรขาจดลงสมุดตลอด

ครั้งที่จำได้เป็นพิเศษติดตามท่านไปงานบุญ ที่วังฯ ท่านมุ้ย เจอคุณสรพงษ์ ตัวดำใส่ชุดขาวบริการเสริฟน้ำตอนนั้นเพิ่งเข้าวงการใหม่ๆ ใครจะคิดว่าคุณเอก จะประสพความสำเร็จ เป็นดารายอดนิยมที่คนไทยชื่นชอบในปัจจุบัน
 
ท่านเจ้าคุณ ท่านเป็นคนเรียนง่าย กลางวันจะนั่งอ่านหนังสือที่ศาลาข้างกุฎิ ซึ่งใช้เป็นที่รับแขก ญาติโยม ทุกคนสามารถเข้าพบท่านได้ตลอด นอกจากช่วงเช้าท่านที่ออกรับบาตรหน้าวัด หรือรับนิมนต์ ท่านจึงมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก มีครั้งนึงท่านชวนพระครูเตี้ย เรา และลูกศิษย์คนขับรถ เอาของใช้ สมุดหนังสือและผ้าไตร ใส่รถตู้ไปแจกพระเณรระหว่างทางไปต่างจังหวัดใกล้ๆ เพลตรงไหน ก็ให้ลูกศิษย์หาที่พักริมทาง เอาอาหารที่เตรียมมานั่งฉันท์กันง่ายๆ  แจกจนหมดจึงกลับ
 
ความที่ท่านเป็นหมอดูเก่า จึงเลือกใช้คนตามลักษณะงาน ท่านจะนิมนต์พระทำงานมากกว่าพระจำวัด งานไม่ใหญ่จะเขียนชื่อท่าน พระครูเตี้ย พระสุรชัย (ชื่อเก่าของเรา) แล้วเว้นไว้ให้ใส่ชื่อพระที่ทำงานด้วยกัน ซึ่งส่วนหนึ่งจะเป็นพระที่ไม่ชอบลงทำวัตรแต่ทำงาน แสดงใหัรู้ว่าท่านมองเห็นและให้ปรับปรุงตัว
 
เมื่อครั้งท่านพระครูสุวรรณ ผู้จัดการสำนักงานฯ ลาสิขา ไม่มีใครรับหน้าที่ท่านจึงให้พระครูเตี้ยเข้ามาดูแล โดยมีเราเป็นผู้ช่วย ทำอยู่สักพักจึงได้นิมนต์หลวงพี่ป้อม มาดูแลสำนักงานฯ เพราะเราครบกำหนดต้องลาสิขา แต่ก็ยังช่วยงานอยู่พักใหญ่
 
ความเมตตาของหลวงปู่ และท่านเจ้าคุณฯ ที่อบรมสั่งสอนให้เราได้เห็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ผ่านการติดตามท่านไปในสถานที่ต่างๆ การทำงานสนองพระคุณที่ท่านมอบหมาย การได้เรียนนักธรรม จนได้สอบนักธรรมเอก เป็นปริญญาชีวิต ที่นำมาเป็นแนวปฎิบัติในการดำเนินชีวิต มาจนทุกวันนี้
 
ขอขอบคุณพระคู่สวด มหาชุบ (เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน) พระผู้ใหญ่ทุกท่านที่อุทิศตนเพื่อค้ำชูพระพุทธศาสนา ญาติโยมที่อุปการะ ร้านค้าหน้าวัดสมัยนั้น และเจ้าหน้าที่ประจำศาลาทุกท่าน ที่ลืมไม่ได้คือสัปเหร่อ ที่สอนให้เห็นความเป็นอนัตตาของชีวิต ตายแล้วเอาอะไรติดตัวไปไม่ได้ แม้แต่เงินปากผี จะเหลือไว้ก็แต่ความดีที่ทำไว้ตอนมีชีวิต
 
ลุงแดง ใจอาสา
27 พฤษภาคม 2564



#วัดธาตุทอง #หลวงปู่ช่วง #ท่านเจ้าคุณพระธรรมปราโมกข์ #พระครูบุญส่ง #หลวงพี่ป้อม #พระครูเต้ย #พระสุรชัย 



Create Date : 27 พฤษภาคม 2564
Last Update : 23 มิถุนายน 2564 20:07:22 น.
Counter : 64 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  

idea4thai
Location :
ปทุมธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]



ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเยาวชนและชุมชมไทย

All Blog