World of Health & Knowledge
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2549
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
24 สิงหาคม 2549
 
All Blogs
 
ทำไมต้องมีเภสัช....2

ในแต่ละสาขาของเภสัชนั้น งานต่างๆ ที่ต้องทำ ก็จะแตกต่างกันไปครับ หากเราจะดูตามสถานที่ทำงานแล้ว เภสัชก็จะมีหน้าที่ดังนี้

1. โรงพยาบาล
ในโรงพยาบาลเราจะแบ่งหน้าที่เภสัชออกเป็น 5 ส่วนใหญ่ๆ ครับคือ
ผู้ป่วยนอก - กลุ่มนี้ต้องรับศึกหนักช่วง 9.00-14.00 น. โรงพยาบาลใหญ่ๆ คนไข้เป็นพันๆ เภสัชมีอยู่กี่คนต้องแ่บ่งมาเช็คยาจ่ายยาหมด หลายๆ คนคงคิดว่าจ่ายยานี่ง่ายนาดูเลยใช่ไหมครับ จริงๆ เนี่ย นรกนะ

เราไม่ได้แค่พูดๆๆๆๆ ตามฉลากนะครับ แต่การจ่ายยาต้องตรวจยาว่าเหมาะสมกับโรคหรือไม่ แพทย์จ่ายถูกขนาดไหม ยาแต่ละตัวมีอันตรกิริยา (interaction - หรือง่ายๆ ก็คือยาตีกัน) กันหรือไม่ ยาซ้ำกันไหม ที่ยากน่ะ ไม่ใ่ช่ตอนตรวจนะครับ ยากตอนแย้งหมอ

ก็เภสัชน่ะ เป็นลูกน้องหมอนี่นา จะเถียงได้อย่างไร

พอตรวจเสร็จก็ส่งต่อให้คนจ่ายยาจ่าย เภสัชที่จ่ายยาก็ต้อง recheck อีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงจ่ายให้คนไข้

ดังนั้นคนที่คิดว่าแค่จัดยาแล้วส่งให้ ทำไมช้านัก (วะ) ก็ช่วยๆ เห็นใ่จเภสัชหน่อยเถอะครับ

รอหมอ 3-4 ชั่วโมงรอได้ รอเภสัช 20 นาทีด่ากันซะ

ผู้ป่วยใน - เภสัชกลุ่มนี้จะแบ่งหลายอย่างครับ ตั้งแต่ประจำห้องยา คือจัดยาคล้ายๆ กับผู้ป่วยนอก แต่จะต้องจัดโดยแบ่งเป็นวันๆ หรือเป็นครั้งๆ ไป

เราเรียกว่า Unit Dose ซึ่งเป็นอะไรที่เลวร้ายที่ซู้ดดดด

ไม่เชื่อลองไปถามพวกในรพ. 400 เตียงแล้วต้องจัด unit dose สิครับ

เพราะเราต้องจัดทีละซอง ซองละเม็ด สมมติว่าคนนึ่งกินมียา ก่อนอาหาร 3 เวลา 4 อย่าง หลังอาหาร 3 เวลา 2 อย่าง และยาก่อนนอน 3 อย่าง

วันหนึ่งๆ ต้องจัดยาแยกซองทั้งหมด 12+6+3=21 ซองต่อคนครับ แล้วไม่ได้มีคนเดียวนะ ถ้ามีสัก 50 คน ก็ต้องจัด 1050 ซองแล้วครับ

โหดมั้ย

เราเลยปรับเป็น Daily Unit Dose หรือให้ไปทีเดียวทั้งวันเลย วานคุณพยาบาลช่วยไปแยกเองนะ

แต่บางครั้ง เภสัชที่ดูแลผู้ป่วยใน จะต้องทำหน้าที่อีกอย่างก็คือการ round ward (ราวนด์ วอร์ด) กับคุณหมอครับเพื่อที่จะให้หมอลองภูมิ และหลอกถาม แถมต้องไปคอยติดตามการใช้ยาของผู้ป่วยอีกนะครับ ว่าใช้แล้วดีไหม เป็นอย่างไร ต้องจัดการวางแผนการรักษาอย่างไร แล้วเขียนไว้ในชาร์ตให้หมอมานั่งพิจารณา และด่ากลับ

สำหรับหน้าที่ตรงนี้ จะมีเภสัชที่ชำนาญเฉพาะครับ ก็คือสายคลินิก และสายผม ก็คือ Pharmaceutical Care หรือบริบาลเภสัชกรรม ครับ

สายอื่นๆ อาจจะทำได้ เพียงแต่ว่าต้องกลับมาฝึกอีกรอบนั่นเอง

งานคลัง งานสบายครับ ถ้ายาขาด งานคลังก็โดน ยาเกิน ใช้งบเปลืองงานคลังก็โดน ต้องคอยแจกจ่ายยาและเครื่องมือให้ห้องยา ให้ ward ให้ฯลฯ

แล้วมันสบายตรงไหนวะ???

ก็ตรงที่เจอคนน้อยนี่แหละครับ ผมชอบมากกก
แต่ถ้ายังไม่มีแฟนก็ลืมไปเลยนะครับ

การจัดระบบในงานคลังค่อนข้างจะวุ่นวายครับ ยาหายก็ซวยอีก โดยเฉพาะยาเสพติดทั้งหลาย

ก็คือนอกจากจะวุ่นวายแล้วยังเสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางอีก

งานผลิต - อันนี้ก็สนุกครับ ผมชอบทำมาก เตรียมน้ำเกลือ เตรียมยา หรืออาหารทางหลอดเลือด ให้ผู้ป่วย

ดูง่ายๆ ใช่ไหมครับ

น้ำเกลือเนี่ย ถ้าทำกันจริงๆ ก็หนุกหนานหละครับ ทั้งวันไม่มีหมด มีงานตลอด

อ้าวแล้วน้ำเกลือสำเร็จก็มีนี่???

น้ำเกลือนี่รวมๆ หลายๆ อย่างครับ ที่ให้ทางหลอดเลือด ไม่ใช่แค่น้ำเกลือที่หยดติ๋งๆๆ ธรรมดา

ส่วนของฝ่ายผลิตที่เสี่ยงชีวิตที่สุดคือ biohazard ทั้งหลายครับ เช่นยามะเร็ง น้อยๆ มันก้รักษา แต่พอมากๆ มันจะทำให้เป็นแหละครับ

สำหรับอีกอันที่สนุกคือเตรียมอาหารทางหลอดเลือดครับ ต้องมานั่งคำนวณว่าคนนี้ต้องการพลังงานเท่านี้ แร่ธาตุเท่านี้ แล้วมาผสมกัน

แต่กว่าจะเสร็จนี่เหนื่อยนะครับ ผมเคยทำวันละ 4-5 ขวดยังจะตายเลย ดึง syrup ที กล้ามขึ้น

ส่วนน่ารักๆ ของงานผลิตก็มีครับ คือการเตรียมยาสำหรัับผู้ป่วยแต่ละคน เช่นเด็กต้องใช้ยาตัวนี้ขนาดนี้ แต่ไม่มี เลยต้องทำให้ ไม่ยากครับ แถม create ได้เต็มที่ พวกสียาใส่กันตามชอบ

ดีนะครับ ยังไม่มีใครทะลึ่งทำยาน้ำสีแบบลูกอมปีศาจ

งานวิชาการ - อันนี้เป็นงานที่ผมถนัดสุดแล้ว วันๆ ก็นั่งกับคอมคอยตอบคำถามชาวบ้าน ที่ขยันถามกันจัง (มันจะถามอะไรนักหนาวะ บางโรงพยาบาล ก่อนมีเภสัชไปทำหน้าที่นี้ ก็ไม่เคยถาม แต่พอมีแล้ว ถามไม่หยุด แล้วก่อนเรามามัีนถามใครฟะ แง่มๆๆ)

งานส่วนนี้เป็นงานที่เราจะได้ปฏิสัมพันธ์กับคนเยอะที่สุดครับ หมั่นไส้ใครไม่อยากตอบก็เงียบไปเฉยๆ (พอประเมินการทำงาน ก็โดนเชิญไปทำอย่างอื่น)

และด้วยเหตุนี้จึงเป็นงานที่ต้องพูดดีและทำดีครับ ไปเป็นศัตรูกับใครก็ไม่ดีทั้งนั้น

เพราะบางครั้งต้องการข้อมูลฉุกเฉิน เราต้องตอบเร็วที่สุด เช่น ยาแก้พิษของสารพิษตัวนี้.....ต้องตอบได้ใน 30 วินาทีครับ ค้นได้ เปิดได้ แต่ต้องเร็ว เลยทำให้เภสัชกลุ่มนี้ใช้ชีวิตอยู่กับหนังสือและคอมเป็นส่วนใหญ่




สรุปงานในโรงพยาบาลแต่ละอย่างก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันครับ
- ผู้ป่วยนอก งานหนักเป็นช่วงๆ แถมผิดพลาดง่ายเพราะต้องแข่งกับเวลา แต่ว่าพอว่างก็สบายเลย
- ผู้ป่วยใน ต้องใช้ความรู้ลึกกว่าผู้ป่วยนอก ดูเหมือนจะว่างๆ แต่ต้องรับกรรมจากหมอมากหน่อย ต้องติดตามคนไข้ตลอด นั่งก็ไม่ได้ โดนหาว่าอู้อีก ต้องมาเช้า แต่เลิกเท่ากับคนอื่น
- งานคลัง เงียบ ไม่ได้เจอผู้คน แต่งานจุกจิก วุ่นวายอยู่ในตัว ต้องรับผิดชอบสูงและซื่อสัตย์มากๆ
- งานผลิต เหนื่อย เรื่องมาก เสี่ยงตาย ต้องรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำ (ทำยาติดเชื้อคนไข้ตาย... ) แต่สนุกครับ
- วิชาการ งานเบา ว่างบ่อย แต่พอมีงานละก็ ทำกันตาย เป็นที่รองรับอารมณ์ของคนอื่น (เอาเข้าจริงไม่เคยเห็นปล่อยให้ว่างเลย มีงานสำรองตลอด)

ไว้เดี๋ยวมาต่อที่โรงงาน, ร้านยา และบริษัทยานะครับ


Create Date : 24 สิงหาคม 2549
Last Update : 17 กันยายน 2549 9:32:32 น. 11 comments
Counter : 2535 Pageviews.

 
อือม์ ได้ความรู้


โดย: Sabine (Sabine ) วันที่: 27 สิงหาคม 2549 เวลา:12:50:46 น.  

 
อธิบายความเหนื่อยยากของเภสัชได้ดีจังค่ะ


โดย: sommie วันที่: 16 พฤศจิกายน 2549 เวลา:11:36:53 น.  

 
เอิ๊กก

ทำไมน่าสนุกงี้ครับ


โดย: neaq IP: 61.90.241.170 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2549 เวลา:20:36:46 น.  

 
น่าจะเอาไห้ละเอียดนะพี่ผมอยากรู้ว่าเภสัชดีอย่างรัย


โดย: ทาเนะจัง IP: 58.9.161.97 วันที่: 20 ตุลาคม 2550 เวลา:8:49:48 น.  

 
อ่านแล้วขำดีค่ะ คายเครียดแบบมีความรู้
ทำไมพี่ทำงานหลายอย่างจังคะเนี่ย รู้เยอะจัง


โดย: เด็กเรียนเภสัช IP: 161.200.255.162 วันที่: 7 มกราคม 2551 เวลา:17:05:17 น.  

 
เนื้อหาดีครับ อ่านแล้วได้เห็นภาพดี

แต่ขอแสดงความคิดเห็นนิดนึงนะครับ เภสัชกร ไม่ได้เ็้นลูกน้องหมอแต่อย่างใด บทบาทหน้าที่แยกกันชัดเจน เหนือสิ่งอื่นใดถือประโยชน์ของคนไข้เป็นสำคัญ อยากให้กล้าที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องและภูมิใจในวิชาชีพครับ
เป็นกำลังใจให้นะครับ สู้ ๆ


โดย: ER IP: 125.26.171.56 วันที่: 3 เมษายน 2551 เวลา:2:40:24 น.  

 
[url=//zh.scratchpad.wikia.com/wiki/User:Daiqianwen]I learned that sometimes the things your want most[/url]
[url=//look.urs.tw/show.php?BlogID=69747]You just can't have.[/url]
[url=//myworld.ebay.ca/abelcj]Or the drinking,[/url]
[url=//blog.bodymaker.jp/user/daiqianwen/daiqianwen/]Or the hook-ups[/url]
[url=//daiqianwen.blogvillage.de/]Sweetest joy, the wildest woe is love[/url]
[url=//daiqianwen.mylivepage.com/blog]Taking the chances[/url]
[url=//daiqianwen.egoweblog.com/]And then making the most of them[/url]
[url=//james.mini-strage-hk.com/]The things which we most need to talk about[/url]
[url=//relocation.mini-storage-hk.com/]I learned that once you get to college,[/url]
[url=//daiqianwen.blogmin.jp/]Things don't automatically get better[/url]
[url=//daiqianwen-feelingbeautiful.blogspot.com/]It's what you make of them[/url]
[url=//relocation.mini-storage-hk.com/]If you can keep your head when all about you[/url]
[url=//www.teenblog.org/ediedai//]This is the weather the cuckoo likes,[/url]
[url=//life.health-natural-food.com/?p=36]When showers betumbel the chestnut spikes,[/url]
[url=//my.opera.com/daiqianwen/blog/]And the nestlings fly:[/url]


โดย: kkdai IP: 125.214.254.171 วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:14:41:56 น.  

 


โดย: daidai IP: 125.214.254.171 วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:14:44:24 น.  

 

หนูอยากทำงานเป็นเภสัชกรโรงพยาบาลค่ะ
เพราะคิดว่าน่าจะได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาอย่างเต็มที่
พอได้อ่านที่พี่บรรยายมาก็ได้ข้อมูลมากคะและทำให้เห็นภาพหน้าที่และการทำงานของเภสัชกรโรงพยาบาลอย่างละเอียดมากขึ้น ยิ่งทำให้หนูมั่นใจว่านี้แหละคืองานที่หนูอยากทำและเหมาะกับตัวหนู

ขอบคุณพี่มากเลยนะคะสำหรับข้อมูลการทำงานของเภสัชกรโรงพยาบาล


โดย: นิสิตเภสัชสายบริบาล IP: 222.123.10.57 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:22:10:54 น.  

 
ขอบคุณนะค่ะ เพราะหนูก็เป็นอีกคนที่อยากเรียนเภสัช และอยากทำงานเป็นเภสัชจ่ายยาที่ โรงพยาบาล ภ้ายังงัย มีรัยจะแนะนำว่าต้องเตรียมตัวยังงัย และอยากทราบว่าเภสัชเรียนยากไหมค่ะ ฝากส่งคำตอบ มาที่
numfha_fasai@hotmail.com ทีนะค่ะจาเป็นที่ซาบซึ้งมากๆๆเลยค่ะ
ขอบคุณล่วงหน้านะค่ะ


โดย: นิสิต เภสัช ในอนาคต IP: 119.42.82.236 วันที่: 19 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:53:43 น.  

 
คือเป็นแม่ที่สนับสนุนและยุให้ลูกเรียนเภสัช เหตุผลหลักคือรู้เรื่องการใช้ยา ซึ่งสามารถช่วยคนในครอบครัวได้อย่างมาก เพราะไม่ค่อยเชื่อเภสัชร้านยาเท่าใด เพราะรู้สึกว่าเขาขายยาที่ต้องการจะขาย ขายยาราคาแพง และไม่ค่อยสนใจอาการเจ็บป่วยที่เราปรึกษา ลูกยอมเรียนเภสัชตามแรงยุของแม่ แต่ไม่ชอบและเรียนหนัก แม่ก็กลุ้มใจกลัวลูกจบแล้วต้องทำงานหนัก และศักดิ์ศรีด้อยกว่าหมอ ผิดที่แม่ยุให้ลูกเรียน ลูกอยากเป็นหมอ แต่สอบไม่ได้คะแนนขาดไปเล็กน้อย ขยันน้อยเกินไป เลยไม่รู้จะเรียนอะไรดี ลูกไม่ชอบคำนวณ อยากรู้เรื่องดีๆ เกี่ยวกับเภสัชบ้าง เพื่อปลอบใจตัวเองว่าไม่ได้ทำร้ายลูกทางอ้อม


โดย: ไม่รู้จะทำงัย IP: 158.108.87.16 วันที่: 14 กันยายน 2555 เวลา:13:12:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Epinephrine
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เมื่อไหร่ที่สุขภาพ วิชาการ และธุรกิจจะไปด้วยกันได้ดีซะที




Friends' blogs
[Add Epinephrine's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.