All Blog
เขียวเหมือนพระอินทร์...แต่น่ากินอร่อยลิ้น "ข้าวแกงเขียวหวานไก่สไตล์โลกาภิวัฒน์"
สวัสดีครับ ทุกคนในประเทศไทยต้องรู้จักแกงเขียวหวานกันอย่างแน่นอน 
แต่รู้หรือไม่ว่า แกงเขียวหวานนั้นมีประวัติความเป็นมาอย่างไร น่าจะมีต้นกำเนิดมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักแกงเขียวหวาน โดยมาดูข้อสันนิษฐานของเสือตะหลิวกันก่อนเลยนะครับ

ถึงแม้ว่าแกงเขียวหวานจะเป็นเมนูอาหารที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน แต่ด้วยข้อมูลทางประวัติศาสตร์หลายๆอย่าง ทำให้เชื่อว่าเมนูแกงต่างๆรวมถึงแกงเขียวหวานนั้น น่าจะมีมาตั้งแต่หลังช่วงสมัยพระนารายณ์มหาราช ประมาณ พ.ศ. 2200 หรือแค่เมื่อ 400 ปีก่อน 

สาเหตุก็เพราะก่อนหน้านั้น ในอาณาจักรไทยโบราณยังไม่มีวัตถุดิบที่เรียกว่า "พริกเทศ" คำว่า "พริกเทศ" ในที่นี้จะหมายถึง พริกขี้หนูกับพริกชี้ฟ้า โดยในสมัยก่อน ถ้าหากกล่าวถึง "พริก" คนในสมัยโบราณจะหมายถึง "พริกไทย" 

ดังนั้นจึงสามารถสันนิษฐานได้ว่า เมนูแกงและอาหารทั้งหลายแหล่ที่ใส่ "พริกเทศ" จะต้องมีต้นกำเนิดมาภายหลังยุคสมัยพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ.2200) อย่างแน่นอน เพราะในสมัยดังกล่าว อาณาจักรอยุธยาได้ทำสนธิสัญญาการค้าระหว่างประเทศขึ้น โดย ณ เวลานี้นั่นเองที่วัตุดิบ "พริกเทศ" ได้มีโอกาสเข้ามาทำความรู้จักกับผืนแผ่นดินไทยผ่านมือของคนผิวขาวที่เข้ามาติดต่อค้าขาย 

โดยแหล่งกำเนิดของวัตถุดิบ "พริกเทศ" จริงๆนั้น จะมีต้นกำเนิดอยู่ทางแถบทวีปอเมริกาโดยเฉพาะทางแถบอเมริกาใต้ คนผิวขาวหลังจากที่ได้ไปสำรวจทวีปดังกล่าว จึงได้นำพันธุ์พืชเหล่านั้นมาทดลองปลูกและเผบแพร่ไปยังดินแดนต่างๆสืบมา

เมนูแกงเขียวหวานเองก็จึงเกิดมาในช่วงเวลาดังกล่าวเช่นเดียวกัน แต่เมนูแกงเขียวหวานที่เสือตะหลิวจะนำมาเสนอในวันนี้ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า จะเป็นสไตล์โลกาภิวัฒน์ มีการปรับปรุงและประยุกต์สูตรให้เข้ากับยุคสมัย รับรองว่าถ้าบรรพชนคืนชีพขึ้นมาเห็นแล้วคงจะต้องตกใจตายไปอีกรอบ 55555
แต่ถึงกระนั้นเสือตะหลิวขอรับรองในความอร่อยและความแปลกใหม่ ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ


เริ่มต้นง่ายๆจากการเตรียมไก่กันก่อนนะครับ 
วันนี้เราจะใช้อกไก่ทั้งชิ้นประมาณ 2 ขีดหมักง่ายๆแค่
แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
ไข่ขาว 1/2 ฟอง
ผงฟู 1/2 ช้อนชา
หาอะไรแหลมๆจิ้มให้ทั่วๆแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ในตู้เย็นประมาณ 3 ชั่วโมง


หมักเสร็จก็เอามาคลุกเกล็ดขนมปังต่อครับ ตามสูตรเลยแค่
คลุกแป้งสาลีให้ทั่วๆ ชุบไข่ไก่ให้ชุ่มๆ สุดท้ายก็เอามาคลุกเกล็ดขนมปัง
หลังจากนั้นก็เอาไปแช่ช่องแข็งประมาณ 1/2 ชั่วโมง แล้วจึงนำออกมาทอด 


ทอดไฟปานกลางน้ำมันท่วมๆ ให้ผิวเหลืองกรอบทั่วๆ ทอดเสร็จก็เอาไก่มาพักสะเด็ดน้ำมันรอได้เลยครับ 


ต่อมาเราจะมาเตรียมพระเอกของงานกันต่อเลยนะครับ ซอสแกงเขียวหวานเริ่มต้นง่ายๆแค่ ผัดพริกแกงเขียวหวานประมาณ 3 ช้อนโต๊ะให้หอม ถ้าใครชอบรสจัดๆก็เติมกระเทียมสับกับพริกขี้หนูเขียวสับลงไปตามชอบได้เลย 


หลังจากผัดเครื่องแกงจนหอมแล้ว เราจะใส่แป้งสาลีลงไปประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ผัดให้เข้ากันจนส่วนผสมจับตัวเป็นก้อนๆ เพื่อทำให้เครื่องแกงเขียวหวานของเรากลายเป็นหัวเชื้อของซอส(ROUX)นะครับ
จากนั้นก็เอาหัวเชื้อออกมาพักไว้ก่อนนะครับ 


ใส่กะทิลงไปประมาณ 1 ถ้วยตวง แล้วเคี่ยวจนกะทิแตกมันนะครับ 


จากนั้นก็ใส่หัวเชื้อซอสแกงเขียวหวานที่เตรียมไว้ลงไปเคี่ยวให้เข้ากันไปเลยครับ ใช้ไฟอ่อนๆเคี่ยวประมาณ 10-15 นาทีจนข้น ถ้าระหว่างนี้ซอสกะทิงวดเร็วไปก็เติมน้ำเปล่าลงไปสักหน่อยก็ได้ครับ 


จากนั้นเรามาปรุงรสกับเติมเครื่องสมุนไพรกันเลยครับ 
ปรุงรสง่ายๆแค่ น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ ใครชอบเค็มชอบหวานแบบไหนก็ปรุงเพิ่มได้ตามสบายเลยนะครับ
ส่วนเครื่องสมุนไพรที่เราจะใส่ ก็จะมี 
ใบโหระพากำเล็กๆ 1 กำ
ใบมะกรูดฉีก 1/2 กำ
มะขือพวงทุบแค่พอแตกประมาณ 5-10 เม็ด
จากนั้นก็เคี่ยวให้เข้ากันประมาณ 3-5 นาทีก็เป็นอันเสร็จครับ 


ขาดไม่ได้กับข้าวสวยหุงใหม่ๆร้อนๆเนื้อนุ่มๆหนึบๆ 


ไก่พร้อม ซอสพร้อม ข้าวพร้อม ประกอบร่างตามชอบได้เลย วันนี้เสือตะหลิวใช้ช่อโหระพากับพริกชี้ฟ้าแดงซอยมาประดับจานเพิ่มบารมีอีกสักหน่อย จะได้ดูแพง55555
เรียบร้อยพร้อมรับประทานกับเมนูข้าวแกงเขียวหวานไก่สไตล์โลกาภิวัฒน์ 


ดูกันใกล้ๆให้ชัดๆ เห็นชั้นอกไก่ไหมครับ เนื้ออกไก่นุ่มๆชุ่มๆ คลุกเกล็ดขนมปังทอดกรอบๆ เห็นแล้วเสียวฟันอยากจะขบลงไปให้ชุ่มเหงือก 


พระเอกของงานคือซอสแกงเขียวหวานเนื้อสัมผัสแบบครีมซอส(ฺBECHAMEL) เนื้อเนียนเข้มข้นรสกลมกล่อมแต่แฝงไปด้วยความจัดจ้านของเครื่องแกง ถ้าหากยิ่งได้ผสานร่างเข้ากับข้าวสวยร้อนๆนุ่มๆก็ราวกับได้ขึ้นสวรรค์ไปเข้าเฝ้าพระอินทร์55555
"เพราะคนต้องกินอาหาร อาหารจึงคือคน คนเราย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย อาหารก็เช่นเดียวกัน" 


โดย facebook page : เสือตะหลิว " อาหาร กับ ชายชาตรี "
 



Create Date : 08 ตุลาคม 2562
Last Update : 8 ตุลาคม 2562 10:27:05 น.
Counter : 95 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 
  
หั่นพริกละเอียดดีจัง คริๆๆๆ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 9 ตุลาคม 2562 เวลา:21:34:05 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15



เสือตะหลิว
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ผู้ชายธรรมดาๆที่รสชาติไม่ธรรมดา
just a man with a nice taste
New Comments