Springdays's Firstpage J.Kim's webboard ETC's webboard
J.Kim Mania บุกวังดอกท้อ ตอน คุณค่าที่คิ้มคู่ควร (Big Surprise!!)


J.Kim Mania บุกวังดอกท้อ ตอน คุณค่าที่คิ้มคู่ควร (Big Surprise!!)

ดูเหมือนจะเป็นหน้าที่ของช้างที่ต้องกลับมาเล่าถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน เพราะมีหลายคน (ที่พลาด) กำลังรอติดตามอย่างใจจดใจจ่อ
สำหรับตอนนี้มีหลายเรื่องที่ทำเอาเซอร์ไพร์สกันถ้วนหน้า เรียกได้ว่า เหวอ ไปตามๆกัน
ส่วนจะเป็นอย่างไรนั้น อย่าพลาดตอนนี้เป็นอันขาด
**ขอบอกว่าเป็นอีกตอนที่ช้างประทับใจ ทั้งพี่คื้ม ทั้งแขกรับเชิญ และทีมงาน**

ก่อนอื่น Blog Springdays ขอ Happy Birthday พี่คิ้มเป็นการย้อยหลังสักหน่อย ถึงแม้เวลาจะล่วงเลยมานานโขก็ตาม ถ้าใครได้อ่านเล่นหูเล่นตา ฉบับเมื่อวันจันทร์ที่ 7 เมษา ที่ผ่านมา ช้างเอาหัวเป็นประกันเลยว่าทุกคนที่ได้อ่านจะต้องซาบซึ้งในพระคุณของแม่ผู้ให้กำเนิดแน่นอน และในฐานะที่ช้างเป็นนักเขียน พออ่านจบถึงกับทึ่งในสำนวนการเขียนและวิธีการนำเสนอ ออกมาไม่ให้น่าเบื่อ และน่าอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ

มาเข้าเรื่องของการรวมพล (เฉพาะกิจ) ของเหล่า J.Kim Mania กันอีกครั้ง สิ่งแรกที่ช้างจะอดพูดถึงซะไม่ได้ก็คือการเดินทางไปที่สตู JSL ที่ลาดพร้าว 107 จากหลายๆตอนที่แล้ว ช้างมักอาศัยการเดินทางโดยเรือที่รวดเร็ว แม้จะลำบากหน่อยๆก็เถอะ ปกติก็จะโดยสารเรือคนเดียว แต่คราวนี้ช้างกระเตงเอาน้องๆไปอีก 4 คน ประกอบด้วย
เจ้าปาล์มที่วันนี้ใส่เดปแดงแจ๋ น้องหมอที่พึ่งเสร็จจากการเอาปรอดเสียบตูดหมามาหมาดๆ น้องหริ่มแก้วที่วันนี้หนีบเอาเพื่อนสาวติดมาด้วย 1 คน นั่นคือ น้องวันที่มาพร้อม Lecture กองโต น้องๆทั้งหมดนำทีมโดยเจ้าปาล์มก็โทรจิกตั้งแต่ช้างยังไม่เลิกงาน
“พี่เปิ้ล เดี๋ยวถ้านับ 1-3 ต้องเจอพี่เปิ้ลเลยนะ” ไอ้เจ้าปาล์มขู่ช้างจนได้
ทั้งๆที่ตอนที่มันโทรมามนุษย์เงินเดือนอย่างช้างยังปั่นงานจนหัวหมุน
“เออๆ ยิงเบอร์มาล่ะกันจะรีบลงไปหา” พอตอบปาล์มเสร็จช้างก็ใส่เกียร์หมาเร่งปั่นงาน เฮ้อ...อ..ออ...เสร็จจนได้ เร็วกว่าทุกๆวัน ติ๊ดบัตรออกเพื่อนร่วมงานหันมามองกันเป็นแถว ก็ช้างออกมาคนแรกนี่นา
เดินลงมารอเหล่าเยาวชนชั้นล่าง 4.30 น.ก็แล้ว 5.00 น. ก็แล้ว ยังไม่เห็นหัวใครสักคน ขัดเวลาด้วยการโทรหาพี่แก้วดีกว่า
“ฮาโหล ต้องการพูดกับใครครับ” เสียงชายหนุ่มวัยละอ่อน ทำเอาช้างต้องหันมาดูเบอร์ที่หน้าจออีกครั้ง ก็เบอร์พี่ของช้างนี่หว่า??!!?? แล้วใครรับสาย สักพัก
“จ้า ว่างัยจ๊ะช้างน้อยของพี่” นั่นเสียงพี่แก้ว
“เอ๊ะ หนุ่มไหนรับสายแทนเนี่ย” “บอกแล้วว่าอย่ารับ เดี๋ยวรับเอง” พี่แก้วรับมุขช้างอีก
“อย่าลืมนัดของเราวันนี้นะ” ช้างกำชับ “จ้าๆๆ ไม่พลาดแน่นอน เดี๋ยวเจอกัน” วางสายจากพี่แก้ว ออกมายืนหน้าเงือกรอเด็กๆต่อไป
“อยู่ไหนแล้วเนี่ย” กดเบอร์โทรหาเจ้าปาล์ม
“อยู่บนแท็กซี่กำลังจะลง” สักพักใหญ่ๆแท็กซี่คันที่ว่าก็พาเด็กๆมาส่งให้ช้าง
พอทุกคนทยอยลงจากรถ ก็โบกคันถัดไป “ไปลาดพร้าว 107 คะ” ลุงคนขับยักหน้า เอ๊า...ขึ้นรถกันเด็กๆ
หลายคนคง งง ว่าทำไมวันนี้ช้างเปลี่ยนวิธีการเดินทางมาทางบกแทน เพราะ 2 เหตุผล 1 คือ ช้างกลัวพาลูกชาวบ้านเค้าไปตกน้ำตกท่า กับอีกเหตุผลคือพี่ขวัญ 184 ประจำกลุ่มแนะนำให้ใช้เส้นทางสะพานหัวช้าง ผ่านถนนราชปรารภ เข้าถนนศรีอยุธยาพระรามเก้าแล้วค่อยไปเลือกเอาว่าจะไปทางรัชดาตัดลาดพร้าว หรือ ไปทางถนนรามคำแหงแล้วค่อยโผ่ลลาดพร้าว ช้างเลยเลือกอันที่พี่ขวัญแนะนำ เพราะเห็นว่ามันสบายกว่า พวกเราทั้งหมดใช้เวลากับการฝ่าการจราจรอันแสนคับคั่งในเวลาเลิกงานของหลายคน แค่ชิดลมหน้าที่ทำงานของช้างไปถึงสยามก็หมดเวลาไปเกือบ 40 นาที ช้างเลยโดน ปาล์มขาวีนกัด
“พี่เปิ้ล จะให้หนูนั่งแท็กซี่ย้อนมาหาทำไมเนี่ย หนูจะฟ้องพี่ขวัญ”
“คนส่วนมากต้องมาหาคนส่วนน้อยซิ ถึงจะถูก” ช้างตอบแบบไม่ละอาย พอหลุดจากสยามเลี้ยวเข้าถนนราชปรารภรถยังคงติดเป็นระยะๆ
ภายในรถก็อึมครึมขึ้นทุกขณะ เจ้าปาล์มโวยวายไปตามประสา แผนการเดินทางหลายแผนถูกหยิบยกเอามาเสนอ
แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เอากันสักแผน ใช้เวลาจากราชปรารภถึงถนนศรีอยุธยาอีกเกือบครึ่งชั่วโมง เวลาก็ล่วงเลยมาถึง
6โมงจนได้ แต่เรา 5 คนยังคงไม่สามารถฝ่าไปได้สักที หิว คำนี้เริ่มได้ยินจากปากหลายคนในรถ สองข้างทางมีของขายเยอะแยะ แต่แวะกินไม่ได้ หิ้วท้องต่อไป ครึ่งชั่วโมงถัดมาเรามาอยู่กันที่พระรามเก้ารถยังคงติดมากๆ ลุงคนขับก็ไอและจามตลอดเวลา ช้างกลัวเหลือเกินว่าลงจากรถต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล
“อยู่ไหนแล้ว” เราโทรหาเก้ที่หอบฝาบ้านมาด้วย
“ใกล้จะถึงแล้ว” “ถ้าถึงก่อน ฝากซื้อลูกชิ้นให้สัก 15 ไม้ซิ ตอนนี้โคตรหิวเลย” ตอนเราสั่งเด็กอีก 4 คนตาลุกวาว รถแล่นผ่านเส้นรัชดาอย่างเชื่องช้า หมดเวลาไปอีกหลายนาทีกว่าจะถึงแยกลาดพร้าว ต่อจากแยกลาดพร้าว
ต้องผจญกับลาดพร้าวตั้งแต่ซอยต้นๆ โชคดีนิดหน่อยตรงที่บางช่วงรถสามารถเคลื่อนตัวไปได้เรื่อยๆ จากที่ฟ้าสว่างตอน 5 โมง ตอนนี้ทุ่มเกือบครึ่งแล้ว ฟ้ามืดแล้วพี่ขวัญโทรมาเป็นระยะ แต่แล้วโชคก็เข้าข้างเพราะจากคำบอกเล่าผ่านสายโทรศัพท์ว่าแขกรับเชิญยังมาไม่ถึง เอาล่ะตอนนี้พวกเราต้องรีบบึ่งไปซะแล้ว ในที่สุด 19.45 ก็มาถึงปากซอย 107 จนได้

“ เย้ๆๆๆ ใกล้ความจริงแล้ว” ทั้งรถส่งเสียงเฮกันเกรียวกราว พอรถจอดหน้าสตู สิ่งแรกที่เรามองหาคือ ของกินที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่กินไม่ได้ เพราะมีคนรอกินหัวพวกเราข้างใน เคินเข้าไปข้างในที่ประจำ พี่ขวัญ พี่แอน เก้ พี่กบเล็กและพี่กบใหญ่ที่กำลังง่วนอยู่กับบรรดาของที่เหล่า J.Kim Mania เอาไปฝากพี่คิ้ม มีทั้ง Platinum Award ฝีมือช้างกับเก้ ตุ๊กตาปั้น 2 ตัว (แว๊บแรกที่เห็น ช้างถึงกับปล่อย กร๊าก!) ป้ายไฟฝีมือพี่ขวัญ ส่วนที่เอามาสมทบคือ เค้กของน้องหริ่ม ตุ๊กตาหมาของหมอ และ รูปโมเสก ของเจ้าปาล์ม รวมๆกันแล้วกองกันบานตะไท

before & after


“สวยดี อยากอยู่ตอนที่ให้ด้วยจัง” พี่กบใหญ่พูด
เป็นที่น่าเสียดายเพราพี่กบใหญ่ต้องกลับซะก่อน แต่ก่อนกลับก็ถ่ายรูปเป็นที่ระทึก ทีนี้เหลือพี่กบเล็กที่คอยเทคแคร์ดูแลพวกเราเป็นอย่างดี

เด็ก ๆ และพี่กบเล็กผู้น่ารักแห่ง JSL


นับสมาชิกตอนนี้ขาดแค่พี่แก้วเท่านั้น “เข้าไปข้างในกันเถอะ” พี่กบเล็กมาตามซะแล้ว คงต้องเข้าไปรอพี่แก้วข้างในแล้วล่ะ
“นังเปิ้ล!!” เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของช้างร้องทัก การกลับมาของนังป่อย ป๊อย นั่นเองเป็นการเจอกันครั้งที่ 2 แต่สนิทกันเหมือนรู้จักกันมาแต่ชาติปางก่อน
“ฉันโทรหาแก ทำไมไม่รับสายฉัน” ช้างแว๊ดใส่
“เปิ้ล แกอ้วนขึ้นรึเปล่าอ่ะ แต่ใส่ชุดนี้ดูดีนะ” ป๊อยมันตบหัวแล้วลูบหลัง
“ฉันลดลงไปตั้งกิโลนึง” ช้างไม่ยอม จากนั้นช้างกับป่อย ป๊อยก็รำลึกความหลังกันพักใหญ่ ป๊อยก็ยังน่ารักเหมือนเดิม สดใสแสนซน 2 ทุ่มกว่าแล้ว ยังไม่เริ่มการอัดเลย เพราะแขกรับเชิญ นุ้ย สุจิรา อรุณพิพัฒน์ กำลังรีบมา
แต่ที่มาถึงก่อนและสวยไม่แพ้กัน นั่นน่ะ พี่แก้ว พี่สาวช้างเอง วันนี้โคตร sexy เวอร์ ซีทรู เห็นยันปอดเลยเชียว วู้วววว เส่นห์เหลือร้าย เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปไว้ ทำเอาสมาชิก บางคนซี๊ดปากกันเลย (หนึ่งในนั้นก็ช้างหล่ะ) แต่ฝันหวานก็สะดุดเพราะพี่ต๋อย (someone ของพี่แก้ว) โทรมา
“พี่คนนี้เป็นผู้หญิง หรือ ผู้ชายอ่ะ” นังป๊อยสงสัยพี่แก้ว
“พี่เค้าพึ่งเฉาะ 3 ปีที่แล้วยังแมนอยู่เลย” ทำเอาป๊อยขำใหญ่เลย
ช่วงที่รอนุ้ยมา บรรดาทีมงาน ตากล้องช่างไฟ รวมถึงนักดนตรีก็จับจองมุมสงบ ก้มลงมองข้างเก้าอี้พี่แอน ผู้ชายที่ไหนหน้าคุ้นๆน่ะ มานั่งเนียนคุยตั้งแต่เมื่อไร พี่จิ๊บนั่นเอง หน้าเหนื่อยได้อีก ใครทำกับพี่ชายช้างล่ะนั่น

วันนี้ชุดส้วยสวย


กำลังคุยกับพี่จิ๊บเพลินๆ พี่คิ้มก็ออกมาในชุดสีน้ำเงิน เรียบแต่หรู J.Kim Mania ลุกลี้ลุกลนทันที โดยเฉพาะพี่แก้วที่ออกตัวว่ามีเรื่องจะสารภาพเกี่ยวกับเรื่องของฝาก ถึงบอกตอนนี้ก็สายเกินไปแล้ว แต่หน้าพี่แก้วมีพิรุธสุดฤทธิ์
“อย่าบอกใครว่าพี่อยู่ตรงนี้นะ แอบๆ” พี่จิ๊บ จุ๊ปากบอกพวกเรา แหม เล่นไม่ดูวัยเลยพ่อคุณ
ได้ยินแว่วๆว่าตั้งแต่วันที่ 16 เมษา พี่คิ้มก็จะเริ่มซ้อม Concert Kim Rider vs X-Men แล้ว คงหายหน้าหายตาไปสักพัก พอนุ้ยมาถึงก็ขอโทษขอโพยทีมงานที่ต้องให้รอ แต่นุ้ยก็มาแบบพร้อมที่จะอัดได้เลย เสื้อผ้าหน้าผมทำมาเรียบร้อย

เอ๊ะ ๆ ก้มดูอะไรกัน


เริ่มอัด คราวนี้อัดเจาะจากเบรก 3 ก่อน นุ้ยพูดถึงวัยเด็กที่เธอชอบนักร้องศิลปินหลายคน หนึ่งในนั้นมีพี่อ้อม สุนิสา พี่อ้อมเลยตกที่นั่งแขกเซอร์ไพร์สไปโดยปริยาย พี่อ้อมมาร้องเพลงให้นุ้ย 2 เพลง คือ ขออย่ายอมแพ้ กับ ถอยดีกว่า

พี่อ้อม Idol ในวัยเด็กของนุ้ย


พอร้องเสร็จพี่อ้อมก็หันมาถ้ามพี่คิ้มว่าตัวเองร้องเพี้ยนรึเปล่า พี่คิ้มก็สวมวิญญาณ Commentator
“พี่ฟังแล้วไม่เพี้ยนนะ” จากนั้นก็มานั่งพูดคุยกันเล็กน้อย พี่อ้อมพูดหยิกแกมหยอกนุ้ยว่าที่มาร้องให้เพราะเห็นแกข้าวกล่องและไอครีมที่นุ้ยเพียรซื้อมาให้กิน แถมยังกัดนุ้ยเรื่อง หนุ่ม ศรราม วลีเด็ดที่ว่า “พักกินข้าวแช่” ตัวจริงพี่อ้อมน่ารักมาก เมื่อสนุกไปแล้ว

เจ๊จะเม้าส์


เบรกถัดมานุ้ยกพูดถึงครอบครัว ทำเอาทั้งสตูโศกกันเลยทีเดียว นุ้ยเปรียบตัวเองเป็นส้วมที่สะอาดที่พร้อมจะให้พ่อแม่ได้มาระบาย คำพูดนนี้ทำเอาพี่คิ้มที่ค่อนข้าง sensitive กับเรื่องครอบครัวพูดชมการเปรียบเปรยของนุ้ยแขกเซอร์ไพร์สอีกคนที่มา คือ คุณกาเหว่า นักร้องต้นฉบับของเพลง อิ่มอุ่น หลายคนคงคิ้วขมวดว่าคุณกาเหว่าเป็นใครจริงๆแล้วเธอเป็นนักเขียน นามปากกา เพลงกระบี่แม่น้ำร้อยสาย ในแวดวงนักอ่านคงรู้จักกันเป็นอย่างดี มาขับกล่อมเพลงอิ่มอุ่นจนนุ้ยถึงกับปล่อยโฮ
นุ้ยเล่าว่าสมัยที่อยู่อเมริกานุ้ยเป็นคนท้องเสียบ่อย แม่ของนุ้ยจะคอยดูแลเอาใจใส่ วันไหนที่นุ้ยนอนไม่หลับก็จะเอานุ้ยมานอนบนตัว นุ้ยบอกว่าเธอจะได้ยินเสียงหัวใจแม่เต้น ลมหายใจเข้าออกระหว่างนุ้ยและแม่เป็นจังหวะเดียวกัน บางครั้งแม่นุ้ยก็จะแบกเธอไว้บนหลัง เพื่อให้เธอหลับทั้งๆที่นุ้ยในตอนนั้นอายุก็ปาเข้าไป 10 กว่าขวบแล้ว นุ้ยยิ่งเล่าน้ำตาก็ยิ่งไหล เสียงนุ้ยเริ่มอู้อี้ แต่เราๆที่นั่งฟังก็ซาบซึ้งตามไปด้วย
อีกอย่างที่น่าทึ่งของนุ้ยเป็นเรื่องธรรมะธรรมโม พี่ทินถามถึงข่าวคราวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เกี่ยวกับเรื่องราวรักๆใคร่ๆ
ว่านุ้ยสู้และผ่านมันไปยังไง นุ้ยเองเป็นลูกศิษย์ลูกหา ของท่าน ว.วชิรเมธี ที่สอนนุ้ยว่าของบนโลกนี้มี 2 สิ่งเสมอ
ขาวกับดำ ดีกับเลว ของทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเราๆรู้ว่าเราเป็นใคร เป็นแบบไหน เราไม่จำเป็นต้องไปรู้สึกแทนคนอื่น ฟังแล้วเหมือนมีแสงออร่าเปล่งออกจากร่างกาย ซาบซึ้งจริงๆ ดูหน้าพี่คิ้มตอนนี้เกือบบรรลุโสดาบันล่ะนะนั่น

โอ้โห


เศร้ากันตั้ง 2 เบรก ก่อนที่จะสนุกไปกับท่าทีเซี้ยวซ่าส์ ช่วงเบรกซ้อมร้องเพลงที่นุ้ยต้องร้อง เช่นเพลงกรุงเทพมหานคร เพลงเพียงแค่ใจเรารักกัน (เพลงนี้พี่แก้วแอบร้องคลอตาม) และยังมีเพลง 奈何 Nai He ของ เติ้งลี่จวิน


Song:奈何 Nai He Vocal By:Taresa Teng





เพลงเนี้ยอย่าคิดนะว่านุ้ยจะร้องเอง ช่วงซ้อมพี่คิ้มยืนอยู่ข้างหลัง โดยที่นุ้ยทำลิปซิงค์ ซะเนียนอยู่ข้างหน้า หมดกันภาพพจน์นางงาม พออัดจริงๆพี่คิ้มเพิ่มเพลงของเติ้งลี่จวินไปอีกหนึ่งเพลง เป็นเพลงที่เศร๊า เศร้า ชื่อว่า Goodbye My Love-(再見我的愛人) เพลงนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวเติ้งลี่จวินเอง พี่คิ้มเล่าแบบไหลเลื่อน พอเล่าจบก็ร้องเป็นตัวอย่าง ครั้งแรกร้องไปได้ครึ่งท่อน พี่คิ้มก็หันไปทะเลาะกับวงทาเคชิ พี่คิ้มไล่เสียงให้ทาเคชิฟัง แต่พี่หนึ่งมือคีย์บอร์ดบอกว่ามันต้องมี Intro นิดนึงก่อน ครั้งที่ 2 ลงตัวสุดฤทธิ์ เพราะขนาดที่ป่อย ป๊อย อึ้ง ทึ่ง (แต่ไม่เสียว) หันมาขมุบขมิบปากว่า “ร้องเพราะมาก” แน่ล่ะซิป้าฉันนิ
แต่เพลงจีนที่พี่คิ้มร้องที่ทำเอาถูกอกถูกใจกันทั้งสตูก็เป็นเพลง “ปักกิ่ง ปักกิ่ง” ฮากันเกรียวเลย ถ้าไม่เกิด 2500 จะไม่รู้จักนะเนี่ย พอจบเพลงจีนเสียงปรบมือเกรียวกราว สนั่นลั่นทุ่ง พักเบรกกันอีกรอบ พี่ทินต้องพูดเข้าโฆษณาแต่จนแล้วจนรอดก็พูดไม่ได้ พี่ทินถึงกับลงไปนอนกับพื้น พี่คิ้มก็พูดแทรกว่า “ทิน เป็นอะไรมากป่าว พี่มีหมอหมามาด้วยนะ เดี๋ยวให้ทำหมันให้เลยเอามั๊ย” พี่คิ้มชี้มือมาทางหมอที่โดนขนาบโดยน้องหริ่มกับช้าง

เริ่มอัดต่อแต่เบรกนี้มีเซอร์ไพร์ส พอพี่ทินพูดปิดเบรกได้ เพลง Happy Birthday ก็ดังขึ้น J.Kim Mania มองหน้ากัน และแล้วทีมงานก็ยกเค้ก 2 ก้อนออกมาเซอร์ไพร์ส พึ่งรู้เหมือนกันว่านุ้ยก็เกิดเดือนเดียวกันกับพี่คิ้ม
ฟู่....เป่าเค้กพร้อมกัน “ขอบคุณนะคะ ” นุ้ยกับพี่คิ้ม
ขอบคุณทีมงาน ตัดหน้า J.Kim Mania ซะงั้น เซ็งเป็ดเลย

โอยย ฉันจะกินอิ่ม เอ้ย กินหมดมั้ยเนี่ย


เริ่มอัดต่อ คราวนี้พี่คิ้มออกมาร้องเพลง ฤดูที่แตกต่าง
คงรู้กันแล้วนะว่าช้างจะพูดว่าอะไร เพราะมากๆ อัดต่อด้วยเบรกแรก เป็นเบรกเปิดรายการโปรดิ๊วเซอร์สั่งให้พี่คิ้ม
เดินโบกมือแบบนางงามออกมาเปิดรายการ ทีมงานสั่งมาพี่คิ้มก็จัดให้ เดินโบกออกมาซะสวยเลย

นางงาม เค้าเดินกันแบบนี้

เข้าคอร์สอบรมเป็นนางงาม


มุขของพี่คิ้มที่ทำเอาสตูแทบแตกก็ต้องมุขตาทอดมัน “แหม คุณทินบอกว่านางงามจะมาทำตาเป็นทอดมันเชียว”
“อะไรครับตาเป็นทอดมัน” “ก็ตาเป็นประกาย (ปลา-กาย) ยังไงล่ะ” มุขนี้เอาปริมาณไม่เน้นคุณภาพจริงๆเลย
ถัดมานุ้ย ต้องออกมาร้องเพลงเพียงแค่ใจเรารักกัน ซึ่งเพี้ยนไปเพี้ยนมา จนพี่คิ้มต้องเข้าไปติวเข้ม

ดูซิ ตั้งใจร้องขนาดใหน


ถึงตอนนี้พี่ทินเดินมาหาน้องหมอแล้วถามว่า “น้องเป็นหมอหมาจริงๆหรอ พี่เนี่ยคันมาหลายวันล่ะ วินิจฉัยหน่อยซิ” งานนี้ไม่ต้องถึงมือน้องหมอ ช้างวินิจฉัยให้ก็ได้ “เป็นเรื้อนระยะแรก” ทำเอาพี่ทินไปไม่เป็นเลย
“ถาม ทิน ซิว่ารับงานพิธีการมั๊ย” พี่แก้วสะกิดช้าง
“พี่ทินๆ พี่คนเนี่ยเค้าทำ event เค้าถามว่าพี่รับงานพิธีการมั๊ย ”
“ถามคนคนนู้นดีกว่า(ชี้ไปทางพี่คิ้มที่อยู่บนเวที) ว่ารับงานพิธีการมั๊ย ส่วนผมรับทุกงาน แต่เค้าเอาผมไม่กี่งาน”
ส่วนหน้าที่ของพิธีกรจบลง หลังจากที่โปรดิ๊วเซอร์สั่งให้ นุ้ย ต้องถ่ายซ่อมเพราะร้องเพี้ยน พี่คิ้มก็แซวว่า
“นุ้ย ทินมันบอกว่า นุ้ยร้องยังไงก็เพี้ยน” ก่อนที่พี่คิ้มจะเดินตรงดิ่งมาตรงที่พวกเรานั่ง ทำเอา เหวอ ไปเหมือนกัน
“หวัดดีจ๊ะทุกคน ไงจะแก้ว ชุดพี่ใส่ไม่ได้นะ” พี่คิ้มทัก ก่อนจะตรงดิ่งไปจับไม้จับมือพี่แก้ว
แต่เอ๊ะ..ชุด? ชุดอะไรอ่ะ อ๋อ..สงสัยจะเรื่องนี้แน่เลยที่พี่แก้วจะสารภาพ
“เอาไปเปลี่ยนมั๊ย เปลี่ยนเป็น Size M” พี่แก้วยื่นข้อเสนอ
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ให้พี่สาวเอาไปเปลี่ยนเอง ชุดสวยนะ แต่มันโป๊ไปหน่อย คว้านลึกเชียว” พี่คิ้มพูดพร้อมท่าประกอบ

คำอวยพรจากใจของเหล่าชะนี


“ในนั้นขนมเค้กใช่ป่ะ” พี่คิ้มเหลือบไปเห็นกล่องเค้กของน้องหริ่มซะแล้ว
“โห..พี่ไก่อ่ะ นับ 5 4 3 ทำเป็นไม่เห็นดิ” ช้างเอามือเคลื่อนผ่านหน้าพี่คิ้ม
“เป่าอะไรอีกล่ะ เมื่อกี้ก็เป่าไปแล้ว” สงสัยพี่คิ้มจะหมดลมปราณจากการเป่าเค้กของทีมงาน
“ไม่เป็นไร พี่ไก่ไม่ต้องเป่าแล้ว ไม่ใช่อะไรไม่ได้ซื้อไฟแช็กมา” เป็นช้างอีกตามเคยที่เถียงคำไม่ตกฟาก
“พี่ไก่ ดูชุดพี่แก้วดิ sexy โคตรๆ” ช้างสะกิดพี่คิ้มดูชุดพี่แก้ว “อู้ย sexy จริงๆด้วย” พี่คิ้มถึงกับอุทาน
“พี่ไก่เห็นบัตร Concert รึยัง” ช้างถาม “ยังเลย ไหนดูดิ” ช้างหยิบจากซองส่งให้พี่คิ้มดู
“ธรรมดามากๆอ่ะ ไม่มีรูปเลยหรอ” สีหน้าพี่คิ้มเปลี่ยนทันที
“นี่ไงปาล์มมันบอกอยากได้รูปไหนก็ปริ๊นแปะเอา”
“นี่มาดูกันได้ทุกเทปเลยเนอะ ” พี่คิ้มทำหน้าดุใส่ ช้างกับเก้พร้อมใจกันโบ้ยไปที่พี่แก้ว “ก็พี่แก้วเค้ามาบ่อยๆไม่ได้เหมือนพวกหนูนิน่า มีโอกาสเลยต้องพามาซะหน่อย” พี่แก้วนั่งทำหน้าเอ๋อๆคงนึกในใจว่า ฉันไปบอกว่าอยากมาดูตั้งแต่เมื่อไรยะ
“โอ้โห เล็บนี่เขียวได้อีกนะ” คนที่พี่คิ้มพูดถึงนั่งอยู่ข้างหลังพี่แก้วนั่นเอง
“พี่ไก่ดูกางเกงไอ้ปาล์มดิ” “ก็ไม่เท่าไรนิ เหมือนแม่ค้ามังคุด” พี่คิ้มแหย่เล่นขำๆ พี่คิ้มมายืนห่างจากพวกเราดูๆไปน่ารักปนน่ากลัวยังไงไม่รู้
“พี่ไก่ เดี๋ยวขอเวลา 2-3 นาทีหลังจากอัดเสร็จหน่อยนะ” เรายืนกระซิบข้างหูพี่คิ้ม
“เป็นไงบ้าง หญิง” พี่คิ้มแตะมือไปที่น้องหมอ หลังจากนั้นนักศึกษาก็หายวับไปกับตา
“เปิ้ล ฉันไปก่อนนะ” ป่อย ป๊อย โบกมือหยอย ๆ ลาช้างไปล่ะ
นาทีทองก็มาถึง พี่แก้วได้รับมอบหมายภาระอันใหญ่ยิ่ง มอบของขวัญของกลุ่ม เป็นตุ๊กตาปั้น 2 ตัว
1 ตัว เป็นชุด One Night Only อีกหนึ่งตัวเป็นชุด Concert AM:PM

ป้า & ตุ๊กตาคิ้มน้อยทั้งสอง


“เปิ้ลแกะให้ป้าดูซิ” พี่ขวัญสั่งมาจากข้างหลัง
แคว๊ก..กก..ก..เสียงช้างแกะกล่อง หยิบชุด One Night Only ส่งให้พี่คิ้มดูเป็นตัวแรก
“เฮ้ยๆๆ ระวังแตก” พี่ขวัญร้องทัก
“นี่ปั้นหน้าพี่ หรือ หน้าแม่พี่กันแน่เนี่ย ไม่เหมือนนะ หัวต้องฟูกว่านี้นะ” พี่คิ้มยิ้มแก้มใกล้แตกล่ะ
“มันฟูได้เท่านี้เอง”
“อันนี้อีกตัวนึงพี่ไก่เวอร์ชั่นสวย” ในขณะพี่คิ้มปลาบปลื้มกับตัวแรก อีกตัวก็ส่งถึงมือพี่คิ้ม
“อู้ย..น่ารักดี” พี่คิ้มขึ้นเสียงสูงทันทีที่เห็น “ชุด AP:PM แต่ใส่รองเท้าแตะ” เก้ส่งเสียงให้พี่คิ้มสังเกตุ
“มันเป็นกล่องดนตรีนะพี่ไก่”
“คุยเมลกัน พี่ขวัญบอกไม่กล้าลอง เดี๋ยวป้าเวียนหัว” ช้างชง หน้าพี่คิ้มตอนนี้มีแต่รอยยิ้ม

ดูสายตาทั้งสองคนข้างหลังซิ น่ากลัวจริง ๆ


เสร็จจากของรวมแล้วทีนี้ปาล์มก็ส่งรูปโมเสกขนาดย่อมๆให้พี่คิ้ม “โอ้โห คราวที่แล้วเขียนไปกี่คำนะ” พี่คิ้มถามปาล์ม ต่อมาน้องหมอก็ส่งส่วย
ถัดมาก็เป็นของช้างกับเก้ “พี่ไก่คะ เห็นว่าพี่ไก่ไม่เคยได้รางวัล เปิ้ลกับเก้เลยทำรางวัล มาให้คะ”
เราคว้า Platinum Award ส่งให้พี่คิ้ม “เฮ้ย..แกนี่ช่างคิดนะ”
เป็นไปตามที่คาดการไว้ว่าบรรดาของขวัญของฝากโอทอปจะต้องถูกใจพี่คิ้ม
เพราะบางอันก็เป็นของทำมือ (ของช้างกับเก้) บางอันก็เอาไว้แทนตัว (ตุ๊กตาหมาของหมอ) บางอันก็ทรงคุณค่าด้วยรูปลักษณ์ (รูปโมเสกของปาล์ม) บางอันก็ทำให้อิ่มท้อง (เค้กของน้องหริ่ม) ร่วมทั้งตุ๊กตาปั้น ที่ยังชื้นๆอยู่ (แต่มีความรักของ J.Kim Mania อยู่แน่นโหล)
"ไม่รู้จะขอบคุณยังไงเลย” อีกนิดนึงพี่คิ้มจะเล่นบทโศกล่ะ ก่อนจะซึ้งไปกว่านี้ พี่คิ้มก็ตอบแทนพวกเราด้วยของมีค่าอย่างหาค่าไม่ได้ “ กอด ” พี่คิ้มไล่กอดมาตั้งแต่ น้องหมอ น้องหริ่ม ช้าง เก้ พี่แอน ปาล์ม พี่แก้ว และพี่ขวัญ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการตอบแทนแบบไร้เสียง
เป็นการตอบแทนที่ไม่สามารถเอากลับบ้านไปได้ แต่สิ่งที่มันติดอยู่ตรงกลางใจนั้นมันเปี่ยมไปด้วยอุ่นไอแห่งความสุข
อย่างที่เคยบอกไว้ในตอนคืนอลวนกับคนอลเวงว่าพวกเรากับพี่คิ้มต่างอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน ไม่มีอะไรต้องการไปมากกว่านี้แล้ว อย่างตอนที่กอดช้าง พี่คิ้มกระซิบเบาๆว่า “พี่ขอบใจมากนะ ขอบใจจริงๆ”
วินาทีนั้นถ้าช้างแทบสำลักความสุขตาย (เวอร์!) หลังจากผละออกจากกันสติที่หลุดลอยก็กลับเข้าร่างอย่างเดิม
“ไม่ซื้อแล้วนะคะเด็กๆ เปลืองตังค์เปล่าๆ” จากนั้นทีมงานก็เข้ามาหอบเอาข้าวของทั้งหมดไปไว้ในห้องแต่งตัว
“พี่ถ่ายรูปหมู เอ้ย ถ่ายรูปหมูให้หน่อยคะ” ช้างส่งกล้องให้พี่ทีมงาน เก้ก็ส่งกล้องตัวเล็กให้พี่กบเล็ก
ได้ออกมาอย่างที่หวัง Kim Rider vs J.Kim Mania (เฉพาะกิจ)

ป้า & เหล่าชะนี


จากนั้นเราก็ต้องแยกย้าย พี่ๆไล่ต้อนเด็กออกจากสตู
พี่คิ้มซึ่งยืนห่าง 100 เมตรก็ตะโกนถามขึ้นว่า “กลับกันยังไง เอารถมากี่คัน” ทั้งหมดที่ไป 9 คน “มีรถามคันเดียวคะ”
“ไม่ต้องห่วงกลับได้คะ” พี่แก้วบอกพี่คิ้มให้สบายใจ เพราะเดี๋ยวค่อยไปตบตีกันข้างนอกว่าจะเบียดกันยังไง
ทีมงานก็ให้พี่คิ้มโพสท่าถ่ายรุปไปให้ลูกสปอนเซอร์ดู เสร็จก็แวะกอดลากับพี่ทิน
หันมาอีกทีพี่จิ๊บยืนเหี่ยวๆยกมือรับไหว้น้องๆ ออกจากสตูมาเจอกพี่หยาม พี่เบ้ง เป็นที่สังเกตุว่าหลังเสร็จงานเรามักจะไม่เจอกับพี่หนึ่งมือคีย์บอร์ด หายตัวไวมาก ตอนกำลังเดินออกจากมาขึ้นรถ พี่ข้าวตูก็เดินหอบของพะรุงพะรังตามหลังมา “หิ้วไหวด้วยนะพี่” พวกเราอึ้งๆ เพราะของเยอะมาก พี่ข้าวตูเปิดท้ายปั๊บ ช้างกับปาล์มก็ช่วยกันเอาของใส่ท้ายรถ
“พี่ข้าวตู กล่องนั้นเค้กนะนั่น เละหมดแล้วมั๊งป่านนี้” ปาล์มแทบกรี๊ด “จะไปรู้หรอ เห็นกล่องมันคล้ายๆกัน”
จนแล้วจนรอดก็ยัดเอาของบางส่วนไว้ท้ายรถ บางส่วนก็ไว้เบาะหลัง
“เบ้งนี่ไงปาล์ม” พี่จิ๊บเรียกพี่เบ้ง “ที่ในhi5น่ารักๆอ่ะหรอตัวจริงก็น่ารักนะ”
พี่เบ้งยิ้มๆ “พี่เบ้งคุยกับหนูแล้ววอ่ะ ที่มาก็ต้องการแค่นี้หล่ะ” ปาล์มดีใจเวอร์ เดินข้ามฟังมายืนคุยกันต่อ ช้างก็แซวรถพี่เบ้งว่า “มือซ้ายถือพวงมาลัย มือขวาจับประตูไว้” พี่จิ๊บต่อท้ายว่า “ว่าไปรถเบ้งมันติดสัญญาณกันขโมยนะ”
“โจรมาขโมยสัญญาณกันขโมยแล้วทิ้งรถไว้อ่ะดิ” ช้างปิดท้าย “พี่จิ๊บดูพี่แก้วดิ sexy ป่าว” ช้างถาม
“sexy ว่ะ” เห็นมั๊ยล่ะพี่แก้วพี่จิ๊บยัง confirm เลย “ทุกคนรู้จักพี่หยามยัง นี่ปาล์ม นี่ปลา นี่พี่แอน นี่ขวัญ นี่พี่แก้ว นี่เก้”
“นี่หญิง และนี่ก็...คนนี้ช่างมันเหอะ” พี่จิ๊บข้ามช้างไปซะงั้น
“เก้ๆๆ ไม่สนุกหรอ หน้านิ่งเชียว” พี่จิ๊บช่างสังเกตุ
“หนูง่วงน่ะพี่” เก้ตอบ “เอาล่ะเด็กๆทีนี้เราจะไปกันยังไง” รถ Audi พี่แก้วคงรับศึกหนักถ้าจะขนเด็ก 9 คนไป
พี่ขัวญเลยส่งน้องหมอขึ้นแท็กซี่เป็นคนแรก ถัดมาก็พี่ขวัญขึ้นมอ’ไซค์ “มีใครติดรถพี่ไปลงปากซอยมั๊ย” พี่จิ๊บเสนอตัว
แต่เด็กๆพร้อมใจกันส่ายหัว เพราะต้องเดินไปขึ้นรถไกลโข ตบตีเรื่องรถกันพักใหญ่ๆ รถพี่คิ้มก็จอดคืนบัตร
“คันนั้นน่ะ ไปกันหมดมั๊ย แบ่งมาคันนี้มั่งก็ได้” พี่คิ้มเปิดกระจกถาม “เด็กๆไปคันป้าแล้วกันเนอะ” ช้างวิ่งข้ามฝั่งไป
“งั้นเปิ้ลฝากน้อง 3 คนไปกับพี่ไก่ด้วยนะคะ” “แล้วหญิงล่ะกลับยังไง” พี่คิ้มถามหาน้องหมอ
“หญิง เดี๋ยวม่าม๊ามารับที่คลองเตยคะ” “อืมมาซิ ลงไหนกันบ้างเดี๋ยวพี่ไปส่ง” นอกจากร้องเพลงเพราะแล้วยัง
ใจดีอีกต่างหาก ปาล์ม น้องหริ่ม น้องวันเพื่อนน้องหริ่ม ยืนข้างรถพี่คิ้มล่ะ เปิดประตูรถมา โอ้โห ของเยอะได้อีกนะ
“หยิบเอาไปไว้กระโปรงหลังก่อน” พี่คิ้มคว้าแค่เสื้อหนาววางไว้ที่ตัก ช้างกับเด็ก รวมทั้งพี่ข้าวตูก็ช่วยกันหยิบ
ของไปวางหลังรถ ปิดประตูส่งเด็กๆ “พี่ไก่ เปิ้ลฝากส่งเด็กๆด้วยนะคะ” จากนั้นช้างก็ข้ามมาที่รถพี่แก้ว
พี่แอนฝากให้ช้างไปบอกว่าพี่แอนไม่ไปกับปาล์มแล้วเพราะรถเข้าบ้านหมดแล้ว ช้างก็เลยต้องข้ามกลับไปกลับมา
“ปาล์มพี่แอนไม่ไปด้วยล่ะนะ รถเข้าบ้านหมดแล้ว เดี๋ยวพี่เค้านั่งแท็กซี่ยาวเลย หวัดดีคะพี่ไก่” “อืมๆเจอกัน” ช้างลาพี่คิ้มเสร็จก็ขึ้นมากรี๊ดบนรถพี่แก้วต่อ โทรไปหาพี่ขวัญดีกว่า “ตี๊ด..ด..ด..หมายเลขที่ท่านเรียก..” ปิดเครื่องซะงั้น
งั้นเปลี่ยนไปโทรหาปาล์มแทน พอปาล์มรับรู้เลยว่าน้องเกร็งสุดชีวิต ไม่พูดไม่จาสักคำ วางสายพี่ขวัญก็โทรมา
ก็เลยเล่าให้พี่ขวัญฟัง กรี๊ดไปตามๆกัน แต่ลืมไปว่าน้องหมอกลับคนเดียวพี่ขวัญเลยวางสายช้างไปโทรหาน้องหมอเป็นระยะ ส่วนพี่แก้วก็ขับตามพี่คิ้มไปเรื่อยจนออกนอกเส้นทางกลับบ้าน เพราะอยากรู้ว่าพี่คิ้มไปส่งปาล์มที่ไหน
ไปจอดอีกทีเพราะพี่แก้วเป็นห่วงเจ้าปาล์มที่บ้านอยู่หลังเซียร์
“เปิ้ล โทรไปซิน้องเข้าบ้านยังไง ให้พี่ไปส่งดีกว่า”
โทรหาปาล์ม พี่คิ้มส่งขึ้นแท็กซี่พอดี โอเคหายห่วงไปหนึ่ง “เดี๋ยวพี่โทรไปเป็นระยะๆ” ช้างบอกปาล์ม
เป็นอันว่าทุกคนก็มีความสุขกันไป หนึ่งปีที่ผ่านไปอาจจะทำให้พี่คิ้มและใครๆแก่ลงอีกปี แต่ที่ไม่เคยเปลี่ยนไป
แต่กลับมั่นคงขึ้นเรื่อยๆก็มิตรภาพดีๆนี่หล่ะ ดูง่ายๆ จาก J.Kim Mania ที่เริ่มจาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 4 ตอนนี้
พวกเรารวมกันเพื่อรักพี่คิ้มเยอะขึ้น เชื่อว่าเราจะเติบโตไปด้วยกัน แล้วช้างก็จำที่พี่คิ้มเคยบอกว่า
“ไม่มีอะไรต้องเซอร์ไพร์ส เพราะความประทับใจต้องค่อยเป็นค่อยไป” ดูเหมือนวันนี้จะผลิดอกออกผลให้ได้เห็นกัน
มิตรภาพที่พวกเราก่อขึ้นจากจุดเล็ก ขอให้เป็นอีกหนึ่งปีที่พี่คิ้มจะมีความสุขกับทุกวันบนโลกใบนี้
มิตรภาพก็เหมือนกับการจับฉลากที่ดวงดีได้ดวงร้ายก็ได้เหมือนกัน แต่อาจจะได้มิตรภาพที่ไม่ควรค่าแก่การจดจำส่วนมิตรภาพระหว่าง J.Kim Mania กับพี่คิ้ม ไม่อยากจะนิยามใดๆ เพราะอยากให้เวลาพิสูจน์เอาเอง สุดท้ายขอให้เป็นอีกปีที่สวยงามในความทรงจำของพี่คิ้มตลอดไป

เบื้องหลัง
ของขวัญแต่ละชิ้นมันก็มีความหมายและคุณค่าในตัวมันเอง ช้างจะเอามาเล่าให้ฟังว่ามีที่มาที่ไปยังไง
เริ่มที่ของใกล้ตัว
- Platimun Award ผลงานโดย ช้างน้อยกับบูเก้
- ไอเดียโดย ช้างน้อย
- ตระเวณซื้อของทั้งที่ Diaso ร้านขายแผ่นเสียงเก่าหลังน้อมจิตต์ ร้านกรอบรูปที่ลาดพร้าว สีที่จัสโก้
- สรรสร้างแผ่นพ่นสีโดยช้าง ที่ทำเอาช้างเกือบตาย ประกอบร่างโดยบูเก้ที่อดตาหลับขับตานอนทำ

- รูปโมเสก ผลงานโดย น้องปาล์ม
- ใช้เวลาในการรวบรวมรูปกว่าครึ่งปี เลือกรูปที่จะเอามาทำอีกเกือบครึ่งเดือน
- สั่งทำที่ร้าน อีกเกือบอาทิตย์
- ประกอบร่างเข้ากรอบอีก 2 วัน เป็นอันเสร็จ

- ขนมเค้ก ผลงานโดยน้องหริ่ม
- โทรมาหาปาล์มถามเรื่องของขวัญ
- เลิกเรียนบึ่งจาก ม.รังสิต มา พารากอน ซื้อเค้ก



- ตุ๊กตาปั้น ผลงาน โดย J.Kim Mania ทุกคน
- ทะเลาะตบตีเรื่องของขวัญอยู่พักใหญ่ ที่จะทำยังไงไม่ให้ป้าคิดว่าพวกเราจะ ซอง ป้า
- ก่อนจะเลือกตุ๊กตาปั้น
- รวบรวมรูปทั้งหมดที่มี เลือกที่ฮา และ ที่ดีส่งให้ที่ร้าน
- พี่ขวัญบีบบังคับร้านให้ทำให้เสร็จภายในวันที่ 7 เมษา
- ในที่สุดก็ออกมาอย่างที่เห็น

- ตุ๊กตาหมาของน้องหมอ
- อันนี้ไม่มีข้อมูลจริงๆ มารู้อีกทีปาล์มบอกว่าหมอซื้อตุ๊กตาหมามาให้ป้า


เป็นอันว่ารู้ที่มาที่ไปกันแล้ว คงรู้ว่าของเหล่านี้มันไม่ได้แพงมากมาย แต่มันผ่านการคิดมาเป็นอย่างดีแล้วว่าอะไรที่เหมาะที่จะให้พี่คิ้มที่สุด สมกับคำกล่าวที่ว่า “คุณค่าที่คิ้มคู่ควร”

ปล.ใครอยากรู้ว่าในรถพี่คิ้มเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ไปตามถามเอาจากเด็กๆ 3 คนเอาเองแล้วกัน งานนี้มีอิจฉาเป็นการส่วนตัววุ้ย 55++
ปล.ครั้งที่สอง....รูปของบรรณาการของ J.Kim Mania เดี๋ยวจะเอามาให้ดูอีกทีนะจ๊ะ

ร้อยเรียงเรื่องราว โดย ช้างน้อย นำเสนอ โดย บูเก้
Apple & Bouquet Productions...






Create Date : 12 เมษายน 2551
Last Update : 12 เมษายน 2551 13:03:00 น. 10 comments
Counter : 482 Pageviews.

 
โอ๊ยย ย .. มีการแอบอิจฉานะเนี่ย ( เหมือนกานเลย - - ) ดีจัยจังที่ป้ามีความสุขแบบเนี้ย ^^ อ่านที่พี่เปิ้ลเขียนแล้วอยากดูเทปนี้มากมายเรย อิอิ


โดย: น้องอิม IP: 125.24.22.21 วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:13:46:27 น.  

 


โดย: shame_of_sins วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:15:10:49 น.  

 
เม้นค่ะเม้น......................


พี่เปิ้ลยาวด้ายอีกน่ะเนี้ย


ร๊ากพี่เปิ้ล ร๊ากพี่เก้ ร๊ากพี่เเก้ว ร๊ากพี่ขวัญ ร๊ากหมอ

ร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกทุกคนที่รักปาม


5555++


ร๊ากเว่อสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส


โดย: เดกน้อย กริ้วววว IP: 58.64.43.29 วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:16:29:24 น.  

 
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด


พี่เปิ้ลถามปาล์มว่า
ปาล์มร๊ากทุกคนที่ร๊ากปาล์ม เเล้ว ถามป่าวว่าคัยร๊ากปาล์มบ้าง

เเง เเง เเง

พี่เปิ้ลม่ายรักปาล์ม งั้น ปาล์มม่ายรักพี่เปิ้ลก้อด้าย

555++


กริ้วววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว

ล้อเล่นน่ะจ่ะ

ร๊ากคนเดียวก้อด้าย

สบายจัยดี


โดย: เดกน้อย อีกเเร่ะ IP: 58.64.43.29 วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:17:33:42 น.  

 
มาเม้นอีกเเร่ะ


ชอบอ่ะ เม้นเยอะ ๆสนุกดี


กริ้วววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว


โดย: เดกน้อย อีกครั้ง IP: 58.64.43.29 วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:17:35:33 น.  

 
มาอิจฉาอย่างเป็นทางการอีกคน คะ เอิ๊กกก > <

วันนี้บลอกยาวมากกก อ่านไปยิ้มไป

ปล.ตุ๊กตาป้าน่ารักมากกกกก เหนแล้วกิ้ส

ยิ่งชุดเลิฟเมคเกอร์ ก้อปมาได้ทุกส่วนจิงๆ 55+





โดย: พลอย IP: 124.121.13.38 วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:18:57:46 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: ความเจ็บปวด วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:0:12:58 น.  

 
แวะมาเม้นอีกรอบ อิอิ


พี่ปามมาเม้นได้อีกนะเนี่ยย ย 55


โดย: น้องอิม IP: 125.24.237.54 วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:21:54:31 น.  

 
ร๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆป้าค่ะ

แระก้อรักพี่ๆทุกคนเรย เจอป้าทีรัยมีเรื่องให้ประทับใจทุกที

เรยอ่ะค่ะ แหะๆ แอบได้นั่งรถป้าด้วย อิอิ

ทามมัยเบาะรถมานนิ่มจังอ่ะ คนขับก้อน่ารักมากมาย

ร๊ากป้าได้อีก


โดย: น้องปลา IP: 118.174.162.111 วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:22:30:31 น.  

 
แหงมๆๆเริ่มบ้าๆๆอิจฉาได้อีก

พี่ปามเม้นเยอะได้อีก555+

ร๊ากป้าร๊ากพี่ๆๆด้วย


โดย: น้องกัน IP: 222.123.22.215 วันที่: 15 เมษายน 2551 เวลา:15:26:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

whitebouquet
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]










ภารกิจนี้ ปังคุงและเจมส์
เอ้ยยย ไม่ใช่
Apple&Bouquet จะทำสำเร็จหรือไม่ ???
ติดตามได้ที่
ขำกลิ้ง เปิ้ลกะเก้ ภารกิจเพื่อป้า !!!


+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+
ขอบคุณแอปเปิ้ล(ช้างน้อย)เพื่อนรัก
สำหรับงานเขียนดี ๆ ใน Blog ของเราสองคน
และทุกงานที่ผจญภัยร่วมกัน
ขอบคุณ "พี่น้องผองเพื่อน" ที่น่ารัก
สำหรับสิ่งดี ๆ ที่ให้กันทุกครั้งที่เจอ

ขอบคุณค่ะ
+
-+-+-+-+-+บูเก้-+-+-+-+-+
Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
12 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add whitebouquet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.