หมึกสีดำของไผ่สีทอง
ความโศกทั้งหลาย ย่อมไม่มีแก่บุคคลผู้มีจิตมั่นคง ไม่ประมาท เป็นมุนี ศึกษาในทางปฏิบัติถึงมโนปฏิบัติ เป็นผู้คงที่ ระงับแล้ว มีสติทุกเมื่อ,, การไม่ทําบาปทั้งปวงหนึ่ง การยังกุศลให้ถึงพร้อมหนึง การชําระจิตใจของตนให้ผ่องแผ้วหนึ่ง นี่แลเป้นคําสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
16 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
I-cried Tag : tag คุณร้องไห้ในโรงหนังครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ (จากหนุ่มน้อยแห่งแม่น้ำบางปะกง)



เรื่อง ไผ่สีทอง

เนื้อเรื่องโดยย่อ

"จากวันนั้น ถึงวันนี้ ก็ปีกว่า
ที่ตาพบ สบตา พาผสาน
ตาที่สบ คอยล่อ ทรมาน
กว่าจะพบ แววหวาน สงสารตา"

จากบทกลอนแสนหวานบทนี้นำไปสู่เรื่องราวความรักที่กินใจ
จนถึงบทสรุปสุดท้ายที่ท่านจะประทับใจไม่รู้ลืมเพราะ
"ความรักไม่สมหวัง นั่นแหละคือชีวิต"

ไผ่สีทอง (สรพงษ์ ชาตรี) นักศึกษายากจน ทำงานทุกอย่าง
เพื่อหาทุนเรียน พร้อมทั้งพยายามสานฝันของตนที่ตั้งหวังไว้
นั่นคือ การเป็นนักประพันธ์ ขนิษฐา (สุพรรษา เนื่องภิรมย์)
ลูกสาวมหาเศรษฐี...ผู้มีน้ำใจ เธอคือกำลังใจของ...ไผ่สีทอง

แสนยากร กำกับการแสดง
นำแสดงโดย
สรพงษ์ ชาตรี
สุพรรษา เนื่องภิรมย์
นิรุตติ์ ศิริจรรยา
รุ่งนภา กลมกล่อม
...


ฉายครั้งแรก 14 กรกฏาคม 2522
ที่โรงภาพยนตร์ โคลีเซี่ยม - พาราเมาท์



T_T :::::TAG :::::หนังเศร้า การบ้าน คุณอ้อย (หนุ่มน้อยแห่งลุ่มแม่น้ำบางปะกง) ครับ



I-cried Tag : tag คุณร้องไห้ในโรงหนังครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่


1. แปะโปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่คุณดูแล้วร้องไห้





กำกับการแสดง ม . จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล
บทภาพยนตร์ ม. จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล และ ดร . สุเนตร ชุตินทรานนท์
ทุนสร้าง 500 ล้านบาท
กำหนดฉาย 21 ธันวาคม 2549 ทุกโรงทั่วประเทศ
website http://www.kingnaresuanmovie.com

เรื่องย่อ


พุทธศักราช 2106 พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ทรงกรีฑาทัพเข้าตีราชอาณาจักรอยุธยาทางด่านระแหงแขวงเมืองตาก ทัพพม่ารามัญซึ่งมีรี้พลเหลือคณานับ ได้เข้ายึดครองหัวเมืองฝ่ายเหนือของราชอาณาจักรอยุธยา อันมีเมืองพิษณุโลกเป็นประหนึ่งเมืองราชธานีได้เป็นผลสำเร็จ ครั้งนั้น สมเด็จพระมหาธรรมราชา พระราชบิดาของสมเด็จพระนเรศวรหรือพระองค์ดำ ซึ่งเป็นเจ้าแผ่นดินครองเมืองพิษณุโลก จำต้องยอมอ่อนน้อมต่อพระเจ้าบุเรงนองเพื่อรักษาไว้ ซึ่งชีวิตอาณาประชาราษฎร์มิให้ต้องมีภยันตราย และจำต้องยอมร่วมกระบวนทัพพม่าเข้าตีกรุงศรีอยุธยา ศึกครั้งนั้นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเจ้าแผ่นดินอยุธยาทรงยอมเจรจาหย่าศึกกับพม่ารามัญ และยอมถวายช้างเผือก 4 เชือก ทั้งให้สมเด็จพระราเมศวรราชโอรส โดยเสด็จพระเจ้าบุเรงนองไปประทับยังนครหงสาวดีตามพระประสงค์ของกษัตริย์พม่า ข้างสมเด็จพระมหาธรรมราชาซึ่งได้ยอมอ่อนน้อมต่อพระเจ้าบุเรงนอง ก็ได้ถวายสมเด็จพระนเรศวรราชโอรสองค์โตให้ไปเป็นองค์ประกันประทับยังหงสาประเทศเฉกเช่นกัน ครั้งนั้นพระองค์ทรงมีพระชนมายุได้เพียง 9ชันษา


สมเด็จพระนเรศวรทรงเป็นที่รักใคร่ของพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ประดุจพระราชบุตรร่วมสายสันตติวงศ์ ด้วยองค์ยุพราชอยุธยาทรงมีพระปรีชาสามารถด้านพิชัยยุทธ ทั้งยังองอาจกล้าหาญ สบพระทัยกษัตริย์พม่าซึ่งก็ทรงเป็นนักการทหาร นิยมผู้มีคุณสมบัติเป็นนักรบเยี่ยงพระองค์ พระเจ้าบุเรงนองทรงมีสายพระเนตรยาวไกล แลเห็นว่าสืบไปเบื้องหน้าสมเด็จพระนเรศวรจะได้ขึ้นเป็นใหญ่ในอุษาคเนย์ประเทศ จึงทรงคิดใคร่ปลูกฝังให้สมเด็จพระนเรศวรผูกพระทัยรักแผ่นดินหงสา เพื่อจะได้อาศัยพระองค์เป็นผู้สืบอำนาจอุปถัมภ์ค้ำชูราชอาณาจักร ซึ่งพระองค์ทรงสถาปนาขึ้นด้วยความยากลำบาก เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าพระเจ้าบุเรงนองนั้นหาได้วางพระทัยในพระราชโอรส คือ มังเอิน ( พระเจ้านันทบุเรง ) และพระราชนัดดามังสามเกียดนัก ถึงแม้ทั้งสองพระองค์จะทรงเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขโดยตรง ด้วยทรงเล็งเห็นว่าราชนิกุลทั้งสองพระองค์นั้นหาได้เป็นผู้ทรงคุณธรรม อันจะน้อมนำเป็นพื้นฐานให้เติบใหญ่เป็นบูรพกษัตริย์ ปกป้องครองแผ่นดินที่พระองค์ทรงสร้าง และทำนุบำรุงมาด้วยกำลังสติปัญญาและความรักใคร่หวงแหน เหตุทั้งนี้เป็นชนวนให้พระเจ้านันทบุเรงและราชโอรส มังสามเกียดขัดพระทัย ทั้งผูกจิตริษยาสมเด็จพระนเรศวรซึ่งเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าหงสาวดี บุเรงนองกว่าราชนิกุลข้างพม่าทั้งหลายทั้งสิ้น พระเจ้าบุเรงนองทรงโปรดให้พระมหาเถรคันฉ่อง – พระรามัญผู้มากด้วยวิทยาคุณ และเจนจบ ในตำราพิชัยสงครามเป็นพระอาจารย์ถ่ายทอดศิลปะวิทยาการแก่สมเด็จพระนเรศวร นับแต่เริ่มเข้าประทับในหงสานคร ยังผลให้ยุพราชอยุธยาเชี่ยวชาญการยุทธ กลช้าง กลม้า กลศึก ทั้งข้างอยุธยาและข้างพม่ารามัญหาผู้เสมอเหมือนมิได้ ข้อได้เปรียบตามกล่าวเป็นเสมือนทุนทางปัญญา อันส่งผลให้สมเด็จพระนเรศวรสามารถกอบกู้เอกราช แก้ทางศึกจนมีชัยเหนือพม่ารามัญในภายภาคหน้า


พุทธศักราช 2112 ปรากฏข่าวระบือไปถึงหงสาวดีว่า หัวเมืองพิษณุโลกฝ่ายเหนือแลกรุงศรีอยุธยาราชธานีฝ่ายใต้ของราชอาณาจักรสยามครั้งนั้น เกิดขัดแย้งปีนเกลียวกัน เหตุเนื่องมาจากสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเจ้าแผ่นดินอยุธยาเสด็จออกผนวช แลสถาปนาสมเด็จพระมหินทร์ราชโอรสองค์รองขึ้นเสวยราชสมบัติสืบแทน สมเด็จพระมหินทร์ทรงคลางแคลงพระทัยในความจงรักภักดีของสมเด็จพระมหาธรรมราชา แต่ครั้งสงครามชิงช้างเผือกในปีพุทธศักราช 2106 ขณะที่เจ้าแผ่นดินพิษณุโลกก็หาได้ยำเกรงสมเด็จพระมหินทร์เช่นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เมื่อเห็นการใดมิควรก็บังคับบัญชาให้สมเด็จพระมหินทร์ ปฏิบัติตามพระประสงค์จนเป็นที่ขุ่นเคืองพระราชหฤทัยกษัตริย์อยุธยาพระองค์ใหม่ ถึงกับหันไปสมคบกับสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้าง ร่มขาวร่วมกันแต่งกลเข้าตีเมืองพิษณุโลก แต่กระทำการมิสำเร็จ พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองเห็น เชิงสบโอกาสก็ยกทัพใหญ่เข้าตีกรุงศรีอยุธยาอีกคำรบ ครั้งนั้นสมเด็จพระนเรศวรร่วมโดยเสด็จมากับทัพหงสา แต่หาได้ตามพระเจ้าบุเรงนองลงมาล้อมกรุงศรีอยุธยา ทรงประทับอยู่เพียงเมืองพิษณุโลก มีเพียงสมเด็จพระมหาธรรมราชาโดยเสด็จกษัตริย์หงสาลงมาล้อมกรุง ด้วยตั้งพระทัยจะเกลี้ยกล่อมให้สมเด็จพระมหินทร์ยอมสวามิภักดิ์พระเจ้าบุเรงนอง เพราะเล็งเห็นว่าอยุธยายากจะต่อรบเอาชัยทัพพม่ารามัญ ซึ่งมีกำลังไพร่พลเหนือกว่าได้ หากขัดขืนต่อรบจะได้ยากแก่สมณชีพราหมณ์อาณา ประชาราษฎร์ ศึกครั้งนั้นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงลาผนวชมาบัญชาการรบด้วยพระองค์เอง แต่อยู่ได้มิช้านานก็เสด็จสวรรคตเสียระหว่างศึก พุทธศักราช 2112 มะเส็งศก วันอาทิตย์ เดือน 9 แรม 11 ค่ำ กรุงศรีอยุธยาก็เสียแก่พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง


ข้างสมเด็จพระนเรศวรซึ่งประทับอยู่ยั้งยังนครพิษณุโลกแต่ต้นศึก หาได้ทรงเห็นงามหรือคิด ครั่นคร้ามอ่อนน้อมต่อหงสา ถึงจะทรงรู้ซึ้งว่าสมเด็จพระมหาธรรมราชาพระราชบิดามิได้คิดคดเป็นกบฏต่อแผ่นดิน แต่ก็หาได้เห็นด้วยกับการอ่อนข้อสวามิภักดิ์พม่ารามัญ น้ำพระทัยอันมั่นคง เด็ดเดี่ยวนั้น ถึงแม้จะมิได้แพร่งพรายถึงพระกรรณพระเจ้าบุเรงนอง แต่ก็ประจักษ์อยู่ในหมู่ ข้าราชบริพารใกล้ชิดผู้รักและหวงแหนในเอกราชของแผ่นดิน จึงพากันนิยมในน้ำพระทัย แลพร้อมใจถวายความจงรักภักดีแต่นั้นมา ครั้นเสร็จศึกอยุธยาพุทธศักราช 2112 สมเด็จพระมหาธรรมราชา ทรงถวายพระสุพรรณกัลยา พระพี่นางสมเด็จพระนเรศวร แก่พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง แลขอตัวสมเด็จพระนเรศวรไว้ช่วยราชการข้างอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรจึงประทับยั้งอยู่ยังเมืองพิษณุโลกสืบต่อมา ครั้นลุปีพุทธศักราช 2114 สมเด็จพระมหาธรรมราชา ซึ่งพระเจ้าบุเรงนองสถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยา สืบต่อจากสมเด็จพระมหินทร์ ก็โปรดให้สมเด็จพระนเรศวรเสวยราชย์ครองเมืองพิษณุโลก เป็นใหญ่เหนือหัวเมืองเหนือทั้งปวง


เหตุการณ์ข้างพม่า หลังจากพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองสิ้นพระชนม์ในปีพุทธศักราช 2124 พระเจ้านันทบุเรงได้ขึ้นเสวยราชสืบต่อ และได้สถาปนามังสามเกียดขึ้นเป็นรัชทายาทครองตำแหน่งมหาอุปราชาแห่งราชอาณาจักรหงสาวดี เมื่อแผ่นดินหงสามีอันต้องผลัดมือมาอยู่ในปกครองของ พระเจ้านันทบุเรง สัมพันธไมตรีระหว่างอยุธยาและหงสาวดีก็เริ่มสั่นคลอน ด้วยพระเจ้าหงสาวดี พระองค์ใหม่มิได้วางพระทัยในสมเด็จพระนเรศวร และสมเด็จพระนเรศวรเองก็หาได้เคารพยำเกรงในบุญบารมีของพระเจ้าแผ่นดินพม่ารามัญเช่นกาลก่อน มิเพียงเท่านั้น สมเด็จพระนเรศวรยังได้ทรงแสดงพระปรีชาสามารถให้เป็นที่ปรากฏครั่นคร้าม ดังคราวนำกำลังทำยุทธนาวีกับพระยาจีนจันตุและศึกเมืองคังเป็นอาทิ พระเจ้านันทบุเรงทรงเกรงว่าสืบไปเบื้องหน้าสมเด็จพระนเรศวรจะเป็นภัยต่อพระราชวงศ์แลแผ่นดินหงสา จึงหาเหตุวางกลศึก หมายจะปลงพระชนม์สมเด็จพระนเรศวรเสียที่เมืองแครง แต่พระมหาเถรคันฉ่องพระราชครูลอบนำแผนประทุษร้ายนั้นมาแจ้งให้ศิษย์รักได้รู้ความ สมเด็จพระนเรศวรจึงถือเป็นเหตุประกาศเอกราช ตัดสัมพันธไมตรีกับหงสาวดี แลกวาดต้อนครัวมอญไทยข้ามแม่น้ำสะโตงกลับคืนพระนคร ซึ่งเป็นชนวนให้พระเจ้านันทบุเรงเปิดมหายุทธสงครามสั่งทัพเข้ารุกรานราชอาณาจักรอยุธยาสืบแต่นั้นมา

รายชื่อนักแสดงหลัก
1. สมเด็จพระนเรศวรมหาราช รับบทโดย พ. ต. วันชนะ สวัสดี
2. สมเด็จพระเอกาทศรถ รับบทโดย พ. ท. วินธัย สุวารี
3. ออกพระราชมนู รับบทโดย นพชัย ชัยนาม
4. ออกพระชัยบุรี รับบทโดย ปราบต์ปฎล สุวรรณบาง
5. ออกพระศรีถมอรัตน์ รับบทโดย พ. ต. คมกริช อินทรสุวรรณ

นักแสดงรุ่นใหญ่
6. พระมหาเถรคันฉ่อง รับบทโดย สรพงษ์ ชาตรี
7. สมเด็จพระมหาธรรมราชา รับบทโดย ฉัตรชัย เปล่งพานิช
8. สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ รับบทโดย ศรัณยู วงษ์กระจ่าง
9. สมเด็จพระมหินทราธิราช รับบทโดย สันติสุข พรหมศิริ
10. พระราเมศวร รับบทโดย สถาพร นาควิไล
11. พระยาท้ายน้ำ รับบทโดย คมน์ อรรฆเดช
12. พระยาพิชัย รับบทโดย กรุง ศรีวิไล
13. พระยาสวรรคโลก รับบทโดย มานพ อัศวเทพ
14. พระยาจักรี รับบทโดย ไพโรจน์ ใจสิงห์
15. ขุนรัตนแพทย์ รับบทโดย โกวิท วัฒนกุล
16. เศรษฐี รับบทโดย ดี๋ ดอกมะดัน

นักแสดงฝ่ายพม่า
17. พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง รับบทโดย สมภพ เบญจาธิกุล
18. พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง รับบทโดย จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์
19. พระมหาอุปราชา รับบทโดย นภัสกร มิตรเอม

นักแสดงฝ่ายหญิง
20. มณีจันทร์ รับบทโดย ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ
21. เลอขิ่น รับบทโดย อินทิรา เจริญปุระ
22. หมอกมู รับบทโดย อภิรดี ทศพร
23. พระวิสุทธิกษัตรี รับบทโดย ปวีณา ชารีฟสกุล
24. พระเทพกษัตรี รับบทโดย ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์
25. พระสุพรรณกัลยา รับบทโดย เกรซ มหาดำรงค์กุล
26. พระนางจันทราเทวี รับบทโดย เปรมสินี รัตนโสภา
27. มเหสีพระมหินทร์ (1) รับบทโดย ปริศนา กล่ำพินิจ
28. มเหสีพระมหินทร์ (2) รับบทโดย ปรารถนา ตันติพิพัฒน์
29. ท้าววรจันทร์ รับบทโดย อำภา ภูษิต
30. แม่นมพุดกรอง รับบทโดย นัยนา จันทร์เรียง
31. แม่นมทองสุก รับบทโดย เฉลา ประสพศาสตร์

นักแสดงรุ่นเล็ก
31. พระนเรศวร ( เด็ก) องค์ดำ รับบทโดย ด. ช. ปรัชฌา สนั่นวัฒนานนท์ ( น้องบีเจ)
32. พระเอกาทศรถ ( เด็ก) องค์ขาว รับบทโดย ด.ช. กรัณย์ เศรษฐี ( น้องเก้า)
33. ออกพระราชมนู ( เด็ก) ไอ้ทิ้ง รับบทโดย ด. ช. จิรายุ ละอองมณี ( น้องเก้า)
34. มณีจันทร์ ( เด็ก) รับบทโดย ด. ญ. สุชาดา เช็คลีย์ ( น้องดาด้า)



ขอขอบคุณข้อมูลจาก ฝ่ายประชาสัมพันธ์พร้อมมิตร+สหมงคลฟิล์ม







2. ฉากไหนที่คุณดูแล้วน้ำตาไหล (ในเรื่องหนึ่งอาจมีได้มากกว่า 1 ฉาก) บรรยายหน่อยค่ะ









3. ทำไมคุณถึงร้องไห้กับฉากนั้นในภาพยนตร์

สวัสดีครับ เพื่อนๆ

วันนี้ผมได้มีโอกาส ที่จะได้มาเล่าเรื่องราว ความเป็นมาของ หมึกสีดำ ในบล็อกแก๊งค์นะครับ

จริง ๆ แล้ว ผมอยากจะใช้ชื่อ login ว่า ไผ่สีทอง แต่ด้วยว่า ชื่อไผ่สีทอง มีคนจองไปเสียก่อนครับ จึงไม่สามารถนำชื่อ ไผ่สีทอง มาใช้ได้

ก็เลยต้องจำเป็นต้องหาชื่อใหม่ จะใช้ชื่อไรดีน๊อ ก็ได้นึกไปเรื่อย เลยนึกถึงหนังเรื่องนึงได้ สมัยที่เคยไปนั่งดู ในสมัยวัยเด็ก เป็นหนังกางแปลง

เรื่องนี้ ดูไปก็ ร้องไห้ไป เศร้าๆ ๆ มากๆ ในเรื่อง สรพงษ์เป็นนักเขียนใช้นามปากกาว่า หมึกสีดำ ในเรื่องนั้น พระเอก ตายตอนจบ

พากันร้อง อ๋อ กันแล้วใช่มั๊ยครับ

ภาพในหนังเรื่องนั้นก็ได้ ติดตา มาจนกระทั่งทุกวันนี้ ก็มิอาจลืมเลือน

tag นี้ ก็จะขอเปลี่ยนชื่อใหม่นะครับเป็น ภาพยนต์ ที่คุณดูเรื่องแรกแล้วคุณเศร้าร้องไห้ ดีมั๊ยครับ

มาดูหนังเรื่องล่าสุด ของ ไผ่สีทอง กันต่อนะครับ

ทำไมคุณถึงร้องไห้กับฉากนั้นในภาพยนตร์

หนังเรื่องนี้ ขอออกตัวก่อนนะครับว่า ดูคนเดียวครับในโรงภาพยนต์
ตอนแรก ได้โทรนัดกับเพื่อน แล้วเพื่อนไม่มา ก็เลย นั่งร้องไห้ ในโรงภาพยนต์ครับผม

ไม่ใช่ไม่ใช่ ม่ายช่ายอย่างนั้น

วันนั้นเป็นวันที่ว่างมากๆ ไม่มีอะไรทำ ก็เลยไปหาเดินเล่น
ไปคนเดียว ก็กะว่าจะไปหาเพื่อน เอาดาบหน้า น่ะครับ

เดินจนไม่รู้จะไปไหน ก็เลยได้มีโอกาส ได้เข้าไปดูหนังเรื่องนี้ครับผม

จริง ๆ เรื่องนี้ ไม่ได้เศร้านะครับ เป็นหนังที่ดูแล้ว เกิดความ ตื้นตัน ปิติ ในความดี ความกล้าหาญ ของบรรพบุรุษของเราน่ะครับ

และก็ยอมรับว่า นักแสดงแต่ละคน แสดงได้ดีทีเดียว

ก่อนหน้านี้ ที่จะดูหนังเรื่องนี้ ก็ได้มีโอกาสได้ไปทำบุญกับ คุณสรพงษ์ ชาตรีมาด้วยครับ อยู่ที่ วิหาร หลวงปู่โต นครราชสีมา

หล่อมั๊ย หล่อมั๊ยครับ
...



ปกติแล้วผมจะไม่เคยร้องไห้ ในโรงภาพยนต์เลยก็ว่าได้นะครับ
แต่เรื่องนี้ ดูแล้ว มันตื้นตัน มากๆ เลยครับ
น้ำตาคลอ ไปเลยทีเดียว
พอหนังเลิกนะครับ ผมก็ต้องรีบเดินผ่าฝูงชน ที่จะมารอดูรอบต่อไปครับผม
ต้องรีบเดิน แบบหน้าตั้ง ออกมาเป็น คนแรกๆ คงไม่ต้องเล่าต่อนะครับ
ว่ากลัวอะไร กลัวเขาเห็นอะไร

แต่เล่าไปแล้วแบบไม่อาย
กริ๊วๆ

และแล้วจากนั้น ก็ไม่ค่อยได้ดูหนังในโรงภาพยนต์อีกนานนน เลยครับ
ไม่ว่าจะเป็นคนเดียว หรือสองคน เอิ๊กๆๆๆ

4. ส่ง tag พร้อมมิตรภาพ ให้เพื่อน สัก 3 คน

*** Tag นี้ ไม่ขอส่งต่อนะครับ หากเพื่อนๆคนไหนสนใจยินดีจะรับไปทำก็ได้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ครับ





Create Date : 16 ตุลาคม 2552
Last Update : 17 ตุลาคม 2552 23:10:13 น. 18 comments
Counter : 3381 Pageviews.

 
สวัสดีตอนดึกค่ะ...คุณพี่หมึกสีดำ ของไผ่สีทอง

วันนี้ได้ทราบเกี่ยวกับนามแฝงด้วยนะเนี้ย

แล้วก็ได้รู้ว่ามีคนไปแอบนั่งร้องไห้ในโรงหนังด้วย

วันหลังถ้าไม่มีเพื่อนดู ก็มาชวนนะค่ะ

จะไปดูเป็นเพื่อน



โดย: นุ่มณอ่อนนุช วันที่: 17 ตุลาคม 2552 เวลา:23:15:05 น.  

 
ดูแล้วนึกถึงตอนออกรบเลยค่ะ

สู้แค่ก็ตาย ฮ่าๆ


โดย: อะนิตา IP: 212.198.64.196 วันที่: 17 ตุลาคม 2552 เวลา:23:19:19 น.  

 
ขอบคุณนะครับ คุณอะนิตา ที่มาเม้นให้บ่อยๆ ครับผม
ไปที่บล็อกแล้วนะครับ หลายหน

เพื่อนๆ ฝากถามมาว่า เมื่อไหร่พ่ออะนิตา จะเปิดบ้านให้เข้าไปชม ห้องนอน เอ๊ย ห้องครัว ซะที

เข้าบล็อก คุณอะนิตา ไม่ได้ ก็ขอเม้นตอบไว้ที่นี่นะครับ



โดย: หมึกสีดำ วันที่: 17 ตุลาคม 2552 เวลา:23:24:34 น.  

 
จำได้ว่า คุณอะนิตา นี่ เดินอยู่ใกล้ๆ ช้างก้านกล้วย ใช่มั๊ย
อยู่ อารักขา ขาด้านซ้ายข้างหน้า ซะด้วย

หล่อเชียวนะ

ผมนะเหร๊อ ดำน้ำเกือบตาย ใต้แม่น้ำสะโตน


โดย: หมึกสีดำ วันที่: 17 ตุลาคม 2552 เวลา:23:28:29 น.  

 
เกิดมาหล่อหลายชาติค่ะ ก็คนหล่อ อิอิ

ชาตินี้ใจหล่อค่ะ ใจเด็ดเหมือนเดิม ชอบดาบยาวๆๆๆ

ไว้หั่นผักหั่นปลาทำอาหาร ฮ่าๆ


โดย: อะนิตา IP: 212.198.64.196 วันที่: 17 ตุลาคม 2552 เวลา:23:33:24 น.  

 


ตามมาชมแล้วค่ะว่าหนังเศร้าของพี่ไผ่คือเรื่องรัยเรื่องแรกเก๊าเก่าค่ะไม่เคยดู

แต่เรื่องสมเด็จพระนเรศวรนี่อ้อยก็ดูนะ ชอบเหมือนกันค่ะ เรื่องนี้ร้องเพราะตื้นตันปีติยินดีชิมิค่ะ

ส่งเข้านอนเลยเหมือนกันนะคะ ฝันดีราตรีสวัสดิ์ค่ะ


โดย: หนุ่มน้อยแห่งลุ่มแม่น้ำบางปะกง วันที่: 17 ตุลาคม 2552 เวลา:23:34:10 น.  

 
เดี๋ยวจะขอไปเปี้ยวที่ห้องครัว บ่อยๆ นะครับ



โดย: หมึกสีดำ วันที่: 17 ตุลาคม 2552 เวลา:23:36:57 น.  

 
ขอบคุณนะครับ คุณอ้อย



ฝันดีเช่นกัน ครับผม



โดย: หมึกสีดำ วันที่: 17 ตุลาคม 2552 เวลา:23:39:57 น.  

 
พี่ไผ่ขา ตุ๊กตาเป็นคนไม่ชอบดูหนังอะคะ หนังเรื่องสุดท้ายที่ดูก็เมื่อ 2 ปีที่แล้วอะคะ ชีวิตนี้ทั้งชีวิตนับหนังที่ดูได้เลยคะ

และเป็นคนที่ไม่เคยดูหนังแล้วร้องไห้ด้วยคะ


โดย: tukta (tukta510 ) วันที่: 18 ตุลาคม 2552 เวลา:0:29:09 น.  

 
ย่องมาบ้านพี่ไผ่ตอนดึกๆ อยากดูนเรศวรภาค2
ดูภาค1ใน ยูบีซีแล้วอยากดูต่อมาก แต่กระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่ได้ดูซะที สงสัยต้องไปซื้อมาน่ะแหละถึงจะได้ดู..

ปล.ฝันดีนะคะพี่ไผ่emoemo


โดย: ตัวp_box วันที่: 18 ตุลาคม 2552 เวลา:0:41:27 น.  

 
อ้อ เลยได้รู้ที่มาของนิคเนมนี่เอง

ดูแล้วไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่ามีคนใช้ “ไผ่สีทอง” ก่อนหน้า แล้วเขาคิดยังไงถึงใช้ชื่อนี้ ความเป็นมาเหมือนกันหรือเปล่า

ให้นึกตอนนี้นึกไม่ออกค่ะว่าร้องไห้กับหนังในโรงภาพยนตร์ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ตอนนี้จำได้แต่เรื่องใกล้ตัวค่ะกับมูยุล ละครเกาหลี เมื่อสัปดาห์ก่อนที่มือขวาของพระเอกถูกอีกเมืองหนึ่งจับตัวไปเผาไฟ

นเรศวรก็ชอบค่ะ รอดูภาคต่อไปค่ะ

หลังไมค์ด้วยค่ะ


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 18 ตุลาคม 2552 เวลา:9:35:42 น.  

 
จะวันนั้น วันนี้ ฤาวันไหน
หากเพียงพบ ย่อมรู้ใจ ใช่่ปัญหา
แม้วันคืน ล่วงผ่าน กาลเวลา
ขอเพียงว่า ตาที่พบ สบซึ้งกัน ...

มาชมแทคและแจมกลอนค่ะ พี่ไผ่
มีความสุขมากๆ นะคะ
ขอบคุณที่ไปส่งเข้านอนค่ะ


โดย: พ่อระนาด วันที่: 18 ตุลาคม 2552 เวลา:9:39:04 น.  

 
คุณไผ่ขา

ธัญมาปลอบโยนคนที่น้ำตาซึมค่ะ


ปกติแล้วธัญไม่ดูหนังไทยเลยนะคะ
ไม่ว่าเรื่องอะไรค่ะ...
คือ..ไม่มีสาเหตุและเหตุผลค่ะ
ธัญดูแต่หนังฝรั่งค่ะ..ใครจะว่าไงก็ช่างเถอะค่ะ
มานเป็นความชอบส่วนตัวค่ะคุณไผ่...

วันนี้คุณไผ่มีความสุขมากๆนะคะ
วันนี้ธัญรู้ที่มาของ...หมึกสีดำ...แล้วค่ะ



โดย: tanjira วันที่: 18 ตุลาคม 2552 เวลา:11:01:49 น.  

 
หูย พี่ไผ่ เรื่อง ไผ่สีทอง คงนานมากกก
ไม่เคยดูเลยค๊ะ


โดย: หมวยเล็ก_รักไม่ช่วยอะไร วันที่: 18 ตุลาคม 2552 เวลา:13:31:48 น.  

 
เคยดูเรื่องไผ่สีทองตอนเป็นเด็กมั่งฮิฮิ ไม่รู้ใช่ที่พระเอกไอมากๆใช่ใหมค่ะรู้สึกจะอยู่ในอ้อมกอดนางเอก ถ้าไม่ใช่ก็ขออภัยค่ะเพราะดูนานมาก เรื่องพระนเรศวรยังไม่เคยดูค่ะ ชอบประวัติศาสตร์ไทยค่ะ เห็นหนังอะไรทำนองนี้แล้วน้ำตาจะไหลค่ะ รบราฆ่าฟันหนังพวกนี้ค่ะ ยิ่งเสียดินแดนคราวนี้ยิ่งเสียใจค่ะ


โดย: Budratsa วันที่: 18 ตุลาคม 2552 เวลา:18:36:47 น.  

 
*-*


โดย: นู๋ Beee เองค่ะ (http://beee.bloggang.com) IP: 125.24.146.136 วันที่: 19 ตุลาคม 2552 เวลา:1:06:18 น.  

 
อ๊ะ... ทีนี้ก็รู้ที่มาของชื่อ..หมึกสีดำ..แล้ว ..ยิ้ม..


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 19 ตุลาคม 2552 เวลา:1:37:42 น.  

 
มาอ่านแทกค่ะคุณไผ่

ชื่อล๊อกอินหมึกสีดำก็เก๋ดีค่ะ
แล้วคนเรียกคุณไผ่สีทองก็ได้เน๊อะ

มีความสุขมากๆค่ะคุณไผ่


โดย: นายกุหลาบ วันที่: 20 ตุลาคม 2552 เวลา:18:46:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

หมึกสีดำ
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add หมึกสีดำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.