Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
27 ธันวาคม 2559
 
All Blogs
 
ท่องโลกไดโนเสาร์ พิพิธภัณฑ์สิรินธร

การเดินทางก่อนหน้านี้
วัดพุทธนิมิต (วัดภูค่าว)

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=imaginer&month=12-2016&date=24&group=14&gblog=48




พิพิธภัณฑ์สิรินธร ตั้งอยู่ที่เชิงภูกุ้มข้าว อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์
สามารถเดินทาง โดยใช้เส้นทางกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์ (ทางหลวง 227) ประมาณ 28 กิโลเมตร
(ก่อนถึงสหัสขันธ์ 2 กิโลเมตร) มีทางแยกขวาไปอีก 1 กิโลเมตร
บริเวณภูกุ้มข้าว ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ของวัดสักกะวัน เป็นสถานที่ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์จำนวนมาก
รวมทั้งโครงกระดูกไดโนเสาร์ ทั้งตัวที่สมบูรณ์ที่ฝังอยู่ในพื้นดินและ ได้รับการขุดแต่งโดยเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณี


บริเวณด้านหน้าทางเข้าไปพิพิธภัณฑ์ ภายนอกอาคารมีมีลานจอดรถกว้างขวาง และมีทำหุ่นไดโนเสาร์จำลองหลายสายพันธุ์ให้ถ่ายรูปด้วยได้ ถ้าข้ามถนนก็เป็นร้านขายของของชาวบ้าน ถ้าในบริเวณแถวนี้ก็จะมีโรงอาหารร้านขายของของพิพิธภัณฑ์







พิพิธภัณฑ์สิรินธร หรือพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว เป็นพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิจัยเกี่ยวกับไดโนเสาร์ ที่สมบูรณ์แบบและใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า "พิพิธภัณฑ์สิริธร"











ความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์สิรินธร

ซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์ที่ภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พบโดยพระครูวิจิตรสหัสคุณ เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ในปีพ.ศ. 2537 และได้เริ่มทำการขุดค้นอย่างเป็นระบบ โดยคณะสำรวจไดโนเสาร์จากกรมทรัพยากรธรณี ตั้งแต่ปลายปีพ.ศ. 2537 พบว่า ภูกุ้มข้าว ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัด กาฬสินธุ์ เป็นแหล่งไดโนเสาร์กินพืชที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย โดยพบกระดูกไดโนเสาร์เกือบทั้งตัว กองรวมอยู่กับกระดูกไดโนเสาร์กินพืชอีกชนิดหนึ่ง กระดูกทั้งหมดอยู่ในชั้นหินที่วางตัวอยู่บนไหล่เขาของภูกุ้มข้าวซึ่งมี รูปร่างคล้ายลอมฟาง มีความสูงประมาณ 240 เมตร ปัจจุบันกรมทรัพยากรธรณีได้ขุดค้นซากไดโนเสาร์พบกระดูกมากกว่า 700 ชิ้น เป็นกลุ่มของกระดูกส่วนขา สะโพก ซี่โครง คอ และหางของไดโนเสาร์กินพืช
ไม่น้อยกว่า 7 ตัว นอกจากนี้ยังพบฟันของไดโนเสาร์ทั้งกินพืช และกินเนื้ออีกอย่างละ 2 ชนิด จากลักษณะของกระดูกพบว่าเป็นไดโนเสาร์กินพืชสกุลภูเวียง ( Phuwiangosaurus sirindhornae ) 1 ชนิด
และเป็นไดโนเสาร์กินพืชชนิดใหม่อีก 1 ชนิด คาดว่าอาจเป็นไดโนเสาร์สกุลและชนิดใหม่ของโลก

พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ เดิมคือศูนย์วิจัยไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติงานศึกษาวิจัย อนุรักษ์เก็บรวบรวมตัวอย่างอ้างอิงซากไดโนเสาร์และ สัตว์ร่วมสมัยและนำข้อมูลเหล่านี้ไปเผยแพร่แก่นักท่องเที่ยวในรูปของพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวปีละกว่า 2 -3 00 , 000 คน มีความเป็นมาและรายละเอียดของการจัดการ ดังนี้ ปี 2521 คณะสำรวจธรณีวิทยา โดยนายวราวุธ สุธีธร พบซากกระดูกไดโนเสาร์ที่เก็บไว้โดย พระครูวิจิตรสหัสคุณ เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ปี พ.ศ. 2537


ปี 2538 เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2538 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จมาทอดพระเนตรซากกระดูกไดโนเสาร์ จัดตั้งโครงการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าวขึ้น โดยสร้างอาคารหลุมขุุดค้นเป็นการชั่วคราวเพื่อใช้ป้องกันซากกระดูก รวมทั้งใช้บังร่มเงาแก่นักวิชาการในการขุดแต่งกระดูก ปี 2539 กรมทรัพยากรธรณีสร้างอาคารวิจัยมีพื้นที่ใช้งาน 375 ตารางเมตร เพื่อเป็นสถานที่ทำการอนุรักษ์ ศึกษาวิจัยและเก็บรวมรวมซากดึกดำบรรพ์ที่สำรวจพบในประเทศไทย

ปี 2542 กรมทรัพยากรธรณีสร้างอาคารถาวรคลุมหลุมขุดค้น โดยใช้ชื่อว่า “ อาคารพระญาณวิสาลเถร ” ตามชื่อสมณศักดิ์ของท่านเจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ผู้ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว

ปี 2544 อาคารพิพิธภัณฑ์สิรินธร ในส่วนแรกได้มีการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ

ปี 2547 ที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีคณะที่ 6 (ฝ่ายสังคม) ครั้งที่ 36/2546 วันที่ 4 ธันวาคม 2546 มติให้กรมทรัพยากรธรณีใช้เงินงบกลางรายการค่าใช้จ่ายในการเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ พัฒนาอาคารพิพิธภัณฑไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าวระยะต้น เพื่อปรับปรุงและตกแต่งภายใน และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2547 รับทราบและเห็นชอบตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ซึ่งได้มีการก่อสร้างตกแต่งภายในจนแล้วเสร็จในปี 2548 ปี 2549 ได้รับงบประมาณ เพื่อสร้างส่วนนิทรรศการ จนได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเมื่อต้นปี 2550 ปี 2550 พิพิธภัณฑ์สิรินธร ได้เปิดทดลองให้บริการตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2550 และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2551 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด


ขึ้นบันไดเพื่อเข้าไปในตึก






บรรยากาศเหมือนเข้าถ้ำ ฮ่าๆ





พิพิธภัณฑ์สิรินธร เปิดให้บริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 9.00-17.00 น.
หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 4387 1014
ค่าเข้าชม : คนไทย เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท
ชาวต่างประเทศ เด็ก 50 บาท ผู้ใหญ่ 100 บาท



ถ้ามาหลายคนเป็นหมู่คณะเข้าฟรี บังเอิญพวกเรามา 5 คน เขาจัดให้เป็นหมู่คณะ
ส่งตัวแทนไปลงชื่อจัดไปหม่อมแม่อาวุโสกว่าเพื่อนเป็นตัวแทน
ดิฉันงานนี้เป็นเด็กน้อยหอยสังข์ ยังไม่เคยมาสักทีเลยถือว่าพาดิฉันมาเปิดหูเปิดตา แต่พอเข้าไปแล้วมากันขอบคุณที่ได้ให้มาดูอีก เพราะเดี๋ยวนี้เขาพัฒนาขึ้นเยอะกว่าตอนที่เคยมา เลยกลายเป็นเปิดหูเปิดตาพอกัน






เดินตามรอยเท้าของเราเนวิเกเตอร์ ไม่ช่าย เดินตามรอยเท้าไดโนเสาร์ที่เขาแปะตามพื้นเป็นลายแทงง่ายๆ ให้ไปที่ต่างๆ

เจอเจ้าพ่อ เจ้าสยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส ยืนอ้าปากแยกเขี้ยวนิ่งๆ คงไม่อาจวิ่งไล่เขมือบได้เหมือนในหนัง ฮ่าๆ แต่ก็ชวนให้ตื่นเต้นเหมือนผจญภัยจูราสสิกพาร์กได้เหมือนกันนะเนี้ย

เป็นไดโนเสาร์เทอโรพอดที่เดินด้วย 2 ขาหลัง ส่วย 2 ขาหน้ามีขนาดเล็ก ในยุคครีเทเซียสตอนต้น ประมาณ 130 ล้านปี ความยาวประมาณ 6.5 เมตร นับว่าเป็นบรรพบุรุษของเจ้าตัวร้ายในหนังจูราสสิกพาร์กทีเร็กซ์ (ไทรันโนซอรัส เร็กซ์ที่พบในอเมริกาเหนือ)
สถานที่พบ : ทวีปเอเชีย พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ในจังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ สกลนคร อุดรธานีและนครราชสีมา
พบซากดึกดำบรรพ์ ส่วนกระดูกสันหลัง สะโพกและหาง ที่มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ฝังในชั้นหินทราย ซึ่งสยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิสนั้นอยู่ในวงศ์ไทรันโนซอริเดที่เก่าแก่ที่สุด ทำให้สันนิษฐานได้ว่ากลุ่มไทรันโนซอร์เริ่มวิวัฒนาการครั้งแรกในเอเชียและแพร่กระจายออกไปเรื่อยๆจนสิ้นสุดที่อเมริกาเหนือ






แล้วก็เจอห้องเปิดโล่ง ไดโนเสาร์ตระหง่านละลานตา
(ถ้ามีเอฟเฟคซ์เคลื่อนไหวด้วยยิ่งแจ๋วจะได้รู้สึกเหมือนเล่นหนังจูราสสิกพาร์ก อิอิ )





ชอบหลังคาให้แสงลอดผ่านได้ ลายเหมือนรังแมงมุม





การจัดแสดงภายในอาคารแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
ส่วนที่ 1 การกำเนิดโลก
ส่วนที่ 2 การกำเนิดของสิ่งมีชีวิตซึ่งรวมถึงไดโนเสาร์ จนถึงการกำเนิดมนุษย์
ส่วนที่ 3 เป็นนิทรรศการหมุนเวียน























ถ้าเดินวนจะถึงชั้นบนจะเห็นไดโนเสาร์มุมนี้











เริ่มต้นโชว์เป็นหมวดหินต่างๆ เกี่ยวกับธรณีวิทยาก่อน






ต่อมาก็เป็นพวกตู้กระจกแสดงเห็นซากฟอสซิล ที่เราพบในสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก


ฟอสซิล ไทรโลไบต์ พาราดอกไซเดส เป็นฟอสซิลที่พบในประเทศโทร็อกโก มีสภาพที่สมบูรณ์มากอย่างที่เห็น ความรู้เกี่ยวกับการเกิดฟอสซิล เราประมาณกันว่าไดโนเสาร์ 1 ล้านตัว จะมีเพียง 1 ตัวเท่านั้นที่ถูกธรรมชาติเก็บรักษาโครงกระดูกเอาไว้ในสภาพฟอสซิล การพบฟอสซิล 1 ชิ้น จึงบอกได้ว่าเคยมีไดโนเสาร์แบบนี้อยู่ 1 ล้านตัว นั่นเอง































น่ารักดี ตู้กระจกจำลองการใช้ชีวิตของไดโนเสาร์






























พี่ที่พามาพึ่งกลับจากไปเยี่ยมลูกชายเรียนแพทย์ที่อเมริกา แกบอกว่าถ้าที่อเมริกาค่าเข้ามาดูแพง แต่มาดูที่ไทยฟรีคุ้ม











ท่อนกระดูกไดโนเสาร์ของจริง











ประวัติกระดูกพันธุ์ไดโนเสาร์ที่พบ

อีสานโนซอรัส อรรถวิภัชน์ชิ เป็นไดโนเสาร์ที่ค้นพบในไทยเป็นที่แรก โดยชื่อ อรรถวิภัชน์ชิ เป็นการให้เกียรติอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี นายปรีชา อรรถวิภัชน์ ที่ให้การสนับสนุนการศึกษาไดโนเสาร์อย่างต่อเนื่อง ไดโนเสาร์ตัวนี้เป็นซอโรพอต คอยาว หางยาว เดิน 4 ขา กินพืช มีขนาด 13-15 เมตร เชื่อว่าเป็นไดโนเสาร์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก หรือเรียกว่าเป็นรุ่นปู่ของ ที-เร็กซ์ ที่อยู่ในหนังเรื่องจูราสสิคพาร์คก็ว่าได้






ในกล่องกระจกเป็นท่อนกระดูกไดโนเสาร์ของจริง
















ฮิปซิโลโฟดอน ไดโนเสาร์กินพืชขนาดเล็ก






โครงกระดูกจำลองไดโนเสาร์แต่ละประเภท





















จัดแสดงนิทรรศการ “ซากดึกดำบรรพ์ปลาภูน้ำจั้น” ซึ่งเป็นซากปลาน้ำจืดโบราณพันธุ์ใหม่ของโลกซึ่งอยู่ในสภาพสมบูรณ์ มีชื่อว่า "เลปิโดเทส"
มีความยาวประมาณ 30-60 เซนติเมตรอยู่ในยุคมีโซโซอิก หรือ 65 ล้านปีที่แล้ว ช่วงเดียวกับไดโนเสาร์











อีสานอิกทริช พาลัสทริซ ฟอสซิลที่อยู่ด้านซ้ายมือลำตัวยาวๆ เป็นปลากินเนื้อ มันสามารถจำศีลอยู่ในดินได้ในช่วงฤดูแล้ง รอจนกว่าจะมีฝนตกลงมาอีกครั้งจึงออกมาหากิน ในช่วงที่ปลาเหล่านี้ตาย พบว่าปลาพวกนี้น่าจะตายไปพร้อมๆ กันทั้งหมด น่าจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงที่แหล่งน้ำแห้งเหือดไปนั่นเอง หลักฐานเหล่านี้ให้ความชัดเจนของความเป็นมาของโลก ก่อนที่จะกำเนิดมนุษย์ได้เป็นอย่างดี






เลปิโตเทส พุทธบุตรเอนซิส เป็นไดโนเสาร์ปลา ซากฟอสซิลที่เจอในภาคอีสานของเรามีจำนวนมากมายกว่า 150 ชิ้น
แสดงให้เห็นว่าภาคอีสานของเราเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์มากมาก่อน ปลาในยุคหลายล้านปีที่ผ่านมามีเกล็ดเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน แต่ทุกวันนี้เราจะเห็นปลาที่มีเกล็ดโค้ง ที่พิพิธภัณฑ์สิรินธรจะมี เลปิโตเทส พุทธบุตรเอนซิส ให้ชมทั้งตัวผู้และตัวเมีย






ห้องวิจัย ห้องแลป เป็นห้องกระจกใส เห็นสภาพนักธรณีวิทยามาทำงานกับชิ้นส่วนฟอสซิลของไดโนเสาร์มากมายนับ











เดินไปเรื่อยๆ จนมาถึงทางออก พอออกมาจะมีห้องร้านขายของที่ระลึกพวกเสื้อตุ๊กตาไดโนเสาร์ และมีอีกส่วนนึงแยกจากตึกนี้ น่าจะอยู่ด้านหลังจากคนที่เคยมาบอก มีอาคารหลุมขุดค้นที่ขุดพบ หิวข้าวกันเลยไม่ได้ไปดูต่อ เห็นว่าเป็นหลุมดินที่ค้นพบซากไดโนเสาร์น่ะ






หิว ร้านนี้อยู่ใกล้ทางผ่านพอดีเลยเอาหวะกินร้านนี้แหละ

ก๋วยเตี๋ยวเรือชามโต











น้ำแข็งบริการตัวเอง มีทั้งน้ำฟรีและน้ำขวดเสียเงิน






ผักสดจริงๆ เพราะโหระพาเก็บจากสวนหลังบ้านสดๆมาให้เลย





โตแต่ชาม ปริมาณเท่าชามปกติ อิอิ ราคา 40 บาท รสเหมือนก็วยเตี๋ยวเรือทั่วไป






ขากลับเลยแวะผ่านใช้เส้นทาง สะพานเทพสุดา ลัดกลับขอนแก่นได้ 30 กม. ไปโผล่ที่อ.เชียงยืน
รู้สึกเหมือนข้ามสะพานตินลสูลานนท์ (ที่หาดใหญ่ จ.สงขลา)






สะพานเทพสุดา สะพานข้ามน้ำจืดที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

สะพานเทพสุดา เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด 2 ช่องจราจร ข้ามเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์
จากบริเวณแหลมโนนวิเศษ ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ ถึงบริเวณเกาะมหาราช ตำบลหนองบัว อำเภอหนองกุงศรี เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2549 ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 498,850,000 บาท ความยาว 2,040 เมตร ถนนต่อเชื่อมโครงการผิวจราจรกว้าง 7 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 2.50 เมตร ภายใต้การกำกับดูแลของกรมทางหลวงชนบท สร้างเสร็จในเดือนธันวาคม 2553 ถือเป็นสะพานข้ามน้ำจืดที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

สะพานเทพสุดา เป็นโครงข่ายเชื่อมเส้นทางคมนาคมขนส่งจาก จังหวัดหนองคาย อุดรธานี ผ่านจังหวัดกาฬสินธุ์ ไปยังจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นประตูสู่อินโดจีนหรืออีสต์เวสต์อีโคโนมิก คอริดอร์ จะช่วยร่นระยะทางได้กว่า 100 กิโลเมตร รวมถึงการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรทางฝั่งตะวันตก อำเภอหนองกุงศรี อำเภอท่าคันโท ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ฝั่งตะวันออก อำเภอสหัสขันธ์ อำเภอสมเด็จ อำเภอกุฉินารายณ์ และตัวจังหวัดกาฬสินธุ์ จะร่นระยะทางกว่า 80 กิโลเมตร นอกจากนี้ บนสะพานเทพสุดายังสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามบริเวณพื้นที่อ่างเก็บน้ำลำปาวได้อย่างชัดเจน สนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดกาฬสินธุ์ และการท่องเที่ยวในภูมิภาค ทำให้ ประชาชนมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ประกอบกับ อำเภอสหัสขันธ์ มีพิพิธภัณฑ์สิรินธร (ภูกุ้มข้าว) ซึ่งเป็นแหล่งค้นพบชิ้นส่วนกระดูกไดโนเสาร์ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ทั้งนี้ได้ออกแบบประติมากรรมรูปหล่อไดโนเสาร์ ติดตั้งบริเวณราวสะพานทั้ง 2 ข้าง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดกาฬสินธุ์ อีกด้วย






จอดรถลงถ่ายรูปได้




















อ้างอิงข้อมูล

http://www.sdm.dmr.go.th

pantip.com

www.touronthai.com

sadoodta.com







Create Date : 27 ธันวาคม 2559
Last Update : 28 ธันวาคม 2559 7:44:02 น. 0 comments
Counter : 531 Pageviews.

เนเวอร์แลนด์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]







แนะนำให้ชม

บัวหิมะ
บัวหิมะ
วิธีเลี้ยงบัวหิมะ
เกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหน
บั้งไฟพญานาคที่ไปดูมา
ติดอันดับTOP Page Views
อาหารและการดูแลสุขภาพ ผู้ป่วยมะเร็งและคนทั่วไป
เที่ยวขอนแก่น
Michael Jackson
คอนเสิร์ตบอย Peacemaker
คลิปเจ้าขุน
การกลับมาของX Japan

ท่องเที่ยว

UFOที่เคยเห็น
บั้งไฟพญานาคที่ไปดูมา
หาดใหญ่และปัตตานี
ไข่มุกอันดามัน
อะ พีพี
เกนติ้ง
กัวลาลัมเปอร์
หาลิงเข้าถ้ำทะเลภูเขาเลยจ้า นอนดูหมอกที่ปราจีนบุรี
เที่ยวปราจีนบุรีต่อ
เลยจะถึงไหมละนี่
พักค้างแรมที่เลย
เลยจนเกือบถึงลาว
ขุดกรุเขื่อนป่าสัก
บึงแก่นนคร ขอนแก่น
พระธาตุขามแก่น
เดินทางไปลพบุรี
กินข้าวอิงภูชัยภูมิ
ลาว เวียงจันทร์
ลาว2
ปิดทริปเที่ยวลาว
ล่องเรือเจ้าพระยา
รถไฟลอยฟ้า ฟ้า ไทย
รถไฟใต้ดินไทย
ทะเลน้ำจืดหาดวังโกขอนแก่น บ้านปราสาทโคราช
วังน้ำเขียวโคราช
ชอปปิ้งหนองคาย
ตัวเมืองขอนแก่น
น้ำผุดทับลาว ชัยภูมิ
สนามหลวง2
ไปดูงานศิลป
สายน้ำกับปลาที่ไปปล่อย
งานExpro
เขื่อนอุบลรัตน์
เที่ยวป่าวัดพรไพรวัลย์
ล่องแพอ่างเก็บน้ำห้วยไร่
ทะเลหมอกภูพานน้อย
วัดเจดีย์ชัยมงคล
ครั้งหนึ่งที่เคยโบกรถ
น้ำหนาว,เพชรบูรณ์
พระพุทธชินราช,พระธาตุลำปางหลวง
น้ำพุร้อน,วัดร่องขุ่น
มหาลัยแม่ฟ้าหลวง,น้ำตกก้างปลา
เวียงแก่น,ภูชี้ฟ้า
ดอยแม่สลอง
อุทยานฯขุนแจ
สวนโลกราชพฤกษ์
วัดเจดีย์7ยอด,วัดเจดีย์หลวง
ดอยสุเทพ,ทุ่งสแลงหลวง
โครงการครูบ้านนอก
วัดหลวงพ่อโตใหญ่ที่สุดในโลก
ที่พักปากช่อง
เลย-ลาว-ท่าลี่
ถึงระยองแล้วจ้า
ทะเลตอนเช้า
งานเที่ยวภาคใต้






foodietasteเนเวอร์แลนด์
 foodietasteเนเวอร์แลนด์

Friends' blogs
[Add เนเวอร์แลนด์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.