Bancha
Group Blog
 
All blogs
 

หลวงพ่อชา - “คนเลี้ยงไก่”

หลวงพ่อชา - “คนเลี้ยงไก่”

มีคนเลี้ยงไก่ 2 คน

คนที่ 1 ทุกเช้าจะเอาตะกร้าเข้าไปในโรงเรือนเลี้ยงไก่ แล้วก็เก็บ "ขี้ไก่" ใส่ตะกร้ากลับบ้าน!!
แล้วทิ้งไข่ไก่ให้เน่าไว้ในโรงเรือน
เมื่อเขาเอาขี้ไก่กลับถึงบ้าน ทั้งบ้านก็เหม็นหึ่ง ไปด้วยกลิ่นขึ้ไก่ !!! คนทั้งบ้านต้องทนกับกลิ่น
เหม็น!!!

คนเลี้ยงไก่คนที่ 2 เอาตะกร้าเข้าไปในโรงเรือนเลี้ยงไก่ เก็บ "ไข่ไก่" ใส่ตะกร้าเอากลับบ้าน
เขาเอาไข่ไก่ลงเจียว กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบ้าน คนทั้งบ้านได้กินไข่เจียวแสนอร่อย ไข่ไก่ที่เหลือเขาก็
เอาไปขาย แล้วได้เงินมาใช้จ่ายในบ้าน ทุกคนในบ้านมีความสุขมาก.....

ในชีวิตของเรา พวกเรา เป็นคนเก็บ "ไข่ไก่" หรือ เก็บ"ขี้ไก่"

เราเป็นคนเก็บ "ขี้ไก่" โดยเฝ้าแต่เก็บเรื่องร้ายๆ แย่ๆที่เกิดขึ้นในชีวิตเราไว้ในหัวของเรา และมี
ความทุกข์ตลอดเวลาที่คิดถึงมัน!!!

หรือเราเป็นคนที่เก็บ "ไข่ไก่" เราจดจำสิ่งที่ดีๆที่เกิดในชีวิตของเรา และมีความสุขทุกครั้งที่คิดถึง
มัน!!

คนเราส่วนใหญ่ชอบเป็นคนเก็บ "ขี้ไก่"
เราถึงต้องเป็นทุกข์ตลอดเวลา เรื่องความเสียใจ ความผิดพลาด ความเจ็บใจ ฯลฯ มักจะติดอยู่ในใจ
ของเรานานเท่านาน

ถ้าเราอยากมีความสุขในชีวิต เลือกเก็บ "ไข่ไก่" กับชีวิต
ทิ้ง "ขี้ไก่" ไปเถอะ ชีวิตของเราจะได้มีความสุขซักที ..




 

Create Date : 15 สิงหาคม 2553    
Last Update : 15 สิงหาคม 2553 5:52:29 น.
Counter : 466 Pageviews.  

ลิงกับลา


ลิงกับลา


หญิงชาวบ้านคนหนึ่งอาศัยอยู่คนเดียวในกระท่อม ด้วยความเหงานางจึงหาสัตว์มาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนสองตัว คือ ลิงและลา
วันหนึ่งหญิงชาวบ้านคนนี้ต้องออกไปตลาดเพื่อซื้ออาหาร ก่อนออกจากบ้านเธอได้เอาเชือกมาผูกคอลิง แล้วมัดขาของลาเอาไว้ทั้งสองข้าง
เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงทั้งสองตัวเดินย่ำไปมาในกระท่อมจนทำให้ข้าวของต่างๆ ได้รับความเสียหาย ทันทีที่หญิงชาวบ้านออกจากบ้านไป
ลิงซึ่งมีความฉลาดและแสนซนเป็นคุณลักษณะประจำตัวก็ค่อย ๆ คลายปมเชือกออกจากคอของมัน อีกทั้งยังซุกซนไปแก้เชือกมัดขาให้แก่ลาอีกด้วย

หลังจากนั้นเจ้าลิงก็กระโดดโลดเต้น ห้อยโหนโจนทะยานไปทั่วกระท่อมจนทำให้ข้าว ของต่างๆ ล้มระเนระนาดกระจัดกระจายไปทั่ว
อีกทั้งยังซุกซนรื้อค้นเสื้อผ้าของหญิงชาวบ้านมาฉีกกัดจนไม่เหลือชิ้นดี ในขณะที่ลาได้แต่มองดูการกระทำของเจ้าลิงอยู่เฉย ๆ สักครู่หนึ่ง
หญิงชาวบ้านคนนี้ก็กลับมาจากตลาด เจ้าลิงมองเห็นเจ้าของเดินมาแต่ไกลจากทางหน้าต่าง ก็รีบเอาเชือกมาผูกคอตนไว้ อย่างเดิมและอยู่อย่างสงบนิ่ง




ฝ่ายหญิงชาวบ้านเมื่อเปิดประตูกระท่อมเข้ามาเห็นข้าวของของตนถูกรื้อค้น กระจุยกระจายเช่นนั้นก็เกิดโทสะขึ้นทันที หันมองลิงและลา
เพื่อดูว่าใครเป็นผู้ก่อเรื่อง และเห็นว่าลาไม่มีเชือกผูกขาดังเดิม เธอก็คิดเอาเองว่าเจ้าลานี่เองคือตัวปัญหา ทำให้กระท่อมของเธอมีสภาพไม่ต่างจากโรงเก็บขยะ









ดังนั้นหญิงชาวบ้านจึงวิ่งไปหยิบท่อนไม้นอกบ้านมาทุบตีลาอย่างรุนแรง ซึ่งเจ้าลาผู้น่าสงสารก็ได้แต่ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจนสิ้นใจโดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย

เธอทั้งหลาย...
เธอหลายคนคงไม่ค่อยชอบตอนจบของนิทานเรื่องนี้นัก เพราะสงสารเจ้าลาที่ไม่ได้ทำความผิดอะไรแต่กลับถูกเจ้าของทำโทษจนตาย
ส่วนเจ้าลิงซึ่งเป็นต้นเหตุแท้ๆ กลับรอดพ้น และไม่ได้รับผลกรรมใดๆ แต่แท้ที่จริงแล้วนิทานเรื่องนี้ต้องการชี้ให้เห็นถึง ความเป็นผู้นำของหญิงชาวบ้าน

ที่ไม่พิจารณาเหตุการณ์ให้ถ่องแท้ เชื่อแค่สิ่งที่ตนเห็นแล้วลงโทษไปตามความรู้สึกและประสพการณ์ส่วนตัว เธอมองเห็นข้าวของเสียหาย
และมองเห็นลาที่หลุดออกมาจากเชือก แล้วตัดสินว่าลาคงเป็นผู้กระทำ แต่ไม่ได้มองว่าลาไม่มีปัญญาจะแก้เชือก และไม่มีนิสัยชอบรื้อทำลาย
เธอมองเห็นลิงยังถูกเชือกล่ามอยู่ก็คิดว่าลิงคงไม่ใช่ผู้กระทำ แต่มองไม่ออกว่าผู้น่าจะแก้ปมเชือกได้และมีนิสัยชอบรื้อทำลายนั้นคือลิง ความจริงถ้าเธอรู้จักสำรวจ

ร่องรอยความเสียหายเสียสักเล็กน้อย เธอก็จะพบรอยเท้าและฟันของลิงกระจายไปทั่วห้อง แต่ไม่พบรอยเท้าของลาเลย เพราะลาไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหน

เหตุที่องค์กรต้องเหน็ดเหนื่อยทรมานกันอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะความสะเพร่าของผู้นำที่ "ปล่อยให้ลิงสร้างปัญหา แต่ลารับเคราะห์"
ลาก็เหมือนกับคนที่ปฏิบัติงานได้ตามหน้าที่ แต่ไม่ค่อยมีปากมีเสียง พูดจาตรงไปตรงมาแต่ไร้เลห์เหลี่ยม ลิงก็เหมือนกับคนที่ฉลาดแกมโกง
พูดมากพรีเซ็นต์เก่ง อ้างอิงตำราได้สารพัด แต่ไม่เคยทำงานจริง นายที่ดีไม่ควรปล่อยให้ลิงหลงระเริงว่าทำผิดเท่าไหร่นายก็ไม่มีทางรู้
ผู้เป็นนายไม่ควรยึดติดความสบาย นั่งขึ้นอืดรอฟังแต่รายงานในห้องประชุม รู้จักยอมเสียสละตน สละเวลาอีกเล็กน้อยเพื่อค้นหาความจริง
เพื่อควบคุมเจ้าลิง เพราะไม่เช่นนั้น องค์กรก็จะทุกข์ทรมานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าลิงสงบได้องค์กรก็จะพลอยสบายและมีความสุขอย่างยั่งยืนไปด้วย




 

Create Date : 15 สิงหาคม 2553    
Last Update : 15 สิงหาคม 2553 5:38:13 น.
Counter : 227 Pageviews.  

เพื่อน รัก...... 3 ....... คน

เพื่อน รัก...... 3 ....... คน

....มีเพื่อนรักอยู่ .. 3 ... คน คือ

** ___ ไฟ ___ น้ำ ___ และ ความไว้ใจ **


ทั้ง 3 ได้มาพบและพูดคุยกัน

ไฟ ได้บอกกล่าวกับเพื่อนทั้ง 2 ว่า
" ถ้าหากฉันหายไป ให้สังเกตในที่ๆ มีควันฉันจะอยู่ที่นั่น "

ส่วน น้ำ นั้น บอกกับเพื่อนทั้ง 2 ว่า
" ถ้าหากฉันหายไป ให้สังเกตที่ๆ
ต้นไม้เขียวชอุ่มและเจริญงอกงามเพราะฉันจะอยู่ที่นั่น "


ส่วน ความไว้ใจ บอกกับเพื่อนทั้ง 2 ว่า

"หากฉันหายไป.......พวกเธอจะไม่มีวันได้พบฉันอีกเลย "

*************** ไฟ

ก็ เปรียบเสมือน ความหวัง ความมุ่งมั่นมานะ
และพลังในการดำเนินชีวิต
แม้มันหมดหรือดับไป........
คุณยังอาจจุดประกายแห่งความมุ่งมั่นนั้นได้
ขอเพียงคุณมีแรงดลใจ (ควัน)

*************** น้ำ

เปรียบเหมือน ความรัก ความอบอุ่น
เป็นสิ่งชโลมจิตใจ
ให้ชีวิตคงอยู่อย่างสดชื่น และมีชีวิตชีวา
แม้คุณอกหักหรือผิดหวัง
แต่ความรักก็ยังพร้อมจะเกิดขึ้นใหม่และเจริญงอกงามต่อไปได้เสมอ

แต่ความไว้วางใจนั้น

เป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับบุคคลอื่นๆ
ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ลูก คนรัก เพื่อน หัวหน้า
หรือ ลูกน้อง

ถ้าหากคุณสูญเสียความไว้ใจที่มีต่อบุคคลนั้นไป......

คุณจะไม่พบมันอีกเลย
ในความสัมพันธ์ระหว่างคุณและเขา


มีความสุข กับเพื่อน ที่คุณ รัก ให้มากๆๆนะคะ
อย่ายัดเยียด ความสุข ของเรา ให้กับคนอื่นๆ

เพราะว่า " สิ่งที่เรา เห็น ว่าดี เหมาะสม "

มันไม่ได้ แปลว่า หรือเป็นสูตร แน่นอนเสมอไปว่า

" สิ่งนั้น จะดี หรือเหมาะสม สำหรับ คนอื่นๆๆ "




 

Create Date : 29 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 29 กรกฎาคม 2553 21:45:10 น.
Counter : 322 Pageviews.  

ลิขิตฟ้า หรือจะสู้มานะตน

เพราะแสวงหา มิใช่เพราะรอคอย

เพราะเชี่ยวชาญ มิใช่เพราะโอกาส

เพราะสามารถ มิใช่เพราะโชคช่วย

ดังนี้แล้ว ลิขิตฟ้า หรือจะสู้มานะตน




 

Create Date : 24 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 24 กรกฎาคม 2553 18:22:09 น.
Counter : 735 Pageviews.  

4 อุปนิสัย สร้างความโชคดีให้ชีวิต


4 อุปนิสัย สร้างความโชคดีให้ชีวิต

นิสัยที่ 1 มีความสามารถสร้างโอกาสดีๆให้ชีวิตตัวเอง
นิสัยย่อยประกอบด้วย
1.คนโชคดีมีเพื่อนเยอะ และเวลามีปัญหาจะขอความช่วยเหลือจากเพื่อนได้เสมอ
2.คนโชคดีมักมองชีวิต แบบสบายๆไม่กังวลมากเกินไป
3.คนโชคดีเป็นคนเปิดกว้าง และสนใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
นิสัยที่ 2 เชื่อถือสัญชาตญาณตัวเอง
1.คนโชคดีตัดสินใจอย่างถูกต้องด้วยการเชื่อถือสัญชาตญาณตัวเอง
2.คนโชคดีไม่เห็นสัญชาตญาณเป็นเรื่องไร้สาระ
3.คนโชคดีเรียนรู้เทคนิคเพิ่มสัญชาตญาณ เช่น การฝึกสมาธิ หรือก่รหาที่นั่งคิดเงียบๆคนเดียวเวลาต้องตัดสินใจ
นิสัยที่ 3 เชื่ออย่างจริงใจว่าจะเกิดสิ่งดีๆขึ้นในชีวิต
นิสัยย่อยประกอบด้วย
1.คนโชคดีเชื่อว่า อนาตคเต็มไปด้วยสิ่งที่จะทำให้ความฝันและความปรารถนาของเขาเป็นจริงขึ้นมาได้
2.คนโชคดีคาดหวังให้เรื่องดีๆ ดำเนินต่อเนื่องในอนาคต
3.คนโชคดีตั้งมั่นลามือทำให้สิ่งดีๆ เกิดขึ้นแม้เมื่อความหวังดูริบหรี่ หรือแม้ต้องพบกับความล้มเหลวผิดหวัง
4.คนโชคดีคาดหวังว่า การสัมพันธ์กับตนรอบตัวจะมีลักษณะเป็นมิตรโอบเอื้อน่ารัก
นิสัยที่ 4 สามารถเปลี่ยนโชคร้ายให้เป็นโชคดี
นิสัยย่อยประกอบด้วย
1.คนโชคดีมองเห็นด้านบวกของเรื่องโชคร้ายได้
2.คนโชคดีเชื่อมั่นว่า เรื่องราวที่ดูเหมือน”โชคร้าย”ในตอนต้น จะต้องนำไปสู่เรื่องดีๆ และตอนจบจะกลายเป็นเรื่องโชคดีไปได้ทุกๆครั้ง
3.คนโชคดีมักไม่หมกหมุ่นอยู่กับเรื่องโชคร้ายที่ผ่านไปแล้ว




 

Create Date : 24 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 24 กรกฎาคม 2553 18:20:52 น.
Counter : 388 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  

rajasit
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]








helplink


http://bancha.bloggang.com

ทันสมัยและปลอดภัยเสมอด้วยระบบการป้องกันไวรัส พร้อมการอัพเดตโปรแกรมเป็นเวอร์ชั่นใหม่ตลอดเวลาโดยไม่ต้องกังวลเรื่องลืมอีกต่อไป กับ True IDC Chromebook

Posted by True IDC on 4 มิถุนายน 2015


sand e-mail ถึงเจ้าของ blog



Friends' blogs
[Add rajasit's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.