Bancha
Group Blog
 
All blogs
 
สี่เหตุผล ปล้นเงินจากกระเป๋า

สี่เหตุผล ปล้นเงินจากกระเป๋า

ที่มา
http://www.dlitemag.com/



*โดย North Star*


*
*ถ้าจัดลำดับหัวข้อสนทนาในทุกวันนี้
นอกจากเรื่องโลกร้อนซึ่งเป็นประเด็นฮอตแบบไม่มีตกแล้ว
อีกหนึ่งหัวข้อสำคัญที่ได้ยินบ่อยไม่แพ้กัน คงหนีไม่พ้นเรื่องปากท้อง
และเงินทองในกระเป๋านะคะ
เคยสังเกตกันบ้างไหมคะ คนสองคน รายได้เท่ากัน คนหนึ่งมีเงินใช้สบายๆ
ไม่เดือดร้อน
ในขณะที่อีกคนมักบ่นเสมอว่าชักหน้าไม่ถึงหลัง ใกล้ปลายเดือนทีไร
เป็นต้องร้องหายาแก้ปวดหัว ปวดใจ กันได้ทุกที


แอบสังเกตหลายคนที่ชอบบ่นว่ามีเงินใช้แบบเดือนชนเดือนบ้าง
เงินเดือนไม่พอใช้บ้าง หรือถึงกับต้องมีการกู้ยืมมาเพื่อให้พอใช้บ้าง
พบว่า กลุ่มคนเหล่านี้ มีพฤติกรรมการใช้เงินแบบผิดๆ ที่คล้ายๆ กัน
พอจะสรุปเป็นข้อๆ ได้ดังนี้ค่ะ


*๑. ซื้อไว้ก่อนเพียงเพราะว่ามัน "Sales"*


พฤติกรรมนี้มักเกิดกับคุณผู้หญิงขาช็อปซะเป็นส่วนใหญ่
ซึ่งภูมิอกภูมิใจเป็นหนักหนากับการซื้อของได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาจริง
ยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งถือเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่เท่านั้น
โดยลืมนึกถึงประโยชน์ใช้สอยของสิ่งที่ซื้อว่าจำเป็นหรือไม่
สุดท้าย เมื่อไม่ได้ใช้งาน แม้จะซื้อมาได้ในราคา Sales 80%
ก็มีค่าไม่ต่างอะไรกับขยะ ๑ ชิ้น
ซึ่งไม่ควรค่าพอต่อการจ่ายแม้เพียงบาทเดียวด้วยซ้ำ ^^"


*๒. ประมาทกับของราคาต่ำ*


ของชิ้นใหญ่ราคาสูง คนซื้อมักรอบคอบและใช้เหตุผลมากในการจ่ายแต่ละครั้ง
ตรงข้ามกับของชิ้นเล็กราคาถูก เรามักไม่ใส่ใจมากนักในการควักกระเป๋า
แต่โปรดอย่าลืมว่า แม้ราคาจะน้อยนิด แต่ถ้าบ่อยครั้งเข้า
ก็มีผลต่อความมั่นคงของกระเป๋าสตางค์ได้มากเหมือนกัน
ไม่เชื่อลองคำนวณมูลค่าของเสื้อผ้า รองเท้า เข็มขัด กิ๊บติดผม น้ำยาทาเล็บ
และอีกจิปาถะ ที่เกินๆ อยู่ในตู้เสื้อผ้าของคุณดูสิคะ
รวมๆ กันแล้ว ถ้าเอาเงินจำนวนเดียวกันนี้มาซื้อผ้าห่มกันหนาวให้น้องบนดอย
จะได้ซักกี่ผืน
และพวกเขาจะมีความสุขกันมากขนาดไหน ^__^


*๓. ใช้เงินเพื่อเติมหลุมในใจ*


เคยไหมคะ ทะเลาะกับแฟน ไปช็อปปิ้ง เครียดกับงาน ไปช็อปปิ้ง เพื่อนขัดใจ
ไปช็อปปิ้ง ^^"
เรียกว่า ไปใช้เงินเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น หลังถูกบั่นทอนจิตใจ
จริงอยู่ เรามีเงินเพื่อซื้อความสุขให้กับตัวเอง
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า คุณจะสามารถใช้เงิน ซื้อ ซื้อ และซื้อ
ในทุกเวลาที่หัวใจมีรูโหว่ได้
โดยเฉพาะถ้าคุณไม่ใช่คนที่มีกำลังมากพอที่จะจ่ายเพื่ออะไรก็ได้แบบไม่ต้องคิดแล­้วล่ะก็


ความสุขจะเกิดขึ้นเฉพาะเวลาที่กำลังซื้ออยู่เท่านั้น
หลังจากนั้น จะตามมาด้วยทุกข์มหันต์และยาวนานจากการเป็นหนี้ค่ะ


*๔. บัตรเครดิต*


ในทางการเงิน คำว่า "เครดิต" มีความหมายเดียวกับคำว่า "หนี้" นะคะ
นั่นหมายความว่า ยิ่งมีบัตรเครดิตมากใบเท่าไหร่
คุณก็ยิ่งมีภาระหนี้สินมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อมีหนี้ก็ต้องมีดอกเบี้ย และดอกเบี้ยก็ไม่เหมือนดอกไม้ชนิดใดในโลก
ปล่อยให้บานที่ไหน เป็นได้ใจหายที่นั่น!


มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายที่ชอบบ่นว่าเงินเดือนไม่พอใช้
เมื่อได้ลองวางแผนการใช้เงินอย่างจริงจังแล้ว
มักจะพบว่า อันที่จริง ถ้าใช้เงินอย่างมีเหตุผล
ก็จะไม่ค่อยประสบปัญหาเงินขาดมือซักเท่าไหร่
นั่นแปลว่า ต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน
แต่อยู่ที่การวางแผนของผู้ใช้เงินเองต่างหาก


ในเมื่อเงินทองเป็นของมีจำกัด แต่กิเลสเป็นสิ่งไร้ขีดจำกัด
การพยายามใช้เงินเพื่อถมทะเลใจ จึงมีแต่จะทำให้เงินพร่องไป
ในขณะที่ใจไม่มีวันเต็ม


ใช้จ่ายคราวหน้า ก่อนเปิดกระเป๋าหยิบเงินหรือบัตรเครดิต
ลองใช้เวลาซักนิดมองเข้ามาที่ใจ หากไหวตัวทัน คุณอาจได้อุทานว่า....


*นี่เรากำลังจะยอมให้กิเลสเป็นนายอีกครั้งแล้วหรือ?*





Create Date : 07 มิถุนายน 2552
Last Update : 7 มิถุนายน 2552 3:53:42 น. 2 comments
Counter : 338 Pageviews.

 
sales จริงด้วยค่ะ เห็นคำนี้ทีไรเป็นต้องแวะไปดู
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดี ๆ ค่ะ


โดย: คุณย่า วันที่: 7 มิถุนายน 2552 เวลา:5:28:54 น.  

 
เห็นด้วยคะ แต่พอถึงเวลา ก็วิ่งหาของเซล เง้อ ขอให้มีความสุขในวันอาทิตย์นะคะ


โดย: บี๋ (Yushi ) วันที่: 7 มิถุนายน 2552 เวลา:13:34:25 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

rajasit
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]








helplink


http://bancha.bloggang.com

ทันสมัยและปลอดภัยเสมอด้วยระบบการป้องกันไวรัส พร้อมการอัพเดตโปรแกรมเป็นเวอร์ชั่นใหม่ตลอดเวลาโดยไม่ต้องกังวลเรื่องลืมอีกต่อไป กับ True IDC Chromebook

Posted by True IDC on 4 มิถุนายน 2015


sand e-mail ถึงเจ้าของ blog



Friends' blogs
[Add rajasit's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.