Bancha
Group Blog
 
All blogs
 

ความรักที่ไม่ต้องการความเหมือน....

ความรักที่ไม่ต้องการความเหมือน....

เรื่องของคน 2 คน …..ที่แตกต่างกันเกือบทุกด้าน
ยกเว้น.....ความรู้สึกที่มีให้กัน
เขาชอบดำ.......เธอชอบขาว
เขาชอบเพลงใต้ดิน........เธอฟังเพลงสบายๆ
เขาตัวสูง........เธอไม่สูง
เขาเรียนไม่เก่ง........เธอท็อปเกือบทุกวิชา
เขาเก่งกีฬา.........เธอไม่เคยวิ่งทันใครเค้า
เขาชอบเสียงเครื่องยนตร์........เธอเกลียดความเร็ว
เขาชอบฝน......เธอกลัวเสียงฟ้าร้อง
เขาเป็นคนเงียบๆ ไม่เรื่องมาก..........เธอร่าเริงและจำเป็นต้องมีคนอยู่รอบด้าน
เขาเก็บความรู้สึกและระบายลงสมุดบันทึก........เธออ่อนไหว ขี้เหงาและช่างรู้สึก
เขาน้ำตาซึมเพราะมองไม่เห็นค่าของตัวเอง.......เธอร้องไห้ให้ความเดียวดายที่เกาะกุมหัวใจ
เขาชอบเก็บตัวอยู่คนเดียวในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ.....เธอชอบมิตรภาพที่ใครต่อใครมอบให้

แต่กระนั้น …….. ผู้คนมากมายที่รายล้อมก็ไม่ได้ทำให้เธอหายว้าเหว่

ทุกครั้งที่เขาเหงา…….. เธอจะนั่งอยู่ข้างๆโดยไม่เรียกร้องความสนใจ
ทุกครั้งที่เธอร้องไห้ ……….เขาไม่มีคำปลอบโยนเพียงแค่กุมมือเธอไว้

ทุกครั้งที่เขามองเห็นเงาตัวเองในกระจก …..

เขาจะเห็นเพียงผู้ชาย...ที่ไร้ความสามารถและไม่มีความสำคัญกับใคร
แต่เธอกลับมองเห็นผู้ชายคนนึง.....ที่สามารถปกป้องเธอได้และมีค่ามากมายสำหรับเธอ

ทุกครั้งที่ฝนตก …….เธอจะนั่งหลบอยู่ในมุมหนึ่งของห้อง
ฝนพัดพาความเหงามาให้ เสียงฟ้าร้องเรียกความกลัวมาใกล้

แต่ทุกครั้งที่ฝนตก เขาจะโทรศัพท์หาเธอ และจะอยู่ตรงนั้น
จนกระทั่งฝนหยุดตก......แม้จะไม่ได้พูดอะไรกันเลยสักคำ

เขาและเธอ.....อยู่ด้วยกันในความเงียบ.....แต่ไม่เคยรู้สึกอึดอัด
เขาและเธอ.....อยู่ด้วยกันในความเงียบ.....แต่เหมือนกับได้พูดคุยกันตลอดเวลา

เขาและเธอ.....เหงาด้วยกัน.....แต่กลับรู้สึกอุ่นในใจ
เขาและเธอ.....เหงาด้วยกัน.....แต่กลับรู้สึกว่าตัวเองมีค่าขึ้น

ความรักไม่ต้องการความเหมือนกัน
แต่ ความรัก ต้องการการ Take Care ดูแล ใส่ใจไว้ใจและเข้าใจ

ใครไม่ส่งต่อแฟนทิ้ง




 

Create Date : 03 ตุลาคม 2549    
Last Update : 3 ตุลาคม 2549 6:17:34 น.
Counter : 359 Pageviews.  

ความรักของแม่

เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับ "มิสอุไรพร"
ครูที่มีจิตวิทยาสูงในการสอนเด็ก

รักใดไหนเล่าเท่ารักแม่...วีรกรรมสุดยิ่งใหญ่ของแม่ที่ลูกทุกคนต้องอ่าน!

ตึกเซนต์หลุยส์มารี โรงเรียนอัสสัมชัญ แผนกประถม ราวกลางปี พ.ศ.2539

มิสคะ
ช่วงพักเที่ยงจะมีผู้ปกครองมารอพบสองท่านที่หน้าห้องรับรองค่ะ
โทรศัพท์แจ้งจากห้องประชาสัมพันธ์ทำให้มิสอุไรพร นาคะเสถียร
ครูสาวประจำระดับชั้นป.4 รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย

เพราะจำได้ว่ามีการโทรนัดหมายจะมาพบจากคุณแม่ท่านหนึ่งเพียงท่านเดียวในวันนี้
เอ...ใครล่ะนี่ จะมีเรื่องอะไรรึเปล่านะ
เมื่อมิสอุไรพรเดินมาถึงหน้าห้องประชาสัมพันธ์
ครูสาวก็แทบยกมือรับไหว้จากสุภาพสตรีทั้งสองท่านไม่ทัน

หากก็รู้สึกแปลกใจที่เห็นคุณแม่ท่านหนึ่งยกมือไหว้แต่เพียงแขนข้างเดียว
อย่างไรก็ตามมิสได้เชิญคุณแม่ท่านแรก
เข้าไปคุยก่อนตามลำดับการนัดโดยเก็บงำความแปลกใจไว้

หลังจากคุยกับคุณแม่ท่านแรกเสร็จมิสจึงเชิญคุณแม่อีกท่านเข้ามาคุยในห้องรับรอง
ภาพแรกที่ได้เห็นชัดๆทำให้ครูสาวตกใจเล็กน้อย
แขนซ้ายของคุณแม่เป็นแขนเทียม คุณแม่มาปรึกษาเรื่อง การเรียนของลูก

เพราะไม่ได้มาในวันนัดพบผู้ปกครองประจำปีเมื่อต้นปีการศึกษาที่ผ่านมา
ลูกเขาไม่อยากให้มา เขาว่าเขาอายที่แม่ใส่แขนเทียม
กลัวโดนเพื่อนล้อแม่มาทีเพื่อนก็ล้อกันประจำว่าแม่แขนเดียว
แม่เป็นหุ่นยนต์เหรอ อะไรนี่น่ะค่ะ เลยไม่ได้มา
น้ำเสียงของคุณแม่แฝงแววเอ็นดูมากกว่าที่จะโกรธหรือไม่พอใจ
มิสอุไรพรขออนุญาตซักถามเกี่ยวกับสาเหตุที่คุณแม่ต้องใส่แขนเทียม

เมื่อได้ทราบความจริงทั้งหมดครูสาวก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องจัดการเรื่องที่
ลูกไม่ยอมรับและไม่เข้าใจแม่นี้โดยเร็ว
หากปล่อยเรื่องนี้ไป...ก็จะเป็นบาปอันหนักยิ่งติดตัวเด็กไปในภายหน้า
ทั้งตัวลูกชายและคนที่ล้อเพื่อนด้วย
ช่วงเย็นวันนั้นมีชั่วโมงลูกเสือแต่ฝนตกหนัก
มิสอุไรพรจึงได้โอกาสนำเรื่องนี้มาเล่าให้นักเรียนฟังในห้องเรียน
เรื่องราวที่ว่านั้น มีดังต่อไปนี้

วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2536
หลังวันแม่เพียงไม่กี่วัน...ครอบครัวหนึ่งได้เดินทางไปเที่ยวนากุ้งที่จังหวัด สตูล
ครอบครัวนี้ประกอบด้วยคุณพ่อ คุณแม่ และลูกชายอีกสามคนพวกเขาเดินชมนากุ้งไปตามทางเดินซึ่งเป็นคันดิน
ท่ามกลางบรรยากาศสดชื่นของธรรมชาติ
โดยคุณพ่อเดินนำหน้ากับลูกชายคนโตสองคน
ส่วนคุณแม่เดินตามหลังมากับลูกชายคนเล็ก
ทางเดินที่เป็นคันดินนั้นมีการแบ่งเป็นท้องร่องเพื่อติดตั้งระ
หัดวิดน้ำ
ซึ่งมีใบพัดทำจากเหล็กสูงจากคันดินราว 25ซม
คุณพ่อและลูกคนโตสองคนก็ข้ามท้องร่องแล้วเดินนำต่อไปข้างหน้า
ไม่มีใครฉุกใจคิดระวังถึงเหตุร้าย
แต่แล้วลูกชายคนเล็กกลับก้าวพลาดล้มลงไปในท้องร่อง
ขากางเกงเข้าไปติดกับร่องของระหัดวิดน้ำที่กำลังหมุนอยู่
และฉุดขาของลูกทั้งสองข้างเข้าไปในใบ
พัดเหล็ก ถ้าเป็นพวกคุณ น้องตกลงไปอย่างนี้คุณจะทำอย่างไร

มิสหยุดเรื่องไว้ก่อนเพื่อซักถาม มองหน้าเด็กนักเรียน
ทั้งห้องที่นั่งเงียบกริบ หน้าซีด โดยเฉพาะ ลูกชาย ของคุณแม่ท่านนั้น
ทุกคนตกตะลึงใช่มั้ย คิดไม่ทันใช่มั้ย
แต่นักเรียนรู้มั้ยว่าคุณแม่ท่านตัดสินใจทำอย่างไร
คุณแม่ไม่ยอม เสียเวลาคิดอะไรเลย
ท่านรีบยึดดึงตัวลูกเอาไว้แล้วเอาแขนซ้ายที่ว่างอยู่เข้าไปขวาง
ใบพัดเหล็กไว้ ก่อน...

ใบพัดจึงหมุนเอาแขนของคุณแม่เข้าไป...คนงานที่เห็นเหตุการณ์รีบปิดเครื่องทันที
แต่แรงเฉื่อยทำให้ใบพัดยังหมุนต่อด้วยกำลังแรง...แรงจนกระชากแขนซ้ายของคุณแม่
ขาดสะบั้นลง!

คุณแม่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสสติสัมปชัญญะดับวูบลงในทันที
ท้องร่องทั่วบริเวณแดงฉานไปด้วยเลือด...เลือดของแม่...
ใบพัดเหล็กยังหมุนต่อไปอีกเล็กน้อยและบดเอาขาทั้งสองข้างของลูกชายคนเล็กจน
กระดูกหัก ...แต่ไม่ขาด
ไม่ขาด...เพราะแขนซ้ายของแม่ขาดแทน...ไม่ขาด...เพราะแม้จะไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ
มือขวาของคุณแม่ก็ยังยึดตัวลูกเอาไว้แน่น...ไม่ยอมปล่อย...

คุณพ่อและลูกคนโตทั้งสองคนหันกลับมามองตามเสียงตะโกนเอะอะโวยวายของคนงาน
พร้อมๆกับเสียงกรีดร้องของคุณแม่
ภาพที่เห็นทำให้พวกเขาช็อกจนแทบสิ้นสติ!
คุณพ่อกระโจนพรวดเดียวถึงตัวคุณแม่และลูกน้อย
แต่...มันสายเกินไปแล้ว!
สิ่งเดียวที่ทำได้คือรีบพาสองแม่ลูกส่งโรงพยาบาลทันที
ผลของการรักษาคือคุณแม่ต้องใส่แขนเทียมแทนแขนซ้ายที่ขาดไป

ส่วนลูกคนเล็กที่ขาหักต้องอยู่โรงพยาบาลนานราวสามเดือนจึงสามารถเดินเหินได้เป็น
ปกติ มิสอุไรพรกวาดสายตามองไปรอบๆห้องถามขึ้นอีกว่า
นักเรียนคิดว่าคุณแม่ท่านนี้กล้าหาญมั้ยคะ
กล้าหาญมาก เด็กๆพากันตอบเป็นเสียงเดียวกันพลางพยักหน้า
หลายๆคนยังหน้าซีดเซียวเมื่อนึกภาพเหตุการณ์ไปตามที่ครูเล่า
มิสมองหน้า ลูกชาย ของคุณแม่แล้วบอกต่อว่า

นักเรียนทราบมั้ยว่าคุณแม่ท่านนี้เป็นคุณแม่ของเพื่อนเราในห้องนี้เองไหน
ใครเป็นลูกของคุณแม่ท่านนี้ยืนขึ้นให้เพื่อนเห็นหน่อยสิ
เด็กนักเรียนคนนั้นยืนขึ้น ท่ามกลางเสียงปรบมือของเพื่อนทั้งห้อง
วันนี้เมื่อคุณกลับไปบ้านมิสฝากเรียนคุณแม่ด้วยว่าพวกเราชื่นชม
และยกย่องท่านมากจริงมั้ยพวกเรา
จริงครับๆ ใช่ครับๆ เสียงเล็กๆตอบมาเป็นทางเดียวกัน
มิสได้ทราบมาว่ามีหลายๆคนไปล้อเลียนเพื่อน ไหน
คนไหนบ้างคะที่เคยล้อคุณแม่เขา
ถ้ามีเราเป็นลูกผู้ชายต้องกล้ารับค่ะ
มีนักเรียน 3-4 คนยืนขึ้น สีหน้าของแต่ละคนซีดเซียวอย่างสำนึกผิด
มิสอุไรพรมองหน้าของเด็กกลุ่มนี้อย่างอ่อนโยน ถามว่า
ดีมากนักเรียน ตอนนี้คุณคงอยากพูดอะไรกับเพื่อนใช่มั้ยคะ
เด็กชายกลุ่มนั้นเดินเข้าไปโอบกอดคอแล้ว
กล่าวขอโทษเพื่อนด้วยความจริงใจ ครูสาวน้ำตาคลอ
ยืนมองภาพนั้นด้วยความปลาบปลื้มยินดีหนักใจอยู่เหมือนกันว่า
หากถามขึ้นมาแล้วไม่มีใครยอมรับว่าเคยล้อเพื่อน...จะทำอย่างไร?

เธอไม่เคยผิดหวังในตัวนักเรียนอัสสัมชัญและจนถึงเวลานี้ก็ยังคงไม่ผิดหวัง
ใครเล่า...จะเข้าใจความเจ็บช้ำขมขื่นในหัวใจเล็กๆของเด็กชายคนหนึ่ง
ที่ถูกเพื่อนล้อเลียนประสาเด็กโดยไม่ทันคิด

หากบัดนี้...ความรักของแม่และน้ำใจของเพื่อนได้สลายปมด้อยในใจของเด็กคนนี้ลงจน สิ้นแล้ว
เหลือเพียงความรักและภาคภูมิใจในตัวคุณแม่เท่านั้น
เมื่อหมดชั่วโมงเรียน มิสอุไรพรได้เรียกตัว ลูกชาย เข้าไปคุยอีกครั้ง
วันนี้เรามีอะไรในใจที่คิดว่าควรพูดกับคุณแม่มั้ยคะ
ด็กคนนั้นนิ่งคิดไปชั่วครู่ก่อนจะตอบเสียงสั่นปนสะอื้นไห้ว่า
ผม...ผมจะไปขอโทษคุณแม่
แล้ว...แล้วบอกคุณแม่ว่าผมรักคุณแม่ที่สุดในโลกเลยครับ
รู้มั้ยน้ำนมหยดหนึ่งซึ่งไหลมาต้องใช้น้ำตาหยาดเหงื่อสักเท่าไหร่

บอกแม่เถอะนะ บอกทุกวัน ว่ารักท่านมากมาย
กอดแม่เถอะนะ ให้คุ้นเคย กอดเลยไม่ต้องอาย
ก่อนไม่มีแม่ให้กอด... (เพลง ก่อนไม่มีแม่ให้กอด) คุยกับผู้เขียน

* เรื่องราวนี้ถ่ายทอดจากบทความหนึ่งของอัสสัมชัญสาส์นฉบับเดือนสิงหาคม
พ.ศ. 2540
ซึ่งเขียนโดยมิสอุไรพร นาคะเสถียร
เป็นเรื่องจริงของครอบครัวหนึ่งที่มิสบังเอิญทราบมาจากการ
ได้พบคุณแม่ตามที่เล่าไว้
บทความต้นฉบับเป็นการบรรยายเรื่องธรรมดาแต่ผมนำมาเล่าใหม่
โดยเขียนในลักษณะจำลองเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นมาเพื่อให้เห็นภาพ
และได้รับความประทับใจครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของผู้เขียนเดิม
ใครอยากทราบชื่อและนามสกุลของคุณแม่ท่านนี้
สามารถไปค้นอ่านได้จากอัสสัมชัญสาส์นฉบับดังกล่าว
ทั้งนี้ผมขอไม่บอกไว้ ณ ที่นี้เพราะไม่ได้ขออนุญาตจากครอบครัวดังกล่าวให้เปิด เผยได้
เพียงนำเรื่องราวมาให้ได้ชื่นชมกันเท่านั้น
ใครรักแม่...อ่านจบแล้ว...อย่าลืมไปกอดแม่นะครับ
กอดแน่นๆ หอมแก้มซ้ายแก้มขวา หอมแล้วหอมอีก
หอมหลาย ๆ ที...รักมากแค่ไหนหอมเข้าไปแค่นั้น

* ความรักในโลกนี้ใดๆเล่า จะเท่ารักของแม่ที่บริสุทธิ์และจริงแท้แน่นอนที่สุด...
กว่าเราจะรู้ซึ้งถึงความรักที่แท้จริงของแม่ ก็ต่อเมื่อเราอยู่ในเหตุการณ์คับขัน แทบเอาชีวิตไม่รอด
ไม่มีคำว่า สายเกินไปที่จะบอกรักท่าน และตอบแทนบุญคุณท่านทุกวิถีทางเท่าที่ทำได้




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2549    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2549 8:15:33 น.
Counter : 330 Pageviews.  

เกมแห่งความรัก


นานมาแล้วชั้นเคยถูกจับให้ไปเล่นเกมๆ นึงแบบที่ชั้นไม่เต็มใจ
แต่พอเล่นไปแล้วก้อประทับใจมากเลยที
เดียว มันเป็นเกมเกี่ยวกับความรัก...

...มีคนตั้งขึ้นมาว่า จะมีสะพานไม้เล็กๆ อยู่

ให้เดินไปจนถึงโดยที่หลับตา
ถ้าใครสามารถเดินไปถึง
ได้โดยไม่ตกลงมา
คุณและคู่รักของคุณจะเป็นเนื้อคู่กันตลอดไป...

ทุกคนจึงพยายามเดินแล้วหลายรอบ แต่ก้อตกลงมาทุกที
บางคนถึงกับคิดว่าชั้นคงไม่มีเนื้อคู่แล้วล่ะสิ

จนมีคนๆ นึงเดินไปถึง และไม่ตกลงมา
ทุกคนก้อถามว่าเดินยังไงหละถึงไม่ตก..พอคนๆ
นั้นตอบทุกคน

ก้อเงียบไปเลย

เค้าบอกว่า "ชั้นแอบลืมตาเดินไง"...

ลองคิดดูดิ

เพื่อความรัก ทุกคนยอมหลับตา..และยอมปฏิเสธสิ่งต่างๆ
ที่ทุกคนผ่านมัน
โดยไม่มองอะไรเลย..เค้า
สั่งให้หลับตาเดินก้อยอม
แล้วมันจะไปถึงได้อย่างไร..ในเมื่อตาเรามองไม่เห็นทาง..เวลามีความรัก
ลองเปิดตามองให้ไกล..
อย่าปล่อยให้ความรักทำให้ตาบอด..ถึงแม้ลืมตาเดินแล้วยังตกลงมาอีกก้อคงไม่
เจ็บเท่าตกลงมาเพราะหลับตาเดิน..เพราะเราจะรู้ว่าต้องตกท่าไหนจึงจะเจ็บน้อยที่สุด..........
จิงม่ะ





 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2549    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2549 7:31:08 น.
Counter : 354 Pageviews.  

เด็กหญิงความรักกับนายรองเท้า














 

Create Date : 19 กรกฎาคม 2549    
Last Update : 19 กรกฎาคม 2549 7:55:24 น.
Counter : 450 Pageviews.  

ข้อดีของการเป็น " คนไม่มีแฟน "

ข้อดีของการเป็น " คนไม่มีแฟน "

มาช่วยกันคิดหน่อยเถอะค่ะ แบบว่าปลอบใจตัวเอง

1.มีเวลาทำอย่างอื่นนอกจากดูหนัง คุยโทรศัพท์

2.มีเวลาอยู่กับเพื่อนมากขึ้น

3.กลับบ้านดึกก็ได้ไม่ต้องโทรรายงานใคร

4.ไม่ต้องทะเลาะกับใคร ไม่สุขมากแต่ก็ไม่ทุกข์แล้วกัน

5.ประหยัดค่าใช้จ่าย แบบว่าไม่รู้จะไปเที่ยวไหน

6.ร้องเพลงคนไม่มีแฟนของพี่เบิร์ดได้อย่างสะใจ

8. คอยสมน้ำหน้าคนมีแฟนแล้วไม่สุข

9.ไม่ต้องคอยเอาใจคนอื่น

10.ไม่ต้องพบเพื่อนของแฟนที่เราไม่อยากรู้จัก

11.ไม่ต้องรักสุนัขของแฟน

12.ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาแย่งแฟนเรา

13.มีคนคอยเป็นห่วงเยอะ (และคอยถามว่าทำไมไม่มีแฟน)

14. ไม่ต้องคอยหึงหวง

15. ไม่ต้องห่วงว่าเค้าจะสบายดีรึเปล่า

16. มีเวลาให้ตัวเองเต็มที่

17. ไม่ต้องฟังคำว่า "อนาคตของเรา"

18. ไม่ต้องอกหัก อันนี้สำคัญมาก

ท่านใดมีข้อเพิ่มที่ดีๆ ไหมคะ

ข้อความนี้ คัดลอกมาจาก

http://www.phapsauy.com/Story/Story_012.htm ที่นี่

ขอถือโอกาส ขออนุญาต จากท่านเจ้า(ต้นฉบับ)ด้วยนะครับ

ขอบคุณครับ




 

Create Date : 18 กรกฎาคม 2549    
Last Update : 18 กรกฎาคม 2549 4:26:30 น.
Counter : 412 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  

rajasit
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]








helplink


http://bancha.bloggang.com

ทันสมัยและปลอดภัยเสมอด้วยระบบการป้องกันไวรัส พร้อมการอัพเดตโปรแกรมเป็นเวอร์ชั่นใหม่ตลอดเวลาโดยไม่ต้องกังวลเรื่องลืมอีกต่อไป กับ True IDC Chromebook

Posted by True IDC on 4 มิถุนายน 2015


sand e-mail ถึงเจ้าของ blog



Friends' blogs
[Add rajasit's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.