กลับมาใช้ชีวิตบนบกอีกครั้ง




ฉันหายไปนานนนนนนนนนนนนน จนตัวฉันเองก็เกือบจะลืมบล็อกของตัวเองไปแล้ว บล็อกที่แล้วเมือเดือนกว่าๆ ฉันทิ้งท้ายเรื่องทริปล่องคลองฝรั่งเศสเอาไว้ แล้วก็โม้จนแมงเม้ายังอายว่าจะเอามาอวดมาเล่าในบล็อกหน้า ก็อยากจะยืดอกรับแบบลูกผู้หญิงยิงเรือว่าทริปล่ม เมื่อเดือนที่แล้วฉันกลับมาเอาวีซ่าที่ต่อไว้ที่เมืองลา โรแชล ตอนขากลับสามีนัดหมอไว้ที่โรงพยาบาลที่บอร์กโดซ์ กะให้หมอช่วยบอกหน่อยว่าจะรักษาแผลที่เท้าที่มันลุกลามจนเป็นรูเนี่ยด้วยวิธีการแบบไหนดี สามีฉันหายเข้าไปจิ๊จ๊ะกับศัลยแพทย์ประมาณสี่สิบห้านาที กลับออกมาท่าทางเบลอๆ งงๆ เดินเข้าออกแผนกโน้นแผนกนี้ อีเมียก็เดินตามงงๆ จนได้รับคำตอบที่แอบเผยเป็นเครื่องหมายคำถามในดวงตาเรียวๆ ให้สามีเห็นว่า ต้องผ่าตัดในอีกสิบวันข้างหน้า ตาเรียวๆ เมื่อสักครู่เลยกลายเป็นตาค้างไปซะ จัดการเอกสารเสร็จศัพท์ ระหว่างเดินทางลงใต้เพื่อกลับไปที่สองคนผัวเมียเริ่มมีคำถามเยอะแยะมากมายว่าจะเอายังไงดี อุตส่าห์ล่องคลองลงไปต้องร้อยกว่ากิโล ฝ่าฟันประตูน้ำมากว่าสิบประตู แผนทั้งหมดล่มไม่เป็นท่า แต่จะทำยังไงได้ มันก็สุดวิสัย เรื่องสุขภาพคงต้องมาก่อน พวกฉันเลยต้องคิดกันหัวปั่นเคร่งเครียดอยู่หลายวันว่าจะเอายังไงดี ตอนแรกก็กะว่าคงต้องล่องย้อนกลับมาบอร์กโดซ์ สิบวันก็น่าจะพอ ก็เล็งโป๊ะที่กะจอดเรือระหว่างพักฟื้น และต้องไปทำแผลที่โรงพยาบาลทุกสองวัน กลับขึ้นมาเอารถที่ลา โรแชล ก็เตรียมการกันไป แต่แล้วแม่สามีก็ยื่นข้อเสนอมาให้กลับมาพักที่อพาร์ตเม้นท์ที่แม่สามีให้เช่า พอดีว่าว่าคนเช่าออกพอดี นั่งคิดกัน หยิบกระดาษขึ้นมาหนึ่งแผ่น ทำข้อดีข้อเสียอย่างที่พวกฉันมักทำอยู่บ่อยๆ เวลาตัดสินใจอะไรลำบาก สุดท้ายก็ได้คำตอบ คือการกลับมาอยู่ลา โรแชลจะดีกว่า เพราะเขาเดินลำบาก เหลือแค่ขาเดียว จะโดดขึ้นโดดลง มุดเข้ามุดออกบนเรือก็ลำบาก แถมไปไหนไม่ได้ ไม่มีทีวี ไม่มีอินเตอร์เนต ทำได้แต่อ่านหนังสือ ระหว่างพักฟื้นเขาคงได้ไปรักษาโรคประสาทเพิ่มอีกโรค ด้วยเหตุนี้พวกฉันเลยกลับมาใช้ชีวิตอยู่บนบกอีกครั้ง จากวิวต้นไม้ น้ำ นก เป็ด ปลา กลายเป็นกำแพงรอบด้าน หน้าต่างสี่ห้าบานรอบตัว ฉันเลยเกิดความรู้สึกแปลกๆ ไม่คุ้นชิน รู้สึกเหมือนตัวเองถูกขัง แต่ก็มีข้อดีคือ มีเนตใช้ ได้อาบน้ำทุกวัน ไม่ได้ลิ้มรสน้ำฝักบัวอุ่นๆ มานาน ก็ดีอกดีใจตามประสา...ส่วนเรือของเรา พวกฉันจำใจจอดไว้ริมคลองที่เมือง Castets-en-Dorth โดยมีเพื่อนสองสามีภรรยาที่เรารู้จักระหว่างล่องเรือเป็นหูเป็นตาให้ ทั้งสองคนอาศัยอยู่บนเรือส่งสินค้าทางน้ำจืดที่เอามาดัดแปลงเป็นที่พักอาศัย อย่างที่เห็นกันเยอะแยะในแม่น้ำแซนที่ปารีส พวกฉันก็เบาใจไป

แต่ทริปนี้ก็ไม่ได้ล้มเลิกไปเลย แค่ขอหยุดพักสักสองสามเดือน เพราะเขาต้องผ่าตัดรอบสอง กว่าจะเดินได้ก็อีกเดือนนึง ส่วนเดือนสิงหาเป็นเดือนอันตราย นักท่องเที่ยวล้นคลอง คลองก็แคบนิดเดียว แต่เรือลำเบ้อเริ่ม สวนกันไปมา แถมบางคนใช้เรือเช่า ไม่ได้ประสีประสาเรื่องเรือ บางคนก็ขับเรือเป็นครั้งแรกในชีวิต ก็ใส่กันเต็มที่ พวกฉันเลยขอบายไม่เอาเรือตัวเองไปเสี่ยงให้คนอื่นพุ่งเข้ามาชน เพราะแค่บาดแผลจากการผ่านประตูกั้นน้ำก็เจ็บช้ำมากพอ กระแทกซ้ายขวาจนกลัวว่าจะบุบบีเป็นกระป๋องอาหารก่อนถึงที่หมาย ขืนเจอเรือลำอื่นเข้ามาสะกิดเป็นระยะๆ คงไม่ไหว เลยขอไปต่อตอนเดือนกันยาดีกว่า แต่เส้นทางคงต้องเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย จากเดิมที่กะจะล่องทวนแม่น้ำโรนไปถึงลียง ขอเปลี่ยนแผนลงใต้ ไปจ่อรอที่ปากทะเลเมดเตอเรเนียนเลยดีกว่า ไหนอากาศจะอบอุ่นกว่า ไหนจะง่ายต่อการออกทริปมุ่งหน้าสู่สเปนครั้งต่อไป เอ้า...นี่ฉันโม้อีกแล้วนะเนี่ย ไว้ฉันค่อยเอาเรื่องล่องเรือมาเล่าสู่กันฟังใหม่ในอีกสองเดือนข้างหน้า จะเล่าเส้นทางที่ผ่านมา ความจำปลาทองอย่างฉันก็ลืมไปเยอะทีเดียว ฉันพยายามจะเขียนเก็บไว้แล้วเอามาอัพบล็อก แต่ไม่สามารถ เพราะต้องประหยัดแบตเตอรี่ในเรือ เอามาใช้ทิ้งขว้างมากไม่ได้ ยิ่งก่อนหน้านี้ไม่มีที่ชาร์ตแบตที่เสียบกับที่จุดบุหรี่แบบที่ใช้ในรถยนต์ยิ่งต้องระวังอย่าให้แบตคอมพ์หมด พอช่วงหลังมีที่ชาร์ตแบตไฮโซก็ไม่ทันได้ใช้ ต้องสละเรือแล้วยกพลขึ้นบกซะก่อน...

ฉันมานั่งคิดแล้ว ฉันว่าบางทีชีวิตคนเราก็อย่าไปวางแผนเตรียมการอะไรมากมายนักเลย เอาแค่พอเป็นเส้นทางให้เราไม่หลงทางก็พอมั้ง จะใส่รายละเอียด ติดป้ายซ้ายขวาทุกขั้นตอน มันก็ใช่ว่าจะได้เดินไปตามรายละเอียดที่วางไว้ซะทีเดียว สุดท้ายก็มานั่งตีอกชกลม ผิดหวังที่ไม่ได้ทำตามที่ตั้งใจ ทำตอนนี้ให้ดีที่สุดดีกว่า อย่างน้อยเราก็ได้ดีใจและมีความสุขกับสิ่งที่เราทำจริงๆ ส่วนไอ้ที่ยังไม่ได้ทำ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมบวกกับความตั้งใจจริง ยังไงซะเราก็ต้องได้ทำมันอยู่ดี



Create Date : 24 มิถุนายน 2554
Last Update : 24 มิถุนายน 2554 5:40:29 น.
Counter : 257 Pageviews.

5 comments
  
เข้ามาอ่าน...ชีวิตในเรือ...น่าสนุกและมีสีสันจังเลยค่ะ

เห็นข้างบล็อก...อ๊ะ...เด็กพิด'โลก...มช.อีก...สงสัยเด็กเฉลิมขวัญแน่ๆ แอบดูรูป...นึกไม่ออกว่าลูกบ้านไหน? เราก็เด็กตลาดพิด'โลกเหมือนกันค่ะ ทั้งตลาดเหนือและตลาดใต้

โดย: tuktikmatt วันที่: 24 มิถุนายน 2554 เวลา:7:29:41 น.
  
แวะมาเยี่ยมค่ะ ทักทายเช้าวันศุกร์สุดสัปดาห์นี้ค่ะ

ไปเยี่ยมบล็อกของน้ำชาได้ค่ะ ThaiLand Travel l สถานที่ท่องเที่ยว
โดย: nonguide วันที่: 24 มิถุนายน 2554 เวลา:8:27:59 น.
  
แวะมาเที่ยวด้วยคนคร่า( ได้แค่ในฝัน555)
โดย: phaclam วันที่: 24 มิถุนายน 2554 เวลา:20:57:13 น.
  
ไม่เป็นไรนะครับ รักษาแผลให้หายก่อน
โชคดีที่หาหมอและผ่าตัดอย่างทันท่วงที

อยู่บนบกก็สบายไปหลายอย่างนะครับ
เอาไว้พร้อมค่อย ผจญภัยต่อ

อีกหลายเดือนในการเตรียมตัว
จะคอยตื่นเต้นต่อครับ
โดย: bayesian วันที่: 9 กรกฎาคม 2554 เวลา:1:10:43 น.
  
Tuktikmatt น้องอยู่หน้าสถานีตำรวจติดท๊อปแลนด์แต่ตอนนี้กลายเป็นธกรุงไทยไปซะแล้ว. เป็นรุ่นหลานคร้า
โดย: Jj IP: 115.67.64.159 วันที่: 17 สิงหาคม 2555 เวลา:21:24:06 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Tibou
Location :
Phisanulok  France

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เด็กอ้วนถือกำเนิดกลางตลาดเมืองสองแคว เมื่อ 31 ปีที่แล้ว จากนั้นก็ชีพจรลงเท้าไปเรียนประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ด้วยแรงบันดาลใจอะไรสักอย่างชีพจรก็พาสองเท้าเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังเมืองน้ำหอมพร้อมกับความตั้งใจที่จะพูดภาษาฝรั่ีงเศสที่ใฝ่ฝันอยากเรียนสมัยมัธยมให้ได้ แล้วอุบัติรักกับหนุ่มเมืองน้ำหอม(สามีสุดเลิฟ)ก็เกิดขึ้น ปัจจุบันย้ายกลับมาอยู่ฝรั่งเศสอีกครั้งพร้อมทำหน้าที่แม่บ้าน กรรมกร(บนเรือ)กับสามีอันเป็นที่รัก พร้อมกับพยายามสานฝันอาชีพนักแปลให้สำเร็จ เพื่อให้นักอ่านบ้านเราได้มีโอกาสสัมผัสวรรณกรรมฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น สองคนผัวเมียตั้งฝันเดินทางรอบโลกด้วยเรือลำน้อยของเราในอีกสามปีข้างหน้า จุดหมายไปทางยังไม่ระบุ ที่แน่ๆขั้วโลกอยู่นอกเส้นทาง