วันจ่าย
กลับมาบ้านพ่อสามีตั้งแต่คืนวันเสาร์ เพิ่งจะมีเวลานั่งนิ่งๆหน้าคอมพ์ก็วันนี้เอง วันอาทิตย์พบปะสังสรรค์เพื่อนๆพ่อสามี ตามด้วยไปเยี่ยมทักทายคุณยายสามีอายุ 84 ปีแล้ว แต่ยังฟิ๊ตเปรี๊ยะอยู่เลย สิ้นสิ้นภาระกิจวันอาทิตย์ด้วยการไปเจอเพื่อนรักสามีที่่อาศัยอยู่ที่สเปนแล้วกลับมาเที่ยวบ้าน ปรับทุกข์เรื่องหัวใจอยู่หลายชั่วโมง ความรักก็อย่างนี้แหล่ะ ทั้งสุขทั้งเศร้า สำหรับคู่ของฉัน เราสองคนคิดว่า ไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับความรัก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามีความรักให้กัน ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี ฉันไม่ได้หมายถึงความรักของคนสองเพศเท่านั้น แต่ฉันหมายถึงความรักทั่วๆไป ถ้าไม่มีความรัก ความเกลียดก็จะเข้ามาแทรก ต่อด้วยความกลัวที่จ่อเท้าเข้ามาใกล้

เมื่อเช้าฉันมีนัดเอ็กซเรย์หลังที่ปวดเมื่อยมากกว่าสิบปี สร้างความทรมานอยู่บ่อยๆ ฉันจึงตัดสินใจไปตรวจดูสักทีว่าเป็นอะไรแน่ ผลออกมาว่าปกติดีไม่มีอะไรแตกหัก บุบสลาย มีปัญหาที่กล้ามเนื้อมากกว่า หมอบอกว่าน่าจะเป็นเพราะการวางท่าทางต่างๆ ไม่ถูกสุขลักษณะ ทำให้ปวดแถมช่วงต้นคอนูนขึ้นมาเหมือนอูฐอย่างที่สามีฉันสังเกตเห็นก็มีสาเหตุมาจากเรื่องนี้ หมอจึงเขียนใบสั่งเจาะเลือดเพื่อวินิจฉันให้ละเอียดขึ้น ตามด้วยใบสั่งไปทำการปรับบุคลิกภาพกับนักกายภาพบำบัดอาทิคย์ละครั้ง สุดท้ายสามีดีอกดีใจมากคือ สั่งให้ฉันไปออกกำลังกายบ้าง ว่ายน้ำหรือเข้ายิมฯ ทั้งหมดนี้หมดไป 118 ยูโร ต๊กใจ(ดีนะที่ฝรั่งเศสเป็นรัฐสวัสดิการ เลยได้เงินคืนจากประกันสังคม)... นอกจากจะไม่ได้มีอะไรร้ายแรงแล้ว ยังต้องไปทำการปรับบุคลิกภาพอีก คิดในใจว่ามันจะได้ผลเร้อ แต่เอาเหอะ...ลองดู เผื่อจะดีขึ้น มีอย่างนึงที่ตื่นตาตื่นใจในวิทยาการการเียนคำวินิจฉัยโรคของหมอฝรั่งเศส ฉันว่าไม่ใช่ทุกคนหรอกที่ทำแบบนี้ นั่นคือ เดี๋ยวนี้ไม่ต้องใช้ปากกาเขียนลงกระดาษหรือพิมพ์ลงในคอมพ์แล้ว เค้าใช้วิธีพูดใส่ไมค์แล้วตัวหนังสือก็ขึ้นมาบนหน้าจอเอง โอ้...อเมซิ่งมาก ฉันเคยได้ยินเรื่องโปรแกรมการใช้เสียงแบบนี้มาก่อน แต่เพิ่งจะเคยเห็นกะตาตัวเองก็วันนี้เอง ต่อไปมนุษย์คงไม่ต้องกินข้าวก็อิ่มได้แล้วล่ะ ฉันว่า




หลังจากจ่ายเงินเดินออกมาจากคลีนิก ฉันมีนัดไปลองเสื้อกันหนาว กันฝน กันลมหรือจะเรียกอะไรก็แล้วแต่ที่ฉันสั่งไว้เมื่อสองอาทิตย์ก่อน สรุปได้อุปกรณ์คุ้มกันร่างกายบนเรือสีน้ำเงินเข้มมาหนึ่งตัว จ่ายเงินแล้วเดินออกมากระเป๋าเบาขึ้นเยอะ แหะๆๆๆๆ

อ้อ...เมื่อเช้าฉันลงมือโทรฯไปอมรินทร์ตามเรื่องหนังสือที่จะแปลกับคุณติ๊ด และถือโอกาสทำความรู้จักด้วยเลย เพราะต่อไปฉันต้องทำงานกับเขา สรุปว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เหลือแค่รอคุณแอนกลับจากเยอรมันวันพุธนี้เพื่อมาคอนเฟิร์มการเริ่มแปลเท่านั้น โล่งใจไปหนึ่งงาน ตอนนี้ต้องเตรียมพร้อมสำหรับงานแปลเล่มสอง ตั้งใจเป็นมั่นเหมาะว่าจะทำให้ดีกว่าเล่มแรก ตอนแปลเล่มแรกทำงานประจำไปด้วย ชีวิตตอนนั้นเลยงงๆ ตอนนี้มีงานเดียวต้องเต็มที่หน่อย แต่ก่อนอื่นฉันคิดว่าจะอ่าน La valse lente des tortures ของ Katherin Pancol ซึ่งเหลืออีกร้อยหน้าให้จบ ฉันกะว่าจะลองทำเรื่องย่อเรื่องนี้เสนอสำนักพิมพ์ดู จริงๆแล้วเล่มนี้เป็นเล่มต่อของ Les yeux jaunes des crocodiles ฉันอ่านแล้วก็ชอบ ชีวิตผู้หญิงวัยกลางคนๆหนึ่งที่มีชีวิตเรียบง่าย มีครอบครัว มีลูก มีสามี จู่ๆก็มีอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตเธอมากมาย จากคนที่อ่อนแอกลายเป็นคนเข้มแข็ง แล้วสร้างทุกอย่างขึ้นด้วยมือของเธอเอง แต่ความเป็นคนดีของเธอกลับมีแต่คนเอาเปรียบ เรื่องนี้มีทั้งความรัก ความแค้น ความชิงชัง อิจฉาริษยา ทุกอย่างที่สามารถมีอยู่ในตัวมนุษย์คนหนึ่ง ผู้แต่งใส่ซะหมดเลยทีเดียว ขนาดตัวฉันเองอ่านไปยังอินขนาดมีอารมณ์ร่วมทุกตอน ถึงขนาดหดหู่ไปเลยยังมี พอเล่มสองเริ่มมีเรื่องของความรักให้ดูกุ๊กกิ๊กมากขึ้น แต่ติดอยู่ที่แต่ละเรื่องเล่มหนามาก 600 กว่าหน้า และรู้สึกว่าจะมีเล่มสามต่ออีก ที่สำคัญฉันยังไม่รู้จะเอาดไปเสนอสำนักพิมพ์ไหน นอกจากอมรินทร์แล้วฉันยังไม่รู้จักใคร แม้จะเคยเสนองานแปลไปหลายสำนักพิมพ์ แต่ยังไม่มีที่ไหนเปิดรับฉัน ยังไงซะฉันจะท้อไม่ได้ ฉันถือคติว่า ไม่มีงานอะไรวิ่งเข้ามาหาเรา มีแต่เราที่ต้องวิ่งเข้าหางาน...




Create Date : 12 ตุลาคม 2553
Last Update : 12 ตุลาคม 2553 3:51:18 น.
Counter : 168 Pageviews.

2 comments
  
สวัสดีค่า

เล่มเต่าและเล่มจรเข้ อ่านแล้วค่ะ ชอบตอนแรกๆ เหมือนกำลังมาเสียดีเชียว แต่ตอนหลังๆ รู้สึกเข้ารกเข้าพง แหะๆๆ

ถ้าอยากทำ นอกจากอมรินทร์แล้ว ลองทำเสนอ สนพ. วงกลม ดูนะคะ
โดย: มิว IP: 116.48.42.124 วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:7:05:08 น.
  
ว่างๆ เอาphotoshopมาเล่นหน่อยนะ รูปอะไรจะได้สวยๆกะเค้าบ้าง ไม่วัยรุ่นเลย
โดย: แอร์ IP: 173.59.85.3 วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:22:23:08 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Tibou
Location :
Phisanulok  France

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เด็กอ้วนถือกำเนิดกลางตลาดเมืองสองแคว เมื่อ 31 ปีที่แล้ว จากนั้นก็ชีพจรลงเท้าไปเรียนประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ด้วยแรงบันดาลใจอะไรสักอย่างชีพจรก็พาสองเท้าเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังเมืองน้ำหอมพร้อมกับความตั้งใจที่จะพูดภาษาฝรั่ีงเศสที่ใฝ่ฝันอยากเรียนสมัยมัธยมให้ได้ แล้วอุบัติรักกับหนุ่มเมืองน้ำหอม(สามีสุดเลิฟ)ก็เกิดขึ้น ปัจจุบันย้ายกลับมาอยู่ฝรั่งเศสอีกครั้งพร้อมทำหน้าที่แม่บ้าน กรรมกร(บนเรือ)กับสามีอันเป็นที่รัก พร้อมกับพยายามสานฝันอาชีพนักแปลให้สำเร็จ เพื่อให้นักอ่านบ้านเราได้มีโอกาสสัมผัสวรรณกรรมฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น สองคนผัวเมียตั้งฝันเดินทางรอบโลกด้วยเรือลำน้อยของเราในอีกสามปีข้างหน้า จุดหมายไปทางยังไม่ระบุ ที่แน่ๆขั้วโลกอยู่นอกเส้นทาง