ทริปแรกของ Voyage II


พอรู้ข่าวร้ายว่าต้องจ่ายค่าจอดเรือในราคาที่ไม่คาดคิด สามีฉันจึงรีบจัดการให้เจ้าเครื่องยนต์ดีเซล 12 แรงม้าใช้งานได้ เพื่อที่จะล่องขึ้นแม่น้ำไป เผื่อว่าเราจะเจอท่าเรือฟรีหรือไม่ก็ไม่แพงนัก น้ำไฟพร้อมสำหรับหน้าร้อนนี้ พวกฉันปลุกปล้ำกันอยู่หลายวันจนเครื่องติด (ฉันหมายถึงเครื่องติดแต่ไม่ได้หมายความว่าใช้งานได้อย่างดี) ด้วยความที่เรือพวกฉันยังไม่เสร็จสมบูรณ์ จึงไม่สามารถใช้งานได้ปกติเหมือนชาวบ้านเค้า ตอนสตาร์ทเครื่องก็ต้องเอาสายไฟสองเส้นไปจี้ที่แบตเตอรี่ พอจะดับเครื่องก็ต้องเอามือสอดเข้าไปที่เครื่อง สำหรับทริปแรกพวกฉันวางแผนไปยังสะพานเรือเมือง Tonnay-Charente ทางรถใช้เวลาห้านาที ส่วนทางเรือใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง เนื่องจากแม่น้ำคดเคี้ยวไปมา แถมกระแสน้ำก็แรงทีเดียว จึงต้องใช้เวลามากกกว่าทางบก โดยเฉพาะความเร็วของพวกฉันน่าจะเรียกว่าความช้ามากกว่า

นี่เป็นการออกเรือครั้งแรกของฉัน แม้จะเป็นทริปใกล้ๆ แต่ก็ทำให้ใจฉันตกไปอยู่ที่ตาตุ่มหลายรอบทีเดียว พวกฉันเลือกออกเดินทางตอนน้ำกำลังขึ้น เพื่อให้กระแสน้ำและลมพาเราไปยังจุดหมายโดยที่เครื่องยนต์ไม่ต้องทำงานหนัก เหตุผลง่ายๆก็คือระบบทำความเย็นของเครื่องยนต์ทำงานได้ไม่ดีนั่นเอง น้ำไม่ยอมไหลเข้ามาในสายยางอย่างที่ควรจะเป็น พวกฉันจึงต้องเอาแท้งค์น้ำขนาดสิบลิตรผูกติดกับที่กรองเพื่อให้น้ำไหลไปยังท่อทำความเย็นเพื่อไม่ให้เครื่องยนต์ร้อนจัด แล้วเจ้า voyage II ก็ออกเดินทาง พวกเราเริ่มต้นได้อย่างสวยงามกระแสน้ำและลมพาเราล่องขึ้นแม่น้ำได้ดั่งใจ ใบเรือใช้งานได้เป็นอย่างดี อากาศก็เป็นใจเสียเหลือเกิน ทุกอย่างเรียบร้อยดี ก่อนออกเดินทางเรารู้ว่ามีสะพานสองแห่ง สะพานแรกเป็นสะพานสูงซึ่งไม่มีการใช้งานแล้ว เรือเราสามารถผ่านไปได้ไม่มีปัญหา ส่วนสะพานที่สองถ้าจะลอดผ่านไปต้องเอาเสากระโดงเรือออกเสียก่อน แน่นอนว่าสะพานที่สองเราไม่ผ่านแน่ และจุดหมายของเราก็อยู่ก่อนถึงสะพาน หนึ่งชั่วโมงผ่านไปเราก็มาถึงสะพานเรือของคลับกีฬาทางน้ำประจำเมือง แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของสามีฉัน เราจึงไปกันต่อ เพื่อดูสะพานที่สองว่าเป็นอย่างไร เราจะเอาเสากระโดงลงที่สะพานนี้ได้มั้ย ขณะนั้นกระแสน้ำก็แรงขึ้นเรื่อยๆ ฉันสังเกตว่าสามีฉันไม่มีทีท่าว่าจะเลี้ยวกลับแต่อย่างใด ตอนนั้นใจฉันตุ้มๆต่อมๆทีเดียว เพราะกลัวว่ากระแสน้ำจะพัดเรือเข้าไปใกล้สะพานจนเกินไป จนเหลือแค่ 100 เมตรก่อนถึงสะพาน สามีฉันเร่งเครื่องแล้วหันหัวเรือกลับ ฉันเกือบจะโล่งอกอยู่แล้วเชียว ทันใดนั้นเสียงเครื่องยนต์ก็สั่นแปลกๆ ทำท่าจะดับ สามีฉันเร่งเครื่องขึ้นอีก แต่เจ้าดีเซล 12 แรงม้ากลับหักหลังพวกเราได้อย่างเย็นชา นอกจากมันจะไม่ยอมเร่งฝีเท้าแล้ว มันดันปล่อยควันโขมงออกมา พร้อมส่งเสียงกึกกักๆอยู่สามสิบวินาที แล้วมันก็ตัดสินใจไม่พูดไม่จาอีกเลยซะงั้น ฉันงงทำอะไรไม่ถูก สามีมองหน้าฉันแล้วพูดว่า “ตายล่ะ...” มันทำให้ฉันรู้มั่นใจขึ้นมากกกก... ขณะเดียวกันเรือก็หันหัวเรือกลับไปทางสะพาน สามีฉันพยายามบังคับเรือเข้าไกล้ริมตลิ่งให้มากที่สุด โชคดีที่น้ำยังขึ้นไม่สูง เรือเราจึงไปนอนเกยอยู่ริมฝั่ง จากนั้นสามีฉันก็พยายามไปสตาร์ทเครื่องยนต์อีกครั้งจนติดในที่สุด พวกเราจึงพยายามหันเรือกลับไปทางสะพานเรือซึ่งอยู่ไม่ไกลนักด้วยความโล่งอก สองคนผัวเมียยิ้มให้กัน แล้วจู่ๆ เจ้าดีเซลตัวดีก็ดับกลางแม่น้ำอีกรอบ ดับถึงสองรอบแบบนี้อาการน่าเป็นห่วง เอ้า...เริ่มกันใหม่ พวกเราลอยกลับมาเกยตื้นแบบไม่ได้ตั้งใจใกล้กับจุดเดิม ในใจฉันได้แต่คิดว่านี่แค่ทริปแรกเส้นทางง่ายๆ ยังลุ้นขนาดนี้ แล้วทริปรอบโลกของพวกฉันจะเป็นยังไงเนี่ย ยังไงซะเจ้าเครื่องยนต์อายุปาเข้าไป 30 ปีเท่าพวกฉันก็ยังพอใช้งานได้อยู่บ้าง เครื่องยนต์ติดอีกครั้ง แต่คราวนี้พวกฉันไม่มีการยิ้มให้กันแต่อย่างใด รู้แต่ว่า สายตาที่พวกเราส่งถึงกัน แปลได้ความว่า “ควรจะรีบไปที่สะพานเทียบเรือโดยตรง โดยไม่เลี้ยวไปอีกฝั่งจะดีที่สุด” แล้วพวกเราก็ค่อยเลียบริมฝั่งแม่น้ำไปจนใกล้สะพานจอดเรือ เหลืออีกเพียงห้าเมตรก็จะถึง แล้วไอ้แก่ตัวดีก็ดับลงหน้าตาเฉย ดีที่กระแสน้ำช่วยดันเราไปข้างหน้า ในที่สุดพวกเราก็พากันมาถึงที่หมายจนได้ในเวลา 19 นาฬิกาตรง...

ปล. คืนนั้นเราฉลองการมีชีวิตรอด เอ้ย...ทริปแรกด้วยการเปิดไวน์แดงปี 79 ปีเกิดของพวกเราสองคนกับหนึ่งลำ



Create Date : 06 ตุลาคม 2553
Last Update : 7 ตุลาคม 2553 19:49:38 น.
Counter : 174 Pageviews.

1 comments
  
มาทักทายค่ะ

ชีวิตบนเรือ เคยสัมผัสแค่สั้นๆ แต่แอบเข็ดแล้วล่ะ แต่สามีชออบบบเหลือเกิน คงทำอะไรไมไ่ด้ คิดเสียว่าเปลี่ยนบรรยากาศ แต่ถ้าให้อยู่จริงเหมือนคุณ คงไม่ไหว

แต่เมื่อความรักนำทาง ก็ขออวยพรให้การเดินทางรอบโลกสำเร็จได้โดยไวนะคะ แล้วอย่าลืมบันทึกเล่าสู่กันฟัง จะรออ่านอย่างใจจดใจจ่อค่ะ

และถ้ามีปัญหาหรือคำถามอะไรเกี่ยวกับการแปล เขียนอีเมลมาคุยกันได้ตลอดนะคะ

โชคดีค่ะ
โดย: มิว IP: 116.49.175.124 วันที่: 7 ตุลาคม 2553 เวลา:20:06:22 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Tibou
Location :
Phisanulok  France

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เด็กอ้วนถือกำเนิดกลางตลาดเมืองสองแคว เมื่อ 31 ปีที่แล้ว จากนั้นก็ชีพจรลงเท้าไปเรียนประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ด้วยแรงบันดาลใจอะไรสักอย่างชีพจรก็พาสองเท้าเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังเมืองน้ำหอมพร้อมกับความตั้งใจที่จะพูดภาษาฝรั่ีงเศสที่ใฝ่ฝันอยากเรียนสมัยมัธยมให้ได้ แล้วอุบัติรักกับหนุ่มเมืองน้ำหอม(สามีสุดเลิฟ)ก็เกิดขึ้น ปัจจุบันย้ายกลับมาอยู่ฝรั่งเศสอีกครั้งพร้อมทำหน้าที่แม่บ้าน กรรมกร(บนเรือ)กับสามีอันเป็นที่รัก พร้อมกับพยายามสานฝันอาชีพนักแปลให้สำเร็จ เพื่อให้นักอ่านบ้านเราได้มีโอกาสสัมผัสวรรณกรรมฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น สองคนผัวเมียตั้งฝันเดินทางรอบโลกด้วยเรือลำน้อยของเราในอีกสามปีข้างหน้า จุดหมายไปทางยังไม่ระบุ ที่แน่ๆขั้วโลกอยู่นอกเส้นทาง