TCDC ถูกฆ่าล้างโคตร
TCDC ถูกฆ่าล้างโคตร
เราติดตามกันแต่สงครามใหญ่ ระหว่างพวกอำมาตร กับ พวกนักประชาธิปไตย จนบางทีเราก็ลืมไปว่า สงครามนี้นั้น ต่อสู้กันดุเดือดเผ็ดมัน ในกระทะเล็กๆทั่วไทย ท่านจะเชื่อหรือไม่ ถ้าผมบอกท่านว่า มีสถาบันแห่งหนึ่งในไทย ที่ห้องสมุดสถาบันมีสมาชิกราว 15,000 คนและมีคนเข้าไปชมสถาบันนั้น เกือบล้านคนเข้าไปแล้ว แล้วสถาบันแห่งนั้น ได้เชิญ “ผู้รู้” ระดับโลก มาถ่ายทอดวิชาให้คนไทย ไปแล้วกว่า 14 ครั้ง มันก็แน่นอนว่าในบรรยากาศของระบบอำมาตร ที่คิดกันแต่เรื่อง จารีตและวัฒนธรรม “ดั้งเดิมนิยม” ของแบบนั้น ที่มันออกมาสมัยทักษิณ และประชาธิปไตย และเสรีภาพแห่งความคิด กำลังเบ่งบาน มันก็มีอันต้องเป็นไป


แล้วมันก็กำลังเป็นไปจริงๆ เมื่อ TCDC กำลังถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เอาไปยุบรวมกับ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ



ทีซีดีซีเป็นองค์กรที่รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับงานความคิดสร้างสรรค์ และงานด้านการออกแบบ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ กับคนรุ่นใหม่ ความรู้ที่ได้ไปพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ ก็แบบที่รู้ๆกันอยู่ OTOP นั้นฝีมือสูงคุณภาพเยี่ยม พอๆกับสิ่งทอไทย ที่กำลังยกระดับสู่ของมูลค่าเพิ่ม แต่ปัญหามันอยู่ที่การออกแบบเท่านั้น ฉะนั้น TCDC ก้เหมือนเข้ามา “แก้ปมคอขวดใหญ่” ที่ทำให้สินค้าไทย ไปขายทั่วโลกไม่ออกมากนัก ขณะที่สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ แห่งชาติ มีลักษณะงานที่แตกต่างกัน โดยจะมีการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์เพื่อให้คนไทยได้เข้าไปเรียนรู้และค้นหาว่าคนไทยมาจากไหน



กลับกลายเป็นว่า แทนที่จะหาคำตอบ ต่อการผลิตสินค้าที่ “ต้องใจโลกไ ด้วยการออกไปดูโลก ว่าอะไรต้องใจเขา เหล่าราชนิกุล ชนชั้นสูง ข้าราชการ ทหารของป๋า นักวิชาการตกขอบสมัย ที่รวมตัวกันเรียกตัวเองว่า “อำมาตร” แล้วใช้ปืนยึดประเทศไทยไปจากประชาชน กลับหันมาบอกว่า คำตอบสำหรับการผลิตสินค้าที่โลกต้องการ คือการ “มองกลับเข้าไปในตัวเองลึกๆ” หาคำตอบในวัฒนธรรมที่ส่งกันเป็นทอกๆมาอย่างช้านาน



ความจริงมันก็พูดยากพอสมควรว่า “มุมมองไหนถูก” ฝ่ายประชาธิปไตยหัวก้าวหน้า ก็จะบอกว่า แน่นอน ต้องออกไปดูโลก เหมือน รัชกาลหลายรัชการที่ผ่านมา ที่มุ่งเน้นยอกระดับไทย ให้ทันอารยประเทศ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเมืองขึ้น แต่ว่าฝ่ายอำมาตรคงจะบอกว่า แค่นี้เราก็ตกเป็นทาสของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมของตะวันตกมากพอแล้ว จะมาอะไรกันอีกกับ TCDC มันไม่ใช่แค่ TDCD เท่านั้นนะสิครับที่กำลังต้องอำลาเมืองไทยไป มันแบบ ที่ทักษิณเริ่ม เช่น อุทยานการเรียนรู้ (TK park) ศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษแห่งชาติ และสถาบันพัฒนาการเรียนรู้แห่งชาติ ก่อนที่จะมาสั่งยุบทีซีดีซีเป็นองค์กรสุดท้าย คือไปกันแล้วหลายหน่วยงาน



เรียกว่าวาระของอำมาตร ที่จะ “หยุดนาฬิกา” ของไทย ไม่ให้วิ่งไปกับโลก ได้ผล 1000% คุณ หญิงทิพาวดี' ยุบทีซีดีซี มันก็เป็นไปตามมติของ คณะกรรมการบริหารสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้(สบร.) นับตั้งแต่มีรัฐบาลชุดนี้ได้มีกระแสการยุบทีซีดีซีโดยตลอด เพราะเป็นองค์กรที่เกิดขึ้นในรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ผ่านมาคุณหญิงทิพาวดีได้สั่งเปลี่ยนบอร์ด สบร.และเปลี่ยนบอร์ดชุดก่อตั้งทีซีดีซี ซึ่งมีนายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ อดีตประธานที่ปรึกษาด้านนโยบายของนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลทักษิณ เป็นประธาน ตามด้วยการปลดนางสิริกร มณีรินทร์ และคณะกรรมการของ



ไทยรัฐรายงานไว้ว่า สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากคำสั่งเร่งด่วนครั้งนี้แทบไม่แตกต่างจากกรณีของสถานีโทร-ทัศน์ไอทีวี ที่รัฐต้องมีภาระอุ้มสถานีโทรทัศน์ ไอทีวีแทนที่จะมีรายได้ โดยกรณีของทีซีดีซีไม่เพียงแต่รัฐจะเสียรายได้ ยังส่งผลต่อสมาชิกกว่า 15,000 คนที่ได้จ่ายค่าสมาชิกเพื่อใช้บริการห้องสมุดจะต้องสูญเปล่า เนื่องจากเป็นการตัดสินใจที่ไม่มีมาตรการรองรับความเสียหาย ตอนนี้เปิดให้บริการสาขาในต่างจังหวัด 5 แห่ง และกำลังจะเปิดอีก 5 แห่งในปี 2551 “ก็ลงเอย ปิดหมด”



ไทยรัฐรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมการบริหารของ สบร. ได้มีมติให้ย้ายพื้นที่ตั้งทีซีดีซีและหน่วยงานภายใต้ สบร.ไปอยู่อาคารจามจุรี-สแควร์ ซึ่งมีมูลค่าโครงการกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยคณะอนุกรรมการพิจารณาสรรหาสถานที่ทำการแห่งใหม่ ประกอบด้วย นายสุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา และนายนิธิ สถาปิตานนท์ ได้เลือกพื้นที่จากเอกชนรายเดียว ขณะที่โครงการดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จและขายพื้นที่ไม่ได้ นอกจากนี้ ยังได้คัดเลือกผู้บริหารโครงการจากบริษัท A49 ที่นายนิธิมีหุ้นส่วนอยู่.



ส่วนคำถามที่ผมเปิดกว้างไว้ คือเรามีอะไรดีๆ ในอดีตที่จะนำมาปัดฝุ่นแล้วนำมาพัฒนาขายให้กับต่างประเทศได้หรือไม่นั้น ที่มันพูดยากเพราะ อย่างเช่นหลายสิ่งหลายอย่างในวัฒนธรรมญี่ปุ่น หรือ จะจีน มันขายออกในตัวมันเอง โดยไม่ต้องเอามาเข้าห้องชุบชีวิตแบบ TDCD เลย เช่นอะไรหรือ ก็เช่น เฟอร์นิเจอร์ญี่ปุ่น ที่มีแบบเป็นเอกรักษ์ของตัวเอง แต่ก็อีก ปรัชญาของทรทและทักษิณ เรื่อง High-Touch Product นั้น ไม่ได้มาเจาะจงอยู่กับ การเอา วัฒนธรรมไทย มาเป็นอุตสาหกรรม แต่มันคือเอาฝีมือคนไทย มาสร้างโปรดัก ที่มีคุณค่าสูงในมือคนมีรสนิยมสูง คือในขระที่ คุณหญิงทิพาวดี กำลังนั่งฝันว่า มัดหมี่แบบคุณหยิงคุณนายไทยชอบใช้กัน สักวันจะเป็นแฟชั่นทั่วโลก ทักษิณเขากลับมองว่า ก้ไปจับเอาแฟชั่นโลกมาเลยไม่ดีกว่าหรือ จะได้เริ่มขายกันวันนี้ แทนนั่งพยายามขายมัดหมี่ให้ฝรั่ง ที่มันขายไม่ค่อยจะออกมาเป็นสิบๆปีแล้ว



แต่สุกท้ายแล้ว ใครถูกใครผิด ผมขอให้ท่านผู้อ่านตรึกตรองและสรุปเอาเองนะครับ ผมมองตัวผมเองแล้ว ชอบเสื้อม่อฮ่อมและเสื้อผ้าผ้าฝ้าย ออกแบบไปทางชาวเหนือมากที่สุด คิดไปมุมหนึ่ง TCDC คงไม่ได้มาเพิ่มมูลค่าอะไรให้ผมมากมายนัก แต่นั่นคือผม ถ้าบังเอิญนักออกแบบได้แรงบันดานใจ เอาไปออกแบบที่เขานิยมกัน ให้ติดไปทั้งโลก มันก็ดีเหมือนกันนะครับ ชาวเหนือจะได้ขายผ้าฝ้ายได้มากๆ



แต่ที่ผมแปลกใจคือ กรอบความคิด “ของอำมาตร” นี่ กำลังเข้าครอบงำไทยจริงๆ ทั้ง Fashion Week ทั้ง Bangkok Film Festival ทั้ง Music Festival และอีกสารพัดมาตรฐานของเมืองที่มีอารยธรรมสูงๆ ท่านคุณหญิง ท่านไม่เอาไม่สนับสนุนมันหมดทุกอัน ท่านจะเอาแต่ ของแบบ “อุทยาน” ไม่เชื่อก็ดูละครน้ำเน่า ที่คนติดกันทั้งเมือง เพราะมันคือละครน้ำเน่า ไปๆมาๆ กำลังกลายพันธืมาเป็น วิธีสอนปรัชญาชีวิตชั้นสูง แน่นอนว่ามันดี เพียงแต่ว่า เวลาเหนื่อยๆมาจากงาน แบบแฟนผมนะ เขาอยากดูละครน้ำเน่าครับท่านผู้หญิง เอากันตอนเย็นๆหลังกลับบ้าน ไม่ใช่ตอนสี่ทุ่ม



สงครามใหญ่รบกันไป ระหว่างอำมาตรและนักประชาธิปไตย แต่สงครามเล็กๆก็ใช่ย่อย



เสรีภาพและอิสรภาพทางความคิด มันกำลังถูกลิดรอนจริงๆ กึ่งบังคับให้เราคนไทยหันกลับสู่วัฒนธรรมดั้งเดิม ถ้าบังเอิญชอบของโบราณก็คงจะอยู่ในโลกนี้อย่างสบายใจ แต่ถ้าชอบโลกใหม่ มันคงจะลำบากแน่นอน ประชาธิปไตยคืออะไรหรือครับ จะเตือนสติให้ ไม่ใช่ปืนปกครอง แต่เสียงหมู่มากปกครองครับ โดยที่เสียงส่วนน้อยก็ได้รับความเคารพ
//www.thai-journalist-democratic-front.com/tavivootswritings.htm



Create Date : 28 ตุลาคม 2550
Last Update : 28 ตุลาคม 2550 1:57:13 น.
Counter : 484 Pageviews.

1 comments
The great Reset : Bitcoin VS Ethereum ผู้ชายในสายลมหนาว
(31 ส.ค. 2564 11:28:26 น.)
ประเมินพฤติกรรมการทำงาน wbj
(3 ก.ค. 2564 20:26:08 น.)
ฉากกั้นห้อง Emmy Journey พากิน พาเที่ยว
(23 มิ.ย. 2564 13:29:19 น.)
สตอเบอรี่นมสด wbj
(15 มิ.ย. 2564 15:52:55 น.)
  
อ่านแล้วน่าเสียดายเหมือนกันครับ ความจริง ถ้าไม่ติดเรื่องอคติ รัฐบาลไหนก็ตาม ดำเนินการอะไรไว้ รัฐบาลใหม่ ก็ควรจะดำเนินการต่อไป ถ้าเป็นโครงการที่ดี เพราะหลักความต่อเนื่อง เป็นหลักการที่สำคัญ ๆ ของทุก ๆ เรื่อง ที่ทำให้ ประเทศและโลกเดินหน้าต่อไปได้
โดย: POL_US วันที่: 9 ธันวาคม 2550 เวลา:10:45:44 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Vision-focus.BlogGang.com

thipch
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด