จะมีเฮได้ใมั้ยสำหรับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวไทย
จากข่าวที่สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เรียกร้องรัฐบาลชุดใหม่ไฟแรง  เปิดกองทุนหรือ ธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อทำให้ผู้ประกอบการนั้นได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนง่ายขึ้น  แล้วทำไมกัน? ทำไมกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวยังต้องการเงินทุน ทั้งที่เปิดประเทศท่องเที่ยวกันอย่างเสรี
 
ต้องขอย้อนกลับไปเมื่อสมัยปี 2019 ปีที่เราเผชิญวิกฤตโควิดกันแล้ว ปีนั้นประเทศเรามีนักท่องเที่ยวเกือบ40 ล้านคน ปี 2020-2021 นั้นประเทศของเราปิดสนิท สนามบินร้าง สายการบินต้องปิดตัวลงชั่วคราว ดิวตี้ฟรีไม่ต้องพูดถึงรู้จะเปิดให้ใครเดิน ไม่มีนักท่องเที่ยวเลยแม้แต่น้อย  ต่อมาปี 2022 ประเทศไทยของเราได้เปิดประเทศแบบ เปิดบ้างปิดบ้าง มีข้อแม้ต่างๆ มากมาย มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศเป็นจำนวน  11 ล้านคน
 

ส่วนปีนี้ ปี2023 ผ่านเทศกาลสงกรานต์ที่ทุกชาติ ต่างเดินทางเข้ามาสัมผัสเทศกาลที่เป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาแล้ว ปัจจุบันเราก็มีนักท่องเที่ยวเพียง 9 ล้านคน  จากตัวเลขที่กล่าวอ้างมาทั้งหมด ธุรกิจท่องเที่ยวนั้นฟื้นจริง แต่ฟื้นแบบช้ามาก เหมือนเจ้าเต่าตัวน้อยที่ค่อยเดินอย่างเชื่องช้า แต่ช้าแล้วชัวร์มั้ย?
 
นักท่องเที่ยวจีน คือความหวังของประเทศไทย เพราะเมื่อต้นปีมีการเปิดประเทศ เข้า -ออก ของจีน จากนั้นคนไทยก็เฮกันยกใหญ่ เหล่าผู้หลักผู้ใหญ่ ออกโรงไปต้อนรับเที่ยวบินเที่ยวแรกจากจีน จนเป็นภาพข่าวใหญ่โต แต่เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดหรือไม่ก็ไม่รู้เพราะ จำนวนนักท่องเที่ยวนั้น ไม่ได้มาทล่มทลายเท่าที่หวัง ซ้ำยังโดนนักธุรกิจชาวจีนที่เข้ามาทำธุรกิจ นอมินีกับคนไทย จนเป็นข่าวใหญ่โตและเป็นที่มาของคำว่า “ทุนจีนสีเทา” ที่ไม่ว่านักท่องเที่ยวจะมาเท่าไหร่ กลับเกิดการใช้จ่ายกับกลุ่มนายทุนต่างชาติเสียหมด เพราะตอนนี้แหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทยเราไม่ว่าจะเป็น เยาวราช สำเพ็ง ห้วยขวาง ปากคลอง ล้วนแต่ถูกนายทุนต่างชาติเหมาธุรกิจไปเสียหมด


เพราะอะไรกันหรือทำไม นายทุนจีนถึงเข้ามาในไทยเยอะขนาดนี้ ?
ก็เพราะธุรกิจท่องเที่ยวของไทยปิดไปเกือบ 3 ปี ไม่ต้องบอกว่าเสียหายขนาดไหน ขนาดธุรกิจใหญ่ อาทิ ดิวตี้ฟรี สายการบินชื่อดังทั่วโลก ยังล้มแบบไม่ได้ตั้งตัว พังพินาศกันไปเป็นแถบๆ  ปลด พักงานพนักงานกันเป็นแถว จะเห็นจากข่าวอาทิ ดิวตี้ฟรีให้พนักงานมาขายออนไลน์แทน สายการบินพนักงานต้องออกมาขายของกัน ขับรถส่งของกันให้ว่อนจนเกิดเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ  นับประสาอะไร กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่ขาดทุนย่อยยับ และไม่มีแม่แต่ทุนทำธุรกิจต่อ ถึงแม้เปิดประเทศแล้ว ยังไม่มีเงินหมุนที่จะเอามาทำธุรกิจต่อได้เลย ต้องยอมแพ้อย่างราบคราบเพราะทุนเก่าหมดทุนใหม่ไม่มียังไงหละ  
 
เมื่อไม่มีเงินทำอย่างไรหละ?
เมื่อขาดสภาพคล่อง ก็ต้องขายธุรกิจ นี่แหละคือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวของไทย ที่เกิดขึ้นจริง หากรัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญของธุรกิจท่องเที่ยว ก็ควรจะมีกองทุน หรือ ธนาคารที่จัดขึ้นเพื่อให้กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวได้เช้าถึงได้ง่ายขึ้น หรือแม้กระทั่งสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากภาครัฐ  ไม่อย่างนั้นเราคงเห็นธุรกิจท่องเที่ยวที่มีเจ้าของเป็นคนไทยน้อยลงทุกวันอย่างแน่นอน
 
ที่มา : https://twitter.com/ThaiPBS/status/1659487809433145345
        https://www.prachachat.net/tourism/news-1286575
  

 



Create Date : 26 มิถุนายน 2566
Last Update : 26 มิถุนายน 2566 3:07:49 น.
Counter : 347 Pageviews.

0 comments
คลอง สวน ศิลป์ ไปเที่ยวครบสูตร ที่ "คลองบางมด" peaceplay
(13 ก.ค. 2567 10:18:24 น.)
มิจฉาชีพ "ดูดเงิน" ยังไง ?? ผิดมาตราอะไรและมีวิธีการป้องกันการดูดเงิน นายแว่นขยันเที่ยว
(10 ก.ค. 2567 00:16:15 น.)
๏ ... ทุนเทศไป ทุนไทยมา ... ๏ นกโก๊ก
(1 ก.ค. 2567 10:55:38 น.)
เป็นโควิดครั้งที่ 2 (ครั้งนี้รักษาที่ญี่ปุ่น) SN_monchan
(25 มิ.ย. 2567 09:36:18 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Theyuyoo.BlogGang.com

ผักกาดดองเน่า
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด