ร้อยเหตุผลฯ6
ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าบ้านที่เคยอยู่จะเงียบอย่างนี้ เพียงแค่พี่โตกลับไป ทั้งที่ก่อนหน้านั้นก็เคยเป็นอยู่อย่างนี้มาก่อน พี่โตโทรศัพท์มาตอนเกือบทุ่มถามว่าทานอะไรหรือยัง ทำอะไรอยู่ ก็แปลกดีเหมือนกัน

ก่อนหน้านี้ก็มีบ้างที่ภู เพื่อนสนิท ใช่ภูคือเพื่อนสนิทจะเป็นคนโทรศัพท์มาถามสารทุกข์ ชวนไปทานข้าวข้างนอก หรือไม่ก็มาทานที่บ้าน แต่หลังจากที่ภูแต่งงานและย้ายไปต่างจังหวัด นานๆจะโทรศัพท์มาที จะมีบ้างเพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนสมัยเรียนมัธยมด้วยกัน แต่จะโทรศัพท์มาถามนั่น มาห่วงใยอย่างนี้ไม่มี

วันนี้ มีพี่โตที่โทรศัพท์มา มันให้ความรู้สึกแปลกๆ ฉันคงต้องหัดปรับตัวใหม่ เพื่อให้เคยชินกระมัง ถ้าเกิดเคยชินแล้วถ้าหากว่าต่อไปข้างหน้าอะไรๆไม่ลงเอยอย่างที่ควรจะเป็น หรือลงเอยอย่างที่เคยเป็น
ฉันจะทำยังไงนะ ความเคยชิน จะลบยากแค่ไหน หรือฉันต้องตัดไฟตั้งแต่ยังไม่ได้ก่อกองไฟนี้เสีย คงไม่ทันแล้วกระมัง ไม่ทันแล้วจริงๆ
...
ความรัก
เดินทางมาถึง
ยินดีต้อนรับ
...

“ทำไมไม่ตามพี่ตั้งแต่เมื่อคืน จะเกรงใจอะไรนักหนา”
พี่โตพูดหลังจากที่ยกคัตเอาท์ตัดไฟขึ้น หลังจากเปลี่ยนฟิวส์ ให้ ประโยคนี้ฟังตั้งแต่ตอนที่พี่โตมาถึงแล้ว เฮ้อ...
....
เรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อคืนหลังจากพี่โตไป ฉันเก็บกวาดบ้าน หาอะไรทำเป็นอาหารเย็นง่ายๆ เปิดทีวีดู แล้วจู่ๆไฟก็ดับ พรึบ! ไฟถนนติด ไฟบ้านข้างๆติด ฉันเดินหาไฟฉาย สำรวจประตูหน้าต่าง ปิดทุกอย่างเรียบร้อย ดูนาฬิกา สี่ทุ่มแล้ว เฮ้อ...จะโทรศัพท์หาพี่โตก็คงไม่เหมาะ มันดึกเกินไป ดีที่เมื่อตอนบ่ายฝนตกและตอนหัวค่ำก็ยังรินปรอยๆทำให้อากาศไม่ร้อน กำลังเย็นสบาย ฉันตัดสินใจขึ้นห้องนอน ก็นอนหลับๆตื่นๆ กังวลอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน แปลกจังเลย ตอนที่ไฟไม่ดับ เราก็ปิดไฟนอน ก็หลับสบายดี แต่พอไฟดับ กลับเป็นกังวล เฮ้อ...คนเรา

ตื่นแต่เช้า ตัดสินใจโทรศัพท์หาพี่โต แล้วพี่โตก็มาและมายืนบ่นอยู่เนี่ย
“ทำไมไม่ตามพี่ตั้งแต่เมื่อคืน”
ฉันมองหน้าพี่โต
“ก็เมื่อคืนมันดึก ตั้งสี่ทุ่ม พี่โตจะไปหาฟิวส์จากไหนมาเปลี่ยนให้ แล้วมันก็ดึก ข้าวเกรงใจ ”

พี่โตมองหน้าฉัน แววตาที่มองมาเหมือนโกรธ โกรธเหรอ โกรธอะไร ฉันพูดอะไรผิด พี่โตไม่พูดอะไร ฉันเลยไม่รู้จะพูดอะไร งอนอะไร ง้อไม่เป็น ผู้ชายงอนเป็นด้วยเหรอ เฮ้อ!

“พี่โตนั่งเล่นก่อนนะคะ เดี๋ยวข้าวชงกาแฟมาให้ ทานกับคุ้กกี้อัลมอนด์หอมอร่อยที่ใครไม่รู้ทำไว้เมื่อวาน”
ฉันยิ้มเอาใจเต็มที่ แต่ดูเหมือนไม่ได้ผล
“ ข้าวไม่ไว้ใจพี่ใช่มั้ยที่ไม่ตามน่ะ เรื่องฟิวส์นั่นน่ะพี่หามาได้หรอกเพราะที่บ้านจะมีสำรองไว้ ทนอยู่มืดๆร้อนๆได้ยังไงทั้งคืน” เสียงราบเรียบ ใบหน้ายิ่งเรียบกว่า มาโหมดเดิมอีกแล้ว หน้านิ่งเสียงเรียบ ชั่วข้ามคืนพี่โตคนเมื่อวานหายไปไหน

เฮ้อ!...ไปกันใหญ่ บทจะงอนนะพี่โต ต้องง้อยังไงล่ะทีนี้ เคยง้อใครที่ไหนกัน

“ พี่โต ไม่ใช่อย่างนั้น ข้าวเห็นว่ามันดึกแล้ว ข้าวเกรงใจพี่โต และข้าวไว้ใจพี่โตนะแต่ข้าวคิดว่ามันไม่เหมาะสม เพราะข้าวอยู่บ้านคนเดียว เราก็โตๆเป็นลุงเป็นป้ากันแล้ว พี่โตน่าจะเข้าใจ ใช่มั้ยคะ ข้าวรู้พี่โตหวังดี ห่วงใย ข้าวถึงโทร.หาพี่โตแต่เช้าไง คิดถึงพี่โตเป็นคนแรกเลยนะ ตื่นนอนปุ๊บโทรศัพท์หาเลย เดี๋ยวข้าวชงกาแฟให้นะคะ พี่โตนั่งรอแป้บนึงนะคะ นะคะ”

ฉันยิ้มให้พี่โต ยิ้มทั้งปากทั้งตา ยิ้มใส่ตาพี่โต ซึ่งตอนนี้ยืนมองหน้าฉัน และถอนหายใจก่อนยิ้มให้และยกมือขึ้นมาจับหัวของฉันโยกเบาๆ ก่อนเดินไปนั่งที่โต๊ะนั่งเล่นที่หน้าบ้าน

ฉันชะโงกหน้าออกไปดูตอนที่มีเสียงรถมอเตอร์ไซค์มาส่งหนังสือพิมพ์ที่หน้าบ้าน
“พี่ไปเอาเองครับ”
ฉันเดินไปชงกาแฟสองแก้ว และจัดคุ้กกี้อัลมอนด์ใส่จานก่อนถือเดินไปหน้าบ้าน
พี่โตเดินมาช่วยรับ และฉันไม่อิดออด ยกให้ทั้งถาดเลย
...
ความคุ้นเคย
เข้ามานั่งข้างๆ
สนิทสนม ไม่รู้ตัว
...
...
เพราะฝนตกเมื่อวาน ตอนเช้าอากาศสดชื่นมาก ต้นโมกที่อยู่ข้างรั้วส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ออกดอกขาวพราวเต็มต้น ต้นโมกออกดอกเป็นพวงดอกเล็กๆสีขาวห้อยเหมือนต่างหูเล็กๆ ตอนที่ไปหาต้นไม้มาลงข้างรั้วขำคุณนายกับแฟน คุณนายจะลงแก้ว แฟนของคุณนายบอกจะทำราวแขวนกล้วยไม้ยาวถึงหน้าบ้าน คุณนายไม่ยอมบอกว่ากล้วยไม้ไม่หอม แขวนเกะกะ คุณนายจะเอาต้นแก้วมาลงเรียงกันยาวชิดรั้วถึงหน้าบ้านเลย แต่บทสรุปมาลงที่โมก เพราะฉันชอบ ส่วนกล้วยไม้ของแฟนคุณนายก็ได้พื้นที่ติดเทอเรสหน้าบ้าน และแขวนห้อยรอบศาลานั่งเล่นหน้าบ้าน ต้นแก้วของคุณนายก็ได้พื้นที่อีกฝั่งของรั้วบ้าน พื้นที่ชิดรั้วหน้าบ้านก็ลงเป็นโมกไว้ มีโมกแดงอยู่มุมรั้ว ดอกน่ารักแต่ไม่มีกลิ่น สู้โมกขาวไม่ได้ หอมมาก บ้านของเราใคร่ทำอย่างไรก็ทำได้ อยากปลูกอะไรเราก็สรรหามาปลูก พื้นที่ไม่กี่ตารางเมตรของเรารกไปด้วยต้นไม้ที่ปลูกแบบไร้แบบแผน

ฉันละสายตาจากต้นโมกมามองดูคนที่อยู่ข้างหน้า
ไม่มีคำพูดระหว่างเราสองคน ความเงียบที่อบอุ่น คล้ายเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นทุกวัน พี่โตอ่านหนังสือพิมพ์ บางทีก็ยกกาแฟขึ้นจิบ สลับกับหยิบคุ้กกี้ขึ้นทาน ฉันยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ แอบมองพี่โต และให้ตายเถอะ! บังเอิญตอนที่มอง พี่โตเงยหน้าขึ้นมาเจอพอดี ทำหน้าคล้ายจะถามว่ามีอะไรมั้ย ฉันยักไหล่ ส่ายหน้า ก่อนมองไปที่อื่น ดูต้นไม้ใบหญ้า ดูรั้ว ดูถนน ได้ยินเสียงพี่โตหัวเราะหึๆ

แล้วความเงียบที่อบอุ่นก็โอบกอดเราไว้
....
....
พี่โตกลับหลังทานกาแฟ ถามว่าวันนี้จะทำอะไร ฉันเลยบอกจะทำงานบ้าน เดี๋ยวสายๆพ่อกับแม่ก็คงมา พยักหน้าแล้วก็ไม่พูดอะไรต่อ ฉันเดินไปส่งที่หน้าบ้าน ยิ้มให้และไม่ลืมไหว้ขอบคุณ

ก่อนเข้าบ้านเจอป้าวิไลที่หน้าบ้าน เธอยิ้มให้ไม่เห็นว่าอะไร ฉันเลยยิ้มให้เฉยๆ พอเที่ยงพ่อกับคุณนายก็มาถึง น้องชายมาส่ง หลานสาวตัวดีวิ่งกระโดดก่อนเล่นเอาล้มก้นจ้ำเบ้าทีเดียว น้องชายกับคุณพ่อเดินนำเข้าบ้านก่อนแล้วไปเปิดทีวีดู

“คิดถึงคุณป้าที่สุดเลยค่ะ” ช่างฉอเลาะนัก
“รักกันๆ ไหนหอมแก้มหน่อย”
แก้มยุ้ยสองข้างโดนคุณป้าหอมจนช้ำ
“กินขนมมั้ยลูก มีคุ้กกี้อร่อยมาก อืมม..ทำเมื่อวาน”
คุณนายมองหน้าฉันทำหน้ายิ้มๆ
“อะไร คุณนาย ปะไปทานขนมกับป้า” แก้เขินด้วยการจูงมือหลานเดินเข้าครัวซะงั้น

แบ่งใส่กล่องให้หลานนำไปกินที่บ้าน หอมแก้มกันอีกหลายฟอด กอดกันจนตัวกลม พอน้องชายกลับ บ้านก็กลับสู่สภาวะปกติ คุณนายเก็บของบนห้อง คุณพ่อเดินดูกล้วยไม้ ก่อนเข้ามาดูทีวี และพอบ่าย ทีวีก็ดูคุณพ่อแทน ส่วนคุณนายก็เข้าครัวสำรวจวัตถุดิบสำหรับทำเย็นนี้

และแล้วเจ้าของห้องครัวตัวจริงก็กลับมาขอพื้นที่คืน
“อยากเล่าอะไรให้แม่ฟังมั้ย”
คุณนายถามฉันตอนที่เราเตรียมอาหารเย็นด้วยกันในครัว
ฉันปิดก๊อกน้ำที่เปิดล้างผัก มองหน้าคุณนายที่มองฉันอยู่ก่อนยิ้มๆ
“อะไรคะคุณนาย เล่าอะไร ไม่มีหรอก ”
แล้วก็ทำเป็นสนใจผักที่ล้างจัดวางใส่ตะกร้าให้สะเด็ดน้ำ
ได้ยินเสียงคุณนายหัวเราะเบาๆ
“จริงอ่ะ ไม่มีจริงเหรอ ”
“คุณนายอ่ะ”
“ไม่เป็นไรตอนนี้ยังไม่อยากเล่า ไว้เมื่อไหร่ที่ข้าวอยากเล่า แม่พร้อมจะฟังทุกเมื่อทุกเวลานะลูก”

ฉันนิ่งวางผักไว้ เช็ดมือกับผ้าเช็ดมือ แล้วเดินตรงไปหาคุณนายที่ยืนอยู่หน้าเตา ในมือถือทัพพี
ฉันกอดคุณนาย เอียงหน้าซบลงบนบ่า
“ค่ะคุณนาย รักนะคะ” ก่อนผละออกแอบจุ๊บแก้มหนึ่งที
“อ้วนนะเนี่ย แฟนใครเนี่ย ฮ่าๆ”

คุณนายทำท่าจะตีแขนเลยรีบผละออก ไปหั่นผักต่อ วันนี้คุณนายทำแกงส้ม ปลาสลิดทอด ปลาสลิดตัวโตๆอวบอ้วน น่าทาน
คุณนายทำอาหารเก่ง แต่ฉันไม่ได้เรื่อง หั่นผักยังไงบางทียังต้องถาม เพิ่งจะอยากหัดทำอาหารเมื่อไม่นานมานี่เอง เพราะไปเห็นหนังสือเกี่ยวกับอาหารและขนม เขาช่างถ่ายรูปได้น่าทาน แถมมีรูปวิธีการทำด้วย ว่างๆเปิดดูในอินเตอร์เน็ต ก็เหมือนทำง่ายจัง อยากทำมั่ง ไม่มีเหตุผลอื่นเลยจริงๆนะ ฉันบอกตัวเองอย่างนั้น ร้อนตัวอะไรหรือเปล่านี่ ยัยข้าว

“ จะชวนใครมาทานข้าวเย็นเพิ่มอีกคนก็ได้นะข้าว ”
“ อะไรคุณนาย ชวนใครที่ไหน ”

คุณนายนี่ยังไงนะ ทุกทีก็เห็นคุณนายเองแหละโทร.ชวนคนนั้นคนนี้มาทานด้วย วันนี้มาบอกอะไรฉัน เฮ้อ!แฟนใครเนี่ย แม่ใครเนี่ย!
...
หลังอาหารเย็น หน้าทีวีคือที่สิงสถิตของครอบครัว
คุณนายนอนดูทีวีบนโซฟาตัวยาว
คุณพ่อนั่งอยู่ที่โซฟาอีกตัวข้างๆกัน ส่วนฉันนั่งอยู่พื้นหน้าโซฟาของคุณนาย มือถือหนังสืออ่านเล่นเล่มเดิมกับเมื่อวาน เพราะเมื่อวานอ่านยังไม่จบเผลอหลับไปก่อน คิดถึงตอนนี้ก็อดที่จะอายไม่ได้
เฮ้อ!หลับได้ยังไงนะ ทั้งที่มีคนอื่นอีกคนอยู่ในบ้าน คราวหน้าคงต้องระมัดระวังมากกว่านี้ ยังจะมีคราวหน้าอีกเหรอนี่ เฮ้อ!

เสียงพูดคุย วิพากย์วิจารณ์ข่าว ข่าวที่ตอนนี้เป็นที่สนใจของคนทั้งประเทศ เรื่องของนักร้องดังและดาราสาวที่คลอดลูก แต่ไม่บอกว่าใครคือพ่อของเด็ก ไม่ตรวจดีเอ็นเอ มีคนรู้จักคนเกี่ยวข้องมากมายออกมาเปิดเผยหรือแฉ มีทั้งองค์กรสิทธิ์เพื่อสตรี มีทั้งคนจังหวัดเดียวกันออกมาประท้วง เรื่องราวของคนสองคนบานปลายเป็นเรื่องราวระดับชาติ ต่างเป็นเหยื่อของสังคม ถูกสังคมพิพากษา ตัดสินความเรียบร้อย สงสารเด็ก แม้คนเป็นแม่จะยืนยันว่าเด็กเกิดจากความรักก็ตามทีหากวันหนึ่งข้างหน้าเมื่อเด็กเติบโต แล้วมีคนจำเรื่องราวได้และขุดคุ้ย ความรู้สึกของเด็กจะเป็นอย่างไรไม่อยากจะคิด เฮ้อ... หวังว่าคนไทยจะลืมง่าย คงต้องรอให้มีข่าวใหม่ เหยื่อรายใหม่

“คุณนายเปลี่ยนช่องเถอะ ดูข่าวอะไรก็ไม่รู้ ”
รู้สึกทนดูไม่ได้จริงๆนะ

ความรัก
ชีวิตคู่
ไม่ง่ายเลย
...


ยิ่งเขียนยิ่งเจอทางตัน



Create Date : 19 ตุลาคม 2553
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2555 19:48:28 น.
Counter : 311 Pageviews.

11 comments
ภพผูกรัก บทที่ 6/2 lovereason
(18 ต.ค. 2564 00:22:39 น.)
: รบ : กะว่าก๋า
(17 ต.ค. 2564 06:07:39 น.)
: มาเปลือย ไปเปล่า : กะว่าก๋า
(16 ต.ค. 2564 06:11:30 น.)
หนูรี่แหล่ะ คือ เทพเจ้า ตอนที่ 3 หน้า 2 unitan
(14 ต.ค. 2564 10:45:08 น.)
  
Obstruction happens to be for crossing over!! Kp fightingna kaa =)
โดย: Aa IP: 115.67.20.8 วันที่: 20 ตุลาคม 2553 เวลา:1:48:25 น.
  
...
ขอบคุณค่ะ พยายามอยู๋ค่ะ

กำลังหาอุปสรรคให้พี่โตกับน้องข้าวค่ะ

ชีวิตมันเรียบง่ายไป อิอิ
โดย: สิงห์อมบ๊วย IP: 223.206.217.204 วันที่: 20 ตุลาคม 2553 เวลา:11:46:10 น.
  
...

ไม่ง่ายแต่ไม่ยาก
ไม่ยากแต่ไม่ง่าย

แบบไหนดี

...
โดย: นรพัลลภ IP: 223.205.59.2 วันที่: 21 ตุลาคม 2553 เวลา:22:17:55 น.
  

เฮ้อ!

แยะจัง ..

เข้ามาอ่านจ้า ..
โดย: สีชา. IP: 203.155.224.46 วันที่: 22 ตุลาคม 2553 เวลา:13:50:01 น.
  
รออ่านอยู่นะค่ะ...น่ารักที่ซู๊ด..
โดย: พี่สม IP: 125.27.188.32 วันที่: 23 ตุลาคม 2553 เวลา:14:12:44 น.
  
.
เจ๊สี เจ้ไม่อ่านตั้งแต่ต้นอ่ะดิ

แต่ละตอนมันสั้นๆเอง


ชายนรฯ...แบบ พอดี พอดี ^^*

พี่สมคะ..ขอบคุณมากค่ะ กอดๆๆ
โดย: สิงห์อมบ๊วย IP: 223.206.135.108 วันที่: 24 ตุลาคม 2553 เวลา:16:03:07 น.
  

อ้าวเหรอ ต้องไปไล่อ่านตั้งแต่ต้นอะจินี่
มัวไปหลงอยู่ที่ ดีเจ โน้น ตั้งนาน

งั้น ..
เจ้นรพันลบ ไปไล่อ่านเป็นเพื่อนหน่อยฉิ (ยิ้ม)

หวัดดีจ้า sAnake มายังอะเนี้ย .
โดย: สีชา. IP: 203.155.225.142 วันที่: 26 ตุลาคม 2553 เวลา:2:31:34 น.
  
สนุก น่ารักดีค่ะ

อยากกินแกงส้ม ปลาสลิดทอดจัง
โดย: mw-sept วันที่: 29 ตุลาคม 2553 เวลา:23:49:46 น.
  
ขำพี่โตงอน แต่น้องข้าวง้อนี่ขำกว่า ขนาดง้อไม่เป็นนะเนี่ย เล่นซะพี่โตอ่อนระทวยไปเลย

ป้าวิไลเป็นกองสืบข่าวหรือเปล่าเนี่ย

ชอบต้นโมกเหมือนกันครับ แต่โมกแดงไม่เคยเห็นแฮะ กล้วยไม้มีคนบอกว่าช้างอะครับ หอมทุกพันธุ์
โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) วันที่: 1 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:52:14 น.
  
ว้า เข้ามาช้าคุณพีท 1 วัน แต่เค้าเข้ามาอ่านแล้วนะคุณสิงห์แต่ถ้าเปลี่ยนตัวละครจาก ข้าว มาเป็นโซดา อิอิฝันหวานเลยเรา
โดย: โซดา IP: 118.173.58.151 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2553 เวลา:23:25:25 น.
  
...
เรื่องหน้านะคุณโซ ฮ่าๆ

โมกแดงดอกน่ารักแต่ไม่หอมค่ะคุณพีท เดี๋ยวบอกแฟนคุณนายหากล้วยไม้ตระกูลช้างมาปลูก อิอิ

คุณ mw คะ ขอบคุณค่ะ อยากกินเหมือนกัน อิอิ

เจ๊สี...ช้าตลอดอ่ะ
โดย: สิงห์อมบ๊วย วันที่: 2 พฤศจิกายน 2553 เวลา:23:45:55 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Nuntiya.BlogGang.com

สิงห์อมบ๊วย
Location :
ขอนแก่น  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]