รัก..ไม่ได้ออกแบบ
“ รัก..ไม่ได้ออกแบบ ”

จะตาย! จู่ๆผู้ชายที่คบมาสองปีกว่าๆมาบอกเลิก
อันที่จริงฉันอาจไม่เจ็บปวดอะไรมากมาย ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุผลที่เขาใช้ขอเลิก

“ ผมตกหลุมรักเพื่อนคุณ มันเหมือนรักแรกพบ เหมือนเจอ soul mate ”

อ้าว!แล้วที่คบกับฉันตั้งสองปีกว่าน่ะมันคืออะไร
ลำพังแค่แฟนมาบอกฉันก็คงพอทำใจได้แต่นี่ เพื่อนของฉันก็มาบอกกับฉันเหมือนกันว่า

“ ฉันคิดว่าเขาเป็นคนที่ใช่ของฉัน และ….เราทั้งคู่ต่างตกหลุมรักซึ่งกันและกัน ทันที เธอคงไม่เข้าใจไม่เชื่อเรื่องรักแรกพบ เรื่อง soul mate ใช่มั้ย แต่เราทั้งคู่เชื่อเช่นนั้น ดังนั้นเราจึงอยากบอกให้เธอรู้ด้วยตัวของเราทั้งคู่ เธอจะได้ไม่รู้สึกเสียใจมากนัก ”
ฟังเพื่อนสาวของฉันสิ หนึ่งในเพื่อนที่มีอยู่น้อยนิด

ฉันงงเหมือนโดนฆ้อนขนาดใหญ่ทุบเข้าที่ศีรษะ มึนๆงงๆและโง่ๆ
เสียใจมั้ย ไม่รู้สิ รู้สึกเหมือนจะบ้ามากกว่า จำได้ว่าหลุดปากถามเพื่อนสาวไปว่า

“ แล้วแฟนเธอล่ะ เขารู้หรือยัง เขารู้หรือยังว่าเรา คือ เขากับฉันเป็นอะไรสักอย่างที่พลัดหลง เข้ามาในช่วงหนึ่งของชีวิตเธอทั้งคู่ ”

“ ฉันบอกเธอก่อน แล้วค่อยไปบอกกับธีร์ทีหลัง ฉันแค่บอกให้เธอรับรู้นะ ไม่สนหรอกว่าจะยอมหรือไม่ เพราะไม่ว่าจะยังไงฉันกับแสนก็จะคบกัน คบอย่างเปิดเผย ”
ไม่อยากเชื่อว่านี่คือคำพูดจากปากเพื่อนของฉัน
ฉันมองดูเขาทั้งคู่ มือของเพื่อนฉันอยู่ในอุ้งมือของเขา
มือคู่นั้นของเขาที่เคยกุมมือของฉันมาก่อน มือคู่ที่เคยจับจูง

สองคนนั่นออกไปจากร้านกาแฟที่เรานั่งนานแล้ว
แต่ฉันยังนั่งอยู่ที่เดิม ยังรู้สึกมึนไม่หาย

วันที่เพื่อนสาว “ ออม ” บินมาหาที่เชียงใหม่ ที่ที่ฉันอยู่ ฉันกับแสนไปรอรับที่สนามบินอยากให้ออมได้รู้จักกับเพื่อนชายของตัวเอง เผื่อวันหนึ่งข้างหน้าฉันกับแสนมีวันดีๆร่วมกัน
จะได้เชิญออมเป็นเพื่อนเจ้าสาว แต่…ช่างไม่มีลางบอกเหตุอะไรเลย จิ้งจกไม่ทัก
วันที่ฉันแนะนำทั้งคู่ให้รู้จักกัน กลับเป็นวันที่ฉันต้องเสียแฟนไป เสียทั้งเพื่อนเสียทั้งแฟน

ทั้งคู่ใช้เวลาไม่นานเลยที่จะทำความรู้จักกัน เพียงหนึ่งสัปดาห์ที่ออมอยู่เที่ยวเชียงใหม่
เพียงหนึ่งสัปดาห์ที่ฉันไม่ได้ระแคะระคายอะไรเลย
มีแต่ความรู้สึกยินดีที่เพื่อนและแฟนเข้ากันได้ดี
“ ช่างโง่เง่าอะไรเช่นนี้นะ ยัยจิรา ”

คู่แท้ soul mate รักแรกพบ

เชอะ!ฉันไม่เชื่อหรอกเรื่องอย่างนั้น ฉันเชื่อว่านั่นมันแค่ “ หลง ”
คู่แท้ soul mate รักแรกพบ “ ช่างไม่มีเหตุมีผลเอาเสียเลย ”

ที่น่าแปลกไปกว่านั้น
ทำไมฉันจึงไม่เจ็บปวดมากมายอย่างที่ควรจะเป็น ใช่ล่ะ รู้สึกผิดหวังในตัวเพื่อน ผิดหวังในตัวแฟน
เขาทั้งคู่ช่างทำได้ ทั้งๆที่ต่างก็มีแฟนอยู่แล้วจู่ๆ…..จะตาย รู้สึกเหมือนจะตายซะจริงๆ ดูเหมือนคนทั้งคู่ไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของฉันเลยฉันเป็นอะไรกันแน่ในสายตาของพวกเขา
ดอกไม้ริมทาง ศาลาริมทาง ทางผ่าน … แย่!~
…
“ มอคค่าเย็นมั้ย ” เสียงของใครบางคนดังอยู่ข้างๆ และเจ้าของเสียงหาได้ฟังความเห็นอะไรไม่เพราะแก้วมอคค่าเย็นถูกวางลงตรงหน้าของฉันเรียบร้อยแล้ว

“ กาน ต์” เจ้าของร้านกาแฟที่ฉันนั่งอยู่ เป็นร้านประจำที่มาบ่อย ไม่สิ…มาทุกวันต่างหากจนฉันและเขาเป็นเพื่อนกัน กานต์เป็นเพื่อนที่ดีมาก ช่วยเหลือให้คำปรึกษา บางทีก็คอยเตือนสติ
ถ้าช่วงไหนเห็นว่าฉัน “ จิตตก ”

ก็ร้านนี้แหละที่แสนขอคบกับฉันในฐานะแฟน เปลี่ยนจากเพื่อนเป็นแฟน
มีกานต์และกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นเป็นพยาน

หึ หึ อยากจะหัวเราะแต่คงขื่นน่าดู บอกขอคบและบอกเลิกที่ร้านเดิมโต๊ะเดิม

กานต์ลากเก้าอี้มาชิดกับฉัน นั่งลงวางแขนพาดทับไหล่ของฉัน ดึงตัวฉันให้เข้ามาพิงที่อกเขา
“ อยากร้องไห้มั้ย เสื้อยืดผ้าคอตตอนร้อยเปอร์เซ็นต์ มีคุณสมบัติซึมซับน้ำตาได้ยอดเยี่ยม ”
ฉันเอนพิงหน้าอกเขา ไม่มีน้ำตา ไม่มีเสียงสะอื้น บางทีน้ำตาอาจจะตกอยู่ข้างในหรือไม่อีกที อาจเป็นเพราะฉันไม่ได้รู้สึกเสียใจเท่าที่คนทั่วไปควรจะเป็นเวลาที่เรียกว่า
" อกหัก ” แปลกจัง
หรือจริงๆแล้ว ฉันไม่ได้รักแสนอย่างที่ควรจะรักตั้งแต่แรก
พอมาเจออย่างนี้เลยไม่รู้สึกเจ็บมากมายอะไร
แต่รู้สึกเสียใจที่ทั้งคู่ใจร้าย ไร้มนุษยธรรม ไร้ศีลธรรม ไร้จรรยาบรรณ..ไร้…

ฉันจะฟ้องมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชน น่าน..ไปซะโน่นเลยจิราเอ๊ย…

ฉันอยู่ในท่านั้นครู่ใหญ่ ก่อนถอยออกจากอ้อมแขนนั้น
“ ไม่มีเหล้าขายรึไง ร้านนี้น่ะ ” ฉันว่า แล้วเอื้อมมือไปคว้าแก้วมอคค่ามาดูด
“ หวานนะ หวานเกินไป เอาอะไรที่มันขมๆมากระหน่ำซ้ำเติมให้ขมขื่นไปเลยดีกว่า ”

“ นี่มันร้านกาแฟนะไม่ใช่ร้านยาดองจะได้มีเหล้าให้ซด ถ้าอยากทำเปรี้ยวรอร้านปิดก่อนจะพาไปเมาเอง ”

…
..
.
อื้อ…อากาศเย็นจัง พลิกตัวกระชับผ้าห่มเข้ามากอด อืม..หอมจังผ้าห่มเนี่ย..
หอม ไม่ใช่กลิ่นที่คุ้นเคย ฉันกระพริบตาปริบๆ เฮ่ย! กระเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง
เร็วไปหน่อยหัวเลยชนขอบเตียงดังโป้ก โอ๊ย! เจ็บนะนี่ มึนหัวจัง

“ ตื่นแล้วรึเมรีขี้เมา ” เสียงคุ้นๆ ท่าเดินคุ้นๆและหน้าคุ้นๆ
“ กานต์ ” ฉันเรียกชื่อคนคุ้นๆเสียงดัง
“ ก็ผมน่ะสิ เห็นเป็นใคร ตื่นแล้วก็ลุกไปล้างหน้าแปรงฟันไป แล้วออกไปกินกาแฟที่ระเบียงเร็วๆด้วย หนักนี่เราเมื่อคืนน่ะ ล่อไวน์ซะเกลี้ยง งงยังงง แค่ไวน์น่าอย่าทำเมาค้างลุกเลยจิรา แล้วหัวไปโดนอะไรคลำอยู่นั่น ไหนดูซิ ” กานต์ปัดมือของฉันออกก่อนใช้มือสองข้างของเขา
เปิดเส้นผมของฉันออก
“ ไม่แตก ไม่มีแผล ลุกได้แล้ว หรือจะให้อุ้ม ไม่ไหวล่ะนะ เมื่อคืนกว่าจะพาเข้ามานอนได้ก็แทบแย่ ”
…
…
ฉันนั่งทบทวนที่กานต์พูดและคิดตาม จำได้แล้ว
หลังจากที่กานต์ปิดร้าน เขาก็พาเดินไปด้านหลังของร้าน ผ่านสวนน่ารัก หอมกลิ่นพุดน้ำบุศย์มีบ้านไม้หลังเล็กยกลอยจากพื้นเมตรหนึ่ง มีระเบียงไม้กว้างที่หน้าบ้านโต๊ะไม้น่านั่ง มีม้ายาวสำหรับเอนนอน
“ ไหนบอกจะพาไปเมาไง ” ฉันว่า
“ ก็นี่ไงกำลังจะไปหามาให้ ”
แล้วกานต์ก็เดินเข้าไปในบ้านไปหยิบไวน์มาเปิด จำได้ว่าท้วงเขาไปว่าไวน์มันสำหรับงานฉลอง งานยินดี
“ ก็นี่ไงฉลองให้กับการกลับมาเป็นสาวโสดของเธอ ”
ดูๆๆๆย้ำดีนัก

แล้วฉันก็ซด เอ่อ …จิบไวน์ไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าคุยอะไรกับกานต์ไปมั่ง
จำได้ว่าตอนดึกๆ อาเจียนใส่เสื้อ
หา! …เสื้อ แล้วฉันก็ก้มลงมองตัวเอง
เฮ้อ!…เสื้อเชิ้ต คงของกานต์
หา!…กานต์เปลี่ยนเสื้อให้ ฉันตวัดผ้าห่มออกยกเท้าวางลงบนพื้นก่อนลุกขึ้นยืน ก้มลงสำรวจตัวเองอีกครั้ง
อ้ากก.ก… ใส่เสื้อตัวเดียว กางเกงของฉันหายไปไหน
“ กานต์…” ฉันกรี๊ดเสียงเรียกคนข้างนอก แล้เขาก็เข้ามาเร็วได้ใจ
“ เป็นอะไร กรี๊ดอะไร ” เขาว่าส่ายหน้าไปมา
“ เสื้อของฉัน กางเกงของฉัน มันหายไปไหนอย่าบอกนะว่าเธอถอดมันออกไปและใส่เสื้อเชิ้ตรุ่มร่ามนี่ให้ฉัน ”
เสียงกานต์ถอนหายใจ
“ ไม่ใช่ผมแล้วจะเป็นใคร เธออ้วกใส่เสื้อผ้าเลอะเทอะไปหมด
ผมก็ต้องถอดและเปลี่ยนให้สิ จะให้นอนทั้งเหม็นๆได้ยังไง ที่สำคัญผมก็ต้องนอนบนเตียงเดียวกับเธอด้วย เหม็นตาย ”
“ หา!…เตียงนั่น เธอนอนกับฉัน เฮ้ย!..ไม่ใช่นอนข้างๆฉัน ทั้งคืน ” ฉันตาเหลือก
“ เออ!.. เธอจะคิดมากไปทำไมเนี่ย ดีแล้วที่เป็นผม ถ้าเป็นผู้ชายอื่น..เฮ้อ..”

กานต์ว่าพลางส่ายหน้า
“ ไปอาบน้ำล้างหน้าได้แล้วไป ใส่เสื้อผ้าของผมก่อนละกันเพราะของเธอมันยังไม่แห้ง ”
กานต์จูงมือเดินไปห้องน้ำ อธิบายข้าวของเครื่องใช้ ก่อนลุนหลังฉันเข้าห้องน้ำและตะโกนไล่หลัง
“ เร็วๆด้วยเช้านี้จะมีคนแวะมากินอาหารเช้าด้วย ”
…
…
เฮ้อ..จำไว้ยัยจิราอย่าได้ริหาญกล้าไปกินเหล้า เมายา เอ่อ!..เมาไวน์ที่ไหนอีกเชียว ดีเท่าไหร่ที่เป็นกานต์ ทั้งที่เป็นกานต์ก็อดที่จะอายไม่ได้ ก็เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ คิดมาถึงตรงนี้หน้าฉันก็รู้สึกร้อนขึ้นมา ถึงกานต์จะไม่เหมือนผู้ชายอื่นๆแต่กานต์ก็ยังดูเป็นผู้ชาย
เฮ้อ!…รอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ที่ถอนหายใจ
ฉันใส่เสื้อยืดและกางเกงขาก๊วยของกานต์ที่เขาเตรียมไว้ให้ รุ่มร่ามพิลึก
เดินเอาผ้าขนหนูเช็ดผมที่เพิ่งสระเสร็จออกไประเบียงหน้าบ้าน หอมกลิ่นกาแฟที่กานต์ต้มไว้
…
เสียงคุยกันเบาๆของผู้ชายสองคน คนหนึ่งน่ะกานต์ อีกคนที่ตัวสูง ขาว สวมกางเกงสแล็คสีน้ำตาล เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา ใบหน้าเกลี้ยงเกลา ตัดผมรองทรงเข้ากับรูปหน้า เดินเข้าไปใกล้ๆจึงเห็นว่าเป็นใคร
“ เป็นไงบ้างจิรา คุณกานต์กำลังเล่าเรื่องเธอให้ฟัง … ไม่เป็นไรนะ ”

“ คุณทศ.. ไม่เป็นไรเลย เมื่อวานเป็นอดีต ผ่านไปแล้วและอ้วกออกแล้วพร้อมๆไวน์ขวดเมื่อคืน ”
ฉันว่ายิ้มๆ เดินไปนั่งเก้าอี้ไม้ตัวยาวตัวเดียวกันกับที่กานต์นั่ง คุณทศมองหน้าฉันและสบตากานต์
ฉันก็เลยหัวเราะเบาๆ ก่อนถอยห่างจากกานต์นิดหนึ่ง
คุณทศเลยหัวเราะและส่ายหน้า ก่อนพูดว่า
“ ไม่เป็นไรผมเข้าใจ เราเข้าใจกันดีใช่มั้ยครับคุณกานต์ ”
คุณทศมองหน้ากานต์และยิ้มให้
“ ดีแล้วนะที่คุณอยู่กับคุณกานต์เมื่อคืน อย่าริไปดื่มเหล้าดื่มไวน์ที่อื่นที่ไม่มีเรานะรู้มั้ยจิรา คอแป๊บเดียวอย่างเธอนี่อันตราย เธอก็เหมือนน้องของเรา รู้ว่าเมาง่ายอย่างนี้ก็อดห่วงไม่ได้ ”

กานต์รินกาแฟใส่ถ้วยให้ ส่วนคุณทศก็เอาใจด้วยการทาแยมผิวส้มบนขนมปังให้แถมยังเสริฟฮอทดอกกับซอสและน้ำส้มคั้นอีกต่างหาก เลิกกับแฟนมันดีอย่างนี้นี่เอง มีคนเห็นใจ
สองคนนี้น่ารักจัง ตอนที่ยกกาแฟขึ้นจิบเเอบเห็นกานต์กับคุณทศสบตาและยิ้มให้กัน
ฉันก้มลงยิ้มกับแก้วกาแฟ
….
….
ความรักมีหลากรูปแบบ ขอเพียงได้เจอคนที่รักเและเข้าใจเราและเรารักและเข้าใจเขา… เท่านั้น
กานต์กับคุณทศก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของความรัก
ฉันยิ้มให้กับตัวเอง คงมีสักวันที่ฉันจะมีโอกาสได้มองสบตาและยิ้มให้ใครอีกคนระหว่างอาหารเช้า
…
เฮ้อ!…ยัง…ยังไม่เข็ด…..ยัยจิรา…


ปล.เครื่องดื่มมึนเมาไม่ดีต่อสุขภาพ ทำให้ขาดสติ ขาดสตางค์และ..ผิดศีล



Create Date : 19 กรกฎาคม 2551
Last Update : 23 มีนาคม 2554 19:29:43 น.
Counter : 278 Pageviews.

21 comments
: เงียบเสียดีกว่า : กะว่าก๋า
(19 ต.ค. 2564 05:39:51 น.)
[Nendoroid Story] "ความรู้สึกที่ต่างกัน" toor36
(16 ต.ค. 2564 00:00:25 น.)
: พูดไปทำไม ? : กะว่าก๋า
(14 ต.ค. 2564 05:41:14 น.)
หนูรี่แหล่ะ คือ เทพเจ้า ตอนที่ 3 หน้า 2 unitan
(14 ต.ค. 2564 10:45:08 น.)
  
โดย: teansri วันที่: 20 กรกฎาคม 2551 เวลา:0:32:43 น.
  
แหม หักมุม แต่น่ารักมากค่ะ
โดย: มด IP: 129.11.13.24 วันที่: 20 กรกฎาคม 2551 เวลา:2:03:10 น.
  
แวะมาทักทาย และแสดงความยินดีที่สามารถตังชื่อตัวละครได้จนครบ
โดย: กลิ่นกาแฟ IP: 202.139.223.18 วันที่: 20 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:20:54 น.
  
...
ถึงขั้นนอนโรง'บาลเลยเหรอคะ...
หายเร็วๆนะคะ คิดถึงๆ

ขอบคุณคุณมดค่ะ

หาชื่อยากจริงๆลุง เรื่องหน้าถ้าคิดไม่ได้จะใช้ชื่อตัวเองคอยดู๊

กลับมาซะทีนะลุงนะ
โดย: สิงห์อมบ๊วย วันที่: 20 กรกฎาคม 2551 เวลา:11:59:21 น.
  
มารายงานตัว( แฟนคลับ )
ตอนแรกหวังว่าจะมีคนดามอกให้ จิรา...... หักมุมดังป๊อกแต่ก็น่ารักค่ะ...
ผู้ชายดีๆ แต่ไม่แท้ ไอ้ที่เป็นชายแท้ก็ม่ใคร่จะดีเนอะ พี่สิงห์
โดย: mangotip IP: 118.173.239.21 วันที่: 20 กรกฎาคม 2551 เวลา:12:42:24 น.
  
...
ดีจัง มีแฟนคลับเป็นของตัวเอง..อิอิ

กานต์น่ารักเนอะคุณmanotip ว่างั้นมั้ย

ดูไปยัยจิรานี่ไม่ค่อยจะเศร้าเท่าไหร่ ที่เมาน่ะน่าจะหลอกกินไวน์ซะละมากกว่า...

จะพยายามหาเรื่อง เอ๊ย..หา..ก็ เรื่อง นั่นแหละมาลงให้อ่านเล่นๆอีกค่ะ แต่อาจนานหน่อย หัดเขียนค่ะเลยไม่คล่อง

:-)
โดย: สิงห์อมบ๊วย IP: 61.7.133.71 วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:12:22:30 น.
  
มาเพ่นพ่าน...บ้านคุณสิงห์ฯ
โดย: teansri วันที่: 23 กรกฎาคม 2551 เวลา:2:08:18 น.
  
...
มาได้เรื่อยๆค่ะคุณเทียนสี

กายแข็งแรง ใจน่าจะแข็งแรงใช่มั้ยเพราะกำลังใจกลับมาแล้วนี่นา อิอิ
โดย: สิงห์อมบ๊วย วันที่: 23 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:08:34 น.
  
เปลี่ยนจากไวน์ เป็นน่ำสีอำพัน ซ่าๆ ขมๆ แทนได้มะ


แบบว่าเปรี้ยวปากอ่า T T





ฮึ่ม งดเหล้าเข้าพรรษาๆ

ส่วนเรื่องราว...เฮ้อ ก็น่าถอนใจแทนจิราซัก 100 รอบนะฮะ...แต่เอาน่ะ รู้อยู่ว่าอยากเมา อิอิ ^ ^
โดย: ยางมะตอยสีชมพู IP: 124.121.134.157 วันที่: 23 กรกฎาคม 2551 เวลา:23:00:28 น.
  
...
ดีจัง"งดเหล้าเข้าพรรษา"

พอออกพรรษาก็..ฉลอง เอ้า...โชนนนนน เอิ้กๆ


ถ้าเป็นยัยจิราจะเบิ้ดกระโหลกสองคนนั่น
แล้วก็หลอกกินไวน์ของพี่กานต์...เอ่อ...เมาเหมือนเดิม อิอิ
( เรื่องไวน์นี่เหมือนออกจากใจคนเขียนยังไงไม่รู้...อิอิ)
โดย: สิงห์อมบ๊วย IP: 118.173.244.18 วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:42:45 น.
  
อ่านเพลินเลยครับ...

ชอบความคิด "จิรา" ครับ ดูเธอเป็นคนเฮฮาดี
โดย: วรบรรณ วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:12:34 น.
  
...
ยังดีนะเนี่ยที่คุณวรบรรณบอกว่า จิราเป็นคนเฮฮาดี

ไม่บอกว่า"ต๊อง"

:-)
โดย: สิงห์อมบ๊วย IP: 118.173.244.31 วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:37:26 น.
  
ปั่นทู้ที่ถนนฯ ไปหลายรอบ มานั่งปลื้มคุณกานต์กับคุณทศที่นี่ต่อ ลั้นลา (นั่งตาใส)
โดย: คุณพีทคุง ณ (ลายปากกา ) วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:48:27 น.
  
โดย: ณธีร์ วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:10:50 น.
  
...
มานั่งปั่น เอ๊ย..ปลื้มคุณกานต์คุณทศ รอเรื่องใหม่
ซึ่งไม่รู้จะเมื่อไหร่...
ที่ว่าตาใสน่ะ แปลว่าตาหายเจ็บแล้วใช่มั้ยคุณพีท
ยินดีด้วยค่ะ
..
..
พี่ณธีร์ หายยุ่งยัง คิดถึงนะคะ...
โดย: สิงห์อมบ๊วย วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:52:27 น.
  
หิวมั้ยคุณสิงห์ฯ ไปกินข้าวกันเหอะ

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=blueteardrop&group=2
โดย: teansri วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:0:11:51 น.
  
มะกี๊แวะไปดูรูปดอกหญ้า ก็ยังต้องแวะมาที่ห้องนี้ เพราะคิดถึง... พี่กานต์กับพี่ทศ เอิ๊ก
โดย: คุณพีทคุง ณ (ลายปากกา ) วันที่: 28 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:13:01 น.
  
...
ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง

ฮึ..
โดย: สิงห์อมบ๊วย IP: 61.7.133.126 วันที่: 28 กรกฎาคม 2551 เวลา:19:45:56 น.
  
ลงชื่อ...เป็นกำลังใจจ้า...ว่ามีคนอ่านเพิ่มอีกหนึ่งจ้า...^__________^
โดย: REAL_IN_MIND IP: 58.8.231.143 วันที่: 2 สิงหาคม 2551 เวลา:20:25:25 น.
  
..
ขอบคุณค่ะคุณREAL_IN_MIND
โดย: สิงห์อมบ๊วย IP: 61.7.133.224 วันที่: 5 สิงหาคม 2551 เวลา:7:56:47 น.
  
I hope thing like this won't happen to real life..but hey..if it is real..all I can say umm be strong life must go on..what a jerk..so heartless..if there are more people in the world like them Geezzzz..I don't know how to imagine?

anywho..Sing I hope this was not base on anyone true story..it hurts if it's real..!!
โดย: PiCorn (Camille) IP: 71.81.178.101 วันที่: 12 มิถุนายน 2553 เวลา:12:01:56 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Nuntiya.BlogGang.com

สิงห์อมบ๊วย
Location :
ขอนแก่น  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]