ร้อยเหตุผลฯ 2
ร้อยเหตุผล ( คนจะโสด ) 2


ฮ้อ!.ให้ตายเถอะ

ถ้าไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุเมื่อวันก่อนฉันคงไม่ต้องนั่งปั้นหน้ามากับอีตาพี่โตในวันนี้ และอาจจะมีอีกในวันต่อๆไปจนกว่ารถยนต์ของฉันจะซ่อมเสร็จ แค่เผลอหันหน้าไปหัวเราะ
กับหลานสุดรักเพียงแวปเดียว รถเก๋งคันเล็กของฉันก็ชนท้ายเข้ากับรถโฟร์วีลส์คันโตที่ติดกันชนอย่างดี โถ!ก็วิ่งมาดีๆจู่ๆก็ไฟแดง จู่ๆรถคันหน้าก็หยุด ผลน่ะเหรอ รถของฉันหน้าย่น หน้าของฉันก็ย่นเมื่อเห็นว่าเจ้าของรถคู่กรณีคือใคร และที่ย่นกว่าก็คือเจ้าของรถคันนั้นทั้งที่บั้นท้ายรถยังสวยเหมือนเดิม

โชคดีที่รถของฉันมีประกัน โทรศัพท์ตามตัวแทนประกันมาจัดการ แต่ดูเหมือนว่า”พ่อโต”ของคุณนายเป็นคนจัดการ”ตัวแทน”ประกันแทน เป็นคนเลือกอู่ที่จะซ่อมรถ เป็นอู่ของเพื่อนเขา ตอนแรกตัวแทนทำท่าจะไม่ยอม พ่อโตของคุณนายก็ไม่ยอมเหมือนกัน ท้ายที่สุดตัวแทนประกันก็ต้องยินยอม โถ!เป็นใครก็คงยอมแหละท่าทางพ่อโตของคุณนายเวลาเจรจาความ หน้านิ่งๆเรียบๆนั้น น่าเกรงน้อยซะเมื่อไหร่

จริงๆก็ตลกดีที่ถกเถียงกันแทนที่จะเป็นเรื่องการซ่อมรถของพ่อโตซึ่งคู่กรณีของฉันกลับกลายเป็นถกเถียงกันเรื่องการเลือกอู่เพื่อซ่อมรถของฉัน คู่กรณีของฉันเลือกอู่เพื่อซ่อมรถให้ฉัน น่าขำน้อยซะเมื่อไหร่
...

“ สามสี่วันนะ ถ้าเสร็จเมื่อไหร่จะโทร.ไปบอกนายละกัน ”
นายช่างใหญ่เจ้าของอู่ซ่อมรถที่“พ่อโต” ของคุณนายพาฉันเอารถไปซ่อม เขาบอกว่าเป็นอู่ของเพื่อนเขาจะได้บอกให้ตรวจเช็คสภาพและทำให้ดีๆ ทั้งที่ฉันบอกว่าจะไปซ่อมเองได้ ให้เขาซ่อมรถของเขาเถอะ
ค่าซ่อมฉันรับผิดชอบเอง “พ่อโต” บอกว่าไม่เป็นไร รถเขาไม่เสียหาย แต่รถของฉันสิหน้าย่นไม่มีดี
ไฟหน้าก็แตก ฉันว่าชนไม่แรงนะแต่ทำไมหน้ายับเชียว เฮ้อ!

แล้วยังไง ? รถก็รถของฉัน แถมฉันผิดที่ไปชนท้ายรถของเขา แต่กลับเป็นเขาที่มาวุ่นวายจัดการทุกอย่าง และฉันก็ต้องจำยอม เมื่อเจอหน้าเรียบเฉยนั่น

“ เดี๋ยวคุณแม่กับแม่เล็กจะมาว่าได้ว่า….พี่…ไม่ดูแล น้อง ” เน้นหนักคำว่า น้องทิ้งท้าย

และด้วยความสงสารหลานกลัวจะร้อน ประกอบกับวันนั้นฉันต้องรีบตามคุณนายและคุณพ่อไปทำบุญที่วัด ที่มีน้องชายน้องสะใภ้มารับแต่เช้าและพาพ่อกับแม่ไปที่วัดก่อน ส่วนฉันต้องไปเอาของบางอย่างที่สั่งไว้มีหลานสาวน่ารักขอไปกับคุณป้าด้วย แน่นอนมีคุณพ่อและคุณแม่ของเขาไปด้วย จะไปทำบุญแท้ๆเชียว เฮ้อ!

หลังจากออกจากอู่เขาก็พาฉันกับหลานตามบรรดาพ่อแม่ไปทำบุญต่อที่วัด ทำบุญเลี้ยงพระเสร็จพ่อกับแม่ของฉันบอกจะติดรถกลับกับพ่อกับแม่พี่โต น้องชายน้องสะใภ้รับหลานกลับบอกจะพาหลานไปเที่ยวต่อ ส่วนฉันถูกจับยัดเข้ารถพี่โตเหตุผล
“ รถพ่อแน่นแล้ว โตแหนะไปส่งน้องที ” นี่น่ะพ่อของเขา
และมีกำชับก่อนขึ้นรถ
“ ช่วงนี้น้องจะไม่มีรถขับไปทำงาน โตแหนะไปรับไปส่งน้องหน่อยนะลูก ” นี่น่ะคุณแม่ของเขา
“ อุ๊ย!ไม่เป็นไรค่ะแม่นุช ข้าวไปเองได้ นั่งรถเมล์ไปได้ ไม่ลำบากอะไร ” ฉันรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน
ตายสิให้นั่งรถไปกับพ่อโตทุกวัน ดูหน้าสินั่น เพิ่งทำบุญมาแท้ๆไหงบอกบุญไม่รับก็ไม่รู้

“ พี่ก็ไม่ได้ลำบากอะไร ” บทจะพูดนะพ่อคุณ เฮ้อ!

ผลของการทำบุญวันนั้นจึงออกมาเป็นวันนี้
เมื่อเช้าอุตส่าห์ตื่นแต่เช้า ตั้งใจจะออกไปโบกรถเมล์แต่เช้า ไม่ใช่อยากหนีหรอกนะ แต่ไม่อยากรบกวนเขาต่างหาก รถฉันเข้าอู่คราวนี้ดูเหมือนว่า แม่ของฉันกับแม่ของพ่อโตจะแฮปปี้เป็นพิเศษ ก็พอจะรู้อยู่บ้างหรอกนะว่าวางแผนอะไรไว้ กับแผนนั่นฉันก็ไม่เดือดร้อนหรอก เราไม่เล่นตามแผนใครจะทำไม จะสงสารก็แต่พ่อโตของคุณนายนั่นแหละจะไม่มีเวลาแวปไปหาหญิงสาวน่ารักคนนั้น เพราะมัวแต่มารับมาส่งฉันตามคำบัญชาของท่านแม่ของเขา นี่ก็อีกคนไม่เข้าใจเลย ความจริงเขาจะปฏิเสธเสียก็ได้ นี่อะไรยังยินยอมทำตามคำสั่งหน้าตาเฉย ท่าทางก็ไม่ใช่ลูกแหง่ที่กลัวแม่นี่นา
อันที่จริงเรื่องที่ฉันเคยเจอเขากับหญิงสาวคนนั้นเดิมทีตั้งใจจะเล่าให้คุณนายฟังจะได้เลิกวุ่นวายกับชีวิตโสดของฉันเสียที แต่จนกระทั่งวันนี้ฉันก็ไม่ได้เล่า ไม่ใช่เรื่อง รู้อย่างนี้เล่าให้ฟังตั้งแต่วันนั้นก็ดี

แล้วยังไงล่ะ ที่อุตส่าห์ตื่นแต่เช้าแต่ดันเจอคนที่ตื่นเช้ากว่า นั่งรออยู่โต๊ะรับแขกมีแก้วกาแฟกับขนมปังวางอยู่ข้างหน้า แถมเปิดทีวีดูข่าวสบายใจอีกต่างหาก ฉันยกมือไหว้และเขาก็รับไหว้ ไม่มีคำทักทาย ไม่มีรอยยิ้ม ก็คนยิ้มไม่ออกนี่นา

ชีวิตโสดของฉันกำลังถูกผู้หญิงสองคนสั่นคลอน

“ พี่โต มารอแล้วลูก ไปหาอะไรกินก่อนไป๊ อย่าให้พี่เขารอนาน ” ฟังคุณนายบอก
เฮ้อ!ฉันถอนหายใจเบาๆ “ แฟนไปไหนคะ คุณนาย ” ฉันถามหาคุณพ่อและเดินไปชงกาแฟที่เคาน์เตอร์บาร์ที่ตั้งกั้นบริเวณห้องรับแขกกับทางเดินไปครัวหลังบ้าน
“ รดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน ”
“ แล้วนั่นน่ะ เขามาทำไมแต่เช้า ที่บ้านเขาไม่มีกาแฟจะกินรึไง ”
ฉันหมายถึงคนที่นั่งสบายใจในห้องรับแขกนั่นแหละ ผลคือ เพี๊ยะ! ฝ่ามือคุณนายตีลงที่ต้นแขน เจ็บจนต้องลูบ คุณนายนะคุณนาย
“ พี่เขามารับ ทำไมพูดไร้น้ำใจ แม่ไม่เคยสอนให้เป็นคนแบบนี้นะ ”

“ ขอโทษค่ะขอโทษ ” กอดเอาใจคุณนาย แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยนะ “พ่อโต” เนี่ย!

กาแฟวันนี้รสชาติมันช่างขมและขื่น ยี่ห้ออะไรเนี่ย..ใครซื้อมาไม่อร่อยเอาเสียเลย

กาแฟหมดแก้ว คนรอมองหน้า จะทำไงได้ ได้แต่เดินตามหลังขึ้นรถของพ่อโตออกไปไม่ต้องหันกลับไปมองก็รู้ คุณนายยิ้มหน้าบานล่ะสิ ก็เบี้ยสองตัวยอมถูกจับเดินตามแผนง่ายๆ

แล้วก็มานั่งคอเชิดมองข้างทางไป เมื่อยจะแย่
ไม่มีบทสนทนา ความเงียบวิ่งวนไปมาภายในรถ

เขาขับมาส่งฉันที่ที่ทำงาน ไหว้ขอบคุณเขาก่อนเอื้อมมือจะเปิดประตู
“ ตอนเย็นจะมารับ ” คำพูดลอยๆ
ฉันหันหน้าไปมองเขา
“ ไม่ต้องก็ได้ค่ะ เดี๋ยวข้าวกลับเองได้ เผื่อพี่โตติดธุระ หรือมีนัดจะได้ไม่เสียเวลามารับ ข้าวเกรงใจ ”

ประโยคธรรมดา น้ำเสียงธรรมดา ยิ้มเล็กน้อยแต่พองามของฉัน นึกว่าพูดดีแล้วเชียว ผลตอบรับกลับกลายเป็น ใบหน้าเรียบเฉยนั่น แววตาคู่นั้นมองจ้องตาฉันตรงๆ ก่อนพูดด้วยเสียงราบเรียบไม่บอกความรู้สึกว่า
“ ถ้าติดธุระจะโทร.มาบอก ถ้าไม่โทร.มาก็หมายความว่าจะมารับ ”
โอ๊ย!คนอะไรอย่างนี้นะ ไม่สงสัยสักนิดหรอกว่าเบอร์โทร.ของฉันพ่อคุณได้มายังไง

บ่ายสี่โมง ใกล้เวลาเลิกงาน
เฮ้อ! ฉันเก็บงานตรงหน้า เก็บข้าวของลงใส่ลิ้นชัก เตรียมตัวก่อนกลับ
“ เป็นอะไรยะ วันนี้ได้ยินเสียงถอนหายใจหลายรอบ มีอะไรหนักใจนักหนา อยากเล่ามั้ย ”
พี่ฟ้า เพื่อนร่วมงานที่แสนดีคงรำคาญเสียงถอนหายใจของฉันเต็มที ถึงออกปากถาม ฉันเลยเล่าเรื่องราวให้ฟัง
“ มิน่าเมื่อเช้าพี่ไม่เห็นรถข้าวจอดอยู่ในที่จอดรถ อย่างนี้เอง ก็ดีแล้วนี่มีคนรับส่ง ”
“ ดีตายล่ะ ” ฉันว่า ทำหน้าเซ็ง
“ ทำไมไม่ดีล่ะ ข้าวไม่ต้องขึ้นรถเมล์ สบายจะตาย ”

“ สบายจริงหรอกแต่ข้าวรู้สึกเหมือนเป็นเบี้ยบนกระดานให้คุณนายกับแม่นุชจับเดินยังไงก็ไม่รู้ ”
“ ไม่หรอกมั้งผู้ใหญ่เขาหวังดี เป็นห่วง คุณโตอะไรนั่นเขาก็มีน้ำใจ ” พี่ฟ้านางฟ้าผู้แสนจะมองโลกในแง่ดี
“ ไม่รู้สิ ข้าวรู้สึกว่าอุบัติเหตุคราวนี้ ส่งผลให้ผู้ใหญ่ในร่างเด็กสองคนวางแผนขึ้นมาซ้อนแผนอ่ะ แถมเบี้ยอีกตัวก็เต็มใจเดินตามแผนซะด้วย อย่างหลังนี่ไม่ค่อยจะเข้าใจ ”
“ เขาคงไม่อยากขัดใจแม่ของเขา และคงอยากช่วยข้าวนั่นแหละ คิดมากไปได้ ”
“ โถพี่ฟ้าไม่ลองมาเป็นข้าว นั่งรถมาด้วยไม่รู้จะคุยอะไรด้วย หน้างี้ไม่รู้ไปโกรธใครมาตั้งชาติ ข้าวนั่งตัวลีบติดประตู กลัวว่าพี่ท่านจะกระโดดกัดคอ ” ทำท่าสยองขวัญประกอบ
“ เกินไปแล้วยัยข้าว ” พี่ฟ้าหัวเราะเบาๆ ใช่สิไม่มาลองเป็นฉันดูนี่
เฮ้อ!
…
…
“ แวะไปดูรถที่อู่ได้มั้ยคะ ” หลังจากขึ้นมานั่งตัวลีบบนรถคันโตของ“ พ่อโต” …
“ โทร.ไปถามเจ้าศักดิ์ให้แล้ว มันบอกว่ายังไม่เสร็จ รออะไหล่บางอย่าง วันเสาร์ เห็นว่าอย่างนั้นนะ ”
น้ำเสียงราบเรียบ หน้าตรงมองไปข้างหน้า
“ เหรอคะ ” ฉันจะว่าอะไรได้ ต้องอาศัยเขาอีกสี่วันหรือนี่ เขาก็คงอยากให้เสร็จเร็วๆเหมือนกันนั่นแหละไม่งั้นจะโทร.ไปทำไม เฮ้อ!
“ หรืออยากไปดู .. พี่..พาไปก็ได้นะ ” เขาหันมาบอก ฉันมองตอบและส่ายหน้า
“ ไม่เป็นไรค่ะ รอวันเสาร์ค่อยไปทีเดียวก็ได้ เกรงใจค่ะ ”
หลังจากนั้นก็ไม่มีเรื่องราวใดๆจะคุย ขณะติดไฟแดง โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น
“ อืมว่าไง ” “ ได้ๆเดี๋ยวกลับไปดู ได้ ได้ …หวัดดี ”
สัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว
รถคันโตเคลื่อนออกช้าๆ ฉันมองไปข้างหน้า มองดูข้างๆ ทาง หลังเลิกงานอย่างนี้ติดไฟแดงทีกว่าจะเคลื่อนตัวได้ก็ใช้เวลาพอสมควรเหมือนกัน ถ้านั่งรถเมล์คงเหนื่อยน่าดูกว่าจะถึงบ้าน บางทีก็เห็นเหมือนเงาสะท้อนกระจก เจ้าของรถหันมามองดูฉันบางครั้งบางคราว
…
“ขอบคุณค่ะ” ฉันไหว้ขอบคุณพ่อโต ก่อนพูดต่อด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนเปิดประตูลงจากรถ
“พรุ่งนี้ ข้าวไปเองก็ได้นะคะ”
เขามองหน้าฉัน ใบหน้าเรียบเฉย แต่แววตานั่น เหมือนขึ้งโกรธ โกรธฉันเหรอ พูดอะไรผิดล่ะนี่
“ พรุ่งนี้จะมารับ” พูดจบก็ออกรถไปเลย คำสั่งหรือเปล่าล่ะนั่น
ก็ได้ๆๆๆๆๆ อยากมาก็มาเลย เชิญ เชอะ !ดีเหมือนกันมีคนขับรถให้นั่งสบาย
…
…
ลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา “พ่อโต”ของคุณนายมารับฉันไปทำงานทุกวัน
หลังจากวันแรกที่เขามานั่งรอ วันต่อๆมาฉันเลยต้องรีบตื่น ไม่อยากให้เขาเป็นฝ่ายรอแต่กลับกลายเป็นว่าวันต่อมาเขามาช้ากว่าวันแรก แต่ทั้งที่มาช้าก็ใช่ว่าจะทานอาหารเช้ามาจากบ้านกลับมานั่งทานที่บ้านฉัน คุณนายก็แสนจะหน้าบานเดี๋ยวทำข้าวต้มไก่ ข้าวต้มเห็ดหอมและอีกสารพัดให้“พ่อโต” แต่หน้าที่ชงกาแฟกลับยกให้ฉัน อะไรนี่มันอะไร โอ๊ย!คุณนายของฉัน

นอกจากพ่อโตจะทานอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อยแล้ว ยังพูดคุยกับคุณพ่อกับคุณนายอย่างออกรส บางทีก็ได้ยินเสียงหัวเราะผสมผสาน เออนะหัวเราะได้ด้วยเหรอ นั่งรถไปด้วยกันตั้งอาทิตย์ฉันยังไม่เคยเห็นรอยยิ้มสักนิด คนอะไรพิลึก! แต่จะว่าไปในความพิลึกนั่นเขาก็มีน้ำใจเหมือนกัน

เช้าวันพุธที่เขามารับไปทำงาน ฉันบอกเขาว่าตอนเย็นไม่ต้องมารับก็ได้
อีตาพี่โตทำหน้าเบื่อๆ เข้าใจว่าจะเบื่อที่ฉันบอกเขาสองสามครั้งเรื่องไม่ต้องมารับมาส่ง กลัวสายตาพิฆาตและน้ำเสียงเย็นยะเยือกเลยต้องรีบบอกต่อ
“คือข้าวจะไปงานศพพ่อของเพื่อนน่ะค่ะ กว่าจะเสร็จงานก็คงราวๆสองทุ่ม ขากลับจะให้เพื่อนไปส่งที่บ้านเองค่ะ”
“ไม่เป็นไร ตอนเย็นพี่ว่าง เดี๋ยวเลิกงานจะมารับ “ น้ำเสียงทุ้มนุ่ม บอกสั้นๆมีวงเล็บท้ายประโยคว่าห้ามขัดคำสั่ง
“ คือ….ข้าว..” ใบ้กินสิฉัน

แล้วตอนเย็นเขาก็มารับอย่างที่บอก พาไปงานเพื่อฟังสวดอภิธรรมศพ อยู่จนจบงานเพื่อนหลายคนทำหน้ายิ้มๆล้อเลียน บางคนก็แอบแซว พี่โตนะเหรอ เห็นคุยกับเพื่อนๆได้ดี แถมยังแจกยิ้มโปรยเสน่ห์อีกต่างหาก แต่พอหันมาเจอฉันจ้องมอง เขากลับส่งรอยยิ้มผ่านมาทางแววตาแทน
ตายแล้ว!ฉันไปอ่านสายตาเขาออกได้ไง

เมื่อวานเย็นวันศุกร์
ตอนที่“ พี่โต” ไปรับฉันทำงานยังไม่เสร็จ มีบางอย่างต้องเคลียร์ บอกให้เขากลับก่อนเดี๋ยวจะหาเพื่อนไปส่งที่บ้านเอง ไม่อยากให้เขานั่งรอนาน ผลจากความหวังดีของฉันกลับกลายเป็น
“ พี่รอได้ ” เข้มจริงๆน้ำเสียง
กว่าหกโมงเย็นถึงเคลียร์เสร็จ พี่ฟ้าแอบยิ้มล้อเลียนให้ฉัน
เฮอะ!ไม่มีอะไรซะหน่อย สาวโสดอย่างฉันไม่รู้สึกสั่นคลอนอะไร จริงๆนะ
“ แวะทานข้าวก่อนนะพี่หิว ” เขาบอกฉันตอนที่หันหัวรถบ่ายหน้าไปห้างสรรพสินค้า หิวข้าวแวะเข้าห้างสรรพสินค้า จะมีอะไรอร่อยให้ทานเชียว ฉันแอบคิดในใจ
“จะซื้อของใช้บางอย่างด้วย” พูดต่อเหมือนรู้ว่าฉันคิดอะไร

ร้านอาหารครบเครื่องที่มีทั้งอาหาร เบเกอรี่และกาแฟ
คงจะหิวจริงๆนั่นแหละฉันเห็นเขาทานเอาๆ ท่าทางน่าอร่อย ตอนแรกฉันไม่ค่อยหิวแต่พอเห็นเขาทาน ก็พลอยทานอย่างเอร็ดอร่อยไปด้วย รู้ตัวอีกทีผัดไทกุ้งสดของฉันก็เกลี้ยงชาม
เขามองฉันยิ้มๆ โอว์ยิ้มได้ด้วย
“ พี่นึกว่าพี่หิวอยู่คนเดียว ” เพราะรอยยิ้มนั่นทำให้ฉันอดที่จะยิ้มตอบไม่ได้
“ มื้อนี้ข้าวเลี้ยงพี่โตนะคะ ”
“ได้ยังไง” เขาว่าทำหน้าเฉยอีกแล้ว
“ ก้อ…ข้าวอยากขอบคุณที่พี่โตช่วยเหลือเทียวรับเทียวส่งตั้งอาทิตย์ ”
“ เลี้ยงแค่นี้ ลงทุนน้อยไปหรือเปล่าน้องข้าว ”
น้ำเสียงเรียบเรื่อยนั้นทำเอาอึ้ง พอดีฉันเห็นแววตาขี้เล่นของเขาที่ฉายออกแวปหนึ่ง เลยยิ้มให้เขา อืมม… “ งั้น..วันหน้าข้าวเลี้ยงชุดใหญ่ละกัน ” บอกไปแล้วอยากกัดลิ้นตัวเอง
“ พี่จะจำไว้ ” ซะงั้น!

รู้สึกคล้ายๆ…หล่นลงหลุมที่มีคนขุดไว้..
ชีวิตโสดถูกโยกคลอนด้วยมือที่มองไม่เห็น



Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2553 4:57:29 น.
Counter : 291 Pageviews.

20 comments
ยัย เจ้ สุด ฮา กับ หมอ เกย์ จอม เฟี้ยว ตอนที่ 23 (จบ) unitan
(18 ต.ค. 2564 07:19:16 น.)
: มาเปลือย ไปเปล่า : กะว่าก๋า
(16 ต.ค. 2564 06:11:30 น.)
[Nendoroid Story] "ความรู้สึกที่ต่างกัน" toor36
(16 ต.ค. 2564 00:00:25 น.)
: เรื่องธรรมดา : กะว่าก๋า
(13 ต.ค. 2564 06:29:44 น.)
  
อยากมีคนไปรับไปส่งบ้างจัง
โดย: บู้บี้ IP: 123.225.95.71 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:20:00:31 น.
  
แวะมาสวัสดีเจ้าของบล็อกค่ะ
สบายดีนะคะ
โดย: ปณาลี วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:18:19:17 น.
  
.....ลงทะเบียนค่ะ..
.....ก็ยังหวานเหมือนเดิมนะคะ....ชอบค่ะ
โดย: mangotip IP: 118.173.239.2 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:3:18:53 น.
  
อ๊ะ ทำไมไม่เจอเรื่องนี้ในถนน
หรือเราพลาดอะไรไป

ชอบจังค่ะ น้องข้าวฮาดี พี่โตก็สุดยอด ^^
โดย: ชญาลี วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:9:48:57 น.
  
...
สวัสดีค่ะ
คุณบู้บี้คะ ติดป้ายรับสมัครคนขับรถไว้นานแล้ว
ไม่มีใครมาสมัครอ่ะ

ขอบคุณค่ะคุณตูน ขอให้สบายดีเช่นกัน

มาทันเช็คชื่อพอดีค่ะ คุณmangotip

อะจื๋ย..มาทางไหนเนี่ยคุณชญาลี แต่ยินดีนะคะยินดีมาก
สิงห์พลาดค่ะยังไม่วางที่ถนน แต่ตอนนี้ไปวางแล้วค่ะ

โดย: สิงห์อมบ๊วย วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:17:52:20 น.
  
ปากก็ว่าอย่างงั้น อย่างงี้

ถ้าพี่โตหายไปซักวัน น้องข้าวคงหงอยแหงม ๆ
โดย: โก้ IP: 58.9.59.156 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:18:37:01 น.
  
..
พวกปากว่าตาขยิบ

ปากกับใจไม่ตรงกัน

ประมาณนั้นเลยค่ะพี่โก้
โดย: สิงห์อมบ๊วย วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:1:08:12 น.
  
อ๊ากกกกกกกก

พี่เข้มบทที่ 5 มาลงแล้วเหรอ

ตามไปอ่านโลดดดดดดด
โดย: พรายน้ำฟ้า วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:11:36:18 น.
  
อ้าว ลืมทักทายเจ้าของบล็อก แหะ ๆ

สวัสดีคุณสิงห์ฯ ค่ะ อากาศร้อนจัง (อยากกินเค้กซักก้อน)

ตลกบริโภคจริงเก๋
โดย: พรายน้ำฟ้า วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:11:37:57 น.
  
...
แง.. คุณเก๋อ่ะ
รีบเผ่นไปหาพี่เข้ม ไม่ยอมทักพี่โต....

กลับมาเม้นต์เลย จงมา จงมา จงมา เพี้ยง
โดย: สิงห์อมบ๊วย IP: 118.174.214.228 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:22:32 น.
  
มาลงชื่อเยี่ยม ๆ มอง ๆ พร้อมด้วยกำลังใจ ขอเวลาพี่อ้อจิ๊ดนะคะ ว่างแล้วจะรีบมาอ่าน ขึ้น Task ไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ
โดย: พรายทราย วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:1:58:05 น.
  
ต่อไม่ติด
ย้อนกลับไปดูตอนที่แล้วตั้งแต่ พฤศจิกายน มิน่า... จำไม่ได้ ความจำยิ่งสั้นอยู่

ไว้จะกลับมาอ่านใหม่ทั้งหมดอีกรอบนะครับ วันนี้ต้องเดินสาย คริคริ

หา??? พี่เข้มตอน ๕ ด้วยเหรอ เดี๋ยวต้องตามเก็บให้หมด
โดย: วรบรรณ วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:11:38:14 น.
  
...

"ชีวิตโสดถูกโยกคลอนด้วยมือที่มองไม่เห็น"

สำนวนนี้ อ่านแล้วอิ่ม
ข้าวปลาไม่ต้องกินแล้ว :-)

...

โดย: นรพัลลภ IP: 203.155.190.5 วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:0:56:10 น.
  
..
ขอบคุณค่ะพี่อ้อ..

โถ!คุณพี่วรฯก้ออออ...เรื่องนี้ก็ค่อยเป็นค่อยไป
เหมือนเรื่องอะไรน๊า.."มหาสงครามสร้างชาติ"ไง
เอ..ใครแต่งหว่าเรื่องนั้นน่ะ..อิอิ

เอ่อ!ชายนรฯ ไม่กินข้าวกิน"ยอดข้าว"แทนละกันนะ
เชียงใหม่เป็นไง ข่าวว่า"มลพิษทางอากาศสูง"
รักษาสุขภาพด้วยนะทั่น
กายป่วยใจแกร่ง


ขอบคุณทุกท่านค่ะ
โดย: สิงห์อมบ๊วย IP: 118.173.245.136 วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:8:22:39 น.
  
เหวยๆๆ

โดนเหน็บ

มหาสงครามฯ จะอัพแล้วนะครับ
โดย: วรบรรณ วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:8:51:08 น.
  
หวัดดีวันจันทร์ค่ะคุณสิงห์ ^ ^

ไม่ได้สิ... ทักพี่โต้เดี๋ยวพี่เข้มน้อยใจทำไงอะ เดี๋ยวคนเขียนไม่ยอมเขียนพี่เข้มต่อกันพอดี เอิ๊ก ๆ
โดย: พรายน้ำฟ้า วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:10:28:05 น.
  
เข้ามาแล้วเห็นร่องรอยเพื่อนเก่า
ดีใจจัง
...
หายไปนานเลยนะ ชายนรฯ
...
ดูแลสุขภาพด้วยได้ข่าวว่า
เชียงใหม่อากาศไม่ดี
โดย: sAnake IP: 222.123.15.220 วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:13:36:34 น.
  
..
รออ่านเจ้าค่ะ พ่อเวทย์ เอ๊ย!พี่วัว..เอ๊ย..พี่วรฯ

ง่ะ..สองเสียงแล้วที่ถามหาพี่เข้ม แง่กๆๆๆ
โดย: สิงห์อมบ๊วย IP: 118.173.244.202 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:8:39:05 น.
  
"แฟนไปไหนคะคุณนาย"

ฮ่าๆๆ บ้านนี้คุยกันน่ารัก พี่โตแอบร้ายทางสายตานะเนี่ย โอ๊ว ผู้ชายแบบเนี้ยยยย เฮ้อ... เฮ้อ...

เฮือก...
โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) วันที่: 1 พฤศจิกายน 2553 เวลา:15:28:01 น.
  
...
อารายคุณพีท มาเหล่พี่โตของน้องข้าว...
โดย: สิงห์อมบ๊วย วันที่: 1 พฤศจิกายน 2553 เวลา:16:47:00 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Nuntiya.BlogGang.com

สิงห์อมบ๊วย
Location :
ขอนแก่น  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]