ร้อยเหตุผลฯ7
..

ช้าวันจันทร์
เมื่อเช้าพี่โตโทรศัพท์มาแต่เช้า บอกว่าไม่ได้แวะมาหาที่บ้าน ไม่ได้แวะมาทานกาแฟด้วยนะ
“ฝากเรียนแม่เล็กให้พี่ด้วย มีงานด่วนต้องรีบไปดู จะเข้าออฟฟิศแต่เช้า แต่ตอนเย็นจะแวะไปนะครับ”
“ทำไมไม่บอกเองคะ ทุกทีเห็นโทรศัพท์คุยกันออกจะบ่อย กระหนุงกระหนิง” ฉันแกล้งแซว

เสียงพี่โตหัวเราะ ทำให้ฉันพลอยยิ้มไปด้วย หลังๆดูเหมือนว่าพี่โตหน้าเคร่งคนเดิมถูกเก็บซ่อนไว้ที่ไหนสักแห่ง ถูกซ่อนไว้มิดชิด คล้ายไม่เคยมี มีแต่พี่โตคนใหม่ที่ยิ้มง่าย หัวเราะง่ายและอารมณ์ดี หรือจริงๆแล้วพี่โตก็คือพี่โตคนเดิมเพียงแต่ฉันเองที่มองไม่เห็น

“ก็เพราะคุยกับแม่เล็กบ่อยน่ะสิ พี่เลยกลัวแฟนของแม่เล็กหึงเอา คุยกับน้องข้าวดีกว่าปลอดภัย เพราะพี่คงไม่หึงตัวเอง”
“บ้า ...” ฉันเผลอค้อนโทรศัพท์ เสียงพี่โตหัวเราะเบาๆ
..
ตอนที่ฉันเดินลงมาชั้นล่าง คุณนายกับแฟนนั่งจิบกาแฟอยู่เทอเรสหน้าบ้าน มีหนังสือพิมพ์อยู่ในมือกันคนละฉบับ บางทีก็เงยหน้าขึ้นมาคุยกัน บางครั้งก็ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ เสียงคุยกันเบาๆเกี่ยวกับเนื้อหาในข่าว เสียงคุยสลับกับเสียงของความเงียบ ฉันสัมผัสถึงความรู้สึกบางอย่างวนรอบคนทั้งคู่ ความสุข ความรู้สึกเย็นสบายเหมือนสายลมอ่อนๆพัดผ่าน แล้วจู่ๆฉันก็มองเห็นภาพอีกภาพทับซ้อนขึ้นมา โต๊ะเดียวกัน บรรยากาศเดียวกัน ภาพเหตุการณ์เมื่อวานตอนเช้า เป็นภาพของฉันกับพี่โต
โอ๊ย!ตายแล้ว เป็นอะไรมากหรือเปล่าฉัน
...
สายลมเย็น
ความอบอุ่น
ความสุข
คละเคล้า ผสมผสาน

...
ฉันไม่รู้ว่ายืนมองอยู่นานแค่ไหนจนคุณนายเรียกนั่นแหละถึงสะดุ้ง
“ข้าว จะออกไปแล้วเหรอลูก หาอะไรกินก่อน เดี๋ยวแม่ตักข้าวต้มให้มั้ยลูก”
โถ...คุณนายของฉัน ทำท่าจะลุกมาบริการลูกสาวซะงั้น
“ไม่เป็นไรค่ะคุณนาย เดี๋ยวข้าวจัดการเองได้ค่ะ ”

เดินไปชงกาแฟ หยิบคุ้กกี้ที่ใครบางคนทำไว้ออกมาสองชิ้น เดินไปตักข้าวต้มเครื่องในครัวใส่ชามเล็กๆ จัดทุกอย่างใส่ถาดก่อนยกออกไปที่โต๊ะหน้าบ้าน

“หวัดดีค่ะพ่อ อ่านข่าวอะไรคะ อย่าบอกนะว่าข่าวดาราเมื่อคืน ”
พ่อลดหนังสือพิมพ์ลงมองหน้าฉัน ก่อนบอกว่าก็อ่านทุกเรื่องนั่นแหละ
“มีคนเขาบอกว่า หนังสือพิมพ์น่ะมีเรื่องจริงอยู่แค่สองเรื่องเอง ”
ข้าวต้มฝีมือคุณนายนี่อร่อยจริง ใส่เห็ดหอมด้วย ฉันชอบใส่ผักคึ่นไช่ เยอะๆ หอม หวาน
“อะไร” พ่อกับคุณนายเอ่ยถามพร้อมเพียงกัน สมกับเป็นแฟนกันจริงๆ
“ก็... ชื่อหนังสือพิมพ์กับวันที่ไง” ฉันว่าและหัวเราะเบาๆ
“เกินไปแล้วยายข้าว”
คุณนายแกล้งทำเสียงดุ ก่อนตามมาด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ
“เขาว่า ไม่ใช่ข้าวว่านี่คุณนาย เขาไหนก็ไม่รู้ ข้าวต้มอร่อยจังเลยค่ะคุณนาย”
“อร่อยก็กินเยอะๆ วันนี้ไม่มีคนมาช่วยกินเลย”
ทำเป็นบ่น พอจะรู้หรอกว่าคุณนายหมายถึงใครคนที่มาช่วยกินน่ะ
“ลืมบอกค่ะ เมื่อเช้าพ่อโตของคุณนายโทรศัพท์มาบอกว่า ไม่ได้มาเช้านี้เพราะต้องรีบเข้าออฟฟิศค่ะ”

ฉันพยายามพูดด้วยน้ำเสียงและท่าทางปกติ เหมือนเป็นเรื่องธรรมดา เรื่องปกติ ทั้งๆที่ความจริงอดที่จะรู้สึกเขินนิดๆไม่ได้ เสตักข้าวต้มเข้าปาก แสร้งทำเป็นสนใจอาหารที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งจริงๆไม่จำเป็นเลยเพราะคุณนายช่างน่ารักเหลือเกิน แค่พยักหน้ารับรู้ ไม่มีท่าทางล้อให้ฉันเขินกว่าเดิม

“ไปทำงานก่อนนะคะ จะสิ้นเดือนอีกแล้ว มีอะไรให้ทำเยอะแยะไปหมด ถ้ากลับค่ำจะโทร.มาบอกนะคะคุณนาย รักนะคะ ” ก้มลงจุ๊บแก้มหนึ่งครั้ง
“คุณพ่อไปทำงานแล้วนะคะ ”
“ขับรถดีๆนะลูก”
ประสานเสียงกันอีกแล้ว คนคู่ ฉันยิ้มให้กับดินฟ้าอากาศรอบตัว
...
“ยินดีด้วยนะครับคุณข้าว”
หัวหน้าแผนกฯ ยื่นช่อดอกไม้มอบให้ฉันตอนที่เราประชุมกันก่อนเปิดประตูธนาคารเพื่อให้บริการแก่ประชาชน ฉันได้รับคะแนนโหวตจากประชาชนที่มาใช้บริการที่ธนาคาร เป็นพนักงานในดวงใจ ธนาคารที่ฉันทำงานอยู่ได้จัดโครงการพนักงานในดวงใจขึ้น เพื่อมุ่งเน้นให้พนักงานมีความมุ่งมั่น ตั้งใจให้บริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ ต้อนรับลูกค้าทุกคนอย่างเท่าเทียมด้วยรอยยิ้มและไมตรี โดยแบ่งคะแนนเป็นสามส่วนคือ จากหัวหน้างาน เพื่อนร่วมงานและจากประชาชนที่มาใช้บริการ ในส่วนของผู้รับบริการให้เขียนชื่อพนักงานที่ประทับใจลงด้านหลังบัตรคิว นอกจากช่อดอกไม้สวยๆที่ได้รับ พนักงานในดวงใจจะได้รับโบนัสพิเศษเพิ่มอีกเมื่อสิ้นปี

อันที่จริงโครงการนี้ ไม่ต้องมีก็ได้ เพราะไม่ว่าจะมีหรือไม่ พนักงานที่นี่ทุกคนก็ยินดีให้บริการแก่ลูกค้า ประชาชนทุกคนที่มาติดต่อและใช้บริการกับธนาคารของเราอยู่แล้ว ฉันเพียงทำในหน้าที่ ในสิ่งที่ควรทำก็เท่านั้นเอง ไม่ได้ทำอะไรมากมายเกินกว่าคนอื่นเลย แต่คิดอีกที ก็ดีเหมือนกัน ได้โบนัสเพิ่มด้วย บางทีสิ้นปีนี้จะออกรถญี่ปุ่นคันเล็กๆสักคัน แล้วยกคันที่ใช้อยู่ให้คุณพ่อ เวลาท่านอยากจะไปที่ไหนกันไม่ไกลนักจะได้สะดวก ไม่งั้นต้องโทรศัพท์ตามน้องชายให้พาไป หรือไม่ก็ต้องรอฉันเลิกงานหรือวันหยุดเพื่อให้ฉันพาไป City car คันเล็กๆก็น่าจะเหมาะสำหรับฉันขับไปทำงาน ตอนเย็นจะลองคุยกับคุณนายและแฟน

“ขอบคุณค่ะหัวหน้า ขอบคุณทุกคนค่ะ ”
ฉันส่งยิ้มให้กับทุกคน จะโบกมือด้วยก็เกรงจะไม่งามเหมือนนางงาม
เลยไม่ได้ทำ

เป็นเช้าที่สดใส ช่อลิลลี่ถูกฉันส่งให้แม่บ้านของธนาคารนำไปใส่แจกัน ตั้งไว้โต๊ะด้านหลัง ส่งกลิ่นหอมทั่วธนาคาร หลังประชุมตอนเช้าผ่านไป พนักงานต่างแยกย้ายกันประจำโต๊ะ ต่างทำหน้าที่ของตน
พี่ฟ้ากับฉันนั่งติดกันหลังเคาน์เตอร์ ขณะเตรียมอุปกรณ์ เตรียมคอมพิวเตอร์ จัดระเบียบข้าวของเครื่องใช้ที่อยู่ข้างหน้า พี่ฟ้าก็หันหน้ามาถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ข้าว ไปทำอะไรมา” พี่ฟ้ามองหน้าฉันก่อนถามด้วยสีหน้าแปลกใจ
“คะ พี่ฟ้า” ฉันมองหน้าพี่ฟ้า ทำหน้างงบ้าง
“ ก็น้องข้าวไปทำอะไรมา ทำไมหน้าตาสดใส แววตางี้เป็นประกายเชียว เหมือนคนกำลังอินเลิฟเลย อ๊ะๆ บอกมานะ บอกมาเลย อินเลิฟกับใครอยู่หรือเปล่าเนี่ย”
ฟังพี่ฟ้าพูดสิ แถมทำหน้าตาล้อเลียนอีก
“บ้า พี่ฟ้า ก็ดีใจไงคะ ที่ได้เป็นพนักงานในดวงใจ ไม่มีอะไรสักหน่อย ”

“แล้วทำไมหน้าแดง”
“ พี่ฟ้า...”
ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อเสียงโทรศัพท์ก็ดังขัดจังหวะขึ้นก่อน
เฮ้อ!ระฆังช่วย
หน้าจอฟ้องว่าเป็นใคร ฉันคงหน้าแดงแน่ตอนกดปุ่มรับโทรศัพท์
พี่ฟ้ามองหน้าฉันและยิ้มล้อ
“สวัสดีค่ะ”
“ตอนเที่ยงพี่ไปรับทานกลางวันนะครับ”
“ค่ะ.. ข้าวทำงานก่อนนะคะ ”
สั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความ แค่นี้พอแล้ว แต่ดูเหมือนจะไม่พอสำหรับพี่ฟ้า เพราะยังมองหน้าฉันและยิ้มล้อเลียน
“อะไรพี่ฟ้า ทำงานค่ะทำงาน ข้าวเพิ่งได้ตำแหน่งพนักงานในดวงใจมา ยังไม่อยากโดนยึดช่อดอกไม้คืนค่ะ ”
...
ผู้ชายที่ผลักประตูธนาคารเข้ามาตอนใกล้เที่ยง แม้จะดูเรียบง่ายด้วยเสื้อเชิ้ตสีฟ้าพับปลายแขนเล็กน้อยกับ สแล็คสีดำ แต่ก็ดึงดูดสายตาหลายคู่ให้หันไปมอง ในความเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ด้วยท่าทางที่ดูมั่นใจ และหน้าตาที่แม้ไม่เรียกว่าหล่อสะดุดตา แต่ก็ใช่ว่าจะไม่น่าดู
เขาหยุดยืนและมองกวาดสายตารอบธนาคารเพื่อมองหาใครสักคน นั่นทำให้ฉันฉวยกระเป๋าถือและลุกออกจากหลังเคาน์เตอร์เพื่อให้เขามองเห็น ก้มบอกพี่ฟ้าเบาๆว่าจะออกไปข้างนอก พี่ฟ้าพยักหน้าและยิ้มล้อเลียนนิดๆ

พอเห็นฉันเดินออกมาพี่โตก็ยิ้มให้
“ไม่ไปทานไกลนะคะพี่โต ข้าวไม่อยากเข้างานสาย” ฉันบอกพี่โตตอนเดินคู่กันออกมาจากธนาคาร
“ไม่ไกลครับใกล้ธนาคารน้องข้าวนี่เอง รับรองไม่สายเพราะจะบ่ายแทน ” ฟังพ่อโตเขาว่า
“เดินไปนะครับ ไม่ไกลแค่เลี้ยวตรงหัวมุมนี่เอง”

ร้านอาหารตามสั่งสองคูหา ติดแอร์เย็นสบาย ตอนที่เราไปถึงมีลูกค้าเกือบเต็ม มีโต๊ะว่างเพียงสองโต๊ะ เราสั่งอาหารจานเดียวง่ายๆ
นั่งทานกันไปคุยกันบ้าง พี่โตเล่าเรื่องงานด่วนที่ต้องรีบเข้าออฟฟิศ เป็นงานตกแต่งภายในบ้านของลูกค้ารายหนึ่ง เขาอยากให้เสร็จก่อนกลางเดือนหน้า อยากเร่งให้เสร็จทันงานแต่งงานที่จะจัดขึ้นในเดือนเดียวกัน พอพี่โตเล่าถึงตอนนี้ทำให้ฉันนึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้

เพื่อนที่บอกว่าจะแต่งงานอีกสามเดือนข้างหน้าโทรศัพท์มาบอกว่าเลื่อนงานแต่งงานเร็วเข้ามาอีก เหตุเพราะเจ้าบ่าวใจร้อนเลยไปหาฤกษ์ใหม่บอกฤกษ์ใหม่ที่ได้เป็นวันดีที่สุดในปีนี้ ฉันแอบขำ ก่อนหน้านั้นก็อดทนรอกันมาได้พอจะแต่งกลับทำเป็นเร่งวันเร่งคืน

“ ปลายเดือนหน้าพี่โตว่างมั้ยคะ”
หลังทานอาหารเสร็จ เรานั่งรอของหวาน “ซาหริ่ม” พี่โตบอกว่าร้านนี้หอมอร่อยมาก
“วันไหนครับ มีอะไรหรือเปล่า” พี่โตวางแก้วน้ำที่เพิ่งดื่มลงก่อนเงยหน้าถามฉัน
“คือ ... ข้าวจะชวนพี่โตไปเป็นเพื่อนน่ะค่ะ”
พี่โตไม่พูดแต่มองหน้ารอฟังฉันจะพูดต่อ
“ข้าวจะชวนพี่โตไปเป็นเพื่อนในงานแต่งงานของเพื่อนข้าวน่ะค่ะ วันที่.... แต่ถ้าพี่โตไม่ว่างก็ไม่เป็นไรนะคะ คือข้าว...”
เพราะพี่โตบอกว่ามีงานด่วน ฉันก็อดที่จะเกรงใจไม่ได้ อะไรนะที่ทำให้ฉันเอ่ยบอกชวนเขา ฉัน...ไม่รู้สิ
นี่คงเป็นวิธีที่ฉันจะใช้เพื่อบอกพี่โตว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเราก้าวข้ามคำว่าคนรู้จักแล้ว นี่คงเป็นวิธีการตอบคำถามของพี่โตที่เคยถามฉันเมื่อเดือนก่อน แม้ว่าการกระทำของเราทั้งคู่ได้ตอบคำถามนั้นแล้วก็ตาม

“ได้สิครับ ด้วยความยินดี พี่ยินดีที่จะไปเป็นเพื่อนน้องข้าวทุกงาน”
โอ๊ย!ตอบเฉยๆก็ได้ทำไมต้องยิ้มในแววตาอย่างนั้นด้วย จะทำให้ใจสั่นไปถึงไหน
“ ตกลงพี่โตจะไปเป็นเพื่อนข้าว ไม่เป็นพี่แล้วเหรอคะ”
ฉันหาทางแก้เขินด้วยคำพูดเชยๆอย่างนี้นี่แหละ แต่ดูเหมือนว่าพี่โตจะตอบกลับคืนได้กระแทกใจยิ่งกว่าเดิม
“งั้น..พี่ไม่เป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่นั่นแหละ แต่จะเป็นแฟนน้องข้าวแทน”
ฟังๆสิ ฟังเขาพูด เฮ้อ! เชยพอกัน

“ซาหริ่ม” ยังมาไม่ถึงโต๊ะของเรา แต่ดูเหมือนคนบางคนจะสำลักความหวานเลี่ยนๆไปเต็มกลืนแล้ว

พี่โตมองหน้าฉัน ฉันมองหน้าเขา พบแววตาไหวระริกนั่น แววตาที่เหมือนจะยิ้มได้และทำให้ฉันอดที่จะยิ้มและเผลอปล่อยเสียงหัวเราะเบาๆออกมาไม่ได้
“ค่ะ พี่โต ตกลงตามนั้น ”
...
ความรัก
เมื่อได้รัก
เปลี่ยนโลกใบเดิม

...

ปล.การเขียนผ่านบุรุษที่ 1 คือ"ฉัน" มีพี่ที่น่ารักบอกว่าเขียนไปนานๆจะเหมือนบันทึกไดอารี่ งั้นก็คิดซะว่าอ่านไดอารี่ของ"ฉัน"คือ"น้องข้าว"ละกันนะคะ

ยิ่งเขียนยิ่งสั้นลง และเจอทางตัน

หาปัญหาให้ตัวละคร พี่คนเดิมบอกมา อืม...มันเรียบเรื่อยจะน่าเบื่อ
ว่ามาอย่างนั้น เดี๋ยวค้นหาปัญหา ...

ตอนนี้เป็นปัญหาของคนเขียน ซะงั้น!



Create Date : 01 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2555 19:49:41 น.
Counter : 312 Pageviews.

10 comments
Hébé Op 2 No 6 by Ernest Chausson ปรศุราม
(18 ต.ค. 2564 11:45:57 น.)
ไอ่ยอด จันทราน็อคเทิร์น
(18 ต.ค. 2564 14:36:50 น.)
: มาเปลือย ไปเปล่า : กะว่าก๋า
(16 ต.ค. 2564 06:11:30 น.)
หนูรี่แหล่ะ คือ เทพเจ้า ตอนที่ 3 หน้า 2 unitan
(14 ต.ค. 2564 10:45:08 น.)
  
เอ่อ เรียบๆ เรื่อยๆ มันก็สนุกได้นะครับ ชอบเรื่องนี้ก็เพราะไม่มีปัญหานี่แหละครับ ^^
โดย: หยกสีน้ำผึ้ง IP: 183.89.115.173 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2553 เวลา:3:55:51 น.
  
มันก็สนุกนะ สนุกแบบเรียบๆๆลุ้นแบบเงียบ น่ารักดีค่ะ
โดย: nuwan IP: 183.89.113.82 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2553 เวลา:8:20:40 น.
  

สวัสดีค่ะ..

แวะมาอ่านสายลมเย็น ความอบอุ่น ความสุขด้วยคนค่ะ

เพิ่งกลับจากกฐินที่สกลนครค่ะ..

เลยแวะเอาบุญมาฝากด้วยค่ะ..

ขอให้มีแต่ความสุข-ความเจริญนะค่ะ

มีของรางวัลมาให้ด้วยค่ะ..

ลองตอบคำถามกันมานะค่ะ



โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 1 พฤศจิกายน 2553 เวลา:12:30:25 น.
  
กร๊าก ขำมุขพี่โตแต่ละมุขจริงๆ เจอมุขน้องข้าวเข้าไป ก็พอกัน เอ๊ย ก็เข้ากันได้ดีนะ

ฮั่นแน่ ชวนไปเป็นเพื่อนงานแต่งด้วยนะเนี่ย

อยากกินปลาสลิดทอด (เอ๊ะ มันผิดตอนรึเปล่านะ อิๆ)
โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) วันที่: 1 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:58:59 น.
  
ตอนแรกว่าจะขำพี่โต แต่พอเจอข้อความคุณพีทขำกว่าพี่โตเสียอีก ฮ่าๆๆๆ
โดย: โซดา IP: 118.173.58.151 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2553 เวลา:23:34:38 น.
  
...
ขอบคุณค่ะ คุณหยกสีน้ำผึ้ง ไม่ชอบปัญหาเหมือนกันค่ะ บางทีชีวิตมันก็เรียบเรื่อยเนอะ

ขอบคุณคุณนู๋แหวน ค่ะ ลุ้นตรงไหนเนี่ย ? อิอิ

คุณผ่านฯคะ สาธุ ด้วยค่ะ

คุณพีท เม้นท์มั่วแระๆ อิอิ

คุณโซ ถ้าไม่มาเม้นท์ เขาไม่เขียนต่อ ขอบอก
โดย: สิงห์อมบ๊วย วันที่: 2 พฤศจิกายน 2553 เวลา:23:49:24 น.
  
เฮ้อ...กว่าจะหางลงได้เนอะ...
นานนนนนนมากกกกก
โดย: sAnake IP: 223.206.238.68 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2553 เวลา:21:22:18 น.
  
oyy, I am jealous of nong Khao jing jing..She is in love alright..can't wait to read next chapter, I don't know how long you will be updated it..hehehe aow vela pai thum ka noom mod..!!
โดย: Camille IP: 71.81.178.101 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:7:13:19 น.
  
มาแอบอ่านเงียบๆ

คิดถึงนะคะ
โดย: เทียนสี IP: 81.178.190.81 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:2:53:23 น.
  
...
แอบยังไงคะ เห็นนะ อิอิ

คิดถึงๆ
โดย: สิงห์อมบ๊วย IP: 223.206.239.111 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:20:35 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Nuntiya.BlogGang.com

สิงห์อมบ๊วย
Location :
ขอนแก่น  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]