เก็บตก บนเกาะฮอกไกโด
เดือนนี้ไม่ได้เขียนบล๊อกเลย ป่วยไปซะสองอาทิตย์แล้ว ส่วนสองอาทิตย์หลังขี้เกียจ หุหุ

บล๊อกนี้ฉันจะยำทริปฮอกไกโดให้จบลงให้ได้ ไม่งั้นถ้าแยกเขียนที่ละบล๊อก ปีหน้าก็คงไม่จบแน่ๆ เพราะฉันยังมีทริปในเยอรมันตอนเหนือ ที่อยากรีบเอาลงต่อ เพราะสิ่งที่ฉันเห็นมันต่างกับที่ฉันคิดไว้มาก บ้านเรือนตามหมู่บ้านเล็กๆของที่นี่ น่ารักน่ากรี้ดมากมาย ฉันไม่คิดมาก่อนว่าดินแดนอินทรีเหล็กแห่งนี้ จะมีอะไรอ่อนหวานซ่อนอยู่ทุกหลืบมุมเลยเชียว


ฉันไปฮอกไกโดช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงของซากุระและดอกไม้หลายสายพันธุ์ที่กำลังเริ่มผลิดอก เช่นดอกบ๊วย พิงค์มอส ทิวลิป เรียกว่าเป็นจุดขายช่วงสปริงของเกาะนี้ทีเดียว

สถานที่ชมซากุระฉันพูดถึงไปแล้วในบล๊อกก่อนๆ บล๊อกนี้ฉันจะพาไปชมสวนดอกบ๊วย พิงค์มอส และทิวลิป รูปอาจจะน้อยไปหน่อยนะคะ เพราะถ้าเอาลงทุกรูปที่ฉันพึงพอใจ บล๊อกนี้คงโหลดกันจนเครื่องระเบิดแน่ๆ




Image Hosted by ImageShack.us


ช่วงต้นเดือนพฤษภา ที่ต้นบ๊วยกำลังออกดอกสะพรั่ง บางสวนเค้าจะเปิดให้เราเข้าชมฟรี เช่นที่สวน Hiraoka เราไปซัปโปโรช่วงที่เค้าจัดงาน Hiraoka Park Ume Festival พอดี อย่างนี้ต้องแวะไปดูและหาอะไรชิมหน่อยละ




Image Hosted by ImageShack.us


ที่สวนนี้มีต้นบ๊วยถึง 1200 ต้น ปลูกอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ที่ลดหลั่นกันไป
บรรยายกันไม่ถูกเลยทีเดียวกับภาพที่เห็นตรงหน้า (ขอโทษที่ฉันไม่อาจเก็บภาพได้สวยเหมือนที่ตาเห็น)




Image Hosted by ImageShack.us


ขนาดไปวันธรรมดาคนยังเยอะมากๆ เสาร์อาทิตย์จะขนาดไหนละเนี่ย




Image Hosted by ImageShack.us


ช่วงนี้จะมีของกินตามเทศกาล เช่นไอศกรีมที่ทำจากดอกบ๊วย




Image Hosted by ImageShack.us


Ume soba เส้นโซบะทำจากดอกบ๊วยเช่นกัน สีชมพูสวยเชียว แถมน้ำซุปก็ใส่บ๊วยด้วย เจือรสเปรี้ยวนิดๆหอมกลิ่นบ๊วยมาก แนะนำให้ลองจริงๆค่ะชามนี้

การเดินทางก็ไม่ยากค่ะ แต่ช่วงรอรถเมล์ที่จะไปสวนอาจจะนานหน่อย
ลงเมโทรสาย Tozai Line ไปออกที่สถานี Shin-Sapporo จากนั้นให้ต่อ Chuo Bus หรือ JR Bus (111) ไปลงที่ Hiraoka 5 jo, 3 chome ไม่ต้องกลัวว่าจะลงถูกที่รึเปล่า เพราะที่นี่จะเป็นจุดที่คนลงเกือบทั้งคัน จากนั้นก็เดินต่ออีกประมาณ 5 นาทีค่ะ




=================================================================




Image Hosted by ImageShack.us


เกือบลืมไป กลางเมืองซัปโปโรช่วงปลายเดือนจะมีเทศกาล Sapporo Lilac Festival สถานที่จัดงานจะอยู่ที่ Odori Park หรือแถว Sapparo TV Tower นั่นแหละค่ะ




Image Hosted by ImageShack.us


เสียดายที่เรามีกำหนดกลับก่อนถึงวันงาน แต่ก็ยังได้เก็บภาพสวยๆของไลแลคกลับมาหลายภาพอยู่




=================================================================




Image Hosted by ImageShack.us


ส่วนพิงค์มอส หรือ Shiba Sakura กับทิวลิป ต้องออกนอกเมืองซัปโปโรไปไกลพอสมควร ฉันเช็คเวลาเดินทางแล้ว หากไปด้วยตัวเอง ไม่สามารถไปดูทั้งสองอย่างได้ภายในวันเดียว เพราะต้องเปลี่ยนรถไฟ และค่าตั๋วรถไฟไปกลับก็ค่อนข้างสูงทีเดียว ฉันเลยเลือกเดินทางกับ Yokoso Japan Tour แนะนำให้สมัครสมาชิกกับเวปนี้ไว้ เพราะเค้าจะส่งข่าวสารเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นให้เราทราบอยู่ตลอด ว่าช่วงเวลานั้นนี้ในญี่ปุ่นกำลังมีงานหรือเทศกาลอะไรบ้าง ช่วยให้เราวางแผนการเที่ยวในญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้น




Image Hosted by ImageShack.us


เราออกเดินทางจากซัปโปโรแปดโมงเช้า เพื่อที่จะเดินทางไปดูพิงค์มอสกันก่อนที่ Takinoue Shiba Sakura Park และช่วงบ่ายก็จะไป Kamiyubetsu Tulip Park ซึ่งอยู่อีกเมืองนึง




Image Hosted by ImageShack.us


เป็นการเดินทางที่สะดวกสบายมากค่ะ เดินทางกับบัสคันใหญ่ ผู้โดยสารไม่เกิน 20 คน เป็นคุณตาคุณยายทั้งนั้น มีคู่เรานี่แหละที่อายุน้อยที่สุด

สวยมากๆเลยนะคะ อยากจะทิ้งตัวลงไปเกลือกกลิ้งเสียจริง อิอิ




Image Hosted by ImageShack.us


ทัวร์นี้รวมอาหารสองมื้อ เบนโตะเป็นอาหารมื้อกลางวัน แจกให้ทานกับบนรถระหว่างที่เดินทางเลย จะได้ไม่เสียเวลา




Image Hosted by ImageShack.us


มีขนมขบเคี้ยวเล็กๆน้อยๆและน้ำแจกให้ด้วย อร่อยใช้ได้ทีเดียว และระหว่างเดินทาง รถก็จะจอดให้เข้าห้องน้ำที่ร้านขายของฝากด้วย ฉันก็ช้อปมันทุกร้านที่รถจอด(ไม่รู้ไกด์กับคนขับรถได้ค่าน้ำด้วยรึเปล่า 555)




=================================================================




Image Hosted by ImageShack.us


ช่วงบ่ายเราเดินทางต่อไปที่เมือง Asahikawa เพื่อจะดูทิวลิป ที่สวน Kamiyubetsu Tulip Park




Image Hosted by ImageShack.us





Image Hosted by ImageShack.us





Image Hosted by ImageShack.us


เป็นสวนทิวลิปที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น.... ไม่รู้จะบรรยายอะไร ทิวลิปก็คือทิวลิป อิอิ




Image Hosted by ImageShack.us


แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ มีทิวลิปสายพันธุ์แปลกๆที่เราไม่ค่อยได้เห็น บางพันธุ์ดอกและใบดูแล้วไม่น่าจะใช่ทิวลิปเลย.... แปลกดีค่ะ




Image Hosted by ImageShack.us


เค้าเวลากับลูกทัวร์ 1 ชั่วโมงสำหรับสวนนี้ ดูเหมือนจะน้อยแต่ไม่น้อยค่ะ เพราะฉันยังมีเวลาไปซื้อปลาหมึกสดที่หมักซอส ปิ้งหอมๆ(เอื๊อก) มายืนแทะตั้งหลายไม้ อร่อยมากเลย อยากซื้อกลับไปด้วย แต่กลัวกลิ่นจะรบกวนคุณตาคุณยายบนรถ เลยต้องตัดใจ ซื้อพวกสบู่ลาเวนเดอร์ของขึ้นชื่อของฮอกไกโดกลับมาแทน(มันแทนกันได้มั้ย ปลาหมึกกับสบู่.... งง)




Image Hosted by ImageShack.us


พอขึ้นรถ คุณไกด์ผู้น่ารักของเราก็แจกอาหารมื้อเย็น เป็น Inarizushi ทั้งทริปผิดหวังกับเจ้านี่อย่างเดียวเลย หวานมาก จะหวานไปไหน ฉันกินครึ่งคำแล้วปิดกล่องเลย ไม่อร่อยค่ะ ผิดกับเบนโตะมื้อกลางวันแบบห่างชั้นสุดขั้วมากๆ.... สองทุ่มตรงเรากลับมาถึงซัปโปโร คนญี่ปุ่นนี่ตรงเวลาแบบเป๊ะมากๆ ออกจากซัปโปโรก็แปดโมงตรงเป๊ะ กลับถึงที่หมายก็เป๊ะเช่นเดิม ความมีวินัยตรงนี้ซินะ ที่ทำให้ไม่มีอะไรจะหยุดความเจริญของญี่ปุ่นได้เลย ไม่ว่าจะศึกเล็กหรือใหญ่ สึนามิ แผ่นดินไหว เค้าก็กลับมาเข้มแข็งและก้าวไปข้างหน้าได้ในเร็ววัน.... ดูเอาไว้ ดูเอาไว้(บอกผู้ยิ่งใหญ่ใครบางคน อิอิ)


ฉันว่าเดินทางกับทัวร์ท้องถิ่นแบบนี้ก็ดีนะคะ ประหยัดเวลาและเงินได้เยอะเลย เพราะทัวร์นี้เราจ่ายไปแค่คนละ 7,000 yen รวมค่าเดินทาง อาหารสองมื้อ ตั๋วเข้าชมทั้งสองที่ แต่ถ้าไปเองแค่ค่ารถไฟก็ตกหมื่นกว่าเยนแล้ว แถมเวลายังไม่ได้อีก ไปแบบนี้คุ้มกว่าค่ะ อ้อ.... ไกด์พูดภาษาอังกฤษดีมากๆค่ะ แถมยังให้ข้อมูลอื่นๆเกี่ยวกับซัปโปโรกับเราอีก ว่าไปทานอะไรที่ไหนอร่อย ซื้ออะไรที่ไหนถูก น่ารักมากค่ะ.... เป็นทริปที่เราประทับใจเลย




=================================================================




Image Hosted by ImageShack.us


สถานที่ ที่ไม่ควรพลาดอีกแห่งในซัปโปโร ก็คือ Nijyo Fish Market เป็นตลาดปลาเก่าแก่กว่าร้อยปี




Image Hosted by ImageShack.us


จะซื้อหาของฝากที่เป็นอาหารทะเล ที่นี่ดูจะเหมาะที่สุด




Image Hosted by ImageShack.us


แต่บางอย่างเห็นราคาแล้วตาแทบถลน ก็รู้อยู่นะว่าเมลอนของฮอกไกโดคุณภาพเป็นเลิศ แต่ราคาขนาดนี้ ไหวมั้ยเนี่ย




=================================================================




Image Hosted by ImageShack.us


นอกจากตลาดปลาแล้ว ยังมีอีกที่ซึ่งฉันชอบมาก นั่นก็คือ Historic Village of Hokkaido



Image Hosted by ImageShack.us


ไปดูวิถีชิวิตความเป็นอยู่ของผู้คนบนเกาะแห่งนี้ ว่าในอดีตเค้าอยู่กันยังไง

เป็นการจำลองเมือง ให้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนช่วงต้นยุค Meiji (ประมาณปี 1869) ที่เข้ามาฟื้นฟูพัตนาเกาะนี้และเปลี่ยนชื่อจาก Edo มาเป็น Hokkaido




Image Hosted by ImageShack.us


เห็นรถม้า ก็แสดงว่าระบบขนส่งเมื่อก่อนเป็นแบบนี้ซิ




Image Hosted by ImageShack.us


ที่นี่กว้างมาก เรียกว่าต้องเดินกันครึ่งวันเลย เพราะเสมือนเมืองจริงๆในอดีต ที่มีศูนย์กลางซึ่งเป็นร้านรวงต่างๆ สำนักงาน โรงเรียน และโรงแรม และขยายออกไปนอกตัวเมือง ก็จะเป็นฟาร์มต่างๆ มีหมู่บ้านของชาวนา ชาวประมง




Image Hosted by ImageShack.us


เป็นสถานที่แห่งการเรียนรู้จริงๆ เพราะเห็นทางโรงเรียนพาเด็กๆ ตั้งแต่ตัวเปี๊ยกเดียวเท่านี้ มาเรียนรู้นอกห้องเรียนกันแล้ว




Image Hosted by ImageShack.us


ไม่ได้มีแค่เด็กเล็กๆ เด็กโตทางโรงเรียนก็พามาเหมือนกัน

ที่นี่เสียค่าเข้าชมคนละ 830 yen.... การเดินทางก็ไม่ยาก ลงเมโทรสาย Tozai Line ไปออกที่สถานี Shin-Sapporo จากนั้นให้ต่อ JR Hokkaido Bus ไปลงที่ Kaitaku-no-mura ไปง่ายค่ะ เป็นป้ายสุดท้ายพอดี




=================================================================




Image Hosted by ImageShack.us


ที่สุดท้ายที่ไม่น่าพลาดสุดๆ(สำหรับฉัน).... Ishiya Chocolate Factory ที่นี่เดินทางไปไม่ยากเช่นกัน จับเมโทรสาย Tozai ไปลงที่สถานี Miyanosawa จากนั้นก็เดินต่ออีกสิบนาทีค่ะ




Image Hosted by ImageShack.us


ที่นี่มีมิวเซียมด้วย ถ้าจะเข้าชมส่วนนี้ต้อเสียค่าเข้าชมคนละ 600 yen แต่จะเดินชมแค่สวนภายนอกหรือร้านที่ขายช๊อกโกแลตก็ได้ค่ะ แต่นะ มาถึงที่แล้วเข้าไปดูหน่อยเถอะ เพราะจะได้เห็นวิธีการทำจริงๆ และประวัติความเป็นมาด้วย




Image Hosted by ImageShack.us


ที่สำคัญ ชั้นบนจะมีคาเฟ่เล็กๆขายเค้กและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นขนมหรือช๊อกโกแลตที่ผลิตจากที่นี่ ต้องลองเลยค่ะไม่งั้นเสียชื่อบล๊อกปลาทองท้องป่องหมด




Image Hosted by ImageShack.us


อร่อยทุกชิ้นจริงๆ เห็นรูปแล้วน้ำลายจะหยด คิดถึงรสชาติเข้มๆของขนมที่นี่จริงๆ




Image Hosted by ImageShack.us


คุณสามีสั่งช๊อกโกแลตร้อนมาดื่ม ฮีชอบอกชอบใจในรสชาติมากๆ และพอหยดเจ้าขวดนี้ลงไปสองสามหยด ตามคำแนะนำของพนักงาน มันทำให้หอมขึ้น แต่ฉันไม่ได้รู้สึกว่ารสชาติมันดีขึ้น คงเพราะรสของช๊อกโกแลตมันเข้มอยู่แล้ว เลยกลบรสอื่นหมด




Image Hosted by ImageShack.us


ใช้เวลาที่นี่ไปอีกครึ่งวัน หลังจากนั้นก็ลงมาช้อปปิ้งขนมกัน ห้องโถงที่ขายขนมหะรูหะรามากๆ ถ้าใครไม่มีเวลามาที่นี่ แต่อยากได้ขนมของ Ishiya ที่สถานี JR ซัปโปโรมีขายหลายร้านเลยค่ะ ราคาก็เท่ากัน หรือถ้าพลาดจากในเมือง ถึงสนามบินก็ยังมีราคาก็ไม่ต่างกันเลย




=================================================================




Image Hosted by ImageShack.us


แถมร้านอาหารอีกสองร้าน เอาให้จบให้หมดไปเลย

ร้าน Mos burger เบอร์เกอร์สัญชาติญี่ปุ่นที่มาดังที่ประเทศไทย ถือเป็นเบอร์เกอร์ที่ทำตลาดได้ดี เพราะในประเทศญี่ปุ่นเอง ก็มีกว่าพันสาขา แล้วตอนนี้ก็แตกสายออกมาที่ไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน ออสเตรเลีย และเห็นว่าบุกเข้าเกาหลีไปเมื่อปีที่แล้ว

ฉันไปญี่ปุ่นก็หลายครั้ง ผ่านร้านนี้ก็หลายหน แต่ไม่เคยได้ชิมเลย ทั้งๆที่อยากลองมาก คุณสามีอิชั้นเป็นโรคกลัวฟาสต์ฟู้ดค่ะ ฮีไม่ยอมกินเลย ต่อให้ไปไหนแล้วแถวนั้นมีแค่ร้านแมคโดนัลร้านเดียว ฮีก็ยอมอด แถมยังเอาหนัง Super Size Me มายัดเยียดให้ฉันดูอยู่บ่อยๆ ว่าผลเสียของอาหารพวกนี้มันมีอะไรบ้าง.... แต่คราวนี้ฉันหว่านล้อมแกมบังคับ ว่าลองหน่อยน่า เบอร์เกอร์ชิ้นเดียวคงไม่ทำให้เธอตายหรอก ฉันอยากกินอ่ะ ฮีก็หน้างอคอหักเป็นปลาทูแต่ก็ยินยอมเข้าร้าน แต่ไม่ยอมสั่งค่ะ อิชั้นเลยจัดการสั่งให้เอง อิอิ




Image Hosted by ImageShack.us


ก็โอเคนะ ใช้ได้เลยแหละ ไม่รู้ว่าที่เมืองไทยรสชาติเป็นยังไง แต่ที่นี่ไม่เลี่ยนมาก วัตถุดิบก็ดูสดดูดี ถามคุณสามีว่าเป็นไงอร่อยมั้ย ฮีเบ้ปาก บอกว่างั้นๆ.... ชิ หมันไส้จริงๆ




Image Hosted by ImageShack.us


แต่สิ่งที่ฉันติดใจที่สุดเป็นนมชาเขียว นมจากแถบฮอกไกโดมีชื่อเสียงอยู่แล้ว พอได้ชาเขียวญี่ปุ่นหอมๆชงลงไปด้วย อร่อยที่สุดเลยค่ะ




=================================================================




Image Hosted by ImageShack.us


มาถึงร้านสุดท้าย ชื่อว่าร้าน Saera อยู่ติดๆกับเมโทรโอโดริเลย ที่อยู่เต็มๆคือนี่ค่ะ Sapporo Odori 2 B3F downtown building ฉันตามร้านนี้จาก //tabelog.com เพราะเห็นว่าแซนด์วิชร้านนี้เด็ดมาก มีแซนด์วิชผลไม้ด้วย




Image Hosted by ImageShack.us


เราไปถึงร้านประมาณบ่ายสามโมง ปรากฏว่าแซนด์วิชทุกชนิดหมดเกลี้ยง(เชื่อแล้วว่าอร่อยและขายดีจริงๆ เพราะร้านปิดทุ่มนึงนะคะ แต่บ่ายสามก็ไม่เหลือแล้ว) เหลือแค่ Cake set ซึ่งเป็นเค้กบังคับของร้าน คือมีแค่ชนิดเดียวเป็นชิฟฟ่อน และเลือกเครื่องดื่มได้หนึ่งอย่าง

ได้เค้กหน้าตาธรรมดาบ้านๆมาคนละสองชิ้น พร้อมกับวิปครีมอีกสองโปะ แต่พอตักชิมด้วยกันแล้วอร่อยลงตัวมาก เพราะเค้กจะออกรสเค็ม(แปลกดี) เนื้อเค้กไม่ได้เบามากแต่ก็ไม่หนักเหมือนเนื้อขนมปัง ในตัวเค้กยังใส่ผลไม้บางอย่างซึ่งออกรสเปรี้ยวๆเค็มๆ ตัดกับวิปครีมที่ออกรสมันเจือหวานนิดๆ อร่อยเลยละ จากหน้าตาธรรมดาๆ เธอสวยขึ้นทันทีเมื่อเข้าปาก ฉันให้ผ่านนะจานนี้ เพราะฉันไม่กินหวาน แต่คนชอบทานของหวานที่หวานๆเลย คงให้สอบตก ฮ่าฮ่า




Image Hosted by ImageShack.us


สั่งมาพร้อมกับนมอุ่นๆค่ะ ฉันเป็นคนดื่มนมอุ่นๆทุกวันเช้าเย็น มาฮอกไกโดนี่ถูกใจที่สุดเพราะนมที่นี่เข้มข้นหอมมันมากๆ.... พูดแล้วก็คิดถึงอาหารการกินที่นั่นจัง

เสียดายที่พลาดแซนด์วิชของที่นี่ไป ถ้าใครได้ไปชิมกลับมาบอกกันด้วยนะคะ ว่ามันอร่อยจริงมั้ย




Image Hosted by ImageShack.us


จบละค่ะ พอดีกว่า 41 รูปเข้าไปแล้ว อิชั้นเมื่อยนิ้วมากๆ

จบด้วยภาพเบื้องหลังการถ่ายรูปของน้องๆกลุ่มนี้ที่ Historic Village of Hokkaido อิชั้นละขำมากๆ เพราะนอกจากจะมีตากล้องแล้ว ยังมีสาวสไตล์ลิสอีกสองคนที่ยืนกำกับท่าทางของเพื่อนๆและคุณลุงตำรวจ ประมาณว่ายกแขนขึ้นอีกนิด ยกหมวกขึ้นอีกหน่อย พอเพื่อนทำไม่ถูกใจ นางก็เดินไปจัดท่าให้เองเลย อิอิ


ขอปิดคอมเม้นท์ต่อไปนะคะ ใครมีอะไรก็หลังบ้านมาค่ะ ตอนนี้ไล่ตอบให้หมดแล้ว สำหรับคำถามเกี่ยวกับญี่ปุ่นและอื่นๆ กะว่าอีกไม่นานจะอัพบล๊อกปล่อยคอมเม้นท์เหมือนเดิม ไม่นานค่ะไม่นาน.... ปีหน้าละกันเนอะ 555+












Create Date : 31 ตุลาคม 2555
Last Update : 31 ตุลาคม 2555 22:05:17 น.
Counter : 17952 Pageviews.

0 comments
ลัดเลาะปากน้ำแถวสมุทรสาคร ชีริว
(20 ก.พ. 2564 11:03:27 น.)
วันสุขสันต์ zungzaa
(15 ก.พ. 2564 12:17:49 น.)
อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ตอน 2 tuk-tuk@korat
(13 ก.พ. 2564 12:59:06 น.)
ททท.สานความสัมพันธ์ 46 ปี ไทย-จีนจัดเทศกาลตรุษจีนที่เยาวราช 11-28 กุมภาพันธ์ 2564 อุ้มสี
(13 ก.พ. 2564 00:41:13 น.)

Lurano.BlogGang.com

ปลาทอง9
Location :
Hamburg  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 130 คน [?]

บทความทั้งหมด