Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2556
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
1 ตุลาคม 2556
 
All Blogs
 

ดาริกากลางใจ...บทที่ 1 ครึ่งแรก


ณ หุบเขาไผ่หอมมีสำนักกระบี่ไร้ชื่อแห่งหนึ่งตั้งอยู่ แต่เพราะสถานที่ตั้ง ทำให้คนภายนอกขนานนามสถานที่แห่งนี้ว่าสำนักบ้านกระบี่ไผ่หอมผู้คนที่อยู่อาศัยในหุบเขาแห่งนี้กว่าครึ่งนั้นเคยเป็นผู้มีวรยุทธ์ที่รักสงบและหนี้ร้อนเข้ามาพึ่งพาท่านผู้เฒ่าไร้นามแห่งป่าไผ่สีเงินจนก่อร่างกลายเป็นหมู่บ้านเล็กๆกระทั่งหลงเหลือผู้คนอาศัยราวสิบกว่าหลังคาเรือนเพราะเหตุนองเลือดเมื่อหกปีก่อน

หลังจากเจ้าบ้านกระบี่ไผ่หอมรุ่นสองท่องทั่วหล้าออกนอกด่านสาบสูญไม่ส่งข่าวนานสามปีแล้ว

"คิดแล้วว่าต้องออกมาในรูปนี้"เต้าจื่อ ส่ายหน้าช้าๆ กับข้อความในจดหมายที่ผูกติดมากับขาพิราบสื่อสาร

"ศิษย์พี่ใหญ่ไม่มีทางออกจากป่าไผ่สีเงินแล้วทิ้งอาจารย์อาไว้คนเดียวแน่"เหรินซูออกความเห็นบ้าง

"ถ้าอย่างนั้นก็เหลือแค่ข้า เจ้าซุ่นไฉและก็เถียนเยวี่ย" เต้าจื่อชี้ไปยังชายหนุ่มที่นอนเอกเขนกอยู่บนคาคบไม้เหนือวงสนทนา

"ตัดข้าออกไปสักคนเถอะพี่รอง"ชายหนุ่มชุดเขียวใบไผ่ด้านบนบอกน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายที่ศิษย์พี่ของเขาเห็นการเลือกเจ้าบ้านคนใหม่เป็นเรื่องสลักสำคัญหลังจากไร้ข่าวจากอาจารย์ของพวกเขาทั้งห้าล่วงเข้าปีที่สี่

"จะได้อย่างไร กฎบ้านมีต้องทำตามอาจารย์จากไปสามปีแล้วนะ เรื่องนี้ไม่เอาอาวุโสมาวัด ตัดสินด้วยฝีมือหรือเจ้าไม่อยากรู้ว่าในพวกเราสี่คนที่เหลือ ใครเหมาะสมที่สุด"

"ใครไม่มีเรื่องต้องออกจากเขาก็คนนั้นแหละ"

"เจ้าสี่!" เต้าจื่อขึ้นเสียงกับเหตุผลง่ายๆ ของเถียนเยวี่ยชายหนุ่มหน้าจืด ท่าทางเรียบร้อยคงแก่เรียนมากกว่าผู้ฝึกยุทธ์คือคนที่ศิษย์น้องทั้งสามต่างลงความเห็นกันว่าเป็นตาแก่ขี้บ่น

"เถอะน่าพี่รอง เราสามคนแอบลงความเห็นกันแล้วท่านเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ที่สุด"ซุ่นไฉเปิดเผยข้อตกลงของเขาและพี่น้องสองคนที่เหลือ "หนึ่งคือท่านมีครอบครัวแล้วสองคือท่านรักสงบชอบอยู่แต่ในหุบเขา กี่ปีๆ พวกเราก็ไม่เคยเห็นท่านจะออกไปไหน ลงจากเขาก็ได้พี่สะใภ้กลับมาหลานสาวของพวกเราก็ยังเล็ก ภายในห้าปีนี้ท่านไม่มีทางทิ้งนางทั้งสองคนไปไหนแน่อยู่แล้วใช่หรือไม่"

สิ้นประโยคของซุ่นไฉ เถียนเยวี่ยก็พลิกกายกระโดดลงมายืนบนพื้นแล้วกล่าวสรุปรวดเร็วว่า "ฉะนั้นท่านเหมาะสมที่สุดที่จะรับช่วงดูแลสำนักแทนท่านอาจารย์ไว้ท่านคิดจะจากไป นั่นเราค่อยมาคิดกันใหม่ว่าใครเหมาะสม"

"ไม่ได้...ไม่ได้ ตำแหน่งเจ้าบ้านมีไว้สำหรับผู้ชนะการประลองเพลงกระบี่เท่านั้นจำไม่ได้แล้วหรือว่าอาจารย์ของพวกเราได้ตำแหน่งนี้มาได้อย่างไร"

เถียนเยวี่ย เหรินซูและซุ่นไฉสบตากันไปมาก่อนพ่นลมหายใจแล้วร้อง...เฮ้อ! ออกมาพร้อมกัน

"ในเมื่อศิษย์พี่ใหญ่ยังไม่สนใจจะประลอง แล้วทำไมพวกเราสามคนจะทำแบบเขาไม่ได้บ้างเล่!" เหรินซูที่ร่างสูง ใหญ่ บึกบึนราวหมีป่ากล่าวชายหนุ่มเดินทางมาถึงหมู่บ้านเป็นคนสุดท้ายตามกำหนดการณ์ของพี่น้องซึ่งตกลงว่าจะกลับมารวมตัวกันในฤดูชุนเฟิน[1]ของทุกปีเพราะนอกจากเต้าจื่อ ก็มีเพียงเถียนเยวี่ยเท่านั้นที่เข้าออกวนเวียนอยู่ใกล้หุบเขาไผ่หอมมิได้ห่างหายไปในที่ไกลๆ

"เห็นจะมีแต่ศิษย์หลานท่านผู้เฒ่าป่าไผ่สีเงินกระมังที่แย่งกันไม่รับตำแหน่งเจ้าบ้า!" เต้าจื่อร้องออกมา

หนึ่งเสียงหรือจะสู้สามเสียง ท้ายที่สุดแล้วชายหนุ่มที่พี่น้องทั้งห้าต่างรู้ดีว่าเพลงกระบี่เป็นรองแค่เถียนเยวี่ยก็ยอมรับตำแหน่งเจ้าสำนักบ้านกระบี่ไผ่หอมคนใหม่

สามวันต่อจากนั้น จึงมีงานเลี้ยงเล็กๆในหมู่บ้านเพื่อบอกกล่าวถึงตำแหน่งและหน้าที่ของเจ้าบ้านรุ่นที่สามเมื่อเต้าจื่อรับตำแหน่งนี้แล้ว จะมีการรับศิษย์ใหม่เข้ามาอีกหรือไม่ รับเป็นจำนวนเท่าใดก็แล้วแต่ความเห็นชอบของเต้าจื่อนั่นเอง...

ลมภูเขาพายพัดหอบเอาไอเย็นปลายเหมันต์ผ่านมากระทบผิวกาย

หลังจากอิ่มท้องกับอาหารเที่ยงฝีมือนางซุ่นเถียนเยวี่ยก็เอนตัวนอนลงบนแคร่ไม้ไผ่ใต้ร่มหลิวที่ผลิใบอ่อนใกล้สวนผัก ซึ่งกว่าครึ่งนั้นถูกแปรสภาพเป็นอาหารของเขาและพี่น้องตลอดระยะเวลาร่วมครึ่งเดือนที่รั้งตัวอยู่บ้านกระบี่ไผ่หอม

"บางครั้งข้านึกอยากให้อาไฉกับเจ้าอยู่ที่นี่แบบท่านเจ้าบ้านเต้า"จากที่เคยเรียกสนิทปากว่า 'จื่อเอ๋อร์' นางซุ่นเปลี่ยนมาเรียกเต้าจื่อตามฐานะเจ้าบ้านรุ่นที่สาม

"เสี่ยวเถียนอกตัญญูแล้วที่ทอดทิ้งท่านให้เหงา"ฝ่ามือใหญ่ ทว่านุ่มนวลราวคนมิได้เคยจับกระบี่ฝึกปรือยื่นมากุมบนหลังมือเหี่ยวย่นของหญิงสูงวัยซึ่งคราครั้งเมื่อยังเยาว์เขาได้อาศัยดื่มกินน้ำนมจากอกนางผู้ซึ่งสูญเสียลูกน้อยเพราะไข้ป่าระหว่างเดินทางมาอาศัยที่หุบเขาไผ่หอม

นางซุ่นส่ายหน้าเชื่องช้า รอยยิ้มอ่อนโยนฉายชัดบนใบหน้านางเข้าใจถึงวิถีชีวิตของบุรุษดี เพราะนางก็เป็นสตรีที่เกิดในสำนักคุ้มภัย ญาติพี่น้องผู้ชายล้วนเติบโตและตกตายด้วยเรื่องของหน้าที่การงานชาติบุรุษน้อยนักจะเติบโตสงบเสงี่ยมอยู่แต่ในบ้าน

นางซุ่นใช้ฝ่ามืออีกข้างตบเบาๆบนหลังมือของชายหนุ่ม "ความเหงาอยู่กับข้าไม่นานหรอก ไม่มีพวกเจ้า ก็ยังมีเสี่ยวเหมยเสี่ยวเถาและแม่ของพวกนางเป็นเพื่อนข้า"

"กลับมาคราวหน้า ไม่แน่น้องห้าอาจจะพาสะใภ้มาให้ท่าน"

"เชื่อหรือไม่ ใจจริงแล้วหญิงชราอย่างข้ารอสะใภ้จากเจ้าเสียมากกว่า"แม้นความจริงแล้วซุ่นไฉคือลูกคนที่สองของนางและสามี แต่ด้วยความรู้สึกผูกพัน นางซุ่นคิดเสมอว่าชายหนุ่มรูปงามที่เอกเขนกนอนอยู่เบื้องหน้าคือบุตรชายอีกคน

"เอาอย่างเจ้าบ้านเต้าเสียก็ดีออกจากเขาคราวนี้ก็หานางในดวงใจกลับมาให้ข้าดูตัวสักคน"

"เห็นทีเรื่องนี้ท่านต้องกำชับซุ่นไฉเป็นมั่นเหมาะ"

"ข้ากำชับทั้งสองคน"

ริมฝีปากบาง คลี่ยิ้มกว้างเปิดเผยดั่งตะวันเปล่งแสงเจิดจ้ากลางนภา ตะกอนของประโยคที่ว่า'ข้าจะเป็นเจ้าสาวของท่าน'เห่อฟุ้งขึ้นมาในห้วงความคิดให้หวนระลึกถึงใครบางคนขึ้นมาอีกครั้ง

เพราะเป็นผู้ฝึกยุทธ์การรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวรอบกายจึงไวกว่านางซุ่น

"ได้ยินชัดแล้วใช่ไหมเสี่ยวไฉ"เถียนเยวี่ยถามแกมสั่ง ก่อนที่เงาร่างสูงโปร่งของชายชุดเทาจะปรากฏขึ้นที่ข้างกายเขา"ข้ายกตำแหน่งลูกกตัญญูให้กับเจ้า รีบหาสะใภ้ให้มารดาเจ้าสักคนเถอะ"

สองวันให้หลัง บุรุษทั้งสามของสำนักบ้านกระบี่ไผ่หอมก็ออกจากหุบเขา

เมื่อเหรินซูและซุ่นไฉได้จากไปแล้ว หน้าศิลาซึ่งสลักอักษรหย่งและเซี่ยว[2]บริเวณเชิงเขาหลงเหลือเพียงเจ้าของร่างบอบบาง สูงโปร่งภายใต้อาภรณ์ชุดเขียวใบไผ่ตัวโคร่งยืนอยู่ระหว่างนั้นมีหมูป่าตัวหนึ่งวิ่งผ่านหน้าเข้าไปในพงหญ้าข้างทาง เถียนเยวี่ยที่บ่อยครั้งปล่อยชีวิตล่องลอยไปตามเส้นทางที่เบื้องบนชี้นำจนได้ประสบกับเหตุการณ์ทั้งดีและร้ายแย้มระบายรอยยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง

"เสี่ยวจู"ชื่อของคนผู้หนึ่งลอดออกมาจากรอยยิ้มนั่นก่อนภาพของเด็กหญิงตัวกลมอ้วนปุ๊กผิวขาวราวมุกเนื้อดีสมชื่อจะผุดพรายในห้วงมโนของความคิด

สองปีแล้วสินะ ที่เขาไม่ได้แวะไปเยี่ยมเยือนท่านหมอที่ฉุดลมหายใจของเขาจากเงื้อมมือเจ้าแห่งความตาย

จู่ๆ ก็ชักอยากจะรู้ขึ้นมา เด็กหญิงไข่มุกที่อวบอ้วนราวหมูตัวน้อย[3]ที่เคยร้องไห้โยเยจะขอติดตามเขาให้ได้ตอนนี้เป็นอย่างไรแล้ว...

*****



[1] ช่วงกลางฤดูใบไม้ผลิประมาณวันที่ 20-22ของเดือนมีนาคม

[2] หย่ง แปลว่า ความกล้า เซี่ยว แปลว่า กตัญญู

[3] จู แปลว่า ไข่มุก พ้องเสียงกับคำว่า จู แปลว่า หมู



เนื้อหามากเกินไป เลยต้องแบ่งเป็นสองช่วงนะคะ




 

Create Date : 01 ตุลาคม 2556
0 comments
Last Update : 1 ตุลาคม 2556 21:45:32 น.
Counter : 678 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


นางสาวอ้วนจัง ตังค์มากมี
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]





ฝาก"บัลลังก์เสน่หา : จากหนึ่งคำมั่น ตราบสิ้นนิรันดร์" ด้วยค่ะ
กรงขังสิเนหา
ทาสสวาทเงาเสน่หา
บุพเพเล่ห์จันทร์
ในรั้วรัก
เสี้ยวสิเน่หา
รอยนิรันดร์
กลีบเหมยกลางทราย
เล่ห์รักร่ายปรารถนา
ตะวันเยี่ยมรุ่ง
ขวัญข้าเอย
ลิขิตลวง
สิ้นแสงรังสิมา (หนึ่งหทัยมังกร)
ดาริกากลางใจ (ดวงใจรักจ้าวยุทธ์)
หากฟ้าไร้เมฆินทร์ (ทาสรักสลักใจ)
ฤาศศินอำพราง (ยอดพธูจอมทัพ)
รื่นกลิ่นปทุม
รักลุ้นวุ่นหวาน
สัญญาลับฉบับรัก
เพียงสิ้นชีวา
เนื่องนิจสิน
แม้นเดือนดับ
จันทร์ร้างฟ้า
กรงบรรณาการ
ฝนซาเมื่อฟ้าสาง
กลีบเก็ดถวา
แสงแรกของตะวัน
ทั้งหมดภายใต้นามปากกา วิรมย์รดา กะรัต ลนาริน ธาราพิศุทธิ์
Friends' blogs
[Add นางสาวอ้วนจัง ตังค์มากมี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.