ฉันฝัน.. กำลังเต้นรำ.. บนหลังคา..
ความฝันที่ใต้หมอน (ตอนที่ 21)

ตอนที่ 21


แปดรอบ!

ให้ตายเถอะ เกิดมาก็เพิ่งจะเคยทำได้วันนี้นี่แหละ มันเป็นเรื่องน่ายินดีเอามากๆ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่สิ่งที่น่ายินดีที่สุดในชีวิต แต่ก็ถือว่าเกือบล่ะ เขาเหลียวหันกลับมาหาคนที่นั่งดูอยู่นอก เพราะอยากจะรู้ว่าเธอจะทำหน้าอย่างไรกับความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ของเขา

แต่ว่า.. ทอแสงไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้นแล้ว และกระเป๋าใบโตของเธอก็ไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วย อ้าว.. เธอกลับไปแล้วอย่างนั้นหรือ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะ ทำไมเขาถึงไม่สังเกตเห็นเลย

ร่มไม้พยายามดึงสมาธิกลับเข้ามาอยู่ในห้อง แต่กระนั้นสายตาก็คอยแต่จะชำเลืองผ่านกระจก และหวังว่าเพื่อนของเขาจะโผล่กลับเข้ามาในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง แต่เวลาผ่านไปจนจบคลาสแล้ว ก็ยังไร้วี่แววของทอแสง

“คลาสวันนี้เหนื่อยจัง หรือเมื่อคืนนอนไม่พอก็ไม่รู้” ปลาพูด ชุดบัลเล่ต์สีเขียวที่เธอใส่อยู่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เธอหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาเช็ดหน้า แล้วเทน้ำหวานใส่ปากเติมน้ำตาลให้ตัวเอง

“ไม่เกี่ยวหรอกพี่ปลา วันนี้เหนื่อยจริงๆ คุณนูเทรอฟทำบาร์เสียหนักเลย แทบเป็นลมแน่ะ” ใครสักคนพูดขึ้นมา

“ไม่ต้องแทบหรอก เป็นลมกลับบ้านไปแล้วคนหนึ่ง” ภูมิตอบ “เห็นหน้าทอแสงแล้วสงสารเหมือนกันนะ หน้าซีดไปเลย ก็ซวยจริงๆ น่ะ มาวันแรกก็เจอคุณนูเทรอฟบ้าพลังเข้าให้เลย”


คนเป็นลมตัดสินใจบ่ายหน้าไปยังบ้านสวนสตูดิโอ อากาศเย็นๆ ในสวนที่เธอคุ้นเคยน่าจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้บ้าง ระยะทางจากสตูดิโอคุณทีน่า และบ้านสวนสตูดิโอไม่ไกลจากกันมากนัก เพียงไม่นานเธอก็โผล่มาถึงที่หมาย และได้เจอน้ำใสกำลังนั่งคุยกับอิ๊กอยู่ที่เคาน์เตอร์ด้านล่าง

“โอ๊ะ ลืมสนิทเลย” ทอแสงอุทานเมื่อเห็นหน้าน้ำใส

“ลืมอะไรเหรอ แล้วทำไมหน้าตามันดูโทรมงั้นล่ะ” น้ำใสถามทีเดียวสองคำถาม

“ลืมเอารูปให้ไม้น่ะสิ เห็นหน้าพี่น้ำถึงเพิ่งนึกออก”

“รูปอะไรเหรอ” อิ๊กยื่นหน้าเข้ามาถาม แล้วรับรูปที่ทอแสงหยิบออกมาจากในกระเป๋ายื่นส่งให้ พร้อมๆ กับที่น้ำใสส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่

“อย่างนี้เขาเรียกว่าพระเจ้าอยากให้เธอต้องไปเรียนที่นั่นอีก แล้วเป็นไงมั่งล่ะคลาสวันนี้”

ทอแสงทำหน้ารื่น เล่าให้น้ำใสฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ เล่า..ด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ราวกับว่าจะขำตัวเองเสียเต็มประดา แต่กระนั้นความผิดหวังก็เข้าจู่โจมความรู้สึกของทอแสงอย่างไม่ปรานีจนน้ำตาพานจะรื้นขึ้นมาแม้จะพยายามยิ้มกลบเกลื่อนก็ตามที

เธอไม่มีแรงเต้น แม้แต่จะยกขาให้สูงพ้นระดับของบาร์ก็ยังทำไม่ได้ เก็บก้น เก็บพุง สิ่งเหล่านี้มันดังอึงอยู่ในหัว แต่เธอก็แค่บังคับร่างกายตัวเองไม่ได้ มันล้มเหลว ล้มเหลวอย่างยิ่ง แตกต่างจากผู้ชายคนนั้นในรูป

...โดยสิ้นเชิง

แล้วมีหรือน้ำใสจะดูไม่ออก แปลกที่คราวนี้ คนชอบพูดอะไรตรงๆ อย่างน้ำใสกลับเลือกที่จะไม่พูด คงเพราะเห็นกันมาแต่อ้อนแต่ออกทำให้เธอรู้ ..ทอแสงไม่ต้องการให้ใครพูดถึงมัน ไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเธอรู้สึกเช่นไร

แล้วก็อีกแหละ เธอรู้ ..น้องของเธอคนนี้จะผ่านพ้นมันไปได้

“แล้วนี่เข้ามาทำอะไรล่ะ กินอะไรมาหรือยังล่ะ” ทอแสงสั่นหน้าแทนคำตอบ

“ยังไม่หิวเลยค่ะพี่น้ำ เหนื่อย อยากนอน”

“งั้นตื่นแล้วค่อยมากิน เดี๋ยวพี่ทำอะไรเลี้ยงเอง“ อิ๊กบอกน้อง

“ขอบคุณค่ะ พี่อิ๊ก ไม่ปฏิเสธเลย” ทอแสงพูดตอบด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะลับหายขึ้นบันไดไป


ยามบ่ายอากาศค่อนข้างร้อน แต่ในสวนกลับเย็นสบายและเงียบสงบราวกับอยู่นอกเมือง ทอแสงนั่งพิงหมอนใบโปรด พลางพลิกภาพปึกนั้นในมือดูเล่นอย่างใจลอย แล้วสะดุ้งเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เธอกดรับสาย

“ฮัลโหล พี่ต้นเองครับ”

“ฮ้า.. พี่ต้น เป็นไงบ้าง สนุกมั้ยคะ”

“จะสนุกอะไรล่ะครับ มาทำงาน”

“อ้าว แล้วว่างคุยโทรศัพท์เหรอคะ”

“ตอนนี้พักประชุมอยู่น่ะครับ มีเวลานิดหน่อย เลยอยากโทร.หา”

เธอหัวเราะแห้งๆ ใส่โทรศัพท์ ต้นเป็นคนดี และช่างเอาใจ เพียงแต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้เธอไม่ต้องการ

“เป็นอะไรรึเปล่าครับ เสียงเราไม่ค่อยสดชื่นเลย” เธอปฏิเสธ เพราะถ้ายอมรับ คงต้องอธิบายอะไรยาวยืด

...ไม่มีอารมณ์จะเล่า... คือข้อแก้ตัวที่เธอใช้บอกตัวเองเรื่อยมา

มันง่ายกว่าที่จะแสร้งทำเป็นสบายดี ดีกว่าเล่าทวนเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วทำให้ตัวเองต้องเจ็บปวดอีกรอบ และยิ่งไปกว่านั้น เล่าไปก็ใช่ว่าต้นจะเข้าใจ

“สงสัยเพิ่งตื่นมั้งคะพี่ต้น เสียงมันเลยงัวเงีย” แล้วเธอก็หาทางเลี่ยงๆ ไปจนได้อีกนั่นแหละ

เธอคุยโทรศัพท์กับต้นอีกสองสามประโยคก็วางสาย น่าแปลก... มันเหมือนกับเขาอยู่ในโลกคนละใบกับโลกที่เธอเข้ามาพักพิงชั่วคราวในช่วงปิดเทอมนี้ และในโลกใบนี้ เธอไม่ต้องการต้นเลย ไม่ว่าเธอจะพยายามบอกให้ตัวเองอยูในโลกแห่งความเป็นจริง – ที่มีต้นอยู่ – สักเท่าไหร่ก็ตาม... กระนั้น เธอก็ยังไม่รู้สึกคิดถึงเขาเลยแม้แต่น้อย


ทอแสงเผลอหลับไปที่ระเบียงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อนุ่นมาปลุก

“มาหลับอยู่นี่เอง มิน่าล่ะ พี่อิ๊กถึงบอกว่าให้ช่วยขึ้นมาตาม เพราะเห็นเธอหายเงียบไปเลย พี่เขากำลังรออยู่ว่าเมื่อไหร่เธอจะหิว”

“หืม..” ทอแสงยังงงๆ อยู่ “กี่โมงแล้วเนี่ย”

เธอดันตัวลุกขึ้น รูปปึกนั้นที่วางพับอยู่บนอกจึงร่วงลงไปอยู่ที่พื้น นุ่นก้มลงเก็บ

“รูปอะไรเนี่ย” เธอพูดพลางพลิกดู “อ๋อ... เอ๊ะ!” นุ่นขมวดคิ้ว

ทอแสงไม่รอให้เพื่อนถาม ชิงอธิบายเสียก่อน

“จะเอาไปให้ไม้เมื่อเช้านี้น่ะ แต่ดันลืม”

“อืม..เหรอ” นุ่นพูดพลางส่งรูปภาพที่หล่นอีกใบหนึ่งให้ทอแสง แล้วเปลี่ยนเรื่องทันที “แล้วช่วงนี้พี่ต้นของเธอหายไปไหนเนี่ย ไม่เห็นมาหลายวันละ”

“ไปสัมมนาต่างจังหวัด คงอีกหลายอาทิตย์กว่าจะกลับ”

“เหรอ” น้ำเสียงของทอแสงทำให้นุ่นหมดเรื่องถาม ทอแสงจึงเดินลงบันไดไป นุ่นคงได้แต่มองตามหลังเพื่อนด้วยความยุ่งยากใจ เรื่องความรู้สึก เอาแน่เอานอนได้เสียที่ไหน เพราะดีไม่ดีความรู้สึกบางอย่างที่จางหายไป อาจปะทุขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เธอไม่เข้าใจเพื่อนของเธอเลยจริงๆ ก็ทั้งๆ ที่มีต้นอยู่ทั้งคนแล้ว อีกทั้งร่มไม้ยัง.. จริงสินะ ทอแสงยังไม่รู้ความจริงเรื่องนี้ ใช่ เธอควรจะบอกเพื่อนให้รู้ ถึงตอนนี้นุ่นรู้สึกผิดจริงๆ

ไม่ควรชวนทอแสงมาเต้นกับร่มไม้เลย

แต่ก็ไม่แปลกหรอกที่น่นจะไม่เข้าใจทอแสง และไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีเมื่อสี่ปีที่แล้ว คือ เยื่อใยบางๆ ระหว่างคนสองคนที่กลายเป็นสายใยหนาแน่นคอยผูกเพื่อนของเธอไว้กับโลกบัลเล่ต์ และความภูมิใจในฐานะบัลเลอริน่า กับความสุขใจในฐานะ ‘ผู้หญิง’ ของร่มไม้นั้น ก็กลายเป็นสิ่งที่เกี่ยวพันกันอย่างแยกไม่ออก

เพราะแม้แต่เจ้าตัวเองก็ไม่ได้รู้ตัวเช่นกันว่า ที่ว่างลึกสุดในหัวใจที่เธอยังไม่ได้มอบให้แก่ต้นนั้น มีร่มไม้นั่งอยู่ตรงนั้นตลอดมา


“ทอแสง... เมื่อวานเป็นยังไงบ้าง เล่นหนีกลับไปก่อน นึกว่าวันนี้จะเบี้ยวไม่ยอมมาเต้นซะแล้ว” ร่มไม้นั่นเองที่เอ่ยทักเธอตั้งแต่ยังเลี้ยวไม่พ้นขอบประตูดี

“เอ่อ.. เมื่อวานเหนื่อยมากน่ะ ไม่ได้ทำคลาสมานาน เออ ใช่..” ทอแสงกล่าวอย่างนึกขึ้นได้ “เอารูปไปเสียก่อน เดี๋ยวเราจะลืม”

ทอแสงส่งรูปให้ร่มไม้ ซึ่งรับไปพลิกดู

“รูปอะไรน่ะ” ปลาซึ่งเพิ่งเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเสร็จชะโงกหน้าเข้ามาดูอย่างอยากรู้บ้าง

“รูปที่ร่มไม้ไปช่วยงานของครูเอมเมื่อวันก่อนน่ะค่ะ” ตอนนี้หลายๆ คนชักจะเริ่มหันมาสนใจบ้างแล้ว

“เฮ้ย สุดยอด” เสียงนักเต้นชายคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น “พี่ทอแสงสวยมาก พี่ไม้ก็เจ๋งว่ะ ถ้าจับฉันเต้นคู่กับพี่ไม้อย่างนี้บ้าง ฉันละลายแน่ๆ”

ในมือเขาถือรูปที่นุ่นบอกกับเธอว่า ...อย่างกับเว็ดดิ้งสตูดิโอ... อยู่

“ละลายอย่างนี้ใช่มั้ย” เจ้าตัวพูดพร้อมกับสาดฝ่ามือลงบนหัวของคนพูดจนหน้าคะมำ

“โอ๊ย! ล้อเล่นนิดเดียวเอง พี่ไม้ มือหนักชิบโป๋ง” เจ้าตัวร้อง

“ก็แหม เขามีเจ้าของเป็นตัวเป็นตนแล้วนี่หว่า” ต๊ะพูดขึ้นมา ทอแสงเงยหน้าขึ้นมองร่มไม้ นี่เป็นเรื่องที่เธอไม่รู้มาก่อนเลย แต่มันจะน่าแปลกใจอะไรเล่า เพราะถ้าจนถึงป่านนี้แล้ว หากร่มไม้ไม่มีใครนั่งอยู่ในหัวใจเลยนี่สิ น่าแปลก ทอแสงบอกตัวเองอย่างนั้น

“เฮ้อ อารมณ์เสีย” คนโดนตบหัวแกล้งกระแทกเสียง “ก็ถ้าเจ้าของพี่ไม้เป็นพี่ทอแสงนะ ฉันจะไม่ว่าเลย ดูรูปสิ เห็นแล้วอยากเชียร์ขาดใจ เสียด๊าย.. เสียดาย”

ร่มไม้ลอบมองทอแสงนิดหนึ่ง มีบางเรื่องที่เธอยังไม่อยากให้เพื่อนเก่าคนนี้รู้ เขาจึงรีบตัดบท

“เฮ้ยๆๆๆ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้วน่า” เขารีบตัดบท


(โปรดติดตามตอนต่อไป)


Create Date : 11 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 23 ธันวาคม 2552 22:56:58 น. 2 comments
Counter : 161 Pageviews.

 
ขอบคุณสำหรับข้อเเนะนำนะคะ

เเต่เรากินกากใยเยอะมากกกกกกกกกเเต่ไม่ถ่าย

อยากทราบว่า "เลมอนฟาร์ม" อยู่ที่ไหนคะ

รบกวนอีกหน่อยนะ

ขอบคุนคะ


โดย: Beamza วันที่: 11 พฤศจิกายน 2552 เวลา:22:10:14 น.  

 
มาตอบเรื่องกระเป๋าสตางค์ค่ะ
ไม่ยากนะคะ สนุกสนานมากกว่าค่ะ
ลุ้นตลอดว่าจะออกมาสวยไหม
พอเสร็จก็ชื่นใจค่ะ ฝีมือเราเอง มีชิ้นเดียวในโลก


โดย: Meile วันที่: 17 พฤศจิกายน 2552 เวลา:19:07:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

วิปุลา
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เต้นมา 19 ปี
เล่นดนตรีมา 18 ปี
(ขอ) เขียนหนังสือมา 10 ปี


สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด


ความฝันที่ใต้หมอน

เพราะกาลเวลาย้อนกลับไม่ได้ ความฝันจึงยังคงเป็นได้เพียงความฝัน และบางครั้งเงื่อนไขในชีวิตก็ทำให้เราต้องทิ้งร้างความฝันนั้นไว้ และซ่อนมันเอาไว้ในที่ที่มองไม่เห็น จนกระทั่งวันหนึ่งก็เรียนรู้ที่จะลืมความฝันที่ซุกไว้ใต้หมอนนั้นไปได้ในที่สุด

แต่กระนั้น สิ่งที่ถูกลืมเลือน ใช่จะเป็นสิ่งที่เลือนหาย ความฝันนั้นจึงยังคงรอให้ถึงวันที่เราจะไปค้นมันเจออีกครั้ง
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
11 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add วิปุลา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.