ฉันฝัน.. กำลังเต้นรำ.. บนหลังคา..
ความฝันที่ใต้หมอน (ตอนที่ 19)

ตอนที่ 19

ด้านหลังของ ‘เวที’ ไม่ได้เพียบพร้อมสำหรับนักแสดงอย่างเช่นในโรงละครทั่วไป เพราะแท้จริงแล้ว ด้านหลังห้องบอลรูมนี้ก็คือห้องครัวของโรงแรมนั่นเอง ซึ่งก็กำลังชุลมุนวุ่นวายไม่น้อยเลยทีเดียว ด้วยเพราะอาหารแต่ละจานจะต้องได้รับการลำเลียงขึ้นไปอย่างรวดเร็ว และอาหารจานเก่าก็จะต้องถูกเก็บกลับลงมาอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน

“ขอทางด้วยค่ะ” เสียงของพนักงานโรงแรมดังขึ้นอย่างสุภาพ แต่ทีท่าที่เข็นรถเข็นอยู่นั้น ไม่ได้สุภาพตามน้ำเสียงเลย ร่มไม้รวดเร็วกว่ารีบดึงแขนทอแสงหลบให้พ้นทาง เธอเสียหลักเพราะพื้นลื่น ร่มไม้รีบตวัดแขนรับอย่างรวดเร็วด้วยทักษะของผู้ที่ผ่านการเต้นคู่มามาก พนักงานคนเดิมหันหน้ามาขอโทษอย่างร้อนรนแล้วรีบมุ่งหน้าต่อไป ทอแสงผลักตัวออกจากแผ่นอกของร่มไม้อย่างรวดเร็ว ทั้งๆ ที่ก็แผ่นอกเดียวกันนี้แหละ ที่เธอเต้นเข้าเต้นออกไม่รู้กี่ครั้งแล้ว

“ขอโทษ” เธอขมุบขมิบแทบไม่มีเสียง

“ไม่เป็นไรๆ เจ็บตรงไหนรึเปล่า”

“ไม่เจ็บจ้ะ ได้เบาะแข็งแรง” ทอแสงตอบพลางเอานิ้วจิ้มอกร่มไม้ ไม่พูดอะไรอีก แต่ทำทีเป็นหันไปอีกทางเพื่อยืดเหยียดร่างกายเสมือนกำลังเตรียมตัวก่อนขึ้นเวที ร่มไม้จึงไม่กวนอะไรอีก หันไปรวบรวมสมาธิเพื่อให้พร้อมขึ้นแสดงบ้าง ทั้งคู่ปล่อยให้ความเงียบดำเนินไป เพราะเข้าใจว่าต่างก็กำลังรวบรวมสมาธิเพื่อให้การแสดงดำเนินไปอย่างดีที่สุด

“นักแสดงอีก 5 นาทีสแตนด์บายค่ะ” แบ็คสเตจประจำหลังเวทีเดินมาตาม ทอแสงตั้งท่าจะเดินไปยังปีกซ้ายของเวที แต่ชะงักเพราะเสียงของร่มไม้

“ทอแสง..”

เธอหันกลับเป็นเชิงถาม ร่มไม้ไม่พูดอะไร แต่ตรงเข้ามาสวมกอดเธอ ..กระชับแน่น

“group hug” ร่มไม้บอกเป็นภาษาอังกฤษ “ที่นู่น.. ก่อนจะขึ้นเวที เรามักจะเอาหัวใจมารวมเสียก่อน เพื่อที่เราจะได้เต้นไปด้วยกัน”

อ้อมกอดคลายออก

“ขอให้สนุกนะ” ร่มไม้ยังคงบอกเธอด้วยประโยคเดิม ก่อนที่ต่างคนจะเดินลับหายไปในความมืดของหลืบข้างเวที

เสียงปรบมือดังขึ้น นักร้องก้าวลงจากเวที เธอสวนขึ้นไปยืนบนบันไดข้างเวทีพลางนึกเสียใจ เธอน่าจะขอน้ำใสซ้อมมากกว่านี้ ความประหม่าเข้าจู่โจมเธออีกแล้ว แปลกที่ในความมืดเธอคิดว่าเห็นเงาดำๆ คนยืนฝั่งตรงข้ามมองตรงมาและยิ้มให้ เหมือนจะย้ำเตือนสิ่งที่เขาบอกกับเธอเมื่อครู่

..ขอให้สนุกนะ.. เอ้า สนุกก็สนุก ไม่กังวลแล้ว ก็ลมหายใจของเธอและร่มไม้เป็นหนึ่งเดียวกันแล้วนี่นา แล้วจะกลัวอะไรอีกเล่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เธอรู้.. ร่มไม้จะพาเธอผ่านมันไปได้ด้วยกัน อะไรบางอย่าง ทำให้เธอมั่นใจเช่นนั้น

เสียงเพลงดังขึ้น ...ก็แค่วิ่งเข้าไปหาร่มไม้... ทอแสงป้ายรอยยิ้มลงบนริมฝีปาก เงยหน้าสู้แสงไฟ สายตาจับจ้องที่ร่มไม้ แล้ววิ่งเหมือนบินเข้าหา

หนึ่งก้าว.. สองก้าว.. สามก้าว..

เธอก้าวขาขวาแล้วกระโดดขึ้นในท่าที่ได้นัดกันไว้ ร่มไม้ช้อนชายโครงและต้นขาด้านหลังของเธอแล้วยกขึ้นสุดแขนเหมือนเช่นตอนซ้อม

แต่ทว่า..
ชุด! เธอไม่ได้ลองซ้อมกับชุดแสดง...
เอาแล้วไหมล่ะ... ทอแสงรู้สึกว่าลำตัวของเธอค่อยๆ ลื่นออกจากมือของร่มไม้ทีละน้อยๆ มือนั้นบีบกระชับแน่นขึ้น เหมือนจะบอกให้ทอแสงรู้ว่า เขาก็รู้สึกถึงสัญญาณอันตรายนี้เหมือนกัน

ร่มไม้ขยับข้อมือให้ดันสูงขึ้น ด้วยหวังว่าจะทำให้ ‘เข้าล็อค’ ได้ แต่กระนั้นก็ยังไร้ผล มือที่เปียกชื้นประกอบกับผ้าลื่นๆ ที่ไม่พอดีตัว บวกกับความไม่ฟิตของทอแสงเอง ทำให้ทุกอย่างไม่เป็นไปตามใจนึก ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังขึ้นอย่างประทับใจ ทั้งร่มไม้และทอแสงเหงื่อแตกพลั่ก และต่างก็รู้ว่าไม่มีทางที่จะค้างอยู่ท่านี้จนถึงท่อนเพลงตามที่ซ้อมเอาไว้ได้แน่

และตอนนี้ หัวใจของทอแสงก็เต้นระรัวไม่เป็นส่ำ ก็บนความสูงสองเมตรกว่าๆ จากพื้นดินแบบนั้น ใครเล่าจะนิ่งเฉยอยู่ได้เมื่อรู้สึกว่าตนเองกำลังจะร่วงลงสู่พื้นข้างล่าง ปากที่แย้มยิ้มเริ่มสั่นระริกอย่างสุดจะควบคุม ตัวเธอช่างเปราะบางเหลือเกินในขณะที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ

..ไว้ใจ ไว้ใจ..
เธอบอกตัวเองอย่างร้อนรน ก็ถ้าไม่ไว้ใจมือคู่นี้ แล้วตอนนี้เธอจะไว้ใจอะไรได้อีกเล่า

ฝ่ายร่มไม้เองก็กำลังใช้สมองอย่างหนัก ถึงเวลาที่จะต้องแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าแล้ว จะอย่างไร เขาจะปล่อยให้ทอแสง ‘หล่น’ ลงมาบนพื้นไม่ได้เป็นอันขาด

แล้วจะทำอย่างไรดี เมื่อ.. ตามองตาไม่เห็น วาจาส่งกันไม่ถึง ทุกสิ่งทุกอย่างจึงต้อง..

วัดใจกัน
ไว้ใจกัน
รู้ใจกัน


ร้อยทั้งร้อย นักเต้นต้องได้รับการสั่งสอนมาแบบนี้ แต่จะมีสักกี่คนทำได้ ถึงตอนนี้ร่มไม้ไม่แน่ใจว่าคนที่อยู่ข้างบนนั้นไว้ใจเขามากน้อยแค่ไหน หากคำตอบคือไม่และทอแสงดิ้นรนขัดขืนแม้เพียงสักเล็กน้อย นั่นอาจหมายถึง ไม่เขาก็ทอแสง หรือไม่ก็ทั้งคู่ จะต้องมีใครบาดเจ็บเข้าแน่ๆ แต่ในเวลานี้เขาต้องเสี่ยงแล้ว เขาต้องทำอะไรสักอย่าง

ร่มไม้บีบเอวทอแสงเป็นสัญญาณบอกเล็กน้อย ก่อนที่เขากำลังจะปล่อยให้ทอแสงลื่นหลุดออกจากจุดอันหมิ่นเหม่นั้น คนที่ใจหายวูบไม่ใช่เพียงทอแสงคนเดียว แต่คือน้ำใสด้วยอีกคน ซึ่งเป็นเพียงผู้เดียวที่รู้ความผิดปกติตั้งแต่ต้นและกำลังแอบนั่งลุ้นจนตัวเกร็งให้ทั้งคู่พ้นผ่านวิกฤตินี้ไปได้ด้วยดี เธอเอามือปิดปากเสียงอุทานลอดออกมาอย่างแผ่วเบา แต่กระนั้นก็ดังพอที่จะทำให้เอมอรซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ หันมามอง และนั่นทำให้คนเป็นครูพลาดโอกาสที่จะได้เห็นภาพอันสวยงามบนเวทีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะ..

ทันทีที่มือขวาของร่มไม้ลื่นหลุดจากชายโครงทอแสงก็สุดที่จะทานทนได้อีกต่อไป เธอหลับตาแน่นตามสัญชาตญาณ เกือบจะบังคับตัวเองไม่ให้กรีดร้องออกมาไม่ได้ ในขณะที่หล่นวูบลงมาตามแรงโน้มถ่วง มือซ้ายของร่มไม้ตวัดโอบเอวเธออย่างรวดเร็ว พร้อมกับมือขวาที่ลื่นหลุดออกไปนั้นก็รับช่วงหัวไหล่ของเธอไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะร่วงลงมาถึงพื้น

“พลิกตัว เกร็งหน้าท้องไว้” ร่มไม้กระซิบ ทอแสงได้สติกลับคืน วิสัยของนักเต้นที่ฝึกฝนมานานนับสิบปีทำให้เธอจัดการกับร่างกายของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว เธอเกร็งหน้าท้องและต้นขา เชิดใบหน้าขึ้น กดปลายเท้าแหลมราวดินสอที่เพิ่งเหลา ไขว้ขาสองข้างเข้าด้วยกันและจัดวางรูปแขนอย่างสวยงามเช่นศิลปินที่เจนจัดในศิลปะแขนงนี้

“เกือบไปแล้วไหมล่ะ” ร่มไม้กระซิบปากไม่ขยับ เมื่อทอแสง ‘หล่น’ มาอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างปลอดภัย ตาจ้องตา หน้าแนบเกือบชิดกัน
ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทั้งคู่ ‘ขวัญ’ กระเจิงขนาดไหน ทอแสงนั่นน่ะ เรียกได้ว่าสั่นระริกไปทั้งตัว ร่มไม้เองก็เหงื่อผุดพราวเต็มใบหน้า เขารีบตั้งสติแล้วส่งทอแสงขึ้นยืนบนขาของตัวเองอย่างปลอดภัย ก่อนจะแยกไปอีกฝั่งของเวทีเพื่อเริ่มเต้นในเพลงท่อนต่อไป

กว่าห้านาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว การแสดงดำเนินมาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว ที่ทอแสงจะต้องทำท่าเหมือนกับจะหกสูงบนลำตัวของร่มไม้ เพื่อพลิกตัวกลับขึ้นไปนั่งบนหัวไหล่ ท่าที่ดูยากแต่แท้จริงแล้ว อาศัยจังหวะที่เหมาะสมเท่านั้น ท่านี้ก็แทบจะไม่มีอะไรเลย และตอนซ้อมก็ไม่เคยมีปัญหาเลยสักครั้ง
แต่บัดนี้ ทอแสงกัดริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว ความไม่มั่นใจเป็นศัตรูที่ร้ายกาจยิ่งนักเมื่ออยู่บนเวทีแสดง แม้ว่าใบหน้าจะยังคงฉายแววยิ้มแย้ม แต่กระนั้น ความกลัวก็ฉายเป็นเงาอยู่ในดวงตาของพวกเขาด้วย มือของทั้งคู่ยังจับกันอยู่ ทอแสงถามตัวเองอยู่ในใจว่าคราวนี้ความไว้เนื้อเชื่อใจกันจะเอาชนะความกลัวได้หรือเปล่า น่าแปลกที่ร่มไม้พยักหน้าตอบ เขามองตาทอแสง เม้มริมฝีปากแล้วกระตุกมือเป็นสัญญาณ

ทอแสงกดลำตัวลงต่ำ พร้อมกับตวัดขาทั้งสองขึ้นหาบ่าของร่มไม้ซึ่งรอรับอยู่ มือแข็งแรงส่งลำตัวของทอแสงให้พลิกกลับขึ้นไปนั่งบนบ่า สวยงาม สง่ายิ่ง

..เสียงปรบมือดังสนั่น..
..แสงแฟลชวูบวาบ..

ผ่านไปแล้ว จบลงไปแล้ว.. ด้วยดี

ชั่วอึดใจ ร่มไม้ยกทอแสงลงมาสู่พื้นดิน จับมือส่งไปด้านหน้าเพื่อโค้งรับคำปรบมือ มือนั้นเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ หัวใจยังเต้นแรงราวกับจะกระโดดออกมาด้านนอก แต่ความหวั่นเกรงทั้งหลายดูเหมือนจะพากันจับตัวดิ่งลงเป็นตะกอนนอนก้น แล้วน้ำก็ใสแจ๋วทันตา ความกลัวไม่มีอยู่จริง แต่ความไว้ใจกันต่างหากเล่าที่มีอยู่จริง


ช่างภาพส่งรูปมาให้ดูเร็วทันใจ น้ำใสโทรศัพท์ตามทอแสง ซึ่งยอมออกจากบ้านในวันอาทิตย์มุ่งหน้ามาบ้านสวนสตูดิโอเพื่อมาดูรูปโดยเฉพาะ

“โห.. อ้วนชะมัด” ทอแสงพูดออกมา แต่คราวนี้ปากเธอไม่ตรงกับใจนัก อาจจะเพราะช่างภาพมีฝีมือชนิดหาตัวจับยาก ทำให้องค์ประกอบของภาพที่ออกมาดูลงตัว และทำให้เธอ ‘ดูดี’ เลยทีเดียว

“สวยจะตาย พี่ว่า” น้ำใสปากตรงกับใจเหมือนทุกทีนั่นแหละ เธอดึงรูปใบหนึ่งออกมาจากอัลบั้ม “แต่ไอ้ท่านี้พี่ไม่ได้คิดสักหน่อย อยู่ๆ พวกเธอก็แต่งท่าใหม่กันเองซะงั้นน่ะ พี่ตกใจแทบกรี๊ด” น้ำใสพูดเล่นๆ ไปงั้นแหละ เพราะเธอก็รู้อยู่แล้วว่าเพราะอะไรถึงต้องเปลี่ยนท่า

“ขนาดพี่น้ำนั่งดูยังแทบกรี๊ดเลย คนเต้นนี่แทบเป็นลมเลยล่ะ” ทอแสงทำหน้าถอดสี

“เก่ง พูดจริงๆ เลยนะเนี่ย” ก็กว่าน้ำใสจะรู้สึกตัวว่าได้เอามือปิดปากไว้แน่นก็เล่นเอาจบการแสดงนั่นแหละ เธอนึกไม่ออกว่าถ้าเป็นตัวเธอเอง จะสามารถคุมสติตัวเองได้ดีเช่นคนทั้งคู่หรือเปล่า

“ครูเอมนั่งอยู่ข้างๆ พี่ยังไม่รู้เลยว่านั่นน่ะอุบัติเหตุชัดๆ” เธอยื่นรูปส่งให้ทอแสงสามใบ “รูปพวกนี้เนี่ยเอาไปขยายใหญ่ได้เลยนะ ดูไม่ออกเลยว่าเธอไม่ได้เต้นมาเป็นปีๆ แล้ว อัดไว้ติดที่สตูดิโอเราดีกว่า”

ทอแสงรับมาดู ภาพแรกเป็นภาพที่ถ่ายตอนต้นเพลง ก่อนที่จะเธอจะ ‘หล่น’ ลงมา ภาพที่สองเป็นภาพตอนจบ ช่างภาพมีฝีมือในการเลือกมุมและแสงในการถ่ายได้ดีจริงๆ

“สวย” ทอแสงพูดเบาๆ พลางหยิบรูปใบที่สามขึ้นมาดู ภาพนั้นถ่ายตอนที่เธอลงมาอยู่ในอ้อมเขนของร่มไม้อย่างปลอดภัยแล้ว คราวนี้ ไม่ใช่เพียงองค์ประกอบและท่าทางเท่านั้นที่สวย แต่ช่างภาพเจาะจงโฟกัสที่ใบหน้าของเธอ เธอได้เห็นความตระหนกและความโล่งใจที่ปรากฏอยู่ระคนกันในแววตาของเธอ ใบหน้าของร่มไม้ที่เห็นเพียงครึ่งเดียวจากเหลี่ยมมุมนี้ ทำให้เห็นเค้าโครงความอ่อนโยนอย่างประหลาด อีกทั้งอ้อมแขนที่รองรับแผ่นหลังของเธอ ก็ยิ่งทำให้บรรยากาศที่ภาพภาพนี้บันทึกไว้นั้น สะท้อนอารมณ์และความรู้สึกที่มากมายเกินกว่าจะเป็นเพียงการ ‘เต้นคู่กัน’

“สวยมากจริงๆ นี่ไม้เขาได้ดูรูปพวกนี้ยังคะ”

“ยัง รูปเพิ่งมาถึงเนี่ย” น้ำใสตอบ “เดี๋ยวพี่เอาไปอัดแล้วเธอเอาไปให้เขาสิ”

“อุ้ย แล้วจะได้เจอกันเมื่อไหร่ล่ะเนี่ย”

“ทอแสงก็ไปคลาสของคุณนูเทรอฟสิ เดี๋ยวก็เจอเองแหละน่า เขาก็ไปไม่ใช่เหรอ”

น้ำใสลืมเสียสนิทว่าตัวเองเคยสงสัยในความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ และเป็นห่วงเป็นใยทอแสงเพียงใด ก็เวลาผ่านมาจนป่านนี้แล้ว สิ่งต่างๆ ก็เปลี่ยนไปหมด ใครจะยังไปมัวคิดอะไรอยู่อีกเล่า อะไรๆ ที่น้ำใสกลัวมันคงไม่เกิดแล้วล่ะ ถึงตอนนี้ น้ำใสก็เพียงอยากเห็นน้องสาวของเธอคนนี้ได้กลับมาหาสิ่งที่เธอรัก ได้กลับไปโลดเต้นตามเสียงหัวใจเรียกร้องบ้าง .. ก็เท่านั้นเอง

แต่ทอแสงกลับเงียบ ก้มลงมองดูภาพเหล่านั้น ในวันนั้น มีเพียงคำขอบคุณสั้นๆ ที่เธอได้พูดออกไป มันสั้นจนกระทั่งมันไม่อาจจะบอกเล่าความรู้สึกทั้งหมดที่เธอมีอยู่ในใจได้

ความรู้สึกหลากหลายล้นเอ่อ ถ้อยคำมากมายไหลผ่านจิตใจเธอไปสู่ภาพใบนั้น ..ขอบคุณ.. มันมากกว่าคำนี้

‘ขอบคุณที่นำความรู้สึกดีๆ ของการเป็นผู้หญิงกลับคืนมาให้นะ
ขอบคุณ ที่พาเรากลับไปสัมผัสบรรยากาศสุดวิเศษของการเป็นนักเต้น
และขอบคุณจริงๆ ที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราเป็นคนพิเศษที่สุดของเธอ ..อีกครั้ง’


เหล่านี้ ล้วนเป็นคำพูดที่เธออยากจะเอื้อนเอ่ยแก่ร่มไม้ในวันนั้น ถ้าเพียงแต่เธอกล้าพอ


“แป๊บนึงนะ” ร่มไม้บอกกับคนในสาย แล้วหันมาหาทอแสง “จะไปแล้วเหรอ”

“อื้ม ใช่ ขอบคุณนะไม้”

“แล้วเจอกันจ้ะ โทษทีนะ เผอิญติดสายพอดี เลยไม่ได้คุยกันเลย”


แล้วมันก็เพียงแค่นั้น ร่มไม้โบกมือและยิ้มให้ แล้วก็หันไปคุยโทรศัพท์ต่อไปทำท่าทำทางเป็นเชิงว่าแล้วจะโทรศัพท์หา


เมื่อทอแสงยังเงียบ น้ำใสจึงพูดต่อ

“พี่รู้ว่าเธออยากไป ก็แล้วจะกลัวอะไรอยู่ล่ะน้องจ๋า มันไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้วนี่ แล้วช่วงนี้ก็ว่างไม่ใช่เหรอ”

ทอแสงพยักหน้า และน้ำใสก็ถือว่านั่นเป็นคำตอบรับว่าเธอจะไปเข้าคลาสคุณนูเทรอฟ จึงบอกว่า

“งั้นเดี๋ยวพี่ออกไปรับลูกที่สระว่ายน้ำแล้วจะเลยเอารูปไปอัดด้วย เดี๋ยวกลับมา”

สำหรับน้ำใส วันอาทิตย์ถือเป็น ‘เวลาของครอบครัว’ จึงขอไม่สอน มีเพียงนุ่นคนเดียวที่สอนยาวตลอดจนถึงช่วงบ่าย นี่ก็ถึงเวลาพักกลางวันของนุ่นพอดี เธอเปิดประตูห้องออกมา แล้วเด็กเกรดสองก็วิ่งกรูกันเข้ามาทัก

“คุณครูทอแสงสวัสดีค่ะ” เด็กๆ เฮโลเข้ามาทักเธอ เพราะเธอเคยมาสอนแทนนุ่นหลายครั้งพอสมควรจนเด็กๆ จำได้

“อ้าว มาทำไรนี่” คราวนี้เป็นครูนุ่นบ้างที่ทักเพื่อน

“มาดูรูปการแสดงเมื่อวานนี้”

“มาถึงแล้วเหรอ อย่างไวน่ะ” นุ่นพูดพลางคว้าอัลบั้มรูปที่วางไว้บนโต๊ะไปพลิกดู “เฮ้ย รูปนี้สวยมาก อารมณ์แบบว่า.. ได้เลย”

ยังไม่ทันได้ตอบ นักเรียนคนหนึ่งซึ่งเข้ามามุงดูรูปด้วยก็พูดขึ้น

“นั่นแฟนครูทอแสงเหรอคะ” แล้วทั้งกลุ่มก็เฮตามไปด้วยอย่างสนุกสนาน "ใช่ๆ จริงๆ ด้วย"

“แหม ไม่ใช่ค่ะ นั่นเพื่อนของครูค่ะ”

“ต้องใช่แน่ๆ เลยค่ะ เพราะว่าเขากอดครูทอแสง พี่ชายหนูบอกว่าคนเป็นแฟนกันต้องกอดกันแบบนี้” เจ้าเด็กน้อยคนเดิมจีบปากจีบคอพูดต่ออย่างแก่แดดแก่ลมเต็มที่ เด็กๆ คนอื่นๆ ก็พลอยเห็นคล้อยตามหัวโจกไปด้วย

“นี่มันการแสดงค่ะ เหมือนพวกเราแสดงเป็นนก เราก็ไม่ได้ไปเป็นนกจริงๆ นี่คะ” คนเป็นครูพยายามทำให้เด็กๆ เชื่อ

“เอ้า พอแล้วๆ ค่ะ” นุ่นเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์ “อย่าลืมนะคะ สัปดาห์หน้าทุกคนต้องทำผมมวยมาเรียน ไม่อย่างนั้นครูจะไม่ให้เข้าห้องเรียนนะคะ”

นุ่นเบี่ยงเบนความสนใจของเด็กๆ แล้วไล่เข้าไปยังห้องแต่งตัวได้สำเร็จ แต่กระนั้น เด็กๆ ก็ยังคงถกเถียงกันต่ออย่างสนุกสนาน เจ้าเด็กแก่แดดคนเดิมพูดเสียงดังจนได้ยินลอดออกมานอกห้องแต่งตัว

“แต่คนที่เคยมารับครูทอแสงไม่เห็นหน้าตาอย่างในรูปเลย”

เสียงเจี๊ยวจ๊าวทำให้ครูนุ่นส่ายหัว พลางเดินไปหยิบแอปเปิ้ลในกระเป๋าแล้วกลับมานั่งบนโซฟาตรงข้ามกันทอแสง และหยิบรูปนั้นมาดูอีกครั้ง

“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนักเรียนเราเข้าใจไปอย่างนั้น บรรยากาศให้มากๆ” นุ่นกัดแอปเปิ้ลอีกหนึ่งคำแล้วหลุดประโยคต่อมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

“อย่างกับเว็ดดิ้งสตูดิโอ”



(โปรดติดตามตอนต่อไป)


Create Date : 24 ตุลาคม 2552
Last Update : 23 ธันวาคม 2552 23:10:57 น. 5 comments
Counter : 136 Pageviews.

 

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
ชื่อน้องมีนค่ะ




โดย: เด็กหญิงน้องมีน วันที่: 24 ตุลาคม 2552 เวลา:0:56:23 น.  

 
อืม...สวยครับสวย
ไว้คุยกันนะคะ จัดไปอีกหนึ่งกำลังใจจ้า...


โดย: บก.กลมๆ (นภาพันแสง ) วันที่: 24 ตุลาคม 2552 เวลา:9:32:49 น.  

 
มาอ่านอ่ะ


โดย: my_oom วันที่: 24 ตุลาคม 2552 เวลา:10:07:35 น.  

 
:)


โดย: Ks IP: 115.67.249.98 วันที่: 26 ตุลาคม 2552 เวลา:19:20:00 น.  

 
ดีคร่า

แวะมาทักทายเจ้าของ บลีอก คร่ะ


โดย: Nal2aK___Dao (DaoNy_Za ) วันที่: 3 พฤศจิกายน 2552 เวลา:11:57:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

วิปุลา
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เต้นมา 19 ปี
เล่นดนตรีมา 18 ปี
(ขอ) เขียนหนังสือมา 10 ปี


สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด


ความฝันที่ใต้หมอน

เพราะกาลเวลาย้อนกลับไม่ได้ ความฝันจึงยังคงเป็นได้เพียงความฝัน และบางครั้งเงื่อนไขในชีวิตก็ทำให้เราต้องทิ้งร้างความฝันนั้นไว้ และซ่อนมันเอาไว้ในที่ที่มองไม่เห็น จนกระทั่งวันหนึ่งก็เรียนรู้ที่จะลืมความฝันที่ซุกไว้ใต้หมอนนั้นไปได้ในที่สุด

แต่กระนั้น สิ่งที่ถูกลืมเลือน ใช่จะเป็นสิ่งที่เลือนหาย ความฝันนั้นจึงยังคงรอให้ถึงวันที่เราจะไปค้นมันเจออีกครั้ง
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
24 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add วิปุลา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.