ฉันฝัน.. กำลังเต้นรำ.. บนหลังคา..
ความฝันที่ใต้หมอน (ตอนที่ 3)

ตอนที่ 3


ศลมีอพาร์ทเมนต์อยู่ไม่ไกลจากบ้านสวนสตูดิโอเท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่ใหญ่พอจะรองรับนักเรียนทั้ง 8 คนของเขาได้ เอมอรจึงจัดให้พวกผู้ชายนอนพักที่ห้องสตูดิโอ 3 ที่สร้างเป็นเรือนแยกห่างออกมาจากตัวบ้านเล็กน้อย สตูดิโอ 3 เป็นห้องครึ่งวงกลม ติดกระจกเงาด้านหนึ่ง และที่เหลือเป็นกระจกใสเห็นสวนโดยรอบ ซึ่งจะเปิดใช้เวลาที่มีงานโรงเรียนในโอกาสต่างๆ หรือเวลามีศิลปินต่างประเทศมาทำเวิร์คช็อปเนื่องจากจะมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก และสตูดิโอทั้ง 2 ห้องบนตัวบ้านรองรับไม่พอ

แต่ในเวลาปกติเช่นนี้ สตูดิโอ 3 ปิดไว้เฉยๆ มีแม่บ้านทำความสะอาดสัปดาห์ละ 2 หน จึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเป็นสถานที่พักของกลุ่มผู้มาเยือนตลอด 1 เดือนนี้

“โอ้ แม่เจ้า... อะไรจะบรรยากาศดีอย่างนี้ มาซ้อมหรือมาเที่ยวเนี่ย” ต๊ะผู้ชายตัวเล็กใส่แว่นเอ่ยปากขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

“ถ้าเอ็งคิดว่าจะมาเที่ยวกรุงเทพฯ สนุกๆ ล่ะก็ ครูศลเอาตายเลย” ผู้ชายตัวสูงหน้าซื่อตอบกลับ

“เปล่าซักหน่อยไอ้ไม้ แค่พูดขึ้นมาเฉยๆ สตูดิโออะไรสวยยังกะรีสอร์ท”

“เฮ้ย ห้องน้ำว่างแล้วหนึ่งห้อง ใครจะอาบ” เสียงของภูมิดังเข้ามาถึงก่อนเจ้าตัว

“ผมเองๆๆ” ว่าแล้วก็คว้าผ้าเช็ดตัวหมับวิ่งปรู๊ดออกไปก่อนไอ้ต๊ะที่ขยับตัวช้าไปหน่อยเพียงเสี้ยววินาที

“อ้าวเฮ้ย! เร็วชิบหา...”


การซ้อมวันแรก ดำเนินไปด้วยดี จนกระทั่งมาถึงช่วงสุดท้ายของการซ้อม แม้ทุกคนจะเหน็ดเหนื่อยแทบขาดใจ แต่ก็ยังไม่มีใครไปนอน เพราะต่างก็อยากจะเห็นการซ้อมเต้นคู่ของภูมิกับทอแสง ซึ่งมีอะไรมากมายกว่าพื้นฐานการเต้นพาส์เดอเดอส์ที่ศลสอนในห้องเรียนเมื่อตอนกลางวัน ซึ่งทุกคนต้องทำอยู่แล้ว

ตอนนี้ศลกำลังให้ทอแสงทำท่าเหมือนกรองด์เจ็ทเท่ กระโดดฉีกขากลางอากาศ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับทอแสง ปัญหาอยู่แค่มันต้องกระโดดเข้าหาผู้ชาย แล้วผู้ชายจะพาหมุนในขณะที่ขาผู้หญิงลอยกลางอากาศทั้ง 2 ข้าง

“อย่ากลัวสิทอแสง กลัวแล้วมันก็เกร็งไปหมด ยิ่งเกร็งผู้ชายก็ยิ่งหนัก”

ทอแสงท่องประโยคที่ศลเพียรบอกมาแล้วนับสิบครั้งนี้ไว้ในใจ แต่จนแล้วจนรอดก็ทำไม่ได้ ครั้งแรกที่ลองทำท่านี้ เธอกลับวิ่งเข้าชนภูมิเสียดื้อๆ

ครั้งที่ 2 ค่อยดูได้หน่อย แต่เพราะตัวภูมิกับตัวเธอต้องแนบกัน ทำให้เธอเกร็งโดยไม่รู้ตัว ซึ่งมีผลทำให้ตัวเธอหนักเพิ่งขึ้นอีกสัก 3 เท่าได้

ครั้งที่ 3 เธอเล็งผิด กระโดดห่างจากภูมิมากไปหน่อย ทำให้ภูมิตวัดมือรวบเธอเข้ามาไว้กับเอวเขาไม่ถึง ศลจึงบอกให้เธอกระโดดให้ชิดตัวภูมิ แล้วกระโดดสูงๆ

ทำให้ครั้งที่ 4 อาจจะเพราะตั้งใจมากไปหน่อยทำให้เธอก็เล็งผิดอีกครั้ง คราวนี้แทนที่เธอจะเตะขาขวาไปข้างเอวภูมิ ขาขวาของเธอกลับพุ่งตรงไปหาบริเวณกลางลำตัวของภูมิอย่างจัง ผลคือ ภูมิร่วงลงไปจุกแอ้กอยู่บนพื้น
ถึงตอนนี้ทั้งห้องต่างพากันลุกขึ้นมามุงดูภูมิ นักเรียนชายสองคนทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ภูมิพร้อมถามไถ่อาการ ภูมิยักคิ้วให้พร้อมชู 2 นิ้วทั้งที่หน้าตายังเหยเก เสียงปลาหัวเราะเบาๆ ดังแทรกขึ้นอย่างกลั้นไม่อยู่ ทอแสงน้ำตาคลอเพราะรู้สึกผิดจับใจ เธอเห็นศลเอามือกุมขมับ แต่ใบหน้ายังเรียบเฉยเหมือนเดิม ทอแสงเลยไม่รู้ว่าศลคิดอะไรอยู่

“ไม่เป็นไร วันนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”


ยามค่ำคืนของบ้านสวนสตูดิโอเย็นสบายเป็นอย่างยิ่ง เสียงเจี๊ยวจ๊าวของนักเรียนชั้นเล็กที่มาเรียนและซ้อมแสดงในฉากอื่นๆ เมื่อช่วงเย็นหมดไปแล้ว เสียงพูดคุยหยอกล้อของนักเรียนชั้นสูงชายหญิง 16 คนที่อาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนก็เงียบไปแล้วด้วย

“ทอแสง ยังไม่อาบน้ำเหรอ” นุ่นนั่นเองที่เดินลงมาทัก เมื่อเห็นทอแสงยังนั่งเล่นอยู่ที่ชั้นล่างของสตูดิโอ “เขาอาบเสร็จกันหมดแล้วนะ”

“อืม เหรอ”

นุ่นยิ้มให้ทอแสงอย่างเข้าใจ เพราะเรียนด้วยกันมาตั้งแต่ฝ่าเท้ายังเล็กเกินกว่าไซส์รองเท้าที่เขาผลิตออกมาขาย

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ครูศลเขาเข้าใจแหละ ก็คนมันไม่เคยเต้นคู่กับผู้ชายนี่นา”

“ครูเขาคงรู้สึกว่าเขาคิดผิดเนอะ ที่เอาเรามาเต้นบทนี้ แล้วพี่ปลาเขาก็คงจะรู้สึกว่า บทนี้ควรจะเป็นของเขามากกว่า เราทำไม่ได้น่ะนุ่น เราทำไม่ได้”

“ก็เพราะปกติเวลาเรียนท่าใหม่ๆ เธอก็ทำได้เลยไง แต่พอมาคราวนี้มันทำไม่ได้มันก็รู้สึกล้มเหลว แต่จริงๆ แล้วไม่หรอกนะ เราทำไม่ได้ในคราวแรก มันก็ไม่ได้หมายถึงว่าเราจะทำมันไม่ได้ตลอดไปนี่นา เหมือนเราไง ทำครั้งแรกทำไม่ได้ ต้องทำสักร้อยครั้ง” ประโยคสุดท้ายนุ่นพูดพร้อมหัวเราะ
จะว่าไปทอแสงก็นับว่าโชคดีกว่านุ่นจริงๆ เพราะมีร่างกายและสรีระที่เอื้อต่อการเต้นมากกว่า จึงไม่ใช่เรื่องยากในการเรียนท่าใหม่ๆ เท่าไหร่นัก ในขณะที่สำหรับนุ่นแล้ว ต้องใช้ความพยายามมากกว่าหลายเท่าตัว

“แล้วนี่มันก็เพิ่งวันแรกเอง ไปอาบน้ำเถอะ ตัวเหม็นจนแมลงวันตอมแล้วเนี่ย” ทอแสงยิ้มออกมาได้นิดหนึ่งกับคำพูดของเพื่อนสนิทก่อนจะลุกตามนุ่นขึ้นไปชั้นบน


มันเป็นเช้าที่ไม่สดใสเลยสำหรับทอแสง เพราะกว่าเธอจะหลับได้ก็ดึกโขแล้ว ประกอบกับความล้าจากเมื่อวานนี้ด้วย ชั้นเรียนโยคะตอน 7 โมงเช้าจึงผ่านไปอย่างสะลึมสะลือเต็มทน กว่าจะผ่านมาถึงช่วงพักกลางวันได้ก็แทบแย่ การซ้อมในช่วงบ่ายจะเริ่มต้นขึ้นตอนบ่ายสามโมงครึ่ง จึงเป็นนาทีทองสำหรับคนที่อยากพัก และวันนี้ทอแสงเองก็อยากพักเต็มแก่

“ไปนั่งเล่นชั้น 2 กัน” ทอแสงเอ่ยปากชวนนุ่น

ชั้น 2 นอกจากจะมีสตูดิโอ 2 ห้องแล้ว เอมอรยังทำระเบียงที่เปิดออกไปสู่สวนชั้นล่าง มีร่มไม้และลมโกรกเย็นสบายทั้งวัน เหมาะอย่างยิ่งที่จะนอนสักงีบ

“เดี๋ยวเราขึ้นไปเอานาฬิกาปลุกก่อนดีกว่า ไม่งั้นหลับไม่รู้เรื่องทั้งคู่แน่” นุ่นพูดพร้อมกับเลี้ยวขึ้นบันไดไปยังห้องนอน พร้อมๆ กับที่ร่มไม้โผล่ขึ้นมาถึงชั้น 2 พอดี

“อ้าว ร่มไม้ทำอะไรเหรอ” ก็เธอเห็นพวกผู้ชายกินข้าวเสร็จก็เดินไปสตูดิโอ 3 หมดแล้วนี่

“คือเรากะว่าจะมาซ้อมน่ะ รู้สึกว่ายังเต้นไม่ดีเลย ในคลาสเมื่อเช้าโดนครูเคี่ยวเสียหนัก”

“ครูศลดุเนอะ” ประโยคนี้ของทอแสงทำให้ร่มไม้ยิ้มกว้าง

“ใช่ ครูดุมากๆ เลย แต่รุ่นพี่หลายๆ คนที่ผ่านมือครูไปก็ได้ดีนะ เราอยากได้ดีอย่างนั้นบ้าง”

นุ่นลงมาพอดี และดูประหลาดใจที่เห็นร่มไม้ ทอแสงจึงบอกว่า

“ไม้เขาขึ้นมาซ้อมน่ะ”

“มาซ้อมด้วยกันไหมล่ะ” ร่มไม้เอ่ยชวน ทำให้นุ่นและทอแสงจำต้องตอบตกลง ทั้งๆ ที่อยากนอนเต็มแก่ แต่ก็ไม่อยากเขาคิดไปว่าพวกเธอขี้เกียจ


ในห้องซ้อม ร่มไม้กำลังซ้อมท่าหมุนพิโรเว็ตให้ได้ 3 รอบ นุ่นนั่งฉีกขาอยู่กับพื้น ส่วนทอแสงก็กำลังทบทวนจังหวะการกระโดดให้คล่องเพื่อที่เธอจะได้ไม่เตะภูมิเข้าอีกครั้งในการซ้อมวันนี้

“ลองกระโดดมาหาเราดูมั้ย” ร่มไม้หยุดซ้อมหมุน แล้วเดินมาหาเธอ ส่วนสาวนุ่นหลับไปเรียบร้อยแล้วในท่าฉีกขานั่นแหละ “เราตัวสูงพอๆ กับพี่ภูมิน่าจะโอเคอยู่”

“เอ๊ยยย ไม่เป็นไร เรายังเต้นคู่ไม่ค่อยเป็น เดี๋ยวเราก็เตะเธอเข้าอีกคนหรอก”

“งั้นถือว่าเจ๊ากัน เพราะเราก็เริ่มเรียนเต้นคู่ก่อนทอแสงไม่นานหรอก ไม่มีประสบการณ์พอกัน เธอก็ได้ฝึก เราก็ได้ฝึก ไม่มีใครเสียเปรียบ ตกลงไหม” เมื่อเห็นทอแสงยังลังเล ร่มไม้จึงพูดต่อว่า

“เราสัญญาว่าเราจะดูแลความปลอดภัยของทอแสงให้ดีที่สุดเลย ในการเต้น นี่คือหน้าที่ของผู้ชาย” ประโยคสุดท้ายร่มไม้เลียนเสียงของศลได้เหมือนเปี๊ยบ

ทอแสงหัวเราะกิ๊กแทนคำตอบ ตั้งท่าเตรียม แล้ววิ่งดิ่งเข้าหาเพื่อจะกระโดด แต่แล้วเธอก็หยุดกึกเมื่อวิ่งมาได้เพียงครึ่งทาง

“เดี๋ยว เราขอลองซ้อมช้าๆ ดูก่อนได้ไหม” ทอแสงพูดพร้อมกับเดินเข้าหาแล้วยกขาขึ้นช้าๆ เพื่อกะระยะ ร่มไม้รับด้วยการเอามือตวัดรอบเอวทอแสง แล้วดึงตัวเธอเข้ามาจนลำตัวชิดกันตามที่เห็นภูมิทำ คงเพราะการได้ฝึกเต้นคู่กับร่มไม้ในชั้นเรียนเมื่อวานนี้ ทำให้วันนี้ทอแสงลดความประดักประเดิดลงไปได้มาก

นุ่นเปลี่ยนท่านอนจากท่าฉีกขาเป็นท่ากลิ้งโค่โล่หลับสนิทเต็มรูปแบบ ในขณะที่ทอแสงกลับรู้สึกตื่นตัวเต็มที่ เมื่อกะระยะกันได้แม่นแล้ว ทอแสงก็เริ่มกระโดดจริง

“จะเกร็งทำไมเล่า กลัวเรากัดเธอเหรอ” ร่มไม้ถามเพราะนิ้วของทอแสงเหยียดเกร็งอยู่รอบคอร่มไม้ ราวกับอุ้งเท้าแมว

“อุ๊ยๆๆ ขอโทษ” ทอแสงพูดรัวเร็วเมื่อเห็นรอยนิ้วมือของตัวเองเป็นจ้ำสีแดงๆ ที่บริเวณคอของฝ่ายชาย

“ก็มันไม่ชินน่ะ” ประโยคสุดท้าย อุบอิบอยู่ในลำคอ “อยู่บ้านเรายังไม่ค่อยกอดพ่อเลย”

“ไม่เป็นไร เจ๊ากัน อยู่บ้านเราก็ไม่ค่อยกอดแม่เหมือนกัน” ร่มไม้พูดหน้าตาย แต่ลูกตาวิบวับด้วยความขำ

“ปัดโธ่... เจ๊ายังไงละนั่น” แล้วก็ประสานเสียงหัวเราะจนเอมอรที่เดินผ่านมาพอดีได้ยินเข้า แล้วก็ได้เห็นการซ้อมที่สนุกสนานเป็นอย่างยิ่ง และความสนิทสนมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง เธอยืนมองอยู่นานพอสมควร ยินดีอย่างยิ่งที่ลูกศิษย์ของเธอขยันซ้อม แต่ความหวั่นใจก็ก่อตัวขึ้นลึกๆ ภายใน เธอกลัวเหลือเกินว่าทอแสงจะต้องพบกับความเสียใจรุนแรงแบบเดียวกับที่น้ำใสเคยเจอมาก่อน

อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย เอมอรต้องภาวนาเช่นนี้มาตลอดมา




(โปรดติดตามตอนต่อไป)



Create Date : 12 สิงหาคม 2552
Last Update : 26 ธันวาคม 2552 11:22:13 น. 0 comments
Counter : 223 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

วิปุลา
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เต้นมา 19 ปี
เล่นดนตรีมา 18 ปี
(ขอ) เขียนหนังสือมา 10 ปี


สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด


ความฝันที่ใต้หมอน

เพราะกาลเวลาย้อนกลับไม่ได้ ความฝันจึงยังคงเป็นได้เพียงความฝัน และบางครั้งเงื่อนไขในชีวิตก็ทำให้เราต้องทิ้งร้างความฝันนั้นไว้ และซ่อนมันเอาไว้ในที่ที่มองไม่เห็น จนกระทั่งวันหนึ่งก็เรียนรู้ที่จะลืมความฝันที่ซุกไว้ใต้หมอนนั้นไปได้ในที่สุด

แต่กระนั้น สิ่งที่ถูกลืมเลือน ใช่จะเป็นสิ่งที่เลือนหาย ความฝันนั้นจึงยังคงรอให้ถึงวันที่เราจะไปค้นมันเจออีกครั้ง
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
12 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add วิปุลา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.