มองทุกอย่างในด้านที่แตกต่าง ทุกอย่างในโลกย่อมมีเรื่องดีๆ เสมอ
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2555
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
4 พฤษภาคม 2555
 
All Blogs
 

เมื่อคุณทิ้งพ่อแม่ ผู้เป็นเหมือนดั่ง "ไม้ใกล้ฝั่ง"

เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้กลับบ้านของผมที่ต่างจังหวัดช่วงนั้นวุ่นๆ ซะจนไม่มีเวลาที่จะมาได้เขียนบล็อค  แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ไม่ว่าอย่างไรต้องเขียนให้ได้  พอว่างๆ แล้วตอนนี้ก็นึกได้ตามประสา  ช่วงเวลาที่ผมได้อยู่บ้านสองสามวันเป็นการที่ผมได้พบเห็นเหตุการณ์ที่คิดว่าน่าจะมีแต่ในนิยายหรือไม่ก็ในโทรทัศน์  แต่ตอนนี้มันเกิดขึ้นกับผมจริงๆแล้วก็ใกล้บ้านจนแค่ช่วงข้ามถนน คือ ลูกที่ปล่อยปะละเลยบอกให้แม่ผู้ตาบอดและพ่อวัยชรา ขายบ้านและที่ดินของตัวเองอ้างว่าเพื่อนำเงินก้อนสุดท้ายไปดูแลตนโดยหวังว่าลูกจะนำตนไปเลี้ยง  และนำเงินก้อนสุดท้ายไปฝากผีฝากไข้  แต่เมื่อยามเงินหมดลูกกลับทิ้งพ่อแม่ ให้กลับมายังบ้านเก่า  บ้านที่ตนได้ขายไปแล้วตายายไร้ซึ่งที่อยู่เพียงกลับมาเพราะคือที่ๆ ตนคุ้นเคยมาตลอดชีวิต  แต่ที่หนักได้พอกับนิยายคือคนที่ซื้อที่บอกว่าจะให้อยู่จนแก่เฒ่าตายจากค่อยจะใช้ที่ดินแต่พอขายได้ไม่กี่ปีก็ขอให้ตายายออกจากที่เพราะตนจะต่อเติมบ้าน ณ ตอนนี้สองตายายได้มาพักที่ศาลาหมู่บ้านด้านข้างๆ ติดกับบ้านผม พื้นที่เล็กๆ เพียงพอได้นอนหลบร่มเท่านั้น ตาต้องยังต้องใช้ร่างกายแบกไม้ฟืนไปขาย  ส่วนยายก็คลำไม้ไผ่จับตอก เป็นมัดทั้งที่มองไม่เห็น

คนเรานั้นมักจะมองเด็กๆ ตัวเล็กๆ ว่าเป็นหน่ออ่อนของต้นไม้พร้อมที่จะเติบโตกลายเป็นไม้ใหญ่สูงตระง่านเสียดฟ้าท้าทายกระแสลมลำต้นแข็งแรงรากแทงหยั่งลึกไม่หวั่นต่อสิ่งใดในภายภาคหน้า   เปรียบได้ดังเด็กน้อยที่ถูกฟูมฟักให้เติบโต  ด้วยภูมิปัญญาในทางที่ถูกที่ควรเพื่อที่จะให้เด็กน้อยได้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่ดีแข็งแรง  

แต่กลับเปรียบผู้สูงอายุเป็นดังไม้ใกล้ฝั่งที่ผุพัง ตัดทอนโค่นลงให้ไหลไปตามกระแสน้ำ ไร้การดูแลเพียงปล่อยไปตามยถากรรม รอให้ล่องเรื่อยเอื่อยจมจนถึงฝั่งอันบั้นปลาย ซึ่งนั้นหมายถึงความตายลาจาก  อันอุปมาว่าไม้นั้นถึงฝั่งได้คงคล้ายดังกับผู้เฒ่าผู้มีสุขรับรู้โลกจนกลายเป็นไม้ดีลอยมาถึงฝั่งจนกลายเป็นไม้สร้างเสา แผ่นกระดานแม้ลาจากตายไปก็ยังสร้างความงามคงทน  หากแม้ยังมีไม้หลากหลายที่ถูกตัดโค่นปล่อยไหลลงกระแสธารแต่กลับจมลงสู่ธารไม่หวนลอยตามกระแสถึงฝั่งขึ้นมาอีกเลย เปรียบได้ดังผู้เฒ่าที่จากโลกไปโดยไม่ได้สร้างอะไรให้แก่ตน หรือคนผู้ใด

หรือจริงๆ แล้วคนผู้ปลูกเลี้ยงดู ต้นไม้ต่างหากเล่าคือผู้ต้องคอยดูต้นไม้ทั้งสองประเภทอย่างไร  

บ้างมองไม้อ่อนดัดได้โตงาม ได้ยลงามแลไม้เขาโต  
หากแม้นมองไม้แก่ดัดยาก หาเหตุนำพาเจริญบ่ได้    
บ้างมองต่างไม้อ่อนไร้ค่า กว่างามแสนนาน   
ไม้แก่มั่นคงแข็งปกป้อง อยู่คุ้มอุ่นใจ
บ้างมองเห็นผล ภายหน้าแสนหยาบ
เลี้ยงไม้หน่ออ่อนไว้ รอร่มเก็บผลนอนสบาย
ทนอดไม้แก่ทิ้งขว้าง รอหักผุพัง

ทุกวันนี้ศาลาเก็บของเล็กๆ  กลายเป็นบ้านพักคอยหลบแดดบังฝนให้พออยู่ได้เท่านั้น  แต่ยังดีที่คนในหมู่บ้านมีน้ำใจพอจะช่วยจัดหาที่นอนหมอนมุ้ง  อาหาร  ช่วยเหลือกันบ้างตามแต่ละคนจะช่วยกันได้




 

Create Date : 04 พฤษภาคม 2555
1 comments
Last Update : 4 พฤษภาคม 2555 22:33:49 น.
Counter : 1355 Pageviews.

 

สมัยก่อน ... พ่อแม่เลี้ยงลูกเป็นสิบได้

สมัยนี้ ... ลูกเป็นสิบ เลี้ยงพ่อแม่ ไม่ได้

และเราก็เชื่อว่า " กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมคืนสนอง "

 

โดย: เด็กน้อยตัวแสบ 6 พฤษภาคม 2555 9:54:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


eronthai
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ยินดีที่ได้รู้จักชาวบล็อคทุกท่านนะคร้าบ อยากเขียนอะไรผมก็จะเขียนจามความรู้สึกส่วนตัวค่อยเขียนค่อยทำคิดอะไรก็เขียนๆ พิมพ์ไป
Friends' blogs
[Add eronthai's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.