Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2560
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
23 พฤศจิกายน 2560
 
All Blogs
 

5 วิธีดูแลรักษาตู้เย็นให้เหมือนใหม่!



เมื่อพูดถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นดาวเด่นภายในบ้าน อย่างหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไมได้เลยก็คือ “ตู้เย็น” นี่แหละ ! ไม่ว่าที่บ้านของคุณจะทำอาหาร หรือชอบกินข้าวนอกบ้าน ยังไง๊ ยังไง ก็จะต้องมีตู้เย็นไว้ใช้งานที่บ้านอย่างน้อย 1 เครื่องใช่ไหมล่ะ ?

ภาพจาก yandex.ru

แต่ส่วนใหญ่แล้วเมื่อเราเลือกตู้เย็นสักเครื่องมาใช้งานที่บ้านแล้ว ก็มักที่จะละเลยในเรื่องของการดูแลรักษา และการทำความสะอาด เรียกได้ว่ามีอะไรก็ยัดใส่ตู้เย็นไว้ก่อน พอปล่อยไปเป็นระยะเวลานานๆ ตู้เย็นก็แน่นเอียด อันไหนบูด อันไหนเสีย ปนกันมั่วไปหมด … เพลียค่ะ !

บทความนี้จึงขอแนะนำเรื่องของการดูแลรักษาและการทำความสะอาดตู้เย็น ให้เหมือนใหม่อยู่เสมอ ยืดอายุการใช้งาน ให้อยู่คู่บ้านของเราไปนานๆแบบ Step by Step เริ่มจาก …

หมั่นทำความสะอาด และตรวจสอบสภาพของตู้เย็น


เชื่อว่าหลายคนน่าจะละเลยเรื่องของการดูแลรักษาตู้เย็น โดยเฉพาะมุมหลืบอย่างเช่นขอบยาง บางบ้านก็รอกันจนกว่าขอบยางจะหมดสภาพ แล้วจึงค่อยหามาเปลี่ยน แต่อันที่จริงแล้ว หากเราหมั่นทำความสะอาดสัก 2 ครั้ง/ปี ด้วยการใช้แปรงสีฟัน ขัดด้วยน้ำผสมกับเบกกิ้งโซดาก็เพียงพอ

ภาพจาก Zopper

หลังจากนั้นให้ตรวจสอบดูว่า ประตูตู้เย็น สามารถเปิดปิดได้แน่นสนิทหรือไม่ โดยเอากระดาษแผ่นเล็กๆ สอดไว้ตรงประตู ให้มีส่วนของกระดาษยื่นออกมา แล้วปิดประตูตู้เย็น ถ้าหากกระดาษร่วงหล่นลงมา แสดงว่าประตูตู้เย็นเริ่มหลวมแล้ว หรือปิดไม่สนิท

ซึ่งปัญหาตรงจุดนี้ จะส่งผลให้ตู้เย็นต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณภูมิภายในตู้เย็นให้เย็นอยู่เสมอ ควรที่จะทำการเปลี่ยนขอบยางตู้เย็นใหม่ได้แล้วล่ะ

แช่ของในตู้เย็น ไม่มาก ไม่น้อย จนเกินไป


ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นคนที่ชอบไปทานข้าวนอกบ้าน ไม่ค่อยใส่อะไรไว้ในตู้เย็น ก็ควรหาน้ำเปล่า เหยือกน้ำแช่เอาไว้บ้าง เพราะตู้เย็นที่มีของแช่เอาไว้ จะช่วยรักษาอุณภูมิไว้ได้ดีมากเวลาที่เราเปิดตู้เย็น ลองคิดภาพตามกันว่า หากตู้เย็นโล่งโจ้ง ไม่มีอะไรแช่ไว้เลย แล้วเราเปิดตู้เย็น อากาศร้อนภายนอก จะถ่ายเทเข้าตู้เย็นได้มากกว่า ส่งผลให้ตู้เย็นต้องทำงานเพิ่มมากขึ้นเพื่อรักษาอุณภูมิให้คงเดิม

ภาพจาก thehappyhousewife.com

ในทางตรงกันข้าม หากคุณเก็บของในตู้เย็นเอาไว้มากจนเกินไป ตู้เย็นอาจจะทำงานหนัก เพื่อให้อุณภูมิเย็นเพียงพอและทั่วถึง ดังนั้นเราจึงควรเดินทางสายกลางดีที่สุดจ้า ไม่แช่เยอะเกิน หรือน้อยเกินไป เพื่อความประหยัดไฟ

ปรับอุณภูมิตู้เย็นให้เหมาะสม


ตู้เย็นส่วนใหญ่ จะมีปุ่มสำหรับปรับอุณภูมิอยู่ที่ด้านในสุด โดยปกติแล้วควรตั้งอุณภูมิให้อยู่ที่ 0-4 องศาเซลเซียส ถ้าเป็นช่องแช่แข็งให้ปรับอุณภูมิต่ำกว่า 0 องศา อย่างไรก็ตาม ปุ่มปรับอุณภูมิในตู้เย็นส่วนใหญ่จะเป็นเบอร์ ไม่ได้บอกเป็นอุณภูมิเป๊ะๆ

ภาพจาก appliancesconnection.com

โดยระดับการปรับอุณภูมิก็จะมีทั้ง 1-5 หรือ 1-9 ในกรณีนี้ให้ลองศึกษาจากคู่มือตู้เย็นกันดูค่ะ ว่าจะต้องปรับอย่างไร ระดับนี้คืออุณภูมิเท่าไหร่ แต่โดยปกติแล้ว ตัวเลขยิ่งสูงจะยิ่งเย็นขึ้น อาจปรับให้อยู่ในระดับกลางๆ แล้วค่อยๆทดลองเพิ่มทีละระดับและอย่าลืมว่าถ้าแช่ของไว้ในตู้เย็นเยอะ ก็ควรที่จะปรับอุณหภูมิให้ต่ำกว่าปกติ

ทำความสะอาดแผงระบายความร้อน


แผงระบายความร้อน หรือ Condenser coils โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ที่ด้านหลัง หรือด้านในตู้เย็น เป็นจุดที่เราแทบจะทุกคนมองข้าม ปล่อยให้ฝุ่นจับ จะทำให้ตู้เย็นต้องทำงานหนักมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องทำความสะอาดตรงจุดนี้อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง โดยจะต้องถอดปลั๊กก่อนนะคะ เพื่อความปลอดภัย

เปิดตู้เย็นเท่าที่จำเป็น


เชื่อว่าหลายคนติดนิสัยชอบเปิดตู้เย็นอยู่ตลอด เผื่อจะมีขนมกิน เปิดมันทั้งวัน ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่า เปิดมาก็ไม่เจออะไร แต่เปิดแล้วมันรู้สึกสบายใจ (ฮ่าๆ) แต่รู้ไหมว่าการเปิดตู้เย็นบ่อยๆ ทำให้อากาศภายนอกเข้าไปแทนที่อากาศเย็นข้างใน ตู้เย็นจะต้องทำงานหนักขึ้น ในการปรับอุณภูมิให้กลับมาเหมือนเก่า ดังนั้นถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็ไมต้องเปิดปิด หรือเปิดทิ้งเอาไว้จะดีกว่า

บทความเกี่ยวข้อง





 

Create Date : 23 พฤศจิกายน 2560
0 comments
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2560 9:13:20 น.
Counter : 24 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#13


 
สมาชิกหมายเลข 2786135
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 2786135's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.