กันยายน 2555

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
บันทึกการเดินทาง......อาดัง ราวี หลีเป๊ะ....^__^
ทริปนี้เดินทางตั้งแต่ช่วงต้นปี 53 ค่ะ.....แต่เพิ่งจะเอามาเขียนบันทึก

เดิมทีภาพเซ็ตนี้เคยอยู่ใน ฮิห้า ค่ะ ตอนนี้เลิกเล่นไปแล้วก็เลยจับมาลงบล็อกดีกว่า



ทริปการเดินทางนี้มีผู้ร่วมเดินทาง 3 คนค่ะ น้ำตาล หนิง และ เสนีย์

เริ่มต้นด้วยการหาข้อมูลการเที่ยวจาก Blue Planet บ้าง และ trekkingthai.com

เลยทำให้รู้จักพี่คนนึงซึ่งหลงไหลหมู่เกาะแห่งนี้มากเป็นที่ปรึกษาให้

และพอดีว่า พี่เค้าจะจัดกรุ๊ปลงไปเที่ยวอยู่แล้วประมาณ 20 คนได้ เลยขอไปแจม

กับกลุ่มดำน้ำด้วยค่ะ จะได้แชร์ค่าเรือกัน ^^




ทริปนี้เริ่มต้นที่......น้ำตาลเป็นคนไปซื้อตั๋วรถทัวร์ กรุงเทพฯ - ละงู ค่ะ

พี่เค้าบอกว่า รถ ป.1 ก็โอเคนะน้องสบายอยู่....ก็โอเคอ่ะ ประหยัดดี

ซื้อก็ซื้อวะ......เที่ยวละประมาณ 700 บาท ไปกลับ 1400 บาท....ซื้อโลด

รถออกจาก กทม. 18.00 น.


นั่ง.....จนตรีนบวมเป็นลูกโป่ง......ถึง จ.ตรังตอน 6.00 น. ของอีกวัน

กว่าจะถึงละงูก็ประมาณ 8.30 น.




คุณพระ......เกือบ 15 ชั่วโมง.....บินไปกลับญี่ปุ่นได้เลย ><"




เอาเถอะ...ยังไงก็ถึงแล้วอย่าบ่นนักเลย

คุณแม่ติดต่อเพื่อนที่เป็นอะไรซักอย่างเกี่ยวกับกรมป่าไม้และอุทยานทำนองนั้น

เค้าก็เลยส่งคนมารับที่ท่ารถค่ะ พาไปซื้อน้ำดื่มสำหรับพกพาไปกินบนเกาะ

เพราะบนเกาะของแพงมาก.....และพาไปทานอาหารเช้าแถวๆท่าเรือปากบารา

เป็นร้านอาหารของนักข่าวท้องถิ่นค่ะ นัยว่าเค้าสนิทกัน


ที่นี่ละงู จ.สตูล เป็นเมืองมุสลิมนะคะ ไม่ต้องไปสรรหาหมูกิน....มันไม่มี



อาหารมื้อแรกของทริปก็เป็นข้าวแกงพื้นๆ และชาชักค่ะ

ข่าวราดแกงจานละ 25 บาท ราด 3 อย่าง 30 บาท ชาชักแก้วละ 15 บาท

ราคาปกติมากค่ะ สำหรับท่าเรือท่องเที่ยวแบบนี้





จากนั้นพี่เค้าก็ไปหาตั๋วเรือมาให้ค่ะ เป็น Speed Boat เป็นบัตรแข็งนะคะ

ตั๋วนี้รวมไปกลับคนละ 1,200 บาท.....(นี่เป็นราคาเมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้วนะคะ)






สภาพเรือก็โอเคค่ะ บรรทุกผู้โดยสารเต็มปรี่ แต่ไม่เกินระวางที่กำหนดเพื่อความปลอดภัยค่ะ

เมื่อขึ้นบนเรือแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่อุทยานลงมาเก็บค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน

เพราะหมู่เกาะทั้งหมดแถบนี้ อยู่ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตาค่ะ

ค่าธรรมเนียมก็คนละ 50 บาท......เก็บไปเห๊อะ....-_-"









และก็มีฝรั่งอิตาเลี่ยนกลุ่มใหญ่ แกล้งโง่ไม่เข้าใจและไม่ยอมจ่ายตังค์

ทำเป็นพูดภาษาอังกฤษไม่ได้.....จนท.ไทยหรือจะยอม....มันก็ต้องจ่ายอยู่ดี

แถมกรุ๊ปนี้มารยาทแย่สุดๆ.....แย่งที่นั่งกันหน้าด้านๆ ทั้งๆที่เราพยายามบอกว่า

ที่ตรงนี้มีคนนั่ง นี่ของเค้าวางอยู่.....เค้าลงไปถ่ายรูปเดี๋ยวมา แม่งก็เฉย

ทำเป็นพูดไม่เข้าใจ.....อารมณ๋เสียมาก อยากถีบมันตกทะเล 55555++




เรือจะแวะส่งนักท่องเที่ยวและจิดให้วิ่งลงไปชักภาพกันที่เกาะตะรุเตา 15 นาที

พวกเรา 3 คนก็วิ่งลงไป.....เพื่อถ่ายภาพด้วยความรวดเร็วที่สุด









พวกเรา 3 คนรู้ว่าจะต้องถ่ายรูป.....เลยเตรียมใส่เสื้อมาเพื่อการนี้เลยค่ะ







เมื่อเรือออกจากตะรุเตาแล้วก็จะไปแวะที่เกาะไข่ หรือ เกาะกลางค่ะ

สามารถลงไปดูได้ แต่พวกเราตัดสินใจที่จะนั่งรอในเรือค่ะ แล้วถ่ายรูปจากเรือแทน







ไฮไลท์ของเกาะไข่คือ สะพานหินธรรมชาติที่ยื่นออกไปในทะเลค่ะ

มุมถ่ายรูปยอดฮิตที่เราเห็นในหนังสือ อสท. ก็มุมนี้ล่ะค่ะ







เรือออกจากเกาะกลางแล้วก็จะไปจอดที่โป๊ะกลางทะเลค่ะ

แล้วจะมีเรือหางยาวพาไปส่งตามจุดหมาย....ใครจะไปหลีเป๊ะ ลงเรือลำนี้

ใครจะไปอาดังลงเรือลำโน้น ใครจะไปราวีลงเรืออีกลำ.....คล้ายๆคิวพี่วินมอไซอ่ะค่ะ

แล้วค่าเรือไปลงเกาะก็อีกคนละ 50 บาท....มั้ง (จำราคาไม่ได้แล้วง่ะ ><")




และแล้วเราก็มาถึงเกาะอาดังค่ะ.....เวลา 14.00 น.

ใช้เวลาจาก กรุงเทพฯ มาถึง อาดัง.....เป็นเวลา 20 ชั่วโมงพอดี

ตรีนบวมเป็นลูกโป่งกันเลยค่ะ





หาดหน้าเกาะเต็มไปด้วยต้นสนค่ะ.....แต่ก่อนเราจะชื่นชมความงาม

เราก็แบ่งทีมกันค่ะ หนิงและเสนีย์ขนของไปเก็บและติดต่อเรื่องบ้านพักค่ะ

อ้อ....ลืมเล่าเรื่องบ้าน

น้ำตาลจองบ้านพักของอุทยานผ่านทางเวปไซต์ของกรมอุทยานค่ะ

คืนละ 600 บาท.....จ่ายเงินเสร็จสรรพ เรียบร้อยมาแล้วค่ะ

แค่เอาใบเสร็จไปแสดงก็บ จนท. ก็จะได้กุญแจบ้านมาค่ะ



ขณะที่พวกผู้ชายเค้าจัดการเรื่องที่พัก น้ำตาลก็วิ่งไปสั่งอาหารค่ะ

เพราะครัวจะปิดตอนบ่ายสองครึ่ง.......เดี๋ยวจะอดกิน เพราะพวกเราหิวมากค่ะ




หลังจากอิ่มหมีพีมันกันแล้ว......สิ่งแรกที่เราทุกคนทำก็คือ

นอนเอาเท้าพาดระเบียงค่ะ ยกขาสูงๆเข้าไป.....ตรีนบวมจนเริ่มปวดแล้วอ่ะค่ะ ><"





นี่คือบ้านที่เราจะพักกันอีก 2 คืนนับจากนี้ค่ะ

ไม่ได้ถ่ายภายในมา....ลืมค่ะ

แต่ที่พักสะอาดและนอนสบายมากๆ ห้องน้ำก็สะอาดและดีพอสมควรค่ะ

น้ำไหลแรง กลางคืนไฟสว่างกระแสไฟค่อนข้างสม่ำเสมอค่ะ

ไฟฟ้ามีเวลาเปิดปิดนะคะ เปิด 6 โมงเย็น ปิดตอน 3 ทุ่มค่ะ




หลังจากหลับกันคนละ 1 ตื่น.....ก็ได้เวลาออกไปลั้นลากันหน้าหาด

โปรแกรมของเราวันนี้คือ เล่นน้ำทะเล ถ่ายรูป และ ชิลล์ๆกันบนหาดอาดังค่ะ



ทรายบนอาดังเป็นทรายหยาบๆค่ะ ไม่ละเอียดเลย แต่น้ำใสมว๊าาากกกก

หาดที่นี่ประหลาดค่ะ มันเป็นแหลมยื่นไปในทะเล เราสามารถดูพระอาทิตย์

ได้ทั้งขึ้นและตก บนหาดเดียวกัน......แจ๋วโคตรอ่ะ



พวกเราก็เริงร่า ถ่ายรูปกันบ้าๆบอๆ.......สนุกมากค่ะ

พอพระอาทิตย์เริ่มจะตก แดดจะเปลี่ยนเป็นสีทองสวยมาก สาดมาโดนตัว

ทุกคนมีผิวสีทองกันหมด.......สวยมากๆจริงๆ







พอพระอาทิตย์ใกล้ตกมากๆ พวกเราก็เปลี่ยนโหมดไปจัดท่าถ่ายรูปแบบ

siluate ค่ะ.....Create กันไปเรื่อยๆ.....สนุกดี











บรรยากาศยามเมื่อพระอาทิตย์ตกแล้ว.....อากาศก็เริ่มเย็นลงค่ะ

ลมก็ยังพอมีนะคะ.....สวยไปอีกแบบนึง






พวกเราก็กลับบ้านไปอาบน้ำแต่งตัวกันค่ะ คนที่เสร็จก่อนก็เดินไปสั่งอาหารรอเลย

ร้านอาหารที่นี่มีร้านเดียวค่ะ ยังไงก็ต้องกินที่นี่ ราคาก็แพงพอสมควร

ข้าวผัดจานละ 80 บาท.....น้ำเปล่าขวด 1.5 ลิตร 20 บาท....กินกันธรรมดา

มากๆค่ะ....เราเที่ยวกันแบบงบน้อย 5555++




กินข้าวเสร็จก็นั่งคุยกัน....ที่นี่ช่วงที่ไปโชคดีค่ะ ไม่มียุงเลย



แล้วเราก็กลับมา แปรงฟัน ทำกิจกรรมส่วนตัว.....พกหนังสือมาคนละเล่มค่ะ

นอนอ่านหนังสือแล้วก็หลับกันตั้งแต่ 2 ทุ่มได้มั้ง

เดินทางมาก็เหนื่อยแถมยังเล่นกันแบบบ้าพลังอีก....สลบเหมือดค่ะ







ตื่นกันแต่ 6 โมงเช้า....โดยเสนีย์ที่นาฬิกาชีวภาพทำงานค่ะ มันต้องตื่นมากเขร้....เวลา 6.15 เป๊ะ

น้ำตาลก็วิ่งไปล้างหน้าที่ก๊อกหน้าบ้าน พร้อมคว้ากล้องถ่ายรูปไปด้วย


ดูหน้าสิ.....บวมอูดเลย ><"




มาดูพระอาทิตย์ขึ้นค่ะ......พระอาทิตย์จะขึ้นจากหลังเกาะตะรุเตา









แสงในตอนเช้าเป็นสีส้มทองสวยมากๆค่ะ แสงสาดไปที่ทิวสนหน้าหาด

ย้อมสีต้นไม้ให้เหลือบสีแดง......สวยจนแทบหยุดหายใจเลยค่ะ







พอสายหน่อยเราก็เดินไปขึ้นผาชะโดกันค่ะ

แต่ละคนก็กางเกงขาสั้นรองเท้าแตะ......พลาดมากค่ะ


บนนั้นแดดร้อนมาก....ทางก็ชันมากด้วย ควรใส่ขายาว แขนยาวและรองเท้าผ้าใบนะคะ





วิวจากผาชะโดเราจะมองเห็นไปได้ไกลถึงลังกาวีเลยค่ะ

แต่นี้เป็นวิวเกาะหลีเป๊ะใกล้ๆค่ะ.....วันนี้ฟ้าเปิดสีสวย แดดจัดมว๊าาาาากกก





บนเขาไม่ค่อยมีต้นไม้ค่ะ เป็นหินซะส่วนใหญ่ เดินไม่ยาก แต่ร้อนสัสอ่ะ ><"




ขาขึ้นว่ายากพอควร ขาลงนี่ต้องเล็งดีๆ ไม่งั้นได้กลิ้งเป็นลูกขนุนลงไปแน่ๆ



ลงมาเหงื่อท่วม น้ำหมดตัวค่ะ......อย่ากระนั้นกระนี้ พักกินข้าวก่อนเลย

แล้วไปอาบน้ำ นอนพักซักตื่น.....พี่เค้าก็พากรุ๊ปมาพอดีประมาณบ่ายโมงกว่า




พบกันแนะนำตัวกัน พักผ่อนอีกซักพักก็นัดเวลา บ่ายสามโมง ไปลงดำน้ำเล่นๆ

รอบเกาะใกล้ๆค่ะ


กระแสน้ำค่อนข้างแรงพอสมควร ก็เห้นปลาและปะการังแข็งบ้าง แต่เราเริ่มกันช้า

เกินไป แดดแรงๆหมด ทำให้ดูไม่สวยเท่าที่ควรค่ะ

ชุดดำน้ำก็เป็น บิกินี่ข้างใน ใส่เสื้อยืดตัวใหญ่ และ เลกกิ้งทับค่ะ



วันนี้แค่ซ้อมๆค่ะ พรุ่งนี้เราจะออกรอบกันแบบเอาจริง ^___^




วันที่สามบนเกาะ ตื่นแต่เช้าไปดูพระอาทิตย์ขึ้นเหมือนเดิมค่ะ กินอาหารเช้า

และสั่งอาหารกลางวันใส่กล่องไปด้วย พร้อมซื้อน้ำดื่มให้เพียงพอ

ประมาณ 9 โมงเช้า ก็รวมกลุ่มลงเรือไปดำน้ำดูปะการังกันค่ะ

เราเริ่มต้นกันที่ร่องจาบังกันเลยค่ะ.....และแวะไปตามจุดต่างๆ ไปเรื่อยๆไม่รีบค่ะ




ชุดดำน้ำเหมือนเดิมค่ะ เพิ่มหมวกกันแดดบนเรือซะหน่อย กับย่ามผ้าร่มใส่สารพัด ^^



เรามาแวะทานอาหารกลางวันที่เกาะรอกลอย.....อ่านว่า เกาะ-รอ-กลอย นะคะ

น้ำที่นี่ใสมว๊าาากกกก มีหาดทรายสีขาวละเอียด บางส่วนก็เป็นหาดหินค่ะ

สวยสุดๆ






ชิงช้ามีอยู่อันเดียว คนก็เยอะ ถึงกับต่อคิวถ่ายรูปกันเลยทีเดียวเชียว 555++





ถ่ายรูปกันจนหนำใจ ก็ไปกันต่อค่ะ.....เราไปต่อกันอีก 2 จุด....และไปเกาะราวีค่ะ

เกาะราวีมีที่พักแรมนะคะ แต่เป็นแบบเต้นท์เอามากางเอง มีน้ำตกธรรมชาติ

ไหลลงมาให้อาบกลางแจ้งได้ตลอดเวลาค่ะ ไม่มีไฟ มีห้องส้วมให้ มีร้านอาหาร

ของอุทยานเล็กๆอยู่ค่ะ พักได้.....แต่คงไม่ค่อยสะดวกนัก



ที่ราวีเราสามารถว่ายน้ำออกไปดูปะการังได้เลยค่ะ มีพวกปะการังแข็งและปลา

เยอะอยู่ค่ะ กระแสน้ำค่อนข้างนิ่ง ว่ายสบายค่ะ แต่แดดค่อนข้างร้อนพอควร

หนึขึ้นมานั่งกินขนมเย็นๆดีกว่า 5555++







เราจากราวีไปเพื่อไปที่หาดหินงามต่อค่ะ.....^___^



หาดหินงามยามบ่ายค่ะ....หินเปียกน้ำสะท้อนแสงแดดกันวิ้งๆเลยค่ะ

ก้อนหินเป็นสีดำมันเลื่อม มนกลม มีลายสวยงามค่ะ เค้าเล่ากันว่าห้ามเอาหินกลับไป

เพราะมีคำสาปจากเจ้าพ่อตะรุเตาว่า ใครเอากลับไปจะเรือล่มหรือมีอันเป็นไปค่ะ

ก็น่าจะสาปอยู่หรอก ขืนเก็บกันไปคนละก้อนหมดหาดกันพอดี





หินเงาแว๊บจนสะท้อนเห็นเงาของเราบนก้อนหินได้เลยอ่ะค่ะ






น้ำก็ใสมากๆ....ใสจนเห็นเท้าเรากับเล็บสีแดงแปร๊ดตัดกับก้อนหินสีดำ

ดูแปลกดี แต่ชอบอ่ะ....อิอิอิ





และที่หาดหินงามเค้านิยมเอาก้อนหินมาเรียงซ้อนกันเป็นเจดีย์สูงๆ เยอะมากๆ

บางทีเดินไปก็เตะล้มก็มี เดี๋ยวก็มีคนมาเรียงใหม่.....555++





จากนั้นเราก็กลับไปเก็บกระเป๋าที่อาดัง แล้วนั่งเรือข้ามไปนอนที่หลีเป๊ะกันค่ะ

คืนสุดท้ายเรานอนกันที่อันดามันรีสอร์ต.....รีสอร์ตบ้านๆไม่ค่อยสะดวกสะบายนัก

คืนละ 800 บาท.....ก็โอเคนะคะ ลมดี ไม่มียุง ถ้าจะนอนสวยๆมีแอร์ก็แพงหน่อย

เราสามคนก็ออกเดินเล่นกินข้าวบนหลีเป๊ะค่ะ



อารมณ์แบบว่า......เมื่อวานกะวันนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงอ่ะ

อาดังสวยสงบสบายเงียบๆ หลีเป๊ะเหมือนอยู่บนถนนข้าวสาร วุ่นวาย

เสื่อมโทรม เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว บาร์ ร้านอาหาร ร้านสัก

ทรายที่หาดบนเกาะหลีเป๊ะละเอียดมากค่ะ ยังก๊ะแป้งเลยล่ะ

เราสามคนค่อนข้างผิดหวังนิดหน่อยกับหลีเป๊ะ


เลยตกลงกันว่าคราวหน้าเราจะนั่งเรือมาเที่ยว แต่จะกลับไปนอนที่อาดังค่ะ





ตื่นแต่เช้า ทานอาหารเก็บสัมภาระแล้วก็เดินทางกลับกรุงเทพฯค่ะ

มายังไงก็กลับอย่างนั้นล่ะค่ะ......^____^






Create Date : 09 กันยายน 2555
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2557 0:32:08 น.
Counter : 1345 Pageviews.

2 comments
  
โดย: Kavanich96 วันที่: 10 กันยายน 2555 เวลา:10:08:04 น.
  
น้ำใสมากๆ อยากไปที่นี่ ไม่มีโอกาสได้ไปสักที
โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ วันที่: 18 มีนาคม 2557 เวลา:14:09:22 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#16



bemynails
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 69 คน [?]



ผู้หญิงธรรมดาที่ชอบช๊อปปิ้ง แต่งหน้า เพื่อความสุขเล็กน้อยๆของตัวเอง ในโลกการทำงานที่ผู้ชายเป็นใหญ่
งานออกแบบเป็นชีวิต....ก็ขอออกแบบชีวิตประจำวันด้วยสีสันบ้าง....

เพราะผู้หญิงก็ยังเป็นผู้หญิงวันยังค่ำ.... ^_^


ไม่อนุญาตให้ใช้ข้อมูลหรือชื่อ bemynails ในการนำไปอ้างอิงเพื่อขายสินค้าใดๆค่ะ


แอดเป็นเพื่อนกันใน facebook ได้ค่ะ

bemynails