"True success is not the learning, but in its application to the benefit of mankind"
สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
<<
ตุลาคม 2555
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
6 ตุลาคม 2555

สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ๑๒ : ขจัดเสี้ยนหนาม-แผ่นดินใหม่



การสวรรคตของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมนำมาสู่จุดพลิกผันในราชสำนักและเกิดการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์อยุทธยา

บ่ายวันที่ ๑๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๑๗๑ ทันทีที่สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมสวรรคต ออกญาศรีวรวงศ์จึงเรียกให้ขุนนางทุกคนมาเข้ามาประชุมในพระราชวังหลวงทันที พอมาถึงแล้วออกญาศรีวรวงศ์จึงประกาศทั้งน้ำตาว่าสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมสวรรคตไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก่อน(แต่ก็มีบางคนสงสัยว่าสวรรคตนานแล้วแต่ออกญาศรีวรวงศ์ปิดข่าว) พร้อมทั้งประกาศให้สนองพระราชประสงคของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมโดยให้พระเชษฐาธิราช พระโอรสองค์ใหญ่สืบราชสมบัติต่อ รวมถึงประกาศพระราชโองการของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมที่ให้พระเชษฐาธิราชเป็นผู้สืบสันตติวงศ์ที่ร่างไว้ก่อนสวรรคต

ขุนนางทั้งปวงก็ยอมรับตามนั้น แต่เยเรเมียส ฟาน ฟลีตได้เขียนไว้ว่า "บางคนก็คล้อยตาม ส่วนคนอื่นเป็นเพราะความกลัวผู้สนับสนุน(พระเชษฐา)ที่มีอำนาจและทหารที่เสนาบดี(ออกญาศรีวรวงศ์)นำเข้ามาในพระราชวัง"


สลายขั้วอำนาจพระศรีสิงห์

ขจัดอำนาจขุนนางฝ่ายทหาร
ในวันเดียวกันนั้น ขุนนางที่เป็นกลุ่มสนับสนุนพระศรีสิงห์ พระอนุชา กับขุนนางที่ไม่แสดงความเห็นชัดเจนตอนที่สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมทรงถามเรื่องผู้สืบราชสมบัติถูกจับกุมทุกคนทันที แม้ว่าผู้นำกลุ่มที่สนับสนุนพระศรีสิงห์จะเป็นขุนนางฝ่ายกลาโหมซึ่งมีอำนาจทหารในมือ แต่เมื่ออยู่ในพระราชวังซึ่งมีแต่กำลังทหารของออกญาศรีวรวงศ์กับทหารอาสาญี่ปุ่นอยู่ก็ไม่ต่างอะไรกับโดนถอดเขี้ยวเล็บ ทั้งนี้คงเป็นเพราะออกญาศรีวรวงศ์ต้องการจะล้างเสี้ยนหนามทั้งหมดเพื่อให้พระโอรสได้ครองราชย์โดยสะดวก แต่ก็เป็นการนองเลือดมาก

ขุนนางเหล่านั้นถูกจับเข้าคุก โดนริบราชบาตร ทรัพย์สินบ้านเรือนข้าทาสถูกยึดทั้งหมด นอกจากนี้ออกญาศรีวรวงศ์ได้กราบทูลพระเชษฐาธิราชให้ประหารขุนนางคนสำคัญที่สับสนุนพระศรีสิงห์คือ ออกญากลาโหม ออกพระท้ายน้ำ ออกหลวงธรรมไตรโลก ซึ่งล้วนเป็นขุนนางฝ่ายทหารระดับสูงในข้อหาต่อต้านพระเชษฐาธิราช ก็ได้รับอนุมัติตามนั้น

ทั้ง ๓ ถูกนำตัวไปที่ประตูท่าช้าง(Thacham) และถูกประหารชีวิตด้วยการหั่นเป็นสองท่อนกลางตัว จากนั้น หัว มือ เท้า ถูกเสียบประจานกระจายไปตามประตูวังหลายประตู ทรัพย์สินที่ยึดมาได้พระเชษฐาธิราชก็ทรงพระราชทานให้กับคนของพระองค์ อำนาจของพระศรีสิงห์ที่เคยมีฝ่ายกลาโหมหนุนอยู่จึงหมดโดยสิ้นเชิง และภายหลังอำนาจทหารทั้งหมดจึงไปตกอยู่ในมือของออกญาศรีวรวงศ์แทน

ฟาน ฟลีตได้กล่าวถึงขุนนางเหล่านี้ว่า "ขุนนางเหล่านี้ถูกฆ่าโดยไม่มีความผิดแม้แต่น้อย แต่เป็นเพราะความเกลียดชังของศัตรู(ผู้ชักนำยุวกษัตริย์) และเป็นเพราะความโดดเด่นและความร่ำรวยทำให้ไม่ต้องสงสัยว่าความโชคร้ายจึงบังเกิดกับพวกเขา ขุนนางทั้งสามต่างเผชิญหน้ากับความตายด้วยความทรหดอดทนอย่างมาก.."


ขุนนางมุสลิม ภาพจากสมุดภาพจำลองจากวัดยมกรุงเก่า

ขุนนางอื่นๆ
ขุนนางอีกสองคนคือออกพระศรีเนาวรัตน์กับออกพระจุฬา ซึ่งเป็นขุนนางมุสลิมที่สนับสนุนพระศรีสิงห์ก็โดนมัดมือไล่หลังนำตัวไปประหารที่ประตูท่าช้างเช่นเดียวกัน แต่ออกญาเสนาภิมุข(ยามาดะ นิซาเอมอง นางามาสะ) เจ้ากรมอาสาญี่ปุ่น ซึ่งเป็นฝ่ายสนับสนุนพระเชษฐาธิราชกลับเอาตัวไปขวางไว้ก่อนทั้งสองจะโดนประหารชีวิต ทั้งนี้ไม่ทราบเหตุผลแต่อาจเป็นเพราะเหตุผลส่วนตัว 

ออกญาเสนาภิมุขได้ส่งคนไปหาออกญาศรีวรวงศ์ขอให้ยกโทษให้ขุนนางทั้งสอง ออกญาศรีวรวงศ์ก็ยอมตามคำขอ นอกจากนี้บรรดาพระภิกษุต่างขอบิณฑบาตชีวิตขุนนางอื่นๆที่ต้องโทษด้วย ขุนนางเหล่านั้นจึงรอดชีวิตทั้งหมด แต่ว่าถูกถอดจากบรรดาศักดิ์ ยึดทรัพย์และถูกขังคุก ในภายหลังบางคนก็ถูกประหารชีวิตหรือเนรเทศ  ภายหลังสมเด็จพระเชษฐาธิราชทรงสงสารจึงทรงปล่อยออกจากคุก

ในเวลาเพียง ๑ วัน(จริงๆอาจมากกว่า) ออกญาศรีวรวงศ์สามารถขจัดขุนนางที่สนับสนุนพระศรีสิงห์ได้ทั้งหมด พระศรีสิงห์หมดฐานอำนาจในราชสำนักโดยสิ้นเชิง 


แผ่นดินใหม่


ภาพจากสมุดภาพไตรภูมิกรุงศรีอยุธยา หมายเลข ๖

ในวันรุ่งขึ้นพระเชษฐาธิราชกุมาร พระชนมายุ ๑๕ พรรษา ขึ้นราชาภิเษกเสวยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุทธยา ทรงพระนามว่า 'สมเด็จพระเชษฐาธิราช' หรือฟาน ฟลีตเรียกว่า พระองค์เชษฐราชา(Prae Ongh Tsit Terrae Tsiae) มีการถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาในวันนั้น หลังจากนั้นก็มีการปลดปล่อยนักโทษรวมไปถึงขุนนางที่ถูกจำคุกหรือถูกเนรเทศตั้งแต่สมัยพระบิดาออกจากคุกตามประเพณีเป็นการแสดงถึงความเมตตาเป็นการเฉลิมพระเกียรติ์ในการครองราชย์

แผ่นดินใหม่นี้ก็เป็นแผ่นดินที่พระเจ้าปราสาททองในอนาคตจะเถลิงอำนาจจนกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดในกรุงศรีอยุทธยา




 

Create Date : 06 ตุลาคม 2555
3 comments
Last Update : 25 พฤษภาคม 2556 10:10:51 น.
Counter : 4240 Pageviews.

 

เป็นทหารอาสาเหมือนกันมั้งครับ เลยเข้าใจกัน
คงไม่ลึกซึ้งมากขนาดจะเก็บไว้เป็นพวก
เพราะในยามนั้นอำนาจออกญาเสนาภิมุขน่าจะมั่นคงในระดับสูงมาก

นึกถึงคราวพระเพททราชา ท่านไล่เก็บชาวต่างชาติแทน

 

โดย: VET53 IP: 171.98.76.58 7 ตุลาคม 2555 11:11:38 น.  

 

ทั้งสองตำแหน่งไม่ใช่ทหารอาสาครับ ออกพระจุฬาเป็นเจ้ากรมท่าขวา หน้าที่ครอบคลุมชุมชนมุสลิมทั้งหมด

ส่วนออกพระศรีเนาวรัตน์ ต้นฉบับเขียน Opra sirsij ancrat ยังไม่แน่ว่าแปลถูกหรือเปล่า อาจจะไม่ใช่ก็ได้ครับ ในอดีตเคยมีการแปลว่า ออกพระศรีเสาวราช ซึ่งเป็นตำแหน่งขุนนางฝ่ายทหารก็เป็นไปได้อยู่ครับ

ออกญาเสนาภิมุขเป็นพวกที่เก็บอาการไม่เป็น มีอะไรก็พูดตรงๆ แสดงออกมาต้องการปกป้องคนอื่นสุดท้ายก็ถูกเพ่งเล็ง

คงไม่ถึงกับเก็บไว้เป็นพวกหรอกครับ เหตุผลส่วนตัวในที่นี้อาจคิดเล่นๆเช่นคนเคยคุ้นเคยหรือมีบุญคุณกันก็ได้ครับ แต่ถึงไม่ตายก็โดนพระเจ้าปราสาททองล้างทั้งบางหมดอำนาจโดยสิ้นเชิงทำประโยชน์ไม่ได้อีก จากนั้นพพระเจ้าปราสาททองก็คงจะเอาคนที่ไว้ใจได้มาเ็ป็นแทน อย่างขุนศรีสรรพข่้าน(ตอนที่ ๗) ยังมีการสัณนิษฐานว่าคนที่มาแทนอาจเป็นเฉกอะหมัด ต้นสกุลบุนนาคก็ได้ครับ

 

โดย: ศรีสรรเพชญ์ (Slight06 ) 7 ตุลาคม 2555 11:34:21 น.  

 

ยามาดะ เป็นพวกตรงไปตรงมา เป็นสันดานติดๆกันมาหลายภพหลายชาติ

 

โดย: ตรเข้หนุ่ม IP: 61.7.241.94 25 มกราคม 2557 11:13:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


ศรีสรรเพชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




New Comments
[Add ศรีสรรเพชญ์'s blog to your web]