space
space
space
<<
มกราคม 2565
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
space
space
3 มกราคม 2565
space
space
space

ของดีที่ต้องดู ! รวมหนังฟีลกู้ดดีต่อใจ ปีใหม่นี้ฉันจะต้องสตรอง !



ผ่านไปอีกปีแล้ว... ถ้าตัดเรื่องโควิดออกไป

ปี 64 ของทุกคนเป็นยังไงกันบ้าง ?



บางคนอาจจะมีชีวิตดี ๆ ส่วนบางคนกว่าจะผ่านมาได้ถึงสิ้นปี ก็ทำเอารากเลือดอยู่เหมือนกัน เอาน่า ไม่เป็นไร ปีหน้าฟ้าใหม่ เริ่มต้นกันใหม่ก็ได้เนอะ   และเพื่อเป็นการเติมกำลังใจให้ทุกคน เรามีหนังฟีลกู้ดดี ๆ มาป้ายยาให้ทุกคนไปหามาดูในช่วงวันหยุดปีใหม่นี้กันด้วย ดูจบแล้วจะได้ฮึกเหิม เติมพลังในการไฟว์กับชีวิตในปี 65 ที่กำลังจะมาถึง !




คัดมาแล้ว ! 15 หนังฟีลกู้ดดีต่อใจ ดูจบเมื่อไหร่เหมือนได้พลังบวกเมื่อนั้น 





หนังฟีลกู้ดเรื่องที่ 1 : Wonder


"แม่ของผมชอบพูดเสมอว่า...

ถ้าผมไม่ชอบสิ่งที่เป็นอยู่ ก็แค่จินตนาการถึงสิ่งที่ผมอยากจะเป็น"



การต่อสู้ของ อั๊กกี้  เด็กชายคนนึงที่โตมาพร้อมกับความผิดปกติทางใบหน้า ทำให้เค้าต้องเข้ารับการผ่าตัดมากกว่า 27 ครั้ง ทั้ง ๆ ที่มีอายุแค่เพียง 10 ขวบเท่านั้น ใบหน้าของอั๊กกี้ถูกคนรอบข้างมองว่ามันประหลาดและน่าเกลียด และเมื่อเจอบ่อยเข้า มันเลยทำให้เค้าขาดความเชื่อมั่นในตัวเองไปในที่สุด จนถึงเวลาของการเข้าเรียนชั้นประถมเป็นครั้งแรก อั๊กกี้ต้องเผชิญหน้ากับเด็กทั้งโรงเรียนที่มองเค้าไม่ต่างจากคนอื่นที่ผ่านมา เค้าจะสามารถลบล้างความคิดอคติของเด็กนักเรียนคนอื่นที่มีต่อตัวเองได้ยังไง บอกเลยว่าหนังเรื่องนี้ฟีลกู้ดดีต่อใจทุกคนแน่นอน !

ปันโปรอยากบอก : นักแสดงที่มารับบท อั๊กกี้  ของเรื่องนี้ได้แก่ เจคอบ เทรมเบลย์ ที่เคยฝากผลงานในภาพยนตร์เรื่อง Room กันมาแล้ว เรื่องนั้นก็ว่าเล่นดีแล้ว พอ
พี่โปรมาเรื่องนี้ก็คือเล่นดีเข้าไปใหญ่ ทางเรานี่น้ำตาไหลพราก ๆ กันเลยแม๊...








หนังฟีลกู้ดเรื่องที่ 2 : About Time


"ต่อให้คุณจะย้อนเวลากลับไปได้ แต่คุณก็ไม่สามารถทำให้ใครรักคุณได้"


ขึ้นแท่นหนังในดวงใจของใครหลายคน เพราะมันคือเรื่องของสัจธรรมชีวิตที่แท้ทรู เรื่องนี้เป็นหนังรักโรแมนติก ปนดราม่าหน่อย ๆ (หรือไม่หน่อยสำหรับใครบางคนกันนะ) เรื่องราวของ ทิม ชายหนุ่มคนนึงที่ค้นพบว่าตัวเองสามารถเดินทางย้อนเวลาได้ กับ แมรี่ หญิงสาวที่เค้าตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น เรื่องราวฟังดูเหมือนจะดำเนินไปได้ด้วยดี ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์อะไรบางอย่างเกี่ยวกับความสามารถในการเดินทางย้อนเวลาของเค้า กาลเวลาได้เล่นตลกกับทิมและแมรี่ อีกทั้งยังรวมถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ รอบตัวของเค้าด้วยเช่นเดียวกัน อ่านมาจนถึงตอนนี้
พี่ promotion แนะนำว่าถ้าใครที่ยังไม่ได้ดูอาจจะมองว่า มันวุ่นวายไปไหมนะ ดูแล้วจะงงหรือเปล่า อย่าเพิ่งคิดอย่างนั้น ลองไปดูกันก่อน เผลอ ๆ อาจจะมีติดใจ

ปันโปรอยากบอก : หากใครที่ชื่นชอบการแสดงของ ราเชล แม็กอดัมส์ (นางเอกของเรื่อง) ก็สามารถไปติดตามผลงานเรื่องอื่น ๆ ของเธอกันต่อได้ ที่เราชอบก็จะมี The Notebook รวมไปถึง Mean Girls เรื่องหลังนางรับบทร้ายด้วย แต่เป็นนางร้ายที่น่าเอ็นดูมาก 








หนังฟีลกู้ดเรื่องที่ 3 : Blind Side


"เธอเปลี่ยนชีวิตของเด็กคนนั้น"

"ไม่ เค้าต่างหากที่เปลี่ยนฉัน"



เป็นหนังที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชีวิตจริงของ ไมเคิล ออร์  นักอเมริกันฟุตบอล NFL ชื่อดัง ที่ตัวหนังได้ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตวัยเด็กของเค้า กับเศรษฐินีคนหนึ่งที่เค้าให้ชื่อว่า เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ เป็นคนที่ฉุดเค้าให้ลุกขึ้นมาเป็นเด็กที่มีความฝัน มีแรงบันดาลใจ


พี่ promotions อยากบอกว่าถึงตัวหนังจะออกแนวดราม่ากระตุกน้ำตาอยู่หลายฉาก อย่างบางฉากอาจจะสะเทือนอารมณ์พอสมควร ซึ่งมันทำให้เห็นว่าไม่ใช่แค่ในหนัง แต่ชีวิตจริงของพวกเรา ก็สามารถถูกทำร้ายได้แบบนี้เหมือนกัน ที่สำคัญหนังยังได้นักแสดงที่มีชื่อเสียงอย่าง แซนดรา บุลล็อก มารับบทเศรษฐินีคนนั้นด้วย ยิ่งทำให้ตัวหนังน่าติดตามมากกว่าเดิมอีก








หนังฟีลกู้ดเรื่องที่ 4 : The Devil wears Prada


"ความจริงก็คือ... ไม่มีใครทำในสิ่งที่ฉันทำได้ "


ความจิกกัดให้ 100 ความสนุกให้ล้าน สายแฟทั้งหลายน่าจะโดนใจไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะคนที่กำลังท้อแท้กับงาน รู้สึกว่างานมันหนัก มันเหนื่อย ทำอะไรก็ไม่ถูกใจเจ้านายสักที ถ้าเพื่อน ๆ มีความรู้สึกแบบนี้กันอยู่ เห็นทีว่าจะต้องแตะมือกับ แอนเดรีย นางเอกของหนังเรื่องนี้เค้าแล้วล่ะ เพราะชีวิตของแอนเดรียคนนี้เต็มไปด้วยความโชกโชน ต้องทำในสิ่งที่ตัวเองไม่คาดฝันว่าจะต้องทำมาก่อน ต้องเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นอีกคนเพื่องาน ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เจ้านายพอใจ รวมถึงอีกหลายคำว่า 'ต้อง'

ซึ่งหนังเรื่องนี้ไม่ได้เชิดชูคำว่า งาน อย่างที่หลายคนกำลังเข้าใจ แต่
พี่ โปรโมชั่น ว่ามันกำลังสอนให้เรารู้จักคำว่า Work-Life Balance ได้อย่างถ่องแท้มากขึ้น เพราะบางครั้งการทำงานหนัก โอเคมันอาจจะดีก็จริง แต่มันก็ทำให้เราพลาดโอกาสสำคัญหลาย ๆ โอกาสในชีวิตไปก็ได้ หากเพื่อน ๆ ที่กำลังท้อแท้กับการทำงาน อยากทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หนังเรื่องนี้อาจจะสร้างแรงบันดาลใจอะไรบางอย่างให้กับคุณก็ได้ ลองดู 








หนังฟีลกู้ดเรื่องที่ 5 : The Intern


"เธอควรจะรู้สึกดีกับสิ่งที่เธอได้ทำลงไป

และฉันไม่อยากเห็นคนอื่นมาพรากความรู้สึกนั้นไปจากเธอ"



มาต่อกันที่หนังอีกหนึ่งเรื่องที่ได้ แอนน์ แฮทธาเวย์  มารับบทนำกันอีกครั้ง ซึ่งมู้ดแอนด์โทนของเรื่องนี้ก็แอบคล้ายกับ The Devil wears Prada อยู่เหมือนกันนะ แต่ลด % ความจิกกัดลง ก่อนจะแทนที่ด้วยพลังบวกกับไกด์ไลน์ชีวิตเข้าไปแทน ซึ่ง The Intern เรื่องนี้ เนื้อหาก็ตรงตามชื่อเลยจ่ะ คือเกี่ยวกับนักศึกษาฝึกงานคนหนึ่งที่ชื่อว่า เบน (รับบทโดย เดอ นีโร) พ่อม่ายวัย 70 ปี ที่จะต้องมาทำงานร่วมกันกับจูลส์ (รับบทโดย แอนน์ แฮทธาเวย์) เจ้าของบริษัทขายเสื้อผ้าออนไลน์

ซึ่งการมาเข้าร่วมกลุ่มกับคนวัยหนุ่มสาวนี้ ทำให้เบนได้พบกับสังคมการทำงานที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ซึ่งตรงกันข้ามกับไลฟ์สไตล์ของเค้าที่ช้า ๆ บวกกับความรู้ด้านแฟชั่นที่แทบจะไม่มี จนกลายเป็นว่าจูลส์เกือบจะตัดใจจากเบนไปแล้ว ถ้าไม่ได้มีเหตุการณ์บางอย่างมาพิสูจน์ความสำคัญของเค้าขึ้นมา ถึงแม้ว่าประเด็นหลักของเรื่องนั้นจะอยู่ที่การพิสูจน์ตัวตน และถึงแม้ว่าตัวหนังจะดึงเชิงให้เค้าดูน่าสงสาร แต่ท้ายที่สุดคนที่น่าสงสารจริง ๆ อาจจะไม่ใช่เค้า แต่กลายเป็นคนอื่นแทนก็ได้ !


ปันโปรอยากบอก : สำหรับใครที่ชื่นชอบการแสดงของแอนน์ แฮทธาเวย์ เราก็มีหนังในตำนานอีกเรื่องมาแนะนำอย่าง The Princess Diaries ที่แอนน์จะต้องมารับบทเป็นเจ้าหญิงฝึกหัด ซึ่งเธอก็เล่นได้น่ารักมาก ๆ ไม่ว่าจะมาในลุคของสาวน้อยผมหยิก พร้อมแว่นตาหนาเตอะ หรือจะเป็นลุคหลังจากที่ได้แปลงโฉมแล้วก็ตาม ก็คือได้ใจทางเราไปทุกลุค ทุกสไตล์เลยจ้า





เห็นผลภายใน 2 สัปดาห์
ลดผมร่วงได้อย่างชัดเจน
 









หนังฟีลกู้ดเรื่องที่ 6 : Green Book


"คุณไม่มีทางเอาชนะด้วยความรุนแรงได้หรอก

แต่คุณจะชนะก็ต่อเมื่อคุณรักษาศักดิ์ศรีของตัวเองไว้"



สารภาพตามตรงว่านี่เป็นหนังที่ม้ามืดมาก ๆ ในความคิดของเรา เพราะเราไม่เคยให้ความสนใจมันมาก่อน จนได้มีโอกาสได้ดู เท่านั้นแหละ ถึงได้พบว่า เห้ย หนังเรื่องนี้มันดีจริง ๆ โดยหนังเรื่องนี้ได้ถ่ายทอดเรื่องราวออกมาผ่านตัวละครหลัก 2 คน ที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว คนนึงเป็นชายผิวขาว ส่วนอีกคนเป็นชายผิวดำ ซึ่งมิตรภาพของทั้งสองคนได้เกิดขึ้นผ่านการเดินทางไปเรื่อย ๆ บนท้องถนน จากชายคนนึงที่เคยอคติกับคนผิวดำมาก่อน ก็ได้เปลี่ยนความคิดใหม่ เปิดใจยอมรับความแตกต่างนี้มากขึ้น จนเมื่อดูไป ดูมา จากประเด็นเรื่องความแตกต่างของทั้งสองคน อาจจะกลายเป็นความกลมกลืนที่เราอาจจะแยกความแตกต่างไม่ออกกันเลย








หนังฟีลกู้ดเรื่องที่ 7 : Carrie Pilby


"ไม่มีใครชอบคนอื่นในสิ่งที่พวกเค้าเป็นตั้งแต่แรกกันหรอก

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องแสร้งทำเป็นดีกว่าที่เป็น

แล้วปล่อยให้พวกเค้าค้นพบมันทีหลัง หลังจากที่ได้รู้จักกับเราไปแล้ว"



ไม่รู้ว่ามีใครเคยเป็นเหมือนเราไหม เวลาที่ดูหนัง ดูซีรีส์ หรืออ่านหนังสืออะไรสักเล่ม แล้วมีความคิดแวบขึ้นมาในหัวว่าตัวละครเอกของเรื่องนี่มันคือตัวเราชัด ๆ ซึ่ง พิลบี้ นางเอกของเรื่องนี้แอบมีอะไรบางอย่างที่คล้ายคลึงกับเราอยู่ (ไม่ได้จะบอกว่าตัวเองเป็นนางเอกนะ5555) สำหรับ Carrie Pilby เป็นเรื่องราวของ เด็กสาวที่ไม่มั่นใจในตัวเอง ชอบทำอะไรคนเดียว กลัวการเข้าสังคม หรือต้องเป็นฝ่ายเริ่มต้นบทสนทนาก่อน

ซึ่งเมื่อหนักเข้า มันก็ได้ทำให้เธอกลายเป็นโรคกลัวการเข้าสังคม จนครอบครัวต้องพาไปหาจิตแพทย์ ซึ่งทางออกที่จิตแพทย์ได้มอบให้นั้นก็ได้แก่ สมุดบันทึกเล่มหนึ่ง พร้อมกับโจทย์ที่ให้เธอลองหากิจกรรมที่ท้าทายตัวเองทำ แล้วจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง ซึ่งตอนแรก พิลบี้ ไม่คิดเลยว่าเธอจะสามารถทำมันได้ เธอมองว่ามันค่อนข้างจะไร้สาระ แต่ด้วยสถานการณ์ต่าง ๆ ที่นำพาไป ก็ได้เปลี่ยนแปลงความคิด รวมถึงเปิดโลกอะไรต่อมิอะไรที่เธอไม่คิดว่าตัวเองจะมีประสบการณ์ในสิ่ง ๆ นั้น ซึ่งนั่นก็ได้รวมถึงความรักด้วยเช่นกัน..





อ่านเนื้อหาฉบับเต็ม คลิ๊กเลย >>>
รวมหนัง








หนังฟีลกู้ดเรื่องที่ 8 : Last Holiday


"คุณรอ และกำลังรอให้บางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้น

ซึ่งหลังจากนั้นคุณก็ได้ค้นพบว่าตัวเองกำลังจะตาย..."



อะ กลิ่นอายความดราม่ามาตั้งแต่เริ่ม คงไม่ต้องบอกแล้วมั้งว่าจุดจบของเรื่องคืออะไร จะบอกว่านี่ไม่ใช่การสปอยล์แต่อย่างใด แต่เป็นคำถามที่ตัวหนังต้องการจะถามคนดูอย่างเรามากกว่า ว่าถ้าเรารู้ว่าตัวเองกำลังจะตายในอีกไม่กี่วัน เราจะใช้วันที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าและมีความสุขได้ยังไง และที่สำคัญหากใครกำลังคิดว่าหนังเรื่องนี้จะต้องดราม่าน้ำตาแตกมาก ๆ แน่นอน ทางเราบอกเลยว่าทุกคนกำลังคิดผิด เพราะอย่างที่บอกว่าเรามาในตีมหนังฟีลกู้ด รับรองว่าดูจบแล้ว จะได้อะไรนำไปปรับใช้กับชีวิตได้แน่นอน ที่สำคัญคือหนังเรื่องนี้ตลกมาก ดูแล้วทุกคนจะต้องยิ้มแก้มปริ ถึงแม้ว่าเส้นเรื่องจะเศร้ามากแค่ไหนก็ตาม








หนังฟีลกู้ดเรื่องที่ 9 : Little Miss Sunshine


"คนแพ้ คือคนที่มั่นใจว่าตัวเองจะชนะ

โดยที่พวกเค้าไม่มีแม้แต่ความพยายามเลยสักนิด"



ได้เวลาแพ็กกระเป๋าแล้วออกเดินทางไปกับครอบครัวหรรษาครอบครัวนี้ Little Miss Sunshine เป็นหนังที่มีมู้ดแอนด์โทนสดใสมากก็จริง แต่เนื้อหาก็ยังแอบมีความหม่นเบา ๆ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องปัญหาภายในครอบครัว, ลูกชายคนโตที่มีนิสัยเกเร, คุณปู่ที่ใกล้จะได้สัมผัสกับความตาย และอีกหลากหลายตัวละครที่ถึงแม้ว่าจะมีความดาร์ก ๆ แต่พวกเค้ากลับมีแสงสว่างประจำบ้านอย่าง โอลีฟ เด็กสาวผู้มีความฝันว่าอยากจะเป็นนางงามพระอาทิตย์ส่องแสง ซึ่งนี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทุกคนในครอบครัวออกเดินทางเพื่อพาโอลีฟไปประกวดที่เวทีนี้ ซึ่งระหว่างทางเราจะได้ลิ้มรสชาติของแบบทดสอบที่เข้ามาถาโถมพวกเค้าทีละเรื่อง ๆ แต่รับรองว่าเมื่อเหตุการณ์ดำเนินไปถึงปลายทางแล้ว ทุกคนจะต้องอิ่มอกอิ่มใจไปกับครอบครัวนี้กันแน่นอน








หนังฟีลกู้ดเรื่องที่ 10 : Hidden Figures


"คุณจะลองเป็นวิศวกรไหม ถ้าคุณเป็นคนผิวขาว ?"

"ไม่เห็นจำเป็นเลย เพราะตอนนี้ฉันก็เป็นอยู่แล้ว"



การเหยียดสีผิวเป็นประเด็นที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน แต่กลับสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนได้จริง ๆ  ที่สำคัญการต่อสู้ของคนผิวสีได้อิมแพคต่อคนทั้งโลก และพิสูจน์ให้ได้เห็นกันแล้วว่าคนผิวสีก็เป็นคนเหมือนกัน ดังนั้นอย่าได้ดูถูกหรือมองว่าพวกเค้าแตกต่างโดยเด็ดขาด เหมือนกับสาว ๆ ทั้ง 3 คนจาก Hidden Figures ที่ได้พิสูจน์ตัวเองว่าพวกเธอสามารถเป็นหนึ่งในวิศวกรของ NASA ได้ ซึ่งผลสุดท้ายพวกเธอก็ทำมันได้จริง ๆ แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น แต่ทางเราอยากจะแนะนำให้ทุกคนไปดูรายละเอียดลึก ๆ ว่ากว่าพวกเธอจะต่อสู้กันมาได้ พวกเธอได้ผ่านอะไรมาบ้าง ดูจบแล้วน่าจะสอนอะไรทุกคนได้ไม่มากก็น้อย ลองไปดูกันน้า

ปันโปรอยากบอก : หากเพื่อน ๆ คนไหนที่ดูแล้วเกิดติดใจ อยากหาหนังที่มีมู้ดแอนด์โทนแนว ๆ นี้มาดูกันเพิ่มเติม เราขอป้ายยา The Help อีกเรื่อง รับประกันความสนุก บวกความฟีลกู้ดที่ไม่แพ้เรื่องนี้ที่ได้แนะนำไปเลย








หนังฟีลกู้ดเรื่องที่ 11 : The Holiday


"เธอควรจะเป็นนางเอกให้ชีวิตของเธอเอง ให้ตายเหอะ !"


เหมาะกับช่วงปลายปีแบบนี้สุด ๆ เพราะบรรยากาศของตัวหนังได้อิงเข้ากับเทศกาลคริสต์มาส ต่อเนื่องยาว ๆ ไปถึงปีใหม่ (ถ้าได้ดูช่วงนี้น่าจะเป็นอะไรที่อินไม่น้อย) เรื่องราวของ อแมนด้า หญิงสาวชาวอเมริกันที่เพิ่งเลิกกับแฟนไปหมาด ๆ ต้องการจะหาอะไรทำสักอย่างเพื่อให้ลืมเรื่องราวห่วย ๆ นี้ไปซะ เธอจึงได้ตัดสินใจ ขอแลกบ้าน (ชั่วคราว)  กับไอริส หญิงสาวชาวอังกฤษ ที่อยู่ในโหมดถูกทิ้งเช่นกัน ซึ่งการแลกเปลี่ยนบ้านของพวกเธอสองคน ได้นำพาเรื่องราวดี ๆ ที่น่าประทับใจตามมาอีกเพียบ !

ปันโปรอยากบอก: สำหรับหนังเรื่องนี้ทางเราขอการันตีความฟีลกู้ดได้จากผลงานการกำกับของ Nancy Meyers ที่เคยฝากผลงานเอาไว้ในหนังฝาแฝดสุดป่วนอย่าง Parent trap ซึ่งเรื่องนั้นก็อบอุ่นฟีลกู้ดไม่แพ้กัน เอาเป็นว่าถ้าใครชอบบรรยากาศของหนังเรื่อง Parent trap ก็อย่าลืมเรื่องนี้ รับรองว่าไม่ผิดหวัง !








หนังฟีลกู้ดเรื่องที่ 12 : Morning Glory


"ไม่มีใครสนใจหรอกว่าฉันจะสามารถทำมันได้ไหม

แต่ฉันทำได้ และฉันจะทำมันให้เธอเห็น"



ฮีลจิต ฮีลใจวัยทำงานกันอีกแมทช์ ! เพราะหนังเรื่องนี้เกิดมาเพื่อมนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเราโดยเฉพาะ ดูจบปุ๊บ แล้วจะรู้ว่าไม่ได้มีแค่เราที่เจอกับเรื่องแบบนี้  ตัวหนังบอกเล่าความวายป่วงของสถานีข่าวเช้า ที่จะต้องทำทุกอย่างให้เป๊ะ เป๊ะ แล้วก็เป๊ะ กับภารกิจหลักของโปรดิวเซอร์หน้าใหม่ (รับบทโดย ราเชล แม็กอดัมส์) ที่จะต้องกอบกู้เรตติ้งของข่าวเช้าให้กลับมาได้อีกครั้ง

ซึ่งนั่นก็เต็มไปด้วยความอึดอัด กดดัน ความพยายามทำทุกอย่าง ทำยังไงก็ได้ให้เรตติ้งกู้หน้ากลับมาได้ ที่สำคัญยังมีความวุ่นวายของสองพิธีกรข่าว (ที่ไม่ถูกกัน) มาให้โปรดิวเซอร์หน้าใหม่ของเราไกล่เกลี่ยไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย เธอจะทำได้ไหม เรตติ้งจะกลับมาปังได้หรือเปล่า ไปดูกัน !








หนังฟีลกู้ดเรื่องที่ 13 : A Beautiful Day in the Neighborhood


"มันไม่ง่ายหรอกสำหรับการพยายาม

เพราะนั่นเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้คุณโตขึ้น"



มาต่อกันที่หนังอีกเรื่องที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับรายการโทรทัศน์ ที่ได้ตัวพ่ออย่าง ทอม แฮงส์ มารับบทเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ชื่อดัง บอกก่อนว่าหนังเรื่องนี้สร้างมาจากเรื่องจริงของนักข่าวคนหนึ่งที่ถูกส่งให้ไปสัมภาษณ์ เฟรด โรเจอร์ส พิธีกรรายการชื่อดัง ขวัญใจคนทั้งประเทศ ซึ่งการสัมภาษณ์ของเค้า แน่นอนล่ะว่ามันได้เปลี่ยนให้คน ๆ นึงที่มีความคิดอคติขวางโลกโนสนโนแคร์ ให้กลายเป็นคนใหม่ และตอกย้ำให้คำตอบของคำถามที่ว่า เพราะอะไรคนทั้งประเทศถึงได้รัก เฟรด โรเจอร์ส ?








หนังฟีลกู้ดเรื่องที่ 14 : UP


"มันอาจจะฟังดูน่าเบื่อ แต่ฉันคิดว่าบรรดาเรื่องน่าเบื่อนี่แหละ คือสิ่งที่ฉันจะจำมันได้มากที่สุด"

UP หรือชื่อภาษาไทยว่า ปู่ซ่าบ้าพลัง (เอ็นดูมะ) โดย UP เป็นเรื่องราวของ คาร์ล  คุณปู่คนหนึ่งที่มีความฝันอยากจะเดินทางไป Paradise Fall และอยากจะปลูกบ้านใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกับภรรยา แต่เค้าก็ไม่สามารถทำมันได้สักที จนกระทั่งภรรยาเค้าได้เสียชีวิตไป คาร์ลก็ไม่เคยสนใจความฝันนี้อีก เมื่อมันไม่ได้ เค้าก็จะไม่ฝืน

จนกระทั่งวินาทีตัดสินใจอันยิ่งใหญ่ของเค้าได้เกิดขึ้น คาร์ลตัดสินใจจะพาบ้านทั้งหลังของเค้าโบยบินไปให้ไกลแสนไกลถึงอเมริกาใต้ กับบรรดาลูกโป่งนับพันใบ และเพื่อนร่วมทางตัวป่วนอย่าง รัสเซล  ลูกเสือสำรองตัวน้อยที่สร้างสีสันให้กับหนังเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

ซึ่งเอาดี ๆ หนังเรื่องนี้สอนอะไรเราได้เยอะเหมือนกันนะ ไม่ได้ดูเอาความสนุกอย่างเดียวเด้อ คือจริงอยู่ที่ตัวละครอย่างหนูน้อย รัสเซล จะเข้ามาสร้างสีสัน แต่เส้นเรื่องหลักอย่างความฝันของปู่คาร์ลก็ยังต้องดำเนินไปต่อ ไปจ่ะ ใครที่ยังไม่เคยดู วันหยุดยาวนี้ได้เวลาออกเดินทางไปพร้อมกับปู่คาร์ลกัน !








หนังฟีลกู้ดเรื่องที่ 15 : Green Mile


"ฉันพยายามช่วย ฉันพยายามเอามันออกไป แต่มันก็สายเกินไปแล้ว.."


ที่สุดของความดราม่าน้ำตาแตกสำหรับเราคือเรื่องนี้จ่ะ แนะนำว่าควรดูคนเดียว จะได้ปล่อยโฮได้แบบไม่ต้องอายใคร ดูแล้วสงสาร จอห์น จับใจ อยากให้โชคชะตาได้เข้าข้างคนดี ๆ อย่างเค้าบ้าง   อะ มาว่ากันที่ตัวหนังกันก่อน Green Mile เป็นหนังที่เล่าเรื่องย้อนอดีตของ พอล ที่เคยเป็นอดีตหัวหน้าผู้คุมนักโทษประหาร ซึ่งในยุคที่เค้าทำงานตอนนั้น เป็นยุคที่มีการกดขี่ แบ่งแยกชนชั้น ต่อต้านคนผิวสี และอื่น ๆ อีกสารพัด และจะบอกว่าไม่ได้มีแค่กลุ่มนักโทษอย่างเดียว แต่ผู้คุมคนอื่น ๆ รอบตัวเค้าก็มีพฤติกรรมตามที่บอกด้วยเช่นเดียวกัน

จนพอลได้ไปรู้จักกับ จอห์น นักโทษผิวสีร่างใหญ่  ดูยังไง๊ ยังไง ก็น่ากลัวและมีแววว่าจะเป็นคนไม่ดี แต่ทว่าจริง ๆ แล้ว จิตใจของจอห์นดีมาก แต่เค้ากลับถูกโยนความผิด เพียงเพราะว่าตนเองเกิดมาแตกต่างจากคนอื่นเท่านั้น (จะบอกว่าดราม่าหนักมากนะ เกียมทิชชู่ไว้ได้เลย) และหลังจากที่เค้าได้ไปรู้จักกับจอห์น มันทำให้เค้าได้เห็นมุมมองดี ๆ ของคนที่ถูกตราหน้าว่าเป็นนักโทษ รวมถึงปาฏิหาริย์หลาย ๆ อย่าง ที่ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่มันก็ทำให้เค้าจำชื่อของจอห์นไปจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต




และทั้งหมดนี้ก็เป็นบรรดาหนังฟีลกู้ดในดวงใจของเรา แต่ขอออกตัวไว้ก่อนว่า คำนิยามของคำว่า ฟีลกู้ด ของแต่ละคนไม่เหมือนกันนะ หนังฟีลกู้ดในมุมของเรา อาจจะไม่ได้ฟีลกู้ดในมุมของคนอื่นก็ได้ แล้วหนังฟีลกู้ดของเพื่อน ๆ ล่ะ คือเรื่องไหนกันบ้าง มาป้ายยากันต่อได้นะจ๊ะ ยิ่งถ้าดราม่า ๆ หน่อยนี่ของชอบเลย / เกียมจดลิสต์แล้วหนึ่ง



Create Date : 03 มกราคม 2565
Last Update : 3 มกราคม 2565 10:53:47 น. 3 comments
Counter : 494 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
เจิมๆๆ
สวัสดีปีใหม่ค่ะ


มาขอFeel goid ตามไปด้วยเลยนะคะ..
บางเรื่องได้ดูในโรงหนังแล้ว
ได้แก่..
The Blind Side นางเอก ซานด้า บูลล็อกร่วมเป็นProduceด้วย
Te Devil Wears Prada ชอบ เมอริล สตรีฟ และ สาวน้อยหน้าสวย
The Intern สาวหน้าสวย กับมาเช่นบทเจ้านาย
แทน

Liitle Miss Sunshine หนัง Art ไม่ทันดู แต่มีเสื้อยืด ไว้ใส่ไปเที่ยว(สอย าจากถนนข้าวสาร)
The Holiday ชอบๆๆคนสวยนางเอกTitanic กับครูเพี้ยนจาก School of Rock


The Green Mile ชอบทั้ง พัศดี Tom Hank และนัก
โทษตัวใหญ่ผิวสี

นอกจากดูในโรงร่วมสมัย ยังดูซ้ำเวลา Mono29
นำมาฉายวนไป..


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 3 มกราคม 2565 เวลา:12:38:48 น.  

 
ขอFeel good"


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 3 มกราคม 2565 เวลา:12:39:20 น.  

 
Feel good คือดีจริงๆจ้า


โดย: suna (สมาชิกหมายเลข 5504973 ) วันที่: 4 มกราคม 2565 เวลา:10:30:22 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

สมาชิกหมายเลข 5504973
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 5504973's blog to your web]
space
space
space
space
space