เมษายน 2564

 
 
 
 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
🍓 สมุดจดอาหาร การนับคาร์บ การฉีดยาของแพทตี้ T1D - -🥬
รีวิว : “สมุดจด การนับคาร์บอาหาร เบาหวาน”
-- -εїз- --
วันนี้จะพามาชมสมุดจดเบาหวานของแพทเองค่า () 
❀- -❀- -❀ เบาหวานที่รัก ถ้าชั้นรอดแกก็ต้องรอด ❀- -❀- -❀
 

     123 เป็นเบาหวานตอนแรกก็ไม่กล้าจะกินอะไรเลย แม้แต่ลูกชิ้นปิ้งหน้าสำนักงานก็ไม่กล้าจะกิน ถึงขนาดต้องโทรไปปรึกษาหมอเบาหวานว่ากินได้ไหม ก็ไม่แปลกใจนะที่คนป่วยบางรายอาจมีภาวะซึมเศร้า เพราะอาหารก็กินนู่นนี่ไม่ได้เหมือนคนปกติเค้า ท้อใจตัวเอง เข้ากับคนอื่นไม่ได้ กินอาหารแบบมนุษย์คนอื่นไม่ได้ โทษตัวเอง โทษมนุษย์คนอื่น ๆ ทุกคน โทษโชคชะตา และอีกมากมาย
 
     28 เราเลยเขียนบล็อกนี้ขึ้นมา ไม่ได้มีเจตนาร้ายหรือจะหักล้างความเชื่อใด ๆ นะ มันก็ถูกแหล่ะที่คนเป็นเบาหวานต้องควบคุมและระมัดระวังการกินอาหาร เพราะตับอ่อนเราไม่สามารถทำงานได้ตามปกติเหมือนคนทั่วไป
ตับอ่อนผลิตอินซูลินได้บ้าง เรียกว่า (T2D)
ตับอ่อนที่ไม่ผลิตอินซูลินเลยยยย (T1D)

กินอาหารก็สามารถกินได้ แต่กินอย่างไรให้ถูกวิธี การนับคาร์บได้ จะทำให้คนเป็น T1D กินได้อย่างมีความสุข กินอย่างไรให้โอเคกับโรค จะอยู่กับมันอย่างไรถึงจะไม่ทรมาน "ถ้าชั้นรอด แกก็ต้องรอด" คือคำที่มันผุดออกมาจากในหัวเวลาที่มีคนมาขอคำปรึกษา (ในฐานะเบาหวานรุ่นพี่ 555)

     8 ขอบคุณที่ติดตามมาอ่าน แพทตี้เป็นสาวออฟฟิศคนหนึ่งที่นั่งเคร่งเครียดทำงานออฟฟิศ ตื่นเช้ามาก็กินกาแฟแล้วก็ออกจากบ้าน ประชุม กินขนมประชุม น้ำหวานในที่ประชุมวน ๆ ไป จนเป็นเรื่องปกติสำหรับตัวเรา จนกระทั่งหามเข้า ICU ในกลางดึก ซึ่งมาตรวจพบว่า เป็นเบาหวานชนิดที่ 1  “T1D” ในภาวะเลือดเป็นกรด
     41 แพทเขียนเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์การเกิดเบาหวานกับตัวเองในบล๊อคก่อนหน้านี้แล้ว สามารถติดตามอ่านได้ว่าไปเจออะไรมาบ้าง ในบล๊อกนี้น้า450 https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=pinkyprettypatty&month=12-03-2021&group=15&gblog=2

กว่าจะผ่านพ้น จากวันนั้น มาจนทุกวันนี้ได้ ทั้งเหนื่อย ทั้งเครียด และอีกมากมาย แต่ดีที่คนที่บ้านยอมรับและหมั่นให้กำลังใจกัน
ใครจะอยากมาตื่นตอนตี 2 เผื่อกินน้ำหวานทุกวัน (เพราะน้ำตาลตก)
บางคืนก็ฉี่มันทั้งคืน ห้าทุ่ม เที่ยงคืน ตี 2 ตี 3 ตี 4 ฉี่อยู่นั่นแหล่ะ (เพราะน้ำตาลสูง)


     41 หลังจากที่ได้นอนห้อง ICU ดูวิธีการให้อาหารจากทางโรงพยาบาล ทดลองกินนู่นนี่ เจาะ-นับ-ฉีด-กิน ตามสูตรที่ทางโรงพยาบาลสอน (อ่อ ลืมบอกว่า ได้ไปเรียน เข้าคอร์ส นับคาร์บกับนักโภชนาการ นักกำหนดอาหาร ทุก ๆ ปีจะมีจัดค่ายเบาหวาน รวมชาว T1D มาเข้าค่าย อัพเกรดความรู้ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้านเบาหวาน พบหมอเฉพาะทาง และมีกิจกรรมฟื้นฟูจิตใจแบบเพื่อนช่วยเพื่อน)

     
     53 ชาว T1D (อาจจะเฉพาะแพทตี้รึเปล่านะ) มีสูตรการดำรงชีพ ดังนี้
สูตร เจาะนับฉีดกิน เพศหญิงควรจะกินประมาณ 1500-1800 แคลต่อวัน
สำหรับคนเป็นเบาหวาน T1D ควรกิน 2 - 3 คาร์บต่อ 1 มื้อ (แห่ะๆ ของแพทมักจะ 4-5 เพราะใช้พลังงานเยอะเลยจะแอบอ้วนๆนิดนึง แป้งและน้ำตาลจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมัน ถ้าไม่ burn ออกไป แต่จะพยายามปรับนะ) 

แนะนำเข็มฉีดยาสำหรับการฉีดอินซูลิน
เข็มฉีดยาที่แพทใช้ฉีดอินซูลิน มี 2 แบบ คือ
แบบปากกา (เหมือนปากกาลูกลื่นเลย กึ่งออโต้พกพาสะดวกดี) มีน้ำยาบรรจุอยู่ในขวดแก้วอยู่แล้ว เวลาเก็บต้องแช่เย็นไปทั้งแท่งแบบนี้เลย ยาจะไม่ชอบความร้อน และเสียง่ายด้วย มันจะตกตะกอน ฉีดไปก็เหมือนฉีดน้ำเปล่า ไม่ได้เข้าไปเก็บน้ำตาลออกมาจากเลือด
แบบไซลิงค์ (Manual ดึงยาเอาเองตามที่ต้องการ) ไม่ต้องเอาเข็มไปแช่ไว้ในตู้เย็นแบบปากกาฉีดยา เก็บเฉพาะขวดยา/อินซูลินไว้ในตู้เย็นอย่างเดียวพอ

หัวเข็มแบบต่าง ๆ สำหรับปากกาฉีดยา มีขายตามโรงพยาบาล
  หัวสีเขียว : สำหรับเด็กเล็ก ทารก เข็มจะบางมาก บางคนชอบใช้แบบนี้เพราะว่ามันไม่ค่อยเจ็บ แต่ๆๆ ข้อเสียมันก็มีนะ คือ ยาเข้าไม่ค่อยดีสำหรับผู้ใหญ่ (หนังหนา) เราไม่ค่อยชอบใช้แบบนี้เลย คือ ไม่รู้ว่า ยาเข้าร่างเราไปรึยังตอนฉีดอ่านะ แต่ที่ลองเพราะจะได้เอามารีวิวและบอกต่อได้ หาซื้อได้ตามโรงพยาบาลเด็ก
  หัวสีม่วง : สำหรับผู้ป่วยปกติ แต่จะหัวเล็กกว่าสีขาว แต่หัวใหญ่กว่าสีเขียว (ฟรีแต่มีน้อย)
  หัวสีขาว : จะแถมมาอยู่แล้วเวลาไปหาหมอ จ่ายยาพร้อมหัวเข็ม ตัวนี้จะฟรี
  หัวสีส้ม : อันนี้เขาเรียกว่า ไซลิงค์ ได้ดึงยาเองแบบ Manual จะใช้เท่าไหร่ก็ดึงยามาฉีดเอา อันนี้เจ็บสุดเพราะหัวเข็มใหญ่สุดในบรรดาทั้งหมด แต่เข้าร่งเราดีสุดเพราะดูเข็มสิปักลึกถึงใจเข้าทุกหยดหยาดจริงๆ ราคาไม่แพง ไม่น่าเกิน 10 บาทต่อเข็ม 
# ข้อควรระวัง เข็มทุกชนิดใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งให้ถูกที่ ใส่ขวดน้ำปิดฝาค่อยรวมทิ้งทีเดียวกันตามโรงพยาบาลนะ กลัวไปแทงคนเก็บขยะ เขาอาจจะติดเชื้อได้เลย รับผิดชอบต่อสังคมกันด้วยเน้อ

จะบอกว่า รุ่นเรานี่ถือว่าโชคดีมากมายแค่ไหน มาดูประวัติศาสตร์กันนิดๆหน่อยๆ เกี่ยวกับ อุปกรณ์เบาหวานค่ะ ขอบคุณ IG: thediabeticsurvivor แพทติดตาม IG น้องคนนี้มานานและ มีเรื่องเกี่ยวกับเบาหวานให้ดูน่าสนใจมาก
ขอบคุณภาพจาก IG: thediabeticsurvivor
ในอนาคต นอกจากเข็ม/ปากกาฉีดยาแล้ว เราก็มีเครื่องที่จ่ายยา/อินซูลินแบบออโต้เต็มรูปแบบเลย (อินซูลินปั๊ม) แต่เราเองไม่ได้ใช้แบบนั้น เพราะราคามันแพงมากๆ (เฉียดๆ แสน ถ้ามีตังค์ก็จัดโลด) สำหรับเรา เราว่ามันยังมีข้อเสียอีกหลายจุดนะ เช่น บางทีสายงอ ยาไม่เดิน ทำให้ร่างได้รับอินซูลินไม่เพียงพอก็มี บางคนก็สายไปเกี่ยวกับนู่นนี่หลุดบ้าง การติดอินซูลินแบบออโต้ (อินซูลินปั๊ม) นี้ เป็นการติดหน้าท้องแทนการฉีด แต่ก็ยังคงต้องเจาะปลายนิ้วอยู่ดีนะ (บ้านเรายังไม่พัฒนาเท่าของเมืองนอก ที่มันฝังเข็มที่ต้นแขนเพื้อวัดค่าน้ำตาล แล้วบอกค่าเลือดได้เลย แล้วสั่งข้อมูลไปยังตัวปั๊มอินซูลินให้ปล่อยยาเข้าร่างเราแบบออโต้แบบตับอ่อนจริงๆ) แต่เรายังยืนหยัดใช้เข็มฉีดยาแบบปากกาต่อไปก่อน ไว้จะมาอัพเดทใหม่ เรารออะไรที่มันไม่แพงมากแล้วโอเคจะเอามาเหลาให้ฟังอีกนะ อันนี้คือ Basic เบื้องต้นของหลักการฉีดยาอินซูลิน การทำงานของอินซูลินปั๊มก็จะทำงานแบบออโต้ คำนวณให้การฉีดยาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มันจะค้างเข็มเอาไว้ในร่างกายเรา ดังนั้น ก็ต้องเปลี่ยนเข็มตรงที่มันค้างไว้ ไม่งั้นเนื้อเราอาจจะแพ้ได้ (เปลี่ยนจุดฝัง)

สูตร วิธีการแก้น้ำตาลตก น้ำตาลตกคืออะไร น้ำตาลสูงเป็นยังไง น้ำตาลควรอยู่ที่เท่าไหร่ ดูจากภาพด้านล่างได้เลย แพทพยายามจะเขียนให้เป็น One Page แต่ Cover ทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นไว้ เวลาเกิดเหตุจะได้ไม่ต้องไปหาข้อมูลหลายๆที่

สูตร เจาะ-นับ-ฉีด-กิน จริงอยู่ที่สูตรแพทสามารถกินได้ทุกอย่างในโลกล่าา อย่าลืมว่าร่างกายเป็นของคุณเอง คุณมีสิทธิที่จะทำอะไรก็ได้ แต่ต้องเหมาะสม แต่ก่อนที่จะกินนั้น ต้อง
1. เจาะเลือดที่ปลายนิ้วก่อน ค่าที่ดีควรอยู่ที่ 80-130 ถ้าเกินเราก็ต้องเตรียมฉีดอินซูลินเพิ่ม ซึ่งสูตรตัวนี้ต้องให้คุณหมอที่ดูแลประจำร่าง ช่วยคำนวณให้ ต้องทำงานกันเป็นทีมนะ เขาจะให้เราเก็บค่าเลือดประมาณ 1-2 วีค เพื่อดูการแกว่งการเหวี่ยงของค่าเลือด แล้วจะออกมาเป็นสูตรยาที่ดหมาะสมของแต่ละคน ไปลองปรึกษาหมอแล้วบอกหมอให้ช่วยคำนวณและแนะนำให้ที

มาๆ ยกตัวอย่างเช่น ของแพท : น้ำตาลก่อนกินข้าวเจาะได้ 197
แพทจะต้องเตรียมฉีดอินซูลินเพิ่ม +1 ยูนิต เป็นต้น หมอจะให้สูตรมาตามนี้ ภาพด้านล่าง Ratio ต่อมื้อ ถ้าน้ำตาลสูงเท่านี้จะต้องฉีดเก็บน้ำตาลเท่านี้ ถ้าต่ำเท่านี้จะต้องลดยาอินซูลินลงเท่านี้ 

เมื่อเรารู้ค่าแล้วว่า ณ ตอนนี้ (ก่อนการกินอาหาร) เราได้ค่าน้ำตาลเท่าไหร่ เราก็มาเริ่ม
2. การนับคาร์บอาหารกันจ้า ที่โรงพยาบาล/ศูนย์ให้คำแนะนำเรื่องเบาหวานจะมีอุปกรณ์เยอะมาก บางสูตรก็จะใช้ถ้วยตวง (มีประมาณ 4 ขนาด) (รพ.ที่แพทไปศึกษามาเขาสอนด้วยระบบถ้วยตวง) หรือ บางคนก็ใช้ตราชั่ง ของแพทตี้ใช้ระบบตราชั่งนะ ซึ่งตอนแรกแพทก็ใช้แบบตวงแหล่ะ แต่ว่าบางทีก็มือหนักไปกดข้าวซะแน่นเลย ตานี้การคำนวณมันก็จะเกิดการผิดพลาดได้ง่าย พอดีก็ไปตามดู Instragram คนเป็นเบาหวานต่างชาติ ที่มาจากจากหลายๆประเทศ ทำให้เห็นว่า เออ แต่ละประเทศเขามีวิธีจัดการกับปัญหาอย่างไรบ้าง เพื่อนๆ ก็ลองเข้าไปดูของคนอื่น ๆ ได้นะ มาบอกต่อกันด้วยล่ะอิอิ แล้วเอามาปรับใช้กับตัวเอง ว่าสะดวกและเหมาะกับแบบใด ของแพทจะใช้แบบของญี่ปุ่นหน่ะ เขาใช้วิธีการชั่งอาหารเอา แล้วมันมีประสิทธิภาพมากกว่าการตวง คำนวณถูกฉีดยาก็จะถูกตามจริงม่ะ อาหารแม้จะประเภทเดียวกันแต่คนละชนิดกันค่าน้ำตาลก็ต่างกัน
เช่น ข้าวสวย/ข้าวกล้อง 55 กรัม = 1 คาร์บ
ข้าวเหนียว 30 กรัม = 1 คาร์บ
แต่แนะนำให้กินข้าวกล้องเพราะมีกากใยสูง

บางเจ้าใช้วิธีการนับทัพพี (ยิ่งแล้วไปใหญ่) แต่แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละท่านนะ ทัพพีเล็กทัพพีใหญ่ คือมันต้องมานั่งอธิบายกันยาว ถ้ามีเวลาฟังก็จัดไป แต่แพทประเภทขี้เกียจๆ 55 เอาจานวางบนตราชั่ง กด Tare ปุ๊บ ได้ค่า 0 แล้วตักข้าววางบนจานได้เลย ไม่ต้องมานั่งล้างถ้วยตวงอีก ถ้าจะชั่งขนมอย่างอื่นอีกที่จะตกแต่งจาน ก็แค่กด Tare หักค่าออกแล้วชั่งได้เลย ได้ค่าเท่าไหร่ก็จดๆ ใส่กระดาษเอาไว้ เพื่อเตรียมคำนวณต่อ ตราชั่งไปหาดูเอาได้ในการสั่งซื้อออนไลน์หลายแบรนด์หลายราคาเอาตามกำลังทรัพย์และความชอบของตัวเองเลย รุ่นในภาพนี้สามารถชั่งไป 10000 กรัม กันไปเลยสะใจดี แค่จานเฉยๆก็หนักแล้ว บางยี่ห้อรับได้แต่ 200 กรัมก็ไม่อ่านค่าแล้วก็อ่านก่อนซื้อดีๆนะคะ ตอนเริ่มเป็นเบาหวานใหม่ๆ เราก้ถ่ายรูปแล้วใส่ค่าเอาไว้แบบในภาพนี่แหล่ะ จะได้รู้ว่าที่เรากินเข้าไปเราคำนวณถูกไหม สูตรการคำนวณเด่วเราจะค่อยๆ บอกอีกที

เรามาเข้าเรื่องการนับคาร์บกัน คาร์บ คือ คาร์โบไฮเดรต / Carbohydrate ถ้าจะหาข้อมูลเชิงลึกลองไปค้นดูเพิ่มเติมเอาเน้อ อันนี้เอาคร่าวๆ ไปก่อน มันก็คืออาหารจำพวกแป้ง ซึ่งในท้ายที่สุดมันก็จะเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาล ซึ่งจะเข้าไปสู่กระแสเลือดในที่สุด ซึ่งตับอ่อนเราไม่สามารถสร้างอินซูลินเพื่อจะมากำจัดน้ำตาลในเลือดตรงนี้ได้ ทำให้เกิดอาการน้ำตาลในเลือดสูง ถ้าสูงนานๆ จะเกิดภาวะเลือดเป็นกรด เหมือนตอนที่แพทเข้าโรงพยาบาลในบล็อกก่อนหน้านี้
ภาพด้านล่าง เราวาดเอง กินเอง เจาะเอง ทดลองเอง พบว่า มันใช้งานได้ดีอยู่นะ แต่ละสูตร แต่ละที่ ก็ไม่เหมือนกันนะ อันนี้เป็นสูตรสำหรับตัวเราเอง มาวิธีการอ่านค่ากัน

ตัวอย่างคำถามมีอยู่ว่า แพทผู้หิวโหย กินบะหมี่เกี๊ยวแห้ง 1 ชาม จะคำนวณไงดี เริ่มจาก ตักเอาเส้นบะหมี่เหลืองที่ลวกแล้ว เอาน้ำออกใส่ถ้วย วัดได้ 85 กรัม ตักเกี๊ยวมาใส่ชามไว้ 4 ตัว จะถามว่า ถ้วยนี้จะได้กี่คาร์บ มาลองทายกันค่ะ  ดูจากสูตรที่แพทใส่ไว้ให้ข้างบนนะ 

มาเฉลยค่า มื้อนี้ แพทกินบะหมี่เกี๊ยวไป 2.7 คาร์บค่ะ ตอบถูกกันไหม พวกลูกชิ้นไม่ต้องนำมาคำนวณนะ เพราะเป็นโปรตีน ชามนี้แพทไม่ได้ใส่น้ำตาลเลย เลยไม่ต้องคิดน้ำตาลที่มองไม่เห็น (ถ้าเติมน้ำตาลก็ต้องคำนวณต่อ 1 ช้อนชา = 0.3 คาร์บ) ดังนั้น ทำให้เห็นว่า การทำอาหารไปทานเองจะปลอดภัยสุกสำหรับคนเป็นเบาหวาน เพราะเราสามารถควบคุมปริมาณ และคุณภาพของวัตถุที่เราจะกินได้ อันนี้เป็นอาหารกลางวันที่คุณแม่แพทเตรียมชั่งมาให้จากบ้านเลยค่ะ เอามากินที่ออฟฟิศ มาถึงก็แค่แกะแล้วเวฟกินได้เลย เราคำนวณไว้อยู่แล้วก็ฉีดตามที่เราคำนวณไว้เลย อย่าลืมเจาะก่อนกินล่ะ  

ในภาพจะเห็นว่า ก่อนกินบะหมี่เกี๊ยวแห้งชามนี้ แพทเจาะเลือดได้ค่ามา 160 ดังนั้น ต้องบวกอินซูลินเพิ่มเข้าไป +0.5
บะหมี่เหลือง 85 กรัม หารด้วย 50 = 1.7
มีเกี๊ยวอีก 4 ตัว คิดเป็น 1  รวมกันได้ 2.7 carbs
เอา 2.7 คาร์บ มาคูณ 2 (คือค่าที่หมอจะเป็นคนคิดคำนวณให้ แต่ละคนจะมีค่าไม่เท่ากันในแต่ละมื้อ ของแพททุกมื้อหมอให้ คูณ 2 ไปเลย) ได้ออกมา 5.4 ยูนิต แล้วอย่าลืม ค่าน้ำตาลส่วนเกินที่เราเจาะก่อนกอน +0.5 ดังนั้น เราต้องฉีดอินซูลิน 5.9 ตีซะ 6 ยูนิต สำหรับมื้อนี้ค่ะ (งงไหมอ่า)

ในทุกๆมื้อเราก็จะเจาะนับฉีดกินวนๆไปแบบนี้ ในรูปพยายามจะวาดสื่อว่า อินซูลินมันจะเป็นกุญแจไปเปิดรูเซลล์ ให้น้ำเอาน้ำตาลไปใช้เป้นพลังงาน ดังนั้น การออกกำลังการจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ลดน้ำตาลในเลือดได้โดยกล้ามเนื้อจะเอาไปเผาผลาญเป็นพลังงาน ไม่ว่าจะเดิน จะวิ่ง ยิ่งเหงื่อออกยิ่งดี น้ำตาลจะได้ไหลออกมากับเหงื่อไปด้วยเลย แต่ต้องระวังน้ำตาลตกเอาด้วยล่ะ

ตัวเราฉีดอินซูลิน 2 แบบ คือ แบบระยะสั้น (ก่อนอาหาร) Novorapid และ
แบบระยะยาว (ก่อนนอน) Toujeo แบบก่อนนอนจะออกฤทธิ์ยาวๆ ไปทั้งวัน 24 ชั่วโมง เป็นเบส/พื้นฐาน อันนี้หมอก็ต้องสั่งยาให้ ช่วงแรกๆที่ไปหาหมอ จะต้องเจาะนับฉีดกินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อหมอจะได้นำค่าที่เราได้มาปรับเป็นสูตรให้เรา (ถ้าเราไม่เจาะแล้วจะรู้ม่ะว่าเลือดเราเท่าไหร่กินไปเท่าไหร่ ปรับสูตรยาไม่ได้อีก) มันต้องมีตัวบ่งชี้ว่า อะไรเป็นสาเหตุ ทำให้ประมาณการณ์ได้อย่างคร่าวๆ ว่า ควรปรับสูตรยายังไงดี บางคน ตับอ่อนหลั่งอินซูลินได้มากตอนนอน ทำให้ต้องปรับสูตรยาฉีดตอนเย็นให้ลดลง เป็นต้น (ตับแพทคงตายนิ่งสนิทแล้วสินะ ถึงได้ฉีดเท่ากันทุกมื้อเลย ถ้าชั้นรอด แกก็ต้องรอดนะ แห่ะๆ) 

3. ฉีด ฉีดยังไงให้ยาเข้าร่างอย่างมีประสิทธิภาพ ไหนๆก็จะเจ็บแล้วก้ต้องให้ได้ประโยชน์ด้วย คุ้มค่าที่สุด

ฉีดตรงไหนได้บ้าง ฉีดจนหน้าท้องจะพรุนหมดและ ตามภาพด้านล่างได้เลยจ้า ตรงที่มีไขมันเยอะๆ เราจะได้ไม่เจ็บมาก ต้นแขนก็ได้ ตรงที่มันนุ่มๆ ไม่ใช่กล้ามเนื้อนะ อย่าฉีดซ้ำที่เดิม เพราะจะทำให้เนื้อเป็นไตๆ จะทำให้มีก้อน ยาเข้าได้ไม่ดี ยาไม่ถึง ต้องเปลี่ยนที่ฉีดบ่อยๆ เราเองก็มีปัญหาเรื่องการฉีดยา เลยใช้วิธีเอาปากกามาวงๆ ตรงที่ฉีดแล้วหมุนเวียนไปเรื่อยๆ จะไม่เจอปัญหาพุงเป็นก้อนไตแน่นอน

4. กินได้ เย้ ถึงเวลากินแล้วละนะ เจาะ-นับ-ฉีด-กิน ทำให้ชินๆ ได้
หลักๆ ก็มีประมาณนี้ แต่สูตรการนับคาร์บเด่วเราจะลงให้เรื่อยๆ เป้นการประมาณการของเราเองนะ เผื่อเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆ ด้วย












     53 

   53 เราขออนุญาตค่อยๆพิมพ์เล่าไปนะ เพราะเราเองก็ทำงานด้วย ถ้าว่างก็จะเข้ามาพิมพ์ ๆ ไว้ เห็นหลายๆ คนตามไปถามใน IG ว่ากินยังไง นับยังไงคะ ขอคำแนะนำที เราเลยรวบรวมมาแปะไว้ให้ในนี้นะคะ แต่จะทะยอยๆ เขียนไป

  273 เราโพสรูปอาหารทุกมื้อที่เรากินพร้อมค่าน้ำตาลไปด้วย ทดลองไปพร้อมๆ กันเลย จะได้เห็นว่า อาหารที่เรากินไปมันมีผลอะไรกับค่าน้ำตาลในแต่ละวันบ้าง ไปตามดูใน Instagram : Patty_Food_Diary


 
Thanks for visiting my blog ka.
สามารถเข้ามาเม้าส์เข้ามาเม้นต์กันได้น่ะ
เพื่อได้ไอเดียไรติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง ไม่มากก็น้อย
ด้วยรักและคิดถึง – With Love and Happiness,
ปล. ที่เขียนนี่ไม่ได้รับค่าคอมหรือค่าจ้างใดๆเขียนเพื่อเอามาแชร์ไว้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคุณในการสรรหาสิ่งดีให้กับงานของคุณ
( /)
( . .)/
c(”)(”)
- - - แพทตี้-Patty - - -
..*...*...*...*...*...*...*...*...*...*...*...*...*...*...*...*...*...*...*...*..



Create Date : 01 เมษายน 2564
Last Update : 27 กันยายน 2564 11:45:48 น.
Counter : 203 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17



PinkyPrettyPatty
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



◕‿-。

\(o`з´o)/



◕‿-。
== สวัสดีชาวโลกทั้ง 3 โลก แพทตี้เอง ==
ตอนนี้พยายามจะเขียนภาษาอังกฤษนะ
มีอะไรก็แนะนำก็บอกกันได้
ชอบทำกิจกรรม ท่องเที่ยว ถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย
ถ้ามีที่ไหนดีๆ เจ๋ง ก็บอกได้จะตามไปดู
ถ้าเขียนอะไรผิดพลาดหรือพาดพิงสิ่งใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ค่ะ
จะดีมากถ้าช่วยเขียนคอมเมนทต์เป็นกำลังใจให้ซี่เขียนต่อจะได้รู้ว่าอย่างน้อยก็ยังมีคนสนใจอ่านบล็อกของเราบ้าง อิอิ

Hello Friends,
I try to write my blog in English and also in Thai.
If I wrote something wrong can make any comment to me it would be very appreciated! to cheer me up to write it and share my experience more and more.

Have a nice day!
Cheers

Patty